- หน้าแรก
- สมการวิปลาส
- บทที่ 29 อนาคตของหม่าอวี่เคอ
บทที่ 29 อนาคตของหม่าอวี่เคอ
บทที่ 29 อนาคตของหม่าอวี่เคอ
คำขอโทษของเถ้าแก่เหลยเป็นแค่มารยาท หรือกังวลจริงๆ ว่าลูกค้าจะตามสืบ อู่เจียงไม่อาจล่วงรู้
แต่จะหาเงินก้อนโต แบกรับความเสี่ยงบ้างก็เป็นเรื่องปกติ
ความคิดของอู่เจียงเรียบง่าย ข้าศึกบุกก็ตั้งรับ น้ำมาก็สร้างเขื่อน ถ้าอีกฝ่ายตามมาถึงบ้าน ก็ดูตามสถานการณ์ มาไม้อ่อนเขาก็คุยดีด้วย มาไม้แข็งก็ใช้สกิลสั่งสอนให้รู้ว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว
เผลอๆ ไม่ต้องใช้พลังตื่นรู้ แค่สกิล [มอบวิญญาณ] กับ [ปราณกระบี่] ก็รับมือได้ถมเถ
จริงๆ อู่เจียงก็กลัวว่าถ้าฟิวส์ขาดแล้วเผลอใช้พลัง จะสร้างหายนะ "ย่อมๆ" ขึ้นมา ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ ดังนั้นถ้าเลี่ยงได้จะใช้แค่สกิล โดยเฉพาะเวลาปะทะกับคนแล้วอารมณ์ไม่ดี การใช้พลังถือเป็นข้อห้าม เพราะเขาเองก็ไม่มั่นใจว่าจะคุมอยู่
จะว่าไป ก็แค่ดื่มชา คงไม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือมั้ง
เหมือนที่อู่เจียงไม่รู้ว่าวัตถุที่หลอมรวมวิญญาณมีประโยชน์อะไร ใบชาที่โดน [มอบวิญญาณ] ก็ไม่ได้มีสรรพคุณวิเศษอะไร บางคนดื่มแล้วอาจสัมผัสพลังได้ บางคนอาจไม่
เขาลองที่บ้านแล้ว [มอบวิญญาณ] ใส่น้ำในกา ดื่มมาตั้งนานก็ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น อย่าว่าแต่เขาเลย วังหลิงดื่มแล้วระดับการหลอมรวมวิญญาณก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นเอง
อาจต้องมีเทคนิคดูดซับอนุภาควิญญาณจากอาหารและน้ำ?
ออกจากเฉินเซียงโหลว อู่เจียงพาหม่าอวี่เคอไปคุยที่สวนหย่อมเล็กๆ
เป็นสวนที่แทรกตัวอยู่ในชุมชน ตามกฎหมายก่อสร้างกำหนดให้เป็นพื้นที่หลบภัย สองด้านมีขั้นบันได ตรงกลางมีคนมาตีแบด ส่วนใหญ่เด็กๆ จะยึดพื้นที่วิ่งเล่น
ตอนนี้เด็กๆ ยังไม่มา มีแค่ตาแก่ไม่กี่คนล้อมวงเดินหมากรุกตรงมุมสวน อู่เจียงพาหม่าอวี่เคอไปนั่งอีกมุมที่ไกลออกไป
"คิดยังไงบ้าง?"
หม่าอวี่เคอไม่อ้อมค้อม "พลังวิญญาณหาเงินง่ายชะมัด"
อู่เจียงส่ายหน้า "เถ้าแก่เหลยกับเชฟเหลยมีจุดยืน ไม่ใช่ลูกค้าอยากดื่มชาก็จะมาตามตัวฉัน อย่าไปฟังเชฟหวังโม้ว่าเชฟเหลยจะไปดักหน้าโรงเรียน แค่ล้อเล่นน่ะ เพราะพวกเขาเป็นคนแบบนี้ ลูกค้าถึงยิ่งอยากได้ จนยอมทุ่มเงินไม่อั้น"
หม่าอวี่เคอคิดตาม แล้วถาม "สรุปคือเรื่องบังเอิญ?"
"อือ ลูกค้าหัวดื้อก็ส่วนหนึ่ง คนปกติคงไม่มาตื๊อเอาของที่ร้านไม่มีติดต่อกันหลายวัน เผลอๆ อาจจะไม่ใช่ครั้งแรกที่มาหาเรื่องชาด้วย"
"แต่ก็ยังรู้สึก... อิจฉาอยู่ดี"
อู่เจียงเอนตัวไปข้างหลัง ใช้ศอกยันขั้นบันไดไว้
"ต่อไปคนอาจจะบ้ากว่านี้ โดยเฉพาะคนรวย เพื่อโอกาสเข้าถึงพลังวิญญาณ สองหมื่นถือว่าจิ๊บจ๊อย" เขาก็เพิ่งเคยหาเงินได้เยอะขนาดนี้ แต่ต้องเก๊กไว้ก่อน
ตอนสอนเทคนิคหลี่เหยียน เขาเรียกแค่สองพัน ตอนนั้นยังไม่เคยเห็นเงินก้อนโต แถมหลี่เหยียนมีพื้นฐานระดับหนึ่ง อายุสิบหกได้ขนาดนี้ อนาคตไกลกว่าผู้ใหญ่สมัยนี้แน่ ถือว่าราคามิตรภาพ วันหน้าถ้าต้องเก็บเงิน ก็คงคิดหลักพัน ไม่ขึ้นราคามั่วซั่ว
ส่วนตอนอัดฉีดพลังให้หลี่เหยียน เพราะเห็นว่าพึ่งพาได้ ถือเป็นการลงทุน โอกาสนี้หม่าอวี่เคอก็กำลังจะได้รับ
"พี่ห้า ผมจะเก็บความลับให้" เขารู้หน้าที่ดี
"ไม่ได้เรียกมาคุยเรื่องนี้ เรื่องอนาคตนายต่างหาก"
ตั้งแต่พ่อตายเพราะเหตุการณ์เกี่ยวกับวิญญาณ อู่เจียงระวังตัวกับทุกคน คำว่า "พึ่งพาได้" สำหรับเขามีน้ำหนักมาก เก็บความลับได้แค่พื้นฐาน ต้องมีดีในตัวด้วย
เทียบกับหลี่เหยียน หม่าอวี่เคอเป็นพวกเก็บกด ข้อดีมองเห็นยาก โชคดีที่ก่อนอู่เจียงย้ายไปห้องอนุภาควิญญาณ เขาอยู่ห้องเดียวกับหม่าอวี่เคอมาเก้าปี รู้ดีว่าหมอนี่โตมาแบบไหน และรู้อะไรที่ไม่เคยเปลี่ยน
"พี่ห้าว่ามา ผมฟังอยู่"
"พ่อแม่นายฉันเป็นคนนอกพูดมากไม่ได้ แต่ขอแนะนำว่าต่อให้นายฝึกแล้วก้าวหน้า ก็อย่าเพิ่งย้ายไปห้องอนุภาควิญญาณ เท่าที่รู้ มหาวิทยาลัยทั่วไปบางแห่งกำลังเตรียมเปิดคณะพลังวิญญาณ ที่นั่นนายก็หาความรู้ที่ต้องการได้เหมือนกัน"
"แต่จบสายสามัญจะเข้าได้เหรอ?"
"ถ้าฝีมือถึง คุยกับทางมหา'ลัยขอย้ายคณะได้แน่ ฉันเชื่อว่าในมหา'ลัยมีคนฝึก 'การเดินลมปราณขั้นพื้นฐาน' ด้วยตัวเองไม่น้อย พวกเขาก็ต้องการย้ายคณะเหมือนกัน"
"...ได้ ผมเชื่อพี่ห้า" พูดจบก็หงอยอีก "แต่เดือนที่ผ่านมา ผมไม่รู้สึกว่าก้าวหน้าเลย"
"แค่ลมปราณ ฉันรู้วิธีแล้ว" อู่เจียงมองเขา "เดี๋ยวจัดหนักให้"
"ห้ะ?"
"ลองดู นั่งหันหลังมา"
"ครับ"
อู่เจียงนึกสนุก นั่งขัดสมาธิ เลียนแบบท่าถ่ายทอดวรยุทธ์ในหนังจีน วาดมือมั่วๆ แล้วทาบกลางหลัง
ทำจริงไม่ยาก เพราะมี [สัมผัสวิญญาณ] พอสัมผัสตัวก็รู้สถานะลมปราณและอนุภาควิญญาณของหม่าอวี่เคอ ปรับแต่งอนุภาควิญญาณภายนอกนิดหน่อย แล้วอัดเข้าไปก็จบ
ไม่ถึงสิบวินาที อู่เจียงปล่อยมือ
"เป็นไง?"
"รู้สึกยิบๆ แถวตันเถียนแน่นขึ้นหน่อย"
"งั้นก็ได้ผล ทนหน่อยนะ อาการนี้คงอยู่หลายวัน"
ผลลัพธ์ที่ได้กับหม่าอวี่เคอไม่เท่าหลี่เหยียน พื้นฐานเขาแย่กว่าเป็นแค่ส่วนหนึ่ง การบำเพ็ญเพียรกับหลอมรวมวิญญาณเป็นคนละระบบ อันแรกเน้นค่อยเป็นค่อยไป คนที่หลอมรวมถึงระดับสี่ช่วงปลายและเข้าใจ "การเปลี่ยนแปลง" เท่านั้นถึงจะพอมีทางลัด
"อ้อ" หม่าอวี่เคอรับคำ หันกลับมามอง แล้วนั่งท่าปกติ "พี่ห้า พี่สร้างรากฐานเสร็จแล้วเหรอ?"
"ยังอีกไกล แล้วแต่วาสนา"
"วาสนา? คนฝึกบำเพ็ญเพียรต้องพูดจาเป็นปริศนาทุกคนเลยเหรอ?"
"เคยได้ยินไหม 'วาสนา ช่างล้ำลึกสุดพรรณนา'"
หม่าอวี่เคอส่ายหน้า
"แสดงว่าระดับยังไม่ถึง"
"ถ้าระดับถึงแล้วจะทำตัวลึกลับแบบนี้เหรอ?"
อู่เจียงยิ้ม ใช้นิ้วโป้งกดปลายก้อยนิดหนึ่ง "สถานะนายตอนนี้ดีกว่าเด็กห้องปกติแค่นิดเดียว ถึงนายจะรู้สึกว่าฝึกยาก แต่นายยังไม่เจอคอขวดของการบำเพ็ญเพียรจริงๆ ด้วยซ้ำ รอนายทะลวงคอขวดนั้นได้ จะเข้าใจความหมายของวาสนาในการบำเพ็ญเพียรเอง"
เด็กวัยเดียวกันฟังแบบนี้คงจิตตก แต่หม่าอวี่เคอไม่ เดือนที่ผ่านมาเขารู้ซึ้งแล้วว่าตัวเองแค่คนธรรมดา ถ้าไม่ได้เป็นเพื่อนอู่เจียง คงไม่มีทางสัมผัสขอบประตูการฝึกได้เลย
"บรรลุฉับพลันเหรอ?"
"ประมาณนั้น"
"ห้องอนุภาควิญญาณสอนเรื่องพวกนี้ไหม?"
"ไม่สอน ครูประจำชั้นเป็นสายหลอมรวม เรื่องบำเพ็ญเพียรแกก็สอนตามตำราไปงั้นแหละ"
"อ้อ งั้นพี่ห้าก็เก่งกว่า"
ไม่ใช่แค่เก่งกว่านิดหน่อยหรอก
อู่เจียงไม่ได้พูด นอกจากหลี่เหยียน เขาแสดงฝีมือแค่ระดับสองต่อหน้าคนรู้จักส่วนใหญ่ ระดับสองคือช่วงตื่นรู้พลังที่ใช้งานได้จริง ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่เขาลงทะเบียนไว้กับตำรวจ
ลุกขึ้น เตรียมกลับ "เอาล่ะ นายกลับไปพักผ่อนดีๆ ถ้าคันหรือเจ็บมาก ก็อาบน้ำอุ่นนานๆ หน่อย พออุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น อาการจะทุเลาลง"
"ครับ ขอบคุณพี่ห้า"
ทั้งสองเดินย้อนกลับ เลี้ยวผ่านมุมถนนสองแห่งแล้วแยกย้าย
อู่เจียงมองแผ่นหลังหม่าอวี่เคอ เตือนสติตัวเอง
พรสวรรค์ของหม่าอวี่เคอธรรมดาจริงๆ เขาช่วยดันได้บ้าง แต่เพดานก็คงไม่สูงนัก
การหลอมรวมวิญญาณเป็นเส้นทางที่วัดพรสวรรค์ คนมีของเหมือนอาชญากรวิญญาณก่อนยุคที่ความรู้แพร่หลาย ไม่ต้องรู้อะไรก็ดูดซับพลังและใช้งานได้เอง
ส่วนการบำเพ็ญเพียรที่ว่ากันว่าเป็น "โชคของคนธรรมดา" เอาเข้าจริงก็วัดพรสวรรค์เหมือนกัน ไม่งั้นคนทั้งโลกคงบำเพ็ญเพียรกันหมดแล้ว จะแบ่งห้องอนุภาควิญญาณไปทำไม
เขาโชคดี หม่าอวี่เคอมีเขาช่วยก็พอจะเข้าประตูได้ แต่ยังมีคนอีกมากเหมือนลูกค้าที่เฉินเซียงโหลว ที่ถูกยุคสมัยทอดทิ้งไปแล้ว
วันหน้าต่อให้จะเป็นปลาเค็ม (คนขี้เกียจ) ก็ต้องเป็นปลาเค็มที่มีฝีมือ ไม่งั้นเจอผู้ใช้พลังกระจอกๆ มาก่อเรื่อง อาจตายฟรีไม่รู้ตัว