เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 นักสืบหลี่เหยียน

บทที่ 23 นักสืบหลี่เหยียน

บทที่ 23 นักสืบหลี่เหยียน


วันสุดท้ายของเทศกาลชมวสันต์ อู่เจียงเฝ้าดูวังหลิงเข้าสู่สภาวะหลอมรวมวิญญาณตอนเช้าที่บ้าน ก่อนจะไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ

กินอาหารเช้าเสร็จ เขาเดินไปแถวที่พักของแคชเชียร์ เพื่อเช็กเส้นทางของเธอให้แน่ใจ

เพราะ [เหยื่อปรสิต] ยังทำงานอยู่ ระยะไม่กี่ร้อยเมตร แค่เธอล้มเขาก็รู้ ไม่ต้องกลัวว่าจะบังเอิญเจอจนน่าสงสัย

ไม่ได้รอต่อ พอรู้สถานที่ทำกิจกรรมของเธอแล้ว ก็กลับบ้านไปเรียบเรียงข้อมูล

วันเปิดเรียน อู่เจียงก็วางงานให้เพื่อนๆ

กุญแจสำคัญยังอยู่ที่หลี่เหยียน หมอนี่หัวไว ทำงานไว้ใจได้

เหมือนเดิม พอทักตอนกินข้าวเที่ยง หลี่เหยียนก็มาหาที่อัฒจันทร์สนามบาสโดยอัตโนมัติ

"ทำไมต้องทำลับๆ ล่อๆ ตลอด"

"มีเรื่องให้ช่วย ถือเป็นโอกาสของทุกคนด้วย"

"โอกาส?"

"ฉันกลัวว่าต่อไปคดีวิญญาณจะรุนแรงขึ้น ตอนฉันไม่อยู่ อยากหาคนใกล้ๆ ช่วยดูแม่ ไม่ต้องถึงขั้นปกป้อง แค่เกิดเรื่องแล้วลากแม่หนีไปด้วยกันก็พอ" อู่เจียงหยุดมองหลี่เหยียน อีกฝ่ายพยักหน้าเข้าใจ เขาถึงพูดต่อ "แคชเชียร์สาวร้านข้างบ้านฉันมีพลังระดับสอง แต่ฉันไม่รู้นิสัยใจคอเธอ ไม่รู้ว่าจะช่วยคนอื่นเวลาคับขันไหม เลยอยากให้เพื่อนๆ ช่วยสืบหน่อย"

คนเราเวลาเจออันตรายอาจทำตัวต่างจากปกติหน้ามือเป็นหลังมือ เลยต้องประเมินนิสัยให้รอบด้าน

หลี่เหยียนสมองดีผิดกับขนาดตัว จับประเด็นได้ไว "ร้านข้างบ้าน เพื่อน... สรุปคือนายอยากให้ฉันแกล้งทำเป็น 'ค้นพบ' ระดับสองคนนี้ แล้วไปบอกเพื่อนๆ สินะ?"

"ใช่ จางอี้ถิงมีกลุ่มคุยไม่ใช่เหรอ? พวกเธอจะสนใจไหม? ระดับสองที่อยู่นอกระบบ"

"ถ้าข้อมูลจริง สนแน่ ปัญหาคือระดับความอันตราย ฉันไม่มีประสบการณ์ นายพอบอกได้ไหมว่าระดับสองมีพลังประมาณไหน?"

อู่เจียงรู้ว่าอีกฝ่ายหลอกถาม แต่รู้จักกันมาพักหนึ่ง รู้ว่าปากหนัก เรื่องเล็กน้อยแค่นี้บอกได้

"พลังสายกายภาพมาตรฐานระดับสองคือ [พลังจิต] ระยะสามเมตรบีบคอคนตายได้ ทะลุกำแพงไม่ได้ ใช้พลังผ่านกำแพงไม่ได้ พลังโจมตีอื่นก็ประมาณนี้ ระยะอันตรายไม่เกินห้าเมตร"

พลังสายจิตอย่าง [คลื่นจิตสะเทือน], [คลื่นจิตกระแทก] ระยะหวังผลไกลกว่า แต่ระดับสองทำอะไรเด็กห้องอนุภาควิญญาณไม่ได้มากนัก ระยะอันตรายไม่เกินสิบเมตร

สายพลังงานฉันไม่ถนัด แต่ระดับสองพลังมีจำกัด หลักๆ ก็ระวังไฟไหม้

อีกอย่าง ระดับสองอาจมีสองพลัง แต่ไม่น่าจะมีพลังแบบต่อเนื่อง คือเรียกสิ่งมีชีวิตวิญญาณไม่ได้ หรือปล่อยไฟที่ลุกไหม้เองตลอดเวลาไม่ได้"

แค่บีบคอคนตายระยะไกลได้ก็เก่งแล้ว แต่พอออกจากปากอู่เจียง ฟังดูเหมือนพลังดาษดื่นข้างทาง

ถ้าว่าตามนี้ คนที่มีทั้ง [พลังจิต] และ [คลื่นจิตสะเทือน] ระดับสองก็นับเป็นอาชญากรตัวฉกาจได้เลย เผลอๆ ในพื้นที่เหมาะๆ รับมือตำรวจติดอาวุธได้เป็นฝูง ไม่รู้ว่าระดับนี้ทางแม่จะจัดให้เกินระดับ 20 ไหม

หลี่เหยียนบ่นในใจ แต่หน้าตายังนิ่ง "งั้นฉันไปสืบเองดีกว่ามั้ง ให้เพื่อนไปมันคาดเดายาก เสี่ยงเกินไป"

"นายจะไปก็ได้ แต่นายใกล้ระดับสองเต็มที ให้เพื่อนไปดีกว่า ได้ประโยชน์หลายทาง ขอแค่จัดการเรียบร้อย ไม่ว่าคนนั้นจะผ่านเกณฑ์ฉันไหม ฉันจะให้นายขึ้นระดับสองอีกรอบ"

อู่เจียงไม่ได้หวังว่าแคชเชียร์ต้องใช้ได้ชัวร์ แค่มีไว้เผื่อฉุกเฉิน ประโยชน์เดียวคือถ้าเกิดเรื่อง เขาจะได้ใช้วิธีปกติกลับไป เช่น ลางานนั่งแท็กซี่ ถ้าใช้ไม่ได้ เขาก็ใช้วิธีที่เอิกเกริกกว่ากลับไปได้เหมือนกัน

อีกอย่างค่าตอบแทนที่หลี่เหยียนช่วยงาน ไม่ควรผูกกับความสำเร็จ หมอนั่นไม่ใช่คนรับใช้สักหน่อย

พูดถึงตรงนี้ หลี่เหยียนไม่ติดใจว่าทำไมไม่ใช่ระดับสาม ถามต่อทันที "ระดับสองต้องปลุกพลังได้แน่ๆ ใช่ไหม?"

"ไม่ ฉันบอกแล้วว่าต้องมีเจตจำนงและทิศทางที่แน่วแน่ คนไม่มีเจตจำนงต่อให้หลอมรวมถึงระดับสามก็อาจไม่ตื่นรู้"

"แล้วแคชเชียร์คนนั้นล่ะ?"

"ไม่แน่ใจ ฉันไปร้านก็แค่ลูกค้า ไม่ได้คุยลึก พลังเป็นเรื่องส่วนตัวมาก สำหรับคนที่ยังไม่เข้าใจ 'การเปลี่ยนแปลง' [สัมผัสวิญญาณ] ก็จับความผิดปกติไม่ได้"

"ต้องระดับไหนถึงจะเข้าใจการเปลี่ยนแปลง?"

อู่เจียงหันมามอง ยิ้มให้ "คำตอบนี้คิดเงินนะ"

"ระดับสี่... ห้า!"

เขาลองระดับสามมาแล้ว เลยเดาข้ามขั้นไปเลย

"ฮ่าๆๆ นายก็น่าสนใจดีนี่" อู่เจียงหัวเราะร่า "โอเค ไม่คิดตังค์ สี่"

ไม่เอาเงิน และไม่บอกความสำคัญของ "การเปลี่ยนแปลง" ต่อระดับสี่

ได้คำตอบแล้ว หลี่เหยียนยืดนิดๆ ก่อนกลับมาจริงจัง คิดแล้วพูดว่า "ยังไงก็อย่าเพิ่งวู่วาม เดี๋ยวฉันกลับไปเช็กประวัติเธอก่อนว่าเคยลงบันทึกไว้ไหม"

"ได้" อู่เจียงพูดจบ หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา "นี่เส้นทางประจำวันของเธอ ชื่อไม่รู้ เข้างานเที่ยงเลิกสองทุ่ม ที่เหลือฝากนายด้วย"

หลี่เหยียนรับมา มันไม่ใช่กระดาษเปล่าด้วยซ้ำ แค่ฉีกมาจากสมุดการบ้าน

"มีอันนี้ง่ายขึ้นเยอะ รอดูฝีมือฉันเถอะ"

เก็บกระดาษเสร็จ หลี่เหยียนพูดเรื่องที่อู่เจียงไหว้วาน "เรื่องผู้ใช้พลังสายพลังงานพอมีเบาะแสแล้ว แต่เข้าถึงยากหน่อย เพราะอีกฝ่ายไม่ใช่คนดี"

"อาชญากร?"

"ถ้าใช่ก็อยู่ในคุกไปแล้ว แต่ก็ใกล้เคียง เป็นบริษัทที่แก๊งมาเฟียผันตัวมาทำ ข้างในมีพวกขี้คุกอยู่หลายคน"

อู่เจียงไม่กลัวหรอก แต่ห่วงแม่จะโดนคนไม่ดีหมายหัว

"ไม่มีทางเลือกอื่นเหรอ?"

"เดี๋ยวลองถามดูอีกที แต่อย่าหวังมาก ผู้ใช้พลังสายพลังงานต่อให้ไม่ใช่โจร พอลงทะเบียนแล้วก็จะโดนจับตามองมากกว่าสายกายภาพ นายคงไม่อยากไปเจอพวกนั้นหน้ากล้องตำรวจหรอกนะ"

"โอเค รบกวนถามให้อีกที ถ้าเลือกไม่ได้ ก็รอโอกาสเจอพวกอันตรายที่นายว่าแล้วกัน"

เวลาไม่กี่เดือน พอจะปั้นแม่ให้ถึงระดับสองได้ ถึงตอนนั้นต่อให้ไม่ปลุกพลัง ก็มีสัญชาตญาณระวังภัยดีขึ้น ร่างกายแข็งแรงขึ้น

ต่อให้แม่ไม่เอาถ่านจริงๆ อีกไม่กี่เดือนเขาเก่งขึ้น ก็มั่นใจว่าจะกลับไปช่วยแม่ได้ทันเวลามากขึ้น

"เรื่องตำรามหา'ลัยยังเงียบอยู่ คิดว่าก่อนปิดเทอมนี้น่าจะรู้เรื่อง เดี๋ยวบอกอีกที"

อู่เจียงยกนิ้วโป้งให้ "เจ๋ง นายไปเป็นนักสืบได้เลยนะเนี่ย"

หลี่เหยียนเบ้ปาก "นักสืบวันๆ จับแต่ชู้ คิดว่าเท่นักหรือไง"

อู่เจียงยิ้ม "ก็ถือว่าช่วยสังคมสงบสุขนะ"

"เชอะ ไปละ"

อู่เจียงโบกมือ ไม่มองตาม

อะไรก็ไม่สำคัญเท่าฝีมือ ช่วงนี้เขาเอาเวลาฝึกไปทุ่มกับการวิจัย "การเปลี่ยนแปลงวิญญาณ"

จากการสังเกตผีใหม่ในป่าช้า เขารู้แล้วว่า "วิญญาณ" กับสิ่งแปลกปลอมทำงานร่วมกันยังไง เดิมทีเขาก็เชี่ยวชาญ "มวล" และมีพื้นฐานพลังจิตอยู่แล้ว การเปลี่ยนแปลงรูปแบบใหม่ขาดแค่วิธีการเท่านั้น

เมื่อเช้าเขาควบแน่นก้อนอนุภาควิญญาณที่มีเจตจำนง "ตัวกูของกู" ได้แล้ว และลองเปลี่ยนมันเป็น [กระบี่]

[กระบี่] ที่เกิดจาก "มวล" เรียกว่า [ปราณกระบี่] ส่วนที่เกิดจาก "วิญญาณ" น่าจะเรียกว่า [เจตจำนงกระบี่]

ตอนนี้นั่งลองมือเปล่าข้างสนามบาส เหมือนพลังอื่นของเขา ไม่มีเอฟเฟกต์ คนนอกไม่เห็น มีตัวตนแค่ในสายตาวิญญาณ

ต่างจาก [ปราณกระบี่] มาก [เจตจำนงกระบี่] ทำลายวัตถุไม่ได้ ออกจากตัวแล้วยังคุมทิศทางได้ ลองหลายทีก็ดึงกลับมือได้ ดูดอนุภาควิญญาณกลับมา พลังจิตฟื้นฟูนิดหน่อย แต่มีผลข้างเคียงคือดูดข้อมูลที่ไม่ใช่ของตัวเองติดมาด้วย

การผสานปราณกับเจตจำนงยังยุ่งยาก เพราะ [ปราณกระบี่] ไม่แยกมิตรศัตรู อาจบาดตัวเองได้ ต้องฝึกอีกเยอะ

ตอนนี้เขาอยากรู้ว่า [เจตจำนงกระบี่] เพียวๆ ส่งผลยังไงกับสิ่งมีชีวิต... สรุปคือยิงใส่ตัวเองไม่ได้ ต้องหาตัวซวยมาลองของ

เลิกเรียนไปลองที่ตลาดสดดีไหม? ที่นั่นมีสัตว์รอเชือดเพียบ

จบบทที่ บทที่ 23 นักสืบหลี่เหยียน

คัดลอกลิงก์แล้ว