- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่ราชันย์มังกรขาว ไซอิ๋วฉบับใหม่
- บทที่ 22 ลิ้นนั้นสำคัญไฉน
บทที่ 22 ลิ้นนั้นสำคัญไฉน
บทที่ 22 ลิ้นนั้นสำคัญไฉน
บทที่ 22 ลิ้นนั้นสำคัญไฉน
"แคว่ก!" เสื้อผ้าของหลงเสี่ยวไป๋ถูกฉีกกระชากขาดวิ่น เผยให้เห็นแผงอกกำยำ
"พี่ลิง ช่วยด้วย!" หลงเสี่ยวไป๋น้ำตาปริ่มขอบตา ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ ต่อให้ตายเขาก็จะไม่โลภมากเด็ดขาด
"แค่ก..." ซุนหงอคงทำหน้าบิดเบี้ยวด้วยความร้อนรน ร่างกายดิ้นพล่านพยายามจะสลัดโซ่ตรวนให้หลุด แต่โซ่ตรวนของเจิ้นหยวนต้าเซียนนั้นไม่ใช่ของกระจอกที่จะทำลายได้ง่ายๆ
ทันใดนั้น ท้องฟ้าก็เปล่งประกายแสงหลากสี แท่นบัวห้าสีค่อยๆ ลอยลงมา
"สหายเซียนเจิ้นหยวน โปรดระงับโทสะก่อน"
"อมิตาพุทธ ศิษย์คารวะพระโพธิสัตว์กวนอิม" ถังซิงถอนหายใจด้วยความโล่งอกในที่สุด
"ขุ่นพระ! พี่สาวกวนอิมมาแล้ว! รอดแล้วเว้ย! รอดแล้ว!" หลงเสี่ยวไป๋ดีใจจนเนื้อเต้น เพราะทุกครั้งที่กวนอิมปรากฏตัว นางจะต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือฝ่ายพวกเขาแน่นอน แถมในเนื้อเรื่องเดิม กวนอิมก็เป็นคนมาช่วยซุนหงอคงตอนที่ถอนรากต้นโสมคนด้วย
"ปากดีนักนะ!" กวนอิมชำเลืองมองมังกรขาวน้อย แววตาฉายความระอาใจ หากย้อนเวลากลับไปได้ นางคงไม่เสนอหน้ามาช่วยเขาแน่ๆ
"ที่แท้ก็ท่านกวนอิม ทำไม? ท่านจะมาขอชีวิตให้ไอ้พวกหัวขโมยพวกนี้รึ?" เจิ้นหยวนต้าเซียนลุกขึ้นประสานมือคารวะ แต่สีหน้าบ่งบอกชัดเจนว่าไม่สบอารมณ์
กวนอิมยิ้มบางๆ แล้วกล่าวว่า "สหายเซียนเจิ้นหยวน เท่าที่ข้ารู้มา ผลโสมคนพวกนี้ถูกศิษย์ทั้งสี่คนขโมยไปกินด้วยกัน ดังนั้นหากท่านจะฆ่า ก็จงฆ่าพวกเขาทั้งหมดเถอะ!"
"เชรดเข้! กวนอิมนี่เจ้าเล่ห์ชะมัด" หลงเสี่ยวไป๋รู้สึกแปลกๆ ในใจ
ตอนแรกที่เขาลากพวกซุนหงอคงลงน้ำไปด้วย เขาก็คิดแบบนี้แหละ ไม่อย่างนั้นสู้แอบกินคนเดียวไม่ดีกว่าเหรอ? แต่พอเป็นแบบนี้ สถานการณ์ก็เปลี่ยนไป ต่อให้เจิ้นหยวนต้าเซียนจะเก่งกาจแค่ไหน ก็คงไม่กล้าล้างบางทีมไซอิ๋วทั้งทีมหรอก!
และก็เป็นดังคาด เจิ้นหยวนต้าเซียนชะงักกึก คิ้วขมวดมุ่น จากนั้นเขาก็เปลี่ยนสีหน้า ชี้หน้าด่าหลงเสี่ยวไป๋อย่างดุเดือด "ผลโสมคนยังปลูกใหม่ได้! อย่างมากข้าก็แค่รออีกหมื่นปี! แต่ไอ้เดรัจฉานตัวนี้มันฆ่าศิษย์ข้า ในฐานะอาจารย์ ข้าไม่อาจปล่อยให้ศิษย์คนอื่นต้องเสียกำลังใจ!"
"เจิ้นหยวน! ไอ้แก่บัดซบ! แกสิเดรัจฉาน! เดรัจฉานทั้งตระกูล! ข้า..."
"หุบปาก!" จู่ๆ กวนอิมก็ยื่นมือออกมา แขนของนางยืดยาวออกในพริบตา ฝ่ามือขาวเนียนดุจหยกปิดปากหลงเสี่ยวไป๋ไว้แน่น
หลงเสี่ยวไป๋เบิกตากว้าง ร้องไม่ออก ทันใดนั้นกลิ่นหอมจางๆ ก็ลอยมาแตะจมูก และเนื่องจากปากที่อ้าค้างอยู่ เขาจึงอดใจไม่ไหว แลบลิ้นออกมาเลียแผล็บ
"ฟึ่บ!" กวนอิมชักมือกลับทันที แล้วรีบเช็ดมือกับเสื้อผ้าตัวเอง มองลิ้นที่แลบออกมาของหลงเสี่ยวไป๋ด้วยความรู้สึกอยากจะกระชากมันออกมาเสียให้รู้แล้วรู้รอด ตอนนี้นางรู้สึก 'เพลียจิต' สุดๆ
หลงเสี่ยวไป๋หดลิ้นกลับ เดาะลิ้นสองสามที ทำท่าเหมือนกำลังลิ้มรสชาติ
เจิ้นหยวนต้าเซียนเหมือนเห็นสิ่งที่เหลือเชื่อที่สุดในโลก หลังจาก 'อึ้งกิมกี่' ไปพักใหญ่ เขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา "ฮ่าฮ่าฮ่า... ฮ่าฮ่าฮ่า... ท่านกวนอิม สันดานมักมากในกามของมังกรตัวนี้ ดูท่าแม้แต่ท่านก็คงดัดนิสัยมันไม่ได้! ข้าว่าท่านกลับไปเถอะ ให้ข้าจัดการแทนสวรรค์เอง! ข้าจะเชือดไอ้เดรัจฉานนี่ทิ้งซะ!"
กวนอิมรู้สึกขายหน้าสุดขีด จนไม่รู้จะพูดยังไง ได้แต่มองหลงเสี่ยวไป๋ด้วยสายตาอำมหิต
"อมิตาพุทธ" ถังซิงหลับตาปี๋ อับอายจนไม่กล้ามองหน้าใคร
"เสี่ยวไป๋ นายแน่มาก!" ซุนหงอคงแอบยกนิ้วโป้งให้
"เฮ้อ!" ซัวเจ๋งพูดไม่ออก ได้แต่ถอนหายใจ
"ฮี่ฮี่! สุดยอด!" ตือโป๊ยก่ายเป็นคนประเภทไหนกัน? ถึงจะเจ้าชู้แค่ไหน แต่เขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึงกวนอิม ทว่าในตอนนี้ การเลียสะท้านโลกของหลงเสี่ยวไป๋ได้ชนะใจเขาไปเต็มๆ จนเขาอยากจะทรยศถังซิงแล้วย้ายมาอยู่แก๊งหลงเสี่ยวไป๋แทน
"เอ่อ... มันอดใจไม่ไหว... อดใจไม่ไหวจริงๆ บาปกรรม บาปกรรม" หลงเสี่ยวไป๋เองก็เขินๆ อยู่เหมือนกัน แต่ความนุ่มเนียนดุจแพรไหมและกลิ่นหอมที่อธิบายไม่ถูกนั้น ช่างตราตรึงใจมิรู้ลืมจริงๆ
"เฮ้อ..." กวนอิมถอนหายใจด้วยความเสียใจ บางทีนางไม่ควรมาที่นี่เลย ปล่อยให้มังกรลามกจอมกะล่อนนี่ตายๆ ไปซะก็ดี
แต่เรื่องการอัญเชิญพระไตรปิฎกนั้นสำคัญยิ่ง นางจึงจำต้องพูดต่อ "สหายเซียนเจิ้นหยวน แต่โบราณมาใครบ้างหนีพ้นความตาย..."
"ขอฝากหัวใจภักดิ์ไว้ในหน้าประวัติศาสตร์!" หลงเสี่ยวไป๋แทรกขึ้นมา
"แปะ!" ใบไม้ใบหนึ่งปลิวมาแปะปากหลงเสี่ยวไป๋ ที่แท้กวนอิมใช้น้ำทิพย์จากแจกันหยกเสกใบไม้มาปิดปากเขาไว้
"พรืด..." ศิษย์อารามห้าจวงบางคนกลั้นขำไม่อยู่ แม้แต่เจิ้นหยวนต้าเซียนยังเม้มปากแน่น หนวดกระตุกยิกๆ
ถังซิงหน้าแดงก่ำไปถึงใบหู เอาแต่สวดมนต์ไม่กล้าลืมตา
"...เมื่อกี้ข้าพูดถึงไหนแล้วนะ?" กวนอิมลืมบทซะงั้น
"อู้อี้ อู้อี้ อู้อี้!" หลงเสี่ยวไป๋ส่งเสียงอู้อี้เหมือนจะช่วยเตือนความจำ
กวนอิมเมินเขาโดยสิ้นเชิง แล้วนึกขึ้นได้ "แม้ว่ามังกรขาวน้อยจะพลั้งมือฆ่า..."
"มันเจตนา!" ชิงเฟิงชี้หน้ามังกรขาวน้อยแล้วตะโกน
กวนอิมเมินเขาเช่นกัน แล้วพูดต่อ "แม้ว่ามังกรขาวน้อยจะพลั้งมือฆ่าศิษย์ท่าน..."
"มันคือ..."
"แปะ!" ใบไม้อีกใบปลิวไปแปะปากชิงเฟิง
หน้าของกวนอิมเริ่มมืดครึ้ม เห็นชัดว่าเริ่มมีน้ำโห
"ท่านกวนอิม เชิญพูดต่อ" เจิ้นหยวนต้าเซียนถลึงตาใส่ลูกศิษย์ตัวเอง
"..." กวนอิมพูดไม่ออก
"ฮี่ฮี่ฮี่... เหล่าซุนขำจะตายอยู่แล้ว! เหล่าซุนจะตาย... อุ๊บ!" ซุนหงอคงรีบหุบปากทันทีที่เห็นสายตาพิฆาตของกวนอิม เขามีมงคลสวมหัวอยู่ และคาถารัดเกล้าที่ถังซิงใช้ก็เป็นของที่กวนอิมสอนมา
"ท่านกวนอิม มีอะไรก็พูดมาตรงๆ เถิด" เจิ้นหยวนต้าเซียนเห็นท่าทีลำบากใจของกวนอิมจึงช่วยแก้สถานการณ์
พระโพธิสัตว์กวนอิมไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป กล่าวตรงๆ ว่า "ข้ามีความคิดหนึ่ง ให้มังกรขาวน้อยรับมือท่านสามกระบวนท่า หากเขาไม่ตาย ถือว่าเป็นลิขิตสวรรค์ เรื่องนี้ให้เลิกแล้วต่อกัน! หากเขาตาย ก็ถือว่าเป็นคราวเคราะห์ของเขา หมดวาสนากับการไปไซอิ๋ว ท่านเห็นเป็นอย่างไร?"
"สามกระบวนท่า?" เจิ้นหยวนต้าเซียนทวนคำ
"หากสหายเซียนเห็นว่าไม่เหมาะสม จะเพิ่มอีกสักกระบวนท่าก็ได้"
"ไม่... ไม่... ไม่ต้องถึงสามกระบวนท่าหรอก จะจัดการมัน ข้าใช้แค่กระบวนท่าเดียวก็พอ!"
"จริงหรือ?"
"จริงแท้แน่นอน!"
"ตกลง! งั้นให้มังกรขาวน้อยรับมือท่านหนึ่งกระบวนท่า หากเขาไม่ตาย ท่านต้องปล่อยคณะอาจารย์และศิษย์ไปไซที อย่างไรก็ตาม เพื่อชดเชยความเสียหายของสหายเซียน ข้าจะพรมน้ำทิพย์ให้ต้นผลโสมคนออกผล ท่านเห็นเป็นอย่างไร?"
"ตกลง! ตามนั้น!" เจิ้นหยวนต้าเซียนสะบัดแขนเสื้อตัดสินใจ จริงๆ แล้วพอกวนอิมปรากฏตัว เขาก็รู้แล้วว่าคงฆ่ามังกรขาวน้อยไม่ได้ง่ายๆ แม้เขาจะเป็นเซียนระดับสูง แต่ก็ต้องไว้หน้ากวนอิมบ้าง ที่สำคัญที่สุดคือการเดินทางไปไซอิ๋วครั้งนี้เป็นดำริของพระยูไล เขาไม่กล้าทำอะไรเกินเลย การไปงัดข้อกับแดนพุทธะเพราะศิษย์ตายไปคนเดียวไม่ใช่เรื่องฉลาด
ดังนั้น เจิ้นหยวนต้าเซียนจึงสั่งปล่อยตัวถังซิงและคณะ ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายไปตั้งหลัก
หลงเสี่ยวไป๋ยืนอยู่กลางลานฝึกยุทธ์ของอารามห้าจวงด้วยความรู้สึกไม่มั่นคงอย่างแรง เขาไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะรับมือการโจมตีจากเซียนระดับที่เขามองไม่เห็นเลเวลได้ เขาแอบสงสัยว่าหรือพระโพธิสัตว์กวนอิมจะแกล้งหาเรื่องฆ่าเขาทางอ้อม
"มังกรขาวน้อย พระโพธิสัตว์หลิงจี๋มาหาข้าแล้ว" จู่ๆ กวนอิมก็พูดเรื่องที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยขึ้นมา
หลงเสี่ยวไป๋ชะงัก แวบแรกเขาคิดว่าพระโพธิสัตว์หลิงจี๋ไปฟ้องกวนอิมเรื่องที่เขาอมมุกตรึงลม... เดี๋ยวสิ!
หลงเสี่ยวไป๋นึกขึ้นได้ว่าทักษะส่วนใหญ่ของเจิ้นหยวนต้าเซียนเป็นธาตุลม และมุกตรึงลมสามารถต้านทานคาธาธาตุลมได้ทุกชนิด เขาดีใจจนเนื้อเต้น และเผลอมองไปที่กวนอิมอย่างมีความหมาย
กวนอิมพยักหน้าหน้านิ่งๆ ราวกับจะให้กำลังใจหลงเสี่ยวไป๋
แต่มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ความลับนี้ และอดไม่ได้ที่จะบ่นในใจอีกครั้ง "นางมารร้าย! นางนี่มันนางมารร้ายชัดๆ!"