- หน้าแรก
- พลิกชะตาตระกูลอาณัติสวรรค์
- บทที่ 15 เจียงเฉินและผู้อาวุโสใหญ่ตกตะลึง ท่านเจ้าเมืองมาเยือน
บทที่ 15 เจียงเฉินและผู้อาวุโสใหญ่ตกตะลึง ท่านเจ้าเมืองมาเยือน
บทที่ 15 เจียงเฉินและผู้อาวุโสใหญ่ตกตะลึง ท่านเจ้าเมืองมาเยือน
บทที่ 15 เจียงเฉินและผู้อาวุโสใหญ่ตกตะลึง ท่านเจ้าเมืองมาเยือน
เคล็ดวิชาหยางบริสุทธิ์? วิชาหลอมกายามหาตะวัน?
เจียงเฉินมีสีหน้าสับสนงุนงง
ในฐานะศิษย์ตระกูลเจียง เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าตระกูลของเขามีเคล็ดวิชาสองอย่างนี้อยู่ในครอบครอง
ส่วนเรื่องที่ท่านผู้นำตระกูลบอกว่าดูแคลนวิชาพื้นๆ ของสำนักเชียนซานนั้น เขาไม่ค่อยอยากจะเชื่อนกั รู้สึกเหมือนท่านกำลังพูดปลอบใจตัวเองเสียมากกว่า
ถึงแม้เขาจะไม่เต็มใจยอมรับ แต่ความจริงก็คือเมื่อเทียบกับสำนักเชียนซานที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วหลายเมือง ตระกูลเจียงนั้นอ่อนแอกว่าอย่างน่าเวทนาจริงๆ
ด้วยความสงสัย เจียงเฉินรับเคล็ดวิชาทั้งสองเล่มมาแล้วรีบพลิกเปิดอ่าน
ไม่นานนัก ความลึกล้ำที่แฝงอยู่ภายในก็ดึงดูดความสนใจของเขา ทำให้ดวงตาของเขาหรี่ลง เขาอดไม่ได้ที่จะดำดิ่งลงไปในเนื้อหา ลมหายใจค่อยๆ ถี่กระชั้นขึ้น
นี่มัน?
ผ่านไปไม่กี่อึดใจ เจียงเฉินเบิกตากว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ความตกใจอย่างรุนแรงทำให้แขนของเขาสั่นเทาเล็กน้อย จนเกือบจะทำเคล็ดวิชาหลุดมือ
เขาจินตนาการไม่ออกเลยจริงๆ ว่าตัวเองกำลังเห็นอะไรอยู่!
ใครจะเชื่อถ้าเขาพูดออกไป? นี่มันเคล็ดวิชาระดับปฐพี ขั้นสูงถึงสองเล่ม! เป็นไปได้อย่างไรกัน?!
พายุลูกใหญ่โหมกระหน่ำในใจของเจียงเฉิน
ในเวลานี้ เขาพลันตระหนักว่าเขาไม่รู้จักตระกูลของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
ตระกูลเจียงยังมีความลับอะไรซ่อนอยู่อีกที่คนภายนอกไม่รู้? หรือว่าตระกูลของเขามีที่มาที่ไปอันลึกลับซ่อนอยู่?
หลังจากหายตกใจ เจียงเฉินก็เข้าใจแล้วว่าความมั่นใจของท่านผู้นำตระกูลมาจากไหน
มิน่าล่ะ ท่านถึงได้ดูแคลนวิชาของสำนักเชียนซาน
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่เคล็ดวิชาระดับปฐพีเล่มเดียวก็เพียงพอที่จะข่มวิชาทั้งหมดของสำนักเชียนซานได้อย่างราบคาบแล้ว ไม่ต้องพูดถึงว่ามีถึงสองเล่ม
เมื่อสงบสติอารมณ์ลงได้ เจียงเฉินมองไปที่เจียงเต้าเสวียนอีกครั้ง แล้วกลืนน้ำลายอย่างประหม่า "ท่านผู้นำตระกูล... นี่ให้ข้าจริงๆ หรือขอรับ?"
แม้ว่าเขาจะถือเคล็ดวิชาทั้งสองเล่มไว้ในมือแล้ว แต่เขาก็ยังรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ และยิ่งรู้สึกปลาบปลื้มใจอย่างบอกไม่ถูก
ในฐานะอดีตศิษย์สำนักเชียนซาน วิสัยทัศน์ของเขาย่อมไม่ธรรมดา
เขารู้ชัดเจนว่าเคล็ดวิชาระดับปฐพี ขั้นสูงนั้นหมายถึงอะไร
หากมีเคล็ดวิชาระดับนี้ปรากฏขึ้น อย่าว่าแต่สำนักเชียนซานเลย แม้แต่สำนักที่แข็งแกร่งกว่าสำนักเชียนซานมากๆ ก็คงแห่กันมาราวกับฉลามได้กลิ่นเลือด และฉีกกระชากตระกูลเจียงเป็นชิ้นๆ ในที่สุด!
เมื่อคิดได้ดังนั้น หัวใจของเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื้นตัน
ในฐานะผู้ฝึกตนระดับจื่อฟู่ ท่านผู้นำตระกูลย่อมเข้าใจความเสี่ยงนี้ดีกว่าเขา
แต่ถึงกระนั้น ท่านก็ยังมอบสุดยอดเคล็ดวิชาเช่นนี้ให้เขาโดยไม่ลังเล
ความไว้วางใจเช่นนี้ทำให้หัวใจของเขาลุกโชนด้วยความตื่นเต้น
"ทำไมศิษย์ตระกูลเจียงต้องไปฝึกวิชาพื้นๆ ของสำนักเชียนซานด้วย? มันเป็นการดูถูกสถานะของเจ้าจริงๆ รับเคล็ดวิชาสองเล่มนี้ไปเถอะ ผู้นำตระกูลคนนี้ไม่มีนิสัยให้ของแล้วเอาคืน"
ในเวลานี้ เจียงเฉินมั่นใจแล้ว
ท่านผู้นำตระกูลมอบเคล็ดวิชาสองเล่มนี้ให้เขาจริงๆ!
ความปิติยินดีมหาศาลถาโถมเข้ามาในหัวใจ ทำให้เขาทรุดตัวลงคุกเข่าดังตุบ "บุญคุณอันยิ่งใหญ่ของท่านผู้นำตระกูล ข้าเจียงเฉินจะจดจำไว้ในใจมิรู้ลืม! ในวันข้างหน้า ข้าจะไม่มีวันทำให้ท่านผิดหวัง!"
เจียงเต้าเสวียนพยักหน้า จากนั้นก็นำกระบี่คู่กายออกมาและยื่นส่งให้เจียงเฉิน "ในฐานะบุตรสวรรค์ของตระกูลเจียง จะไม่มีอาวุธดีๆ ติดตัวได้อย่างไร?"
"กระบี่เล่มนี้มอบให้เจ้า เพื่อช่วยให้เจ้าก้าวหน้าในเส้นทางการบำเพ็ญเพียรในอนาคต! และเพื่อให้เจ้าจดจำไว้เสมอว่า ตระกูลและข้าจะเป็นแรงหนุนที่แข็งแกร่งที่สุดของเจ้าตลอดไป!"
ทันทีที่สิ้นเสียง เจียงเฉินเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เมื่อมองดูกระบี่ยาวสีเงินขาวตรงหน้า เขาอดไม่ได้ที่จะตัวสั่น
ในฐานะศิษย์ตระกูลเจียง เขาจะจำที่มาของกระบี่ยาวเล่มนี้ไม่ได้เชียวหรือ?
นี่คือกระบี่คู่กายที่ท่านผู้นำตระกูลทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก
ระดับของมันสูงถึงระดับลึกลับ ขั้นต่ำ!
เป็นอาวุธระดับลึกลับเพียงชิ้นเดียวนอกเหนือจากกระบี่บูชาบรรพชนของตระกูลเจียง
ทว่า สมบัติล้ำค่าเช่นนี้กลับถูกท่านผู้นำตระกูลมอบให้เขา?!
ความตกใจอย่างรุนแรงทำให้เจียงเฉินเริ่มสงสัยว่านี่คือความฝันหรือไม่
อย่างไรก็ตาม แม้ภายในใจจะยินดีปรีดา แต่เขาก็ไม่ได้รีรับไว้ทันที กลับมองไปที่เจียงเต้าเสวียนแล้วถามว่า "แล้วท่านล่ะขอรับ?"
ถ้าเขารับกระบี่คู่กายนี้ไป แล้วท่านผู้นำตระกูลจะใช้อะไร?
แม้ท่านผู้นำตระกูลจะทะลวงผ่านสู่ขอบเขตจื่อฟู่แล้ว แต่หากสูญเสียอาวุธระดับลึกลับนี้ไป ย่อมส่งผลกระทบต่อพลังการต่อสู้และทำให้ท่านเสี่ยงอันตรายมากขึ้นเป็นแน่!
เจียงเต้าเสวียนยืนเอามือไพล่หลัง "ถ้าข้าบอกให้รับก็รีบรับไปเถอะ เจ้ายังเป็นศิษย์ตระกูลเจียงอยู่หรือเปล่าถึงได้โลเลนัก? ไม่ต้องห่วง ในเมื่อผู้นำตระกูลคนนี้บรรลุขอบเขตจื่อฟู่แล้ว ข้าจะยังขาดแคลนอาวุธพรรค์นี้อยู่อีกหรือ?"
เจียงเฉินเกาหัวแก้เก้อ และรีบรับกระบี่มาถือไว้ในอ้อมกอดด้วยสองมือราวกับได้สมบัติล้ำค่า ไม่ยอมปล่อยมือ
เขาก้มศีรษะลงทันที แอบมองท่านผู้นำตระกูลด้วยหางตาแล้วฉีกยิ้มกว้าง "ขอบพระคุณท่านผู้นำตระกูลที่เมตตา!"
เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าวันนี้ ไม่เพียงแต่การบำเพ็ญเพียรของเขาจะฟื้นคืนมาอย่างน่าอัศจรรย์ แต่เขายังได้รับวาสนาจากท่านผู้นำตระกูลอย่างต่อเนื่อง
[ติ๊ง~ การลงทุนสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับสมบัติวิเศษระดับนภา ขั้นสูง: กระบี่เฉิงอิ่ง]
[ติ๊ง~ การลงทุนสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับวิชากระบี่ระดับนภา ขั้นสูง: หมื่นกระบี่น้อมคารวะ]
[ติ๊ง~ การลงทุนสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับไอพลังอีกากาทองคำหนึ่งสาย]
[ไอพลังอีกากาทองคำ: เมื่อใช้แล้ว สามารถฉายภาพเสมือนของอีกากาทองคำวัยเยาว์ที่มีพลังเทียบเท่าผู้ฝึกตนขอบเขตตะวันเบิกฟ้า (รื่อหลุน) เพื่อป้องกันศัตรู จะหายไปหลังจากผ่านไปสิบอึดใจ]
เมื่อมองดูรางวัลทั้งสามชิ้น เจียงเต้าเสวียนก็ปิติยินดีอีกครั้ง
แต่เมื่อคิดได้ว่าเจียงเฉินยังอยู่ตรงหน้า และเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา เขาจึงยังไม่นำกระบี่เฉิงอิ่งออกมาในตอนนี้
เมื่อรวบรวมสมาธิ เจียงเต้าเสวียนหันกลับไปมองเจียงเฉินที่กำลังมีความสุข ริมฝีปากขยับเล็กน้อย เตรียมจะเอ่ยบางอย่าง
แต่ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้น
เจียงเต้าเสวียนหันไปมอง และเห็นว่าเป็นผู้อาวุโสใหญ่ที่กำลังเดินเข้ามา
เมื่อสัมผัสดูเล็กน้อย เขาพบว่ากลิ่นอายของผู้อาวุโสใหญ่แข็งแกร่งขึ้นมาก เห็นได้ชัดว่าทะลวงด่านสำเร็จและบรรลุขอบเขตเซียนเทียน ขั้นที่เก้าอย่างสมบูรณ์แล้ว
ในเวลานี้ ผู้อาวุโสใหญ่มองเจียงเต้าเสวียนตรงหน้าด้วยหัวใจที่พองโต
หลังจากกินโอสถชำระไขกระดูก รากฐานที่เสียหายจากการล้มเหลวในการทะลวงด่านหลายครั้งก็ฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์
และด้วยฤทธิ์ยาอันทรงพลังของโอสถเสริมปราณ เพียงแค่คืนเดียว เขาก็สามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตที่ใฝ่ฝันมานานได้สำเร็จ!
แม้จะมีเรื่องมากมายที่อยากพูด แต่เมื่อคิดว่าเรื่องสำคัญต้องมาก่อน เขาจึงข่มความปิติในใจและกล่าวกับเจียงเต้าเสวียนอย่างนอบน้อมว่า "ท่านผู้นำตระกูล ท่านเจ้าเมืองติงมาถึงแล้ว และตอนนี้ได้รับการรับรองอยู่ที่หอประชุมสภาขอรับ"
สีหน้าของเจียงเต้าเสวียนยังคงปกติ
เขาคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะมาเยือนตระกูลเจียงในวันนี้
เพราะเขาก่อเรื่องใหญ่โตในเมืองขนาดนี้ และอีกฝ่ายก็เป็นถึงเจ้าเมือง หากไม่มีปฏิกิริยาใดๆ นั่นสิถึงจะแปลก
เมื่อเทียบกับเรื่องนี้ การให้ผู้อาวุโสใหญ่ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตจื่อฟู่ก่อนย่อมสำคัญกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย
เมื่อคิดได้ดังนั้น เจียงเต้าเสวียนจึงหยิบโอสถวิญญาณม่วงชั้นเลิศออกมาและยื่นให้ผู้อาวุโสใหญ่ "ในเมื่อท่านถึงจุดสูงสุดของขอบเขตเซียนเทียนแล้ว ก็จงรีบทะลวงเข้าสู่ขอบเขตจื่อฟู่เสียเถิด"
เมื่อเห็นว่าตนเพิ่งจะทะลวงด่านมา และระดับพลังยังไม่เสถียร แต่ท่านผู้นำตระกูลกลับต้องการให้รีบทะลวงเข้าสู่ขอบเขตจื่อฟู่ ผู้อาวุโสใหญ่ก็ชะงักไปชั่วขณะ
แต่เมื่อเขารับโอสถวิญญาณม่วงมา ก้มลงมองพิจารณา
เมื่อสังเกตลักษณะที่คุ้นเคยของเม็ดยาในมือ
นี่คือ... โอสถวิญญาณม่วง?
ผู้อาวุโสใหญ่ตกใจในตอนแรก แต่แล้วก็ขมวดคิ้วแน่น รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เพราะโอสถวิญญาณม่วงระดับลึกลับ ขั้นต่ำ ทั่วไปจะมีลวดลายโอสถเพียงหนึ่งเส้น
แม้แต่โอสถวิญญาณม่วงเกรดสูงสุดก็มีลวดลายโอสถเพียงสามเส้น
แต่บนผิวของโอสถวิญญาณม่วงเม็ดนี้ กลับมีลวดลายโอสถถึงสี่เส้นเต็มๆ!!
หรือว่านี่จะเป็นโอสถวิญญาณม่วงชั้นเลิศในตำนาน?!
รูม่านตาของผู้อาวุโสใหญ่หดเกร็ง
จากลักษณะของเม็ดยาในมือ เขาหวนนึกถึงของวิเศษที่ปรากฏอยู่เพียงในเรื่องเล่าขานทันที!
ตำนานเล่าว่าเพียงแค่กินยานี้เข้าไป ก็จะเพิ่มโอกาสในการทะลวงเข้าสู่ขอบเขตจื่อฟู่ได้ถึงเก้าสิบส่วน
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ตราบใดที่เขากินมันเข้าไป ไม่ว่าระดับพลังจะเสถียรหรือไม่ ประตูสู่ขอบเขตจื่อฟู่ก็ได้เปิดรอรับเขาแล้ว!
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็รู้สึกว่าเม็ดยาในฝ่ามือร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
เขารีบเงยหน้ามองท่านผู้นำตระกูล เตรียมจะเอ่ยบางอย่าง
แต่บังเอิญสบตาเข้ากับเจียงเต้าเสวียนพอดี
สายตาทั้งคู่ประสานกัน ผู้อาวุโสใหญ่ก็เข้าใจทันที เป็นการยืนยันความจริงแท้ของโอสถวิญญาณม่วงชั้นเลิศเม็ดนี้
เมื่อเห็นว่าผู้อาวุโสใหญ่ไม่ถามอะไรอีก เจียงเต้าเสวียนก็ละสายตาและหันไปมองเจียงเฉินที่อยู่ข้างๆ "เฉินเอ๋อ ตามมาเถอะ ไปพบท่านเจ้าเมืองกัน"
เจียงเฉินรีบสงบสติอารมณ์ ก้มหน้าลงและตอบรับ "ขอรับ"