เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP.235

EP.235

EP.235


EP.235

ในหมู่บ้านโคโนฮะ ภายในห้องประชุมของสำนักโฮคาเงะ หลังจากที่ชิโร่เสนอแนวทางยุติสงคราม บรรดาผู้นำตระกูลและหัวหน้าโจนินที่อยู่ในห้องประชุมต่างก็แสดงสีหน้าเคร่งขรึม

แม้แต่กลุ่มหัวรุนแรงที่มักแสดงท่าทีแข็งกร้าวก็ยังตระหนักถึงบาดแผลที่เกิดจากสงคราม ตอนนี้มันถึงเวลาแล้วที่หมู่บ้านจะต้องฟื้นฟูและสร้างใหม่

"หากเราสามารถดึงหมู่บ้านซึนะและหมู่บ้านคุโมะเข้ามาร่วมด้วยได้ มันจะเป็นโอกาสอันหาได้ยากที่จะยุติสงคราม"

ในที่สุด นินจาโคโนฮะจำนวนนับไม่ถ้วนก็พยักหน้าอย่างเงียบๆ แม้แต่ผู้ที่อยู่ฝ่ายเดียวกับโฮคาเงะรุ่นที่ 3 ก็ยังแสดงออกถึงความโหยหา

"การเจรจาสันติภาพกับหมู่บ้านคิริไม่อาจเลื่อนออกไปได้ อย่างไรก็ตาม ในการเจรจานี้ 7 ดาบนินจาของหมู่บ้านคิริสามารถใช้เป็นเครื่องต่อรองได้ พวกเขาอาจจุดชนวนความเกลียดชังระหว่างหมู่บ้านคุโมะ หมู่บ้านซึนะและหมู่บ้ารคิริได้ หากเราใช้ดาบและสัตว์หางอย่างมีกลยุทธ์..."

ขณะที่การอภิปรายเกี่ยวกับการยุติสงครามเริ่มต้นขึ้น โจนินพลเรือนจากโคโนฮะคนนึงได้ขมวดคิ้วและแสดงความคิดเห็นนี้ออกมา

เมื่อเห็นเช่นนั้น ชิโร่ก็เยาะเย้ยในใจ แผนการของกลุ่มคนเก่าแก่กลุ่มนี้เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม เขานั้นชิงได้เปรียบไปก่อนแล้ว

ซึ่งเห็นได้ชัดว่าโจนินคนนี้อยู่ฝ่ายเดียวกับโฮคาเงะรุ่นที่ 3

ในขณะนั้น ชิโร่ได้ขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า :

"ของรางวัลทั้งหมดที่ได้มาจากการต่อสู้ได้ถูกมอบให้แก่เหล่านินจาของเราอย่างมากมายแล้ว เพราะนี่คือวิธีที่เร็วที่สุดในการเพิ่มกำลังรบ แต่เพื่อความสงบสุขของหมู่บ้าน!

โฮคาเงะรุ่นที่ 3! ในฐานะรองหัวหน้ากรมตำรวจและหัวหน้าหน่วยแพทย์ ผม อุจิวะ ชิโร่ ยินดีที่จะเจรจากับนินจาผู้นี้ด้วยตนเอง เพื่อหมู่บ้านแล้ว ผมเชื่อว่าไม่มีใครจะยึดติดกับดาบนินจาเหล่านี้ด้วยความโลภ"

เป็นการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยม!

คำพูดของชิโร่ทำให้โฮคาเงะรุ่นที่ 3 อย่าง ฮิรุเซ็น หน้าแดงด้วยความอับอาย เมื่อมองไปที่ชิโร่ที่อยู่ตรงหน้า ฮิรุเซ็นก็ได้แต่หัวเราะอย่างโมโห

เยี่ยมมาก! เยี่ยมจริงๆ!

แม้จะใช้ชีวิตมาเกือบทั้งชีวิตแล้ว เขาก็ไม่เคยถูกบีบคั้นแบบนี้มาก่อน

หลังจากคำพูดของชิโร่ เหล่านินจาโคโนฮะที่ได้รับดาบนินจาของหมู่บ้านคิริต่างก็ดีใจในตอนแรก แต่ตอนนี้พวกเขารู้แล้วว่ากำลังจะสูญเสียดาบเหล่านั้นไป

แม้ว่าจะเป็นไปเพื่อความสงบสุขของหมู่บ้าน แต่ช่องว่างทางอารมณ์นั้นไม่อาจปฏิเสธได้ และความไม่พอใจใดๆก็ย่อมพุ่งเป้าไปที่โฮคาเงะรุ่นที่ 3 อย่างแน่นอน

ในขณะเดียวกัน ชิโร่ก็รับบทเป็นคนดี โดยแสดงความเห็นอกเห็นใจโฮคาเงะซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขายังแสดงท่าทีขอโทษราวกับว่าเสียสละเพื่อสันติภาพ ซึ่งยิ่งเสริมสร้างชื่อเสียงของเขาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

โฮคาเงะรุ่นที่ 3 อย่างฮิรุเซ็นค่อยๆเงยหน้าขึ้น สีหน้าของเขานั้นเคร่งขรึม เขาได้พยักหน้าก่อนจะพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า :

"ดาบนินจาของหมู่บ้านคิรินั้นเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการต่อสู้ของนินจาเราอย่างแท้จริง แม้ว่าหมู่บ้านคิริและหมู่บ้านซึนะจะถอนตัวออกจากความขัดแย้งไปแล้ว เราก็ยังคงเผชิญหน้ากับหมู่บ้านอิวะและหมู่บ้านคุโมะในฐานะศัตรูอยู่ดี

การเจรจากับหมู่บ้านคิริไม่อาจเลื่อนออกไปได้ ดาบนินจาสามารถใช้เป็นเครื่องต่อรองได้ แต่ช่วงเวลาที่จะได้ดาบกลับคืนไปนั้น เราในโคโนฮะจะเป็นผู้ตัดสินใจ เมื่อสงครามสิ้นสุดลงอย่างแท้จริงแล้ว เราค่อยมาหารือกันอีกครั้ง"

ณ จุดนี้ ฮิรุเซ็น ได้เหลือบมองชิโร่อย่างลึกซึ้งก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่สงบ :

"เมื่อถึงเวลานั้น ผมเกรงว่าเราคงต้องรบกวนหัวหน้าอุจิวะ ชิโร่ให้มาจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง"

ทั้ง 2 คนเริ่มเผชิญหน้ากันอย่างลับๆแล้ว

ท่าทีของโฮคาเงะรุ่นที่ 3 นั้นชัดเจน : ดาบนินจาสามารถเก็บไว้ได้ในตอนนี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากสงครามสิ้นสุดลงนั้นขึ้นอยู่กับชิโร่

"แน่นอน! เพื่อโคโนฮะ!"

ชิโร่ตอบอย่างหนักแน่นโดยไม่ลังเล

ใครจะสามารถทำนายสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ?

ในขณะเดียวกัน คนอื่นๆในห้องประชุมก็ไม่ใช่คนโง่ พวกเขาสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่ซ่อนอยู่

ไม่นานหลังจากที่โฮคาเงะรุ่นที่ 3 ประกาศยุติสงคราม ก็มีข่าวลือแพร่กระจายว่าเขาจะเกษียณและอนุญาตให้โฮคาเงะคนใหม่ขึ้นมาแทนที่

ความเฉียบแหลมของชิโร่ในระหว่างการประชุมครั้งนี้เห็นได้ชัดเจน มันบ่งบอกถึงความทะเยอทะยานของเขาให้ทุกคนได้เห็นอย่างชัดเจน

ในที่สุด การประชุมก็เปลี่ยนไปเป็นการหารือเกี่ยวกับการสร้างเสถียรภาพให้กับหมู่บ้านและการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกองกำลังสำรอง

ท้ายที่สุดแล้ว ในบรรดาหน่วยสำรองหลักทั้ง 4 หน่วยของชินโนสุเกะได้รับความสูญเสียไปกว่า 50% และแม้แต่ชินโนสุเกะเองก็ยังได้รับบาดเจ็บจนพิการ

การประชุมได้ปิดฉากลงในที่สุด…

ที่สำนักงานโฮคาเงะ

"ฮิรุเซ็น ความทะเยอทะยานของตระกูลอุจิวะไม่ได้ถูกปกปิดอีกต่อไปแล้ว!"

ในห้องทำงานของโฮคาเงะ ใบหน้าของโคฮารุได้ซีดเผือดด้วยความโกรธขณะที่เธอพูดถึงการประชุมเหล่าโจนินในวันนี้

นับตั้งแต่ได้รับตำแหน่งที่ปรึกษาของโฮคาเงะ เธอก็ไม่เคยถูกดูหมิ่นเหยียดหยามเช่นนี้มานานหลายสิบปีแล้ว! วันนี้มันไม่ต่างอะไรกับการถูกตบหน้าต่อหน้าสาธารณชน!

โฮมุระที่อยู่ข้างๆ เธอนั้นดูสงบกว่า ในขณะนั้น เขาขมวดคิ้วขณะมองไปที่ฮิรุเซ็นและพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า :

"ฮิรุเซ็น หากไม่นับชื่อตระกูลอุจิวะแล้ว ชายผู้นี้ขึ้นมามีอำนาจได้จริง อิทธิพลของตระกูลต่างๆที่อยู่เบื้องหลังเขาจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

หมู่บ้านแห่งนี้ซึ่งมีความสงบสุขมานานหลายทศวรรษจะต้องเผชิญกับความท้าทายจากตระกูลต่างๆ เช่น ตระกูลนารา ตระกูลอาคิมิจิ และตระกูลยามานากะ ซึ่งจะนำมาซึ่งความวุ่นวายให้กับหมู่บ้านอย่างแน่นอน..."

ฮิรุเซ็น ได้พ่นควันออกมาอึกใหญ่ก่อนจะตอบด้วยเสียงแหบแห้งว่า :

"ฉันเข้าใจเรื่องทั้งหมดนี้—การปะทะกันระหว่างอำนาจเก่าและอำนาจใหม่ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ฉันนั้นกังวลมากที่สุด สิ่งที่ฉันกังวลคือกุนไบนั่นต่างหาก"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฮิรุเซ็นก็เงยหน้าขึ้นมองทั้งสองคนด้วยน้ำเสียงหนักแน่น :

"เรียกดันโซกลับมา หมู่บ้านไม่อาจอยู่ได้โดยปราศจากรากในเวลานี้ หากอุจิฮะ ชิโร่สืบทอดเจตจำนงของชายผู้นั้นอย่างแท้จริง แม้สงครามจะจบลง หมู่บ้านก็จะต้องเผชิญกับหายนะ"

กุนไบ—มันอาจหมายความว่าชิโร่ได้รับสืบทอดเจตจำนงของชายผู้นั้นมาหรือเปล่า ? หรือนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาได้รับแรงผลักดันมากมายเช่นนี้ ?

อคติในหัวใจของผู้คนเปรียบเสมือนภูเขาที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ไม่ว่าจะพยายามมากแค่ไหนก็ตาม

ไม่ว่าตระกูลอุจิวะจะพยายามมากแค่ไหน สิ่งที่คนอื่นมองเห็นและนึกถึงเป็นอันดับแรกไม่ใช่ความพยายามของพวกเขา แต่เป็นภาพลักษณ์ด้านลบที่ผูกติดอยู่กับพวกเขา

"ดันโซ!"

เมื่อพูดถึงดันโซ แม้แต่โฮมุระและโคฮารุก็พยักหน้าอย่างจริงจัง ฮิรุเซ็นเองก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะเทือนใจ

หากปราศจากดันโซอยู่เคียงข้าง และปราศจากหน่วยรากที่คอยปกป้องคุ้มครอง พวกเขารู้สึกไร้พลังอย่างแท้จริง

ท้ายที่สุดแล้ว บางครั้งมีดก็จำเป็นต้องถูกใช้โดยราก

...

ณ หน้าผาโฮคาเงะ

ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืนของโคโนฮะ ขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเริ่มมีแสงสีแดงจางๆส่องประกาย ชิโร่ยืนอยู่บนหน้าผ่าโฮคาเงะด้วยสีหน้าพึงพอใจ ราวกับว่าเขากุมอำนาจเหนือโคโนฮะไว้ในมือแล้ว

"ฉันคิดว่านายไปแล้วล่ะ ฉันไม่คิดว่านายจะยังรอฉันอยู่ที่นี่"

ชิโร่พูดด้วยน้ำเสียงเบาๆข้างๆเขา ชายผมสีทองคนหนึ่งยิ้ม—ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากมินาโตะ ผู้ซึ่งไม่ได้เข้าร่วมการประชุมเหล่าโจนิน

"อืม ฉันออกไปแล้ว แต่ก็รู้สึกไม่สบายใจ เลยใช้เทพสายฟ้าเหินสร้างร่างแยกไว้ที่นี่เพื่อรอนาย"

มินาโตะยิ้มขณะมองดูพระอาทิตย์ขึ้นเหนือหมู่บ้านโคโนฮะ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสุข

นี่คือบ้านที่เขาเกิดและเติบโต

"ตอนนี้นายรู้สึกอย่างไรบ้าง ?"

ทั้ง 2 ยืนเคียงข้างกันบนยอดอนุสาวรีย์โฮคาเงะ มองลงไปยังหมู่บ้านโคโนฮะทั้งหมด ราวกับว่าหมู่บ้านนั้นอยู่ในกำมือของพวกเขาแล้ว

สีหน้าของชิโร่ดูสงบ ราวกับกำลังพูดคุยเรื่องเล็กน้อย

รอยยิ้มของมินาโตะค่อยๆจางหายไป หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่นึง เขาก็เงยหน้าขึ้นและพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า :

"หนักอึ้งฉะมัด ตอนนี้ฉันถึงได้รู้ว่าความรับผิดชอบต่อโคโนฮะนั้นหนักหนาสาหัสแค่ไหน"

เป็นครั้งแรกที่สีหน้าของมินาโตะเผยให้เห็นถึงความหนักหน่วงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เขารู้สึกได้อย่างแท้จริงถึงภาระหน้าที่ของโฮคาเงะ

"สิ่งที่นายคิดว่าหนักหนาสาหัส อาจเป็นเรื่องของความรู้สึกผิดและการไม่อยากทำให้บางคนผิดหวังมากกว่า"

ทั้งสองยังคงมองสำรวจทั่วหมู่บ้านโคโนฮะต่อไป ชิโร่พูดด้วยน้ำเสียงไม่แยแส

"โฮคาเงะรุ่นที่ 3 เป็นผู้สอนนายมาเอง และแม้ในเหตุการณ์นี้ เขาก็ยังเต็มใจเสียสละลูกชายของตัวเอง ซึ่งสูญเสียคุณสมบัติในการเป็นนินจาไปแล้ว เพื่อนาย

ดังนั้น ภาระที่นายแบกไว้ในใจก็คือความคาดหวังของโฮคาเงะรุ่นที่ 3 นายไม่สามารถเผชิญหน้ากับการเสียสละที่เขาทำเพื่อนายได้ นั่นคือเหตุผลที่นายรู้สึกหนักอึ้งเช่นนี้...

เมื่อได้ยินคำพูดของชิโร่ มินาโตะก็เงียบไปครู่นึง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆแล้วส่ายหัวตอบว่า :

"นายพูดถูก แต่แค่บางส่วนเท่านั้น ฉันก็ยอมรับว่ามุมมองของโฮคาเงะรุ่นที่ 3 มีมันนั้นบกพร่องและไม่ยุติธรรม แต่แนวคิดเรื่องความมั่นคงของโคโนฮะไม่ใช่เรื่องผิด

ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นนาย ชิโร่ หรือว่าท่านซึนาเดะที่จะขึ้นเป็นโฮคาเงะ แล้วตระกูลต่างๆที่อยู่เบื้องหลังพวกนายจะเป็นยังไง ? พวกเขาจะเรียกร้องผลประโยชน์ที่มากขึ้นอย่างแน่นอน"

ทันใดนั้น มินาโตะก็หันหน้าไปมองชิโร่ด้วยสีหน้าจริงจัง แล้วพูดว่า :

"นายเคยคิดถึงความขัดแย้งระหว่างกองกำลังเก่าและกองกำลังใหม่บ้างไหม ? โลกนินจาในปัจจุบันกำลังปั่นป่วน หากโคโนฮะตกอยู่ในความโกลาหลทันทีหลังสงครามสิ้นสุดลง ข้อได้เปรียบทั้งหมดที่เราเคยมีก็จะหายไป เจ้าไม่กังวลเรื่องนี้บ้างเลยเหรอ ?"

เมื่อมินาโตะแสดงความกังวลเกี่ยวกับอนาคต ชิโร่จึงส่ายหัวอย่างเด็ดเดี่ยว

"ไม่ ฉันไม่ได้แบกรับภาระความรับผิดชอบต่อโคโนฮะมากเท่ากับนาย สิ่งที่ฉันรู้สึกมีเพียงความตื่นเต้น เพราะนี่คือพรของโคโนฮะ พวกเขาจะไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับสันติภาพที่วนเวียนอยู่เพียงแค่ 12 ปี แล้วก็ต้องตกอยู่ในสงครามอีกครั้ง

วัฏจักรที่ซ้ำซากนี้ที่แต่ละรุ่นต้องเผชิญชะตากรรมเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันจะจบลงที่ฉัน ฉันจะเป็นผู้นำพวกเขาไปสู่ยุคใหม่...”

ในขณะนั้น ดวงตาของชิโร่เปล่งประกายด้วยความมั่นใจและความภาคภูมิใจ ซึ่งเป็นภาพที่ทำให้มินาโตะหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

"โฮคาเงะรุ่นที่ 3 พูดถูกแล้วที่บอกว่านายนั้นมันน่ากลัว ฉันยอมรับว่าความฝันของนายมันยิ่งใหญ่มาก ไม่เพียงแต่นายนั้นต้องการเปลี่ยนแปลงโคโนฮะเท่านั้น แต่นายยังตั้งเป้าที่จะเปลี่ยนแปลงโลกนินจาทั้งหมดอีกด้วย

แต่โคโนฮะคงไม่เพียงพอที่จะสนองความทะเยอทะยานและความฝันของนายอีกต่อไปแล้ว ความทะเยอทะยานต้องสอดคล้องกับความแข็งแกร่ง! นายเคยคิดถึงความเป็นไปได้ของความล้มเหลวบ้างหรือเปล่า ?"

มินาโตะซึ่งรู้สึกหนักใจกับหายนะที่อาจเกิดขึ้นจากความทะเยอทะยานของชิโร่ จึงพูดขึ้นอย่างร้อนแรงว่า "ถ้าหากนายล้มเหลวล่ะ ?"

"ล้มเหลว ?"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชิโร่จึงค่อยๆหันศีรษะ เนตรเนตรวงแหวนกระจกเงาของเขาได้ปรากฏขึ้น สายตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจอย่างแน่วแน่

"ฉันจะไม่ล้มเหลว! และถึงแม้ฉันจะล้มเหลว มันจะแย่ไปกว่าสถานการณ์ปัจจุบันได้เหรอ ?"

ขณะที่เขาพูด รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชิโร่ และเขาก็ชี้ไปยังโรงเรียนนินจาของโคโนฮะที่รกร้าง

"ดูเด็กเหล่านั้นสิ ถ้าสงครามนี้ไม่จบ พวกเขาจะจบการศึกษาแล้วก็ถูกส่งตรงไปยังสนามรบ นี่คือโคโนฮะในตอนนี้

โคโนฮะที่ตระกูลอุจิวะและเซ็นจูร่วมกันสร้างขึ้น พร้อมกับตระกูลอื่นๆนั้นมีจุดประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กๆต้องเข้าสู่สงคราม ไม่ว่าโฮคาเงะรุ่นที่ 1 หรือรุ่นที่ 2 จะทำยังไง อย่างน้อยพวกเขาก็ทำสำเร็จอย่างนึง...."

"นั่นคือการยืนหยัดอยู่ที่แนวหน้า ปกป้องเด็กๆและแผ่นดินเกิดที่อยู่เบื้องหลัง นี่คือสิ่งที่ทำให้พวกเขาคู่ควรกับตำแหน่งโฮคาเงะ นี่คือความหมายที่แท้จริงของเจตจำนงแห่งไฟ!"

ณ จุดนี้ นิ้วของชิโร่ค่อยๆขยับชี้ไปยังอาคารสำนักงานโฮคาเงะและอาณาเขตของตระกูลเซ็นจูและอุจิฮะ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามขณะที่เขากล่าวต่อว่า :

"แล้วโฮคาเงะของเราตอนนี้ล่ะ ? ในช่วงมหาสงครามโลกนินจาครั้งที่ 2 และ 3 เขาไม่ได้แม้แต่จะก้าวลงสนามรบเลย เหตุผลที่อ้างแล้วฟังดูสมเหตุสมผล—คือเพื่อดูแลโคโนฮะ แม้ว่านายอาจจะเข้าใจเรื่องนี้ แต่เจตนาเดิมของการก่อตั้งโคโนฮะคืออะไรกันแน่ ?

ถ้าบทบาทของโฮคาเงะตั้งแต่แรกเป็นแบบนี้ นายคิดว่าตระกูลอุจิวะและเซ็นจูจะร่วมมือกันหรือเปล่า ?”

น้ำเสียงของชิโร่หนักแน่นขึ้น ราวกับกำลังเล่าความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้

"สิ่งที่โคโนฮะต้องการไม่ใช่โฮคาเงะที่นั่งอยู่ภายในหมู่บ้านอย่างปลอดภัย แต่เป็นโฮคาเงะที่พร้อมจะบุกตะลุยไปแนวหน้า บางทีโฮคาเงะแบบนั้นอาจจะมีความรับผิดชอบน้อยลงหรือสุขุมน้อยลงก็ได้"

แต่รากฐานที่แท้จริงของโคโนฮะสร้างขึ้นบนหลักการนี้!

"นี่คือโลกที่ผู้แข็งแกร่งสามารถเปลี่ยนแปลงและกดขี่ทุกสิ่งได้ นั่นคือเหตุผลที่เราต้องการโฮคาเงะ หากเราจะอ้างสิทธิ์ในตำแหน่งหมู่บ้านนินจาที่แข็งแกร่งที่สุด เราก็ต้องคู่ควรกับเกียรตินั้น!"

นี่ไม่ใช่การถกเถียงเรื่องถูกหรือผิด แต่เป็นการปะทะกันของมุมมองที่แตกต่างกัน

หรืออีกนัยนึง ในทางการเมืองนั้น ไม่เคยมีเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่างถูกผิด ดีชั่ว

เมื่อเผชิญหน้ากับความแน่วแน่ของชิโร่ มินาโตะจึงสูดหายใจเข้าลึกๆ สายตาของเขาก็แน่วแน่ไม่แพ้กัน

"ฉันเห็นด้วยกับมุมมองของนาย แต่ฉันเห็นด้วยกับมุมมองของโฮคาเงะรุ่นที่ 3 มากกว่า สิ่งที่โคโนฮะต้องการตอนนี้คือความมั่นคง หากนายสามารถสัญญาได้ว่าจะไม่มีความวุ่นวายเกิดขึ้นในหมู่บ้าน—"

"รับปากอะไร ?"

ชิโร่ขัดจังหวะมินาโตะด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย ช่างไร้เดียงสาและซื่อบื้อเสียจริง

"สัญญาว่าจะไม่นำความวุ่นวายมาสู่โคโนฮะใช่ไหม ? หลังจากที่ฉันได้เป็นโฮคาเงะแล้ว ทุกอย่างจะยังคงเหมือนเดิมใช่ไหม ? ตระกูลอาบูราเมะหรือฮาตาเกะที่สนับสนุนฉันจะยังคงเป็นเช่นเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงใช่ไหม ?

แล้วฉันควรจะยังคงพึ่งพาคนสนิทของโฮคาเงะรุ่นที่ 3 เพื่อให้โคโนฮะมี 'ความมั่นคง' ต่อไปเหรอ ? มินาโตะ นายนี่ช่างไร้เดียงสาจริงๆ"

เมื่อมองไปที่มินาโตะ ชิโร่ส่ายหัวและเหลือบมองไปยังดินแดนของตระกูลเซ็นจูและอุจิฮะพลางพูดอย่างใจเย็นว่า :

"ตระกูลเซ็นจูเสื่อมถอยลง หลายคนในหมู่บ้านเชื่อว่าตระกูลเซ็นจูไม่ควรผูกขาดทรัพยากรมากมายเพื่อประโยชน์ของโคโนฮะ แต่ไม่มีใครถามว่าทำไมตระกูลเซ็นจูถึงเสื่อมถอยลง

และบรรดาผู้ที่ติดตามฉัน แม้บางคนอาจแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรือว่าพวกเขาก็มีความฝันของตนเองเช่นกัน ? จากเหตุผลของนาย หมายความว่าหากตระกูลซารุโทบิหรือนามิคาเซะประสบกับความโชคร้ายในอนาคต..."

"...บรรดาคนในตระกูลและลูกหลานของนาย ซึ่งไม่มีคุณค่ามากเท่าเดิมแล้ว ก็ควรถูกผลักดันไปอยู่ที่เขตชานของหมู่บ้านด้วยงั้นเหรอ ?"

มินาโตะนั้นไม่เข้าใจน้ำเสียงเยาะเย้ยนั้น เขายังคงไม่เข้าใจประเด็นของชิโร่อย่างถ่องแท้ ในขณะเดียวกัน ชิโร่ก็เยาะเย้ยในใจ เพราะรู้ว่าหัวใจของมินาโตะถูกบดบังด้วยเจตจำนงแห่งไฟที่ว่างเปล่าของโคโนฮะในปัจจุบัน

ทุกอย่างทำไปภายใต้ข้ออ้างว่า 'เพื่อโคโนฮะ' แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันเป็นเพียงหน้ากากปกปิดความเห็นแก่ตัวเท่านั้น

เมื่อ มินาโตะ เสียชีวิต ลูกชายของเขา นารูโตะ จะเปลี่ยนนามสกุลเป็น อุซึมากิ และทรัพย์สินของเขาและภรรรยาจะไม่ตกทอดไปยังทายาท นี่คือความหมายของ 'เพื่อโคโนฮะ'

สุดท้ายแล้ว นารูโตะก็จะต้องรู้สึกขอบคุณอยู่ดี มีเพียงคนอย่างนารูโตะผู้ซึ่งท้าทายตรรกะทุกอย่างเท่านั้นที่จะยอมรับเรื่องนี้ได้ คนปกติทั่วไปคงไม่มีวันเข้าใจว่าคุณคิดแบบนี้ได้ยังไง

"เมื่อ 30 ปีก่อน ตระกูลซารุโทบิ ชิมูระ ยามานากะ นารา... ตระกูลเหล่านี้เคยอยู่ที่นี่"

ชิโร่ยืนอยู่ขอบหน้าผาโฮคาเงะ ชี้ไปยังบริเวณรอบนอกของโคโนฮะก่อนจะหันนิ้วไปยังใจกลางหมู่บ้าน

"หัวใจของโคโนฮะคือตระกูลเซ็นจูและอุจิฮะ ตามมาด้วยตระกูลฮิวงะ แต่เมื่อโฮคาเงะรุ่นที่ 3 ขึ้นครองอำนาจ เขาก็ขยายอิทธิพลของตนภายใต้ข้ออ้างว่า 'เพื่อโคโนฮะ'

ตระกูลเหล่านี้ได้รับสิทธิพิเศษมานานกว่า 30 ปีแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาที่จะมีโฮคาเงะคนใหม่ พวกเขากลับชูธงแห่งความถูกต้องและอ้างว่า "เพื่อโคโนฮะ" อย่างนั้นเหรอ ?"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชิโร่ก็รู้สึกขำ เขาหันไปหามินาโตะด้วยสีหน้าเยาะเย้ย

"ถ้าโฮคาเงะรุ่นที่ 3 ทำแบบนี้ได้ตอนขึ้นครองอำนาจ ทำไมโฮคาเงะคนใหม่ถึงทำแบบเดียวกันไม่ได้ล่ะ ? ทำไมพวกเขาถึงไม่ใช้ข้ออ้างว่า 'เพื่อโคโนฮะ' เพื่อเสริมสร้างกลุ่มของตนเอง?"

"ไม่! ต้องมีวิธีที่ดีกว่านี้!"

สายตาที่แน่วแน่ของมินาโตะสบกับสายตาของชิโร่ แม้ว่าเขาจะไม่ปฏิเสธความผิดพลาดของโฮคาเงะรุ่นที่ 3 แต่เขาก็มีมุมมองของตัวเอง

"หลังจากได้เป็นโฮคาเงะแล้ว นายสามารถดำเนินการทีละขั้นตอนได้ ไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการที่รุนแรงแบบนั้น มันจะนำมาซึ่งความวุ่นวายให้กับหมู่บ้านเท่านั้น หากโคโนฮะตกอยู่ในความโกลาหล การพัฒนาจะหยุดชะงักและล้าหลังหมู่บ้านอื่นๆ จะเกิดอะไรขึ้นหากสงครามเกิดขึ้นอีกครั้ง ?"

มินาโตะไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม แต่ความหมายของเขานั้นชัดเจน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นสีหน้าแน่วแน่ของมินาโตะ ชิโร่ก็ส่ายหัวด้วยความผิดหวัง ช่างโง่เขลาและไร้เดียงสาเหลือเกิน

เขาหมดความสนใจที่จะสนทนาต่อแล้ว อุดมการณ์ของมินาโตะยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

มินาโตะวางแผนที่จะรักษาเสถียรภาพของโคโนฮะ โดยค่อยๆสืบทอดมรดกของโฮคาเงะคนก่อนมาอย่างช้าๆและมั่นคง เพื่อป้องกันความวุ่นวายใดๆในหมู่บ้าน

แต่สิ่งนี้ก็หมายความว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญใดๆเกิดขึ้นกับโคโนฮะ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความคิดของกลุ่มอนุรักษ์นิยม

จากมุมมองของพวกเขา ไม่ว่าจะเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือเหตุผลอื่นใด นี่เป็นวิธีการที่ปลอดภัยที่สุดอย่างแท้จริง

ท้ายที่สุดแล้ว วิสัยทัศน์ของพวกเขามีขอบเขตจำกัดอยู่แค่สิ่งที่พวกเขารู้จัก พวกเขาไม่เคยประสบกับการปฏิรูปครั้งสำคัญ และไม่เข้าใจว่ามีเพียงการเปลี่ยนแปลงเท่านั้นที่จะขับเคลื่อนความก้าวหน้าได้

การเปลี่ยนแปลงอาจนำมาซึ่งความยากลำบาก แต่ความหยุดนิ่งหมายถึงการหยุดอยู่กับที่ตลอดไป

"ตอนนี้ไม่ใช่แค่พวกเราเท่านั้น หมู่บ้านอื่นๆในโลกนินจากำลังจับตามองโคโนฮะอยู่ สัญญาณใดๆที่แสดงถึงความอ่อนแออาจเป็นต้นเหตุของความวุ่นวาย"

เมื่อเผชิญกับความเชื่อที่ไร้เดียงสาของมินาโตะ ชิโร่จึงส่ายหัวและโบกมือ เขานั้นหมดความสนใจในการสนทนาไปโดยสิ้นเชิง

"ความแตกต่างพื้นฐานของเรายังคงไม่สามารถประนีประนอมกันได้ ฉันเคารพและเข้าใจมุมมองของนาย แต่ช่วยอย่าเลียนแบบจิไรยะด้วยการบังคับให้คนอื่นยอมรับอุดมการณ์ของนายด้วย"

คำพูดที่สงบแต่แฝงไปด้วยการเยาะเย้ยของชิโร่ทำให้มินาโตะพูดไม่ออกและรู้สึกหมดหนทาง ทุกสิ่งที่มินาโตะพูดล้วนเป็นความพยายามที่จะรวมพลังกันเพื่อป้องกันความวุ่นวายในหมู่บ้าน

น่าเสียดายที่วิสัยทัศน์ของมินาโตะกลับทำให้โคโนฮะตกอยู่ในวังวนแห่งความหยุดนิ่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ชิโร่ปรารถนาที่จะก่อให้เกิดการปฏิวัติในโคโนฮะ และอาจรวมถึงโลกนินจาทั้งหมด ด้วยอุดมการณ์ของเขาที่ได้เข้าถึงผู้คนมากมายมานานหลายปี และตอนนี้ ผู้ที่ติดตามเขาก็คือบุคคลที่ยึดมั่นในความเชื่อนี้อย่างแน่วแน่

แล้วตอนนี้ คุณกำลังบอกพวกเขาว่าทั้งหมดนี้ก็เพื่อความมั่นคงของหมู่บ้าน... แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิม ? แล้วพวกเขาจะสนับสนุนคุณไปทำไม ? เพียงเพื่อจะได้ยืนอยู่เฉยๆ นอกหมู่บ้านต่อไปงั้นหรือ ?

"ความแตกต่างพื้นฐานระหว่างเราอยู่ที่นี่ : ตำแหน่งโฮคาเงะ โฮคาเงะรุ่นที่ 3 ได้อ้างสิทธิ์ในตำแหน่งนี้โดยชอบธรรมและโดยตรง! ส่วนนายมินาโตะ นายได้รับการนำพามาสู่ตำแหน่งนี้โดยโฮคาเงะรุ่นที่ 3 โดยถือธง 'เพื่อโคโนฮะ'

"แต่ฉัน! อุจิวะ ชิโร่! ฉันเดินเข้ามาทีละก้าว ร่างกายเปราะเปื้อนไปด้วยเลือด แบกรับอุดมการณ์แห่งการเปลี่ยนแปลงเพื่อทุกคน!"

เสียงอันหนักแน่นของเขาดังก้องไปทั่วหน้าผาโฮคาเงะ ในขณะนั้นเอง แสงแรกของดวงอาทิตย์ก็สาดส่องเหนือขอบฟ้า ส่องสว่างร่างของชิโร่ ทำให้ร่างของเขานั้นเปล่งประกายเจิดจรัส

"ตอนนี้ไม่ใช่ว่าฉันเลือกที่จะเป็นโฮคาเงะ แต่เป็นเหล่านินจาแห่งโคโนฮะต่างหากที่เลือกฉัน! สิ่งที่พวกนายเรียกว่าความล้มเหลวและความวุ่นวาย—ขอให้พวกนายรู้ไว้เลยว่านี่แหละคือความเป็นจริง!"

"ถ้าฉันล้ม ฉันก็จะลุกขึ้นมาใหม่ แต่ฉันจะไม่ล้ม เพราะด้วยดวงตาคู่นี้และด้วยซึนาเดะ เราถูกกำหนดให้ไปถึงจุดสูงสุด!"

ในขณะนั้น ใบหน้าของชิโร่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ความมั่นใจของเขาเปล่งประกายภายใต้แสงแดด

อย่างไรก็ตาม สำหรับมินาโตะ สิ่งเหล่านี้กลับยิ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่ไม่สั่นคลอนของชิโร่ มินาโตะพยักหน้าด้วยความมุ่งมั่นเช่นเดียวกัน

"ฉันเข้าใจ เราแตกต่างกันโดยพื้นฐานจริงๆ แต่เราทั้งคู่ต่างมุ่งมั่นเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของโคโนฮะ ฉันเองก็จะไม่ยอมแพ้เช่นกัน"

หลังจากนั้น เงาจำลองของนามิคาเซะ มินาโตะ ก็หายไปพร้อมกับเสียง "ปุ๊ฟ" เบาๆ

ชิโร่หรี่ตาลงขณะมองดู ชีวิตของมินาโตะเปรียบเสมือนบทละคร : เกิดมาเป็นสามัญชน จนกระทั่งได้รับการยอมรับผ่านความพยายามอย่างหนัก

เขาได้กลายเป็นศิษย์ของจิไรยะ แม้ว่าจิไรยะจะไม่อยู่บ่อยก็ตาม ความจริงแล้ว โฮคาเงะรุ่นที่ 3 ต่างหากที่เป็นผู้ชี้นำการเติบโตของมินาโตะด้วยตนเอง และด้วยการเติบโตภายใต้อิทธิพลของเขา มินาโตะจึงได้รับสืบทอดเจตจำนงของโฮคาเงะรุ่นที่ 3 มาด้วย

"ออกมาเถอะ นายเฝ้าดูมานานพอแล้ว"

ในขณะนั้น ชิโร่เหลือบมองไปด้านหลัง สายตาของเขาสงบนิ่งและไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ขณะที่เขาพูด

ปล.จากคนเขียน มินาโตะก็เหมือนกับนักการเมืองสมัยนี้แหละ ไม่พยายามเปลี่ยนแปลงอะไรเลย เอาแต่ทำตามกฎเดิมๆ

โปรดติดตามตอนต่อไป.

_______________

จบบทที่ EP.235

คัดลอกลิงก์แล้ว