EP.11
EP.11
EP.11
ณ โคโนฮะ
ที่ตระกูลเซ็นจู ห้องวิจัยทางการแพทย์ของซึนาเดะ
"ขีดจำกัดสายเลือดของเธอมันรู้สึกยังไงบ้าง ?"
“ร้อน! รู้สึกร้อน แถมยังเจ็บด้วย”
ในห้องทดลอง ซึนาเดะกำลังตรวจสอบขีดจำกัดสายเลือดที่เธอไม่รู้จักอย่างพิถีพิถัน ในขณะที่ชิโร่ก็ตอบคำถามทุกข้อที่เธอถามอย่างเชื่อฟัง
“เอาล่ะ หยุดได้แล้ว เซลล์ของเธอเริ่มจะสึกกร่อนแล้ว!”
หลังจากคำสั่งของซึนาเดะ ชิโร่ก็ขมวดคิ้ว ขณะที่อักขระต้องสาปที่มีสีดำราวกับเปลวเพลิงค่อยๆหายไปจากใบหน้าและครึ่งนึงของร่างกาย เมื่อเห็นเช่นนี้ ดวงตาของซึนาเดะก็เปล่งประกายด้วยความสนใจ
"เจ็บจัง! หลังจากที่ขีดจำกัดสายเลือกจางหายไป ผมก็รู้สึกเหมือนเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายกำลังเจ็บปวด"
เมื่อได้ยินดังนั้น ซึนาเดะก็หัวเราะออกมา
"ขีดจำกัดสายเลือดของเธอทำให้เกิดการปฏิเสธ ทุกครั้งที่เธอใช้มัน มันจะกัดกร่อนร่างกายของเธอ แม้ว่าการกัดกร่อนจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่หากมันเข้าครอบงำจนหมดสิ้น เธอจะสูญเสียความเป็นตัวเองไป"
"แน่นอนว่ามันขึ้นอยู่กับโชคของเธอด้วย"
ณ จุดนี้ ซึนาเดะดูเหมือนจะตรวจเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอนั่งลงอย่างสงบบนเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ๆ
"ถึงมันจะกัดกร่อนเธอ แต่ร่างกายของเธอก็กำลังปรับตัวเข้ากับพลังใหม่นี้เช่นกัน ตราบใดที่เธอไม่ใช้มันมากเกินไปหรือตายไปซะก่อน และด้วยความช่วยเหลือจากยา ฉันประเมินว่าภายใน 5-6 ปี โรคขีดจำกัดสายเลือดนี้ของเธอจะหายขาดอย่างสมบูรณ์..."
เมื่อฟังคำอธิบายอย่างมืออาชีพของซึนาเดะ ชิโร่ก็พยักหน้าอย่างเคารพ ในมุมมองของซึนาเดะซึ่งเป็นนินจาแพทย์ชั้นยอด อาการของชิโร่ได้รับการวินิจฉัยแล้วว่าเป็นโรคขีดจำกัดสายเลือด
"ขอบคุณครับ ท่านซึนาเดะ"
หลังจากหยดสุดท้ายจากสายน้ำเกลือเข้าสู่ร่างกาย ชิโร่ก็ดึงเข็มออกในที่สุด ฉากนี้ไม่ได้หลุดรอดสายตาของซึนาเดะ แม้ร่างกายของชิโร่จะดูอ่อนแรงไปบ้าง แต่เขาก็ยังลุกจากเตียงได้
“นี่คือบิลค่ารักษาครั้งนี้”
ทันใดนั้น ซึนาเดะก็โยนธนบัตรให้เขา ชิโร่เหลือบมองธนบัตรนั้น นัยน์ตาของเขาหรี่ลงด้วยความตกใจพลางอุทานว่า
"สอง... หมื่น 20,000 ?!"
ชิโร่เบิกตากว้าง เขารู้ว่าสารรักษาเพื่อคงสภาพเซลล์มันไม่ได้ถูก แต่ก็ไม่คิดว่าจะแพงขนาดนี้! ทว่าซึนาเดะกลับหัวเราะออกมา
"20,000 นี่แพงเหรอ ? นินจาแพทย์ที่เก่งที่สุดในโลกนินจาต้องปรุงยาให้เหมาะกับอาการของเธอโดยเฉพาะนะ ปริมาณของยาต้องแม่นยำ และเราต้องคอยติดตามการเปลี่ยนแปลงของร่างกายคุณตลอดเวลา เธอพอจะทราบไหมว่าแค่ตรวจร่างกายก่อนก็ต้องจ่ายเท่าไหร่ ?"
เมื่อต้องเผชิญกับเสียงหัวเราะของซึนาเดะ ชิโร่ก็ถึงกับพูดไม่ออก
20,000! ค่าจ้างจากภารกิจระดับ B ในโลกนินจาจ่ายแค่ประมาณ 80,000 - 200,000 เท่านั้น ยังไม่รวมส่วนที่หมู่บ้านต้องจ่าย ค่าอุปกรณ์นินจา และค่ารักษาพยาบาลหลังภารกิจ
(ตามข้อมูลการจ่ายเงินค่าทำภารกิจอย่างเป็นทางการในโลกนารูโตะ : ภารกิจระดับ D : 5,000–50,000 , ระดับ C : 30,000–100,000 , ระดับ B : 80,000–200,000 , ระดับ A : 150,000–1,000,000 และ ระดับ S : มากกว่า 1,000,000)
เมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงของชิโร่ แววตาของซึนาเดะก็ฉายแววขบขันออกมา ดูเหมือนว่าเธอจะทำให้ชิโร่กลัวสำเร็จแล้ว
“เพื่อเป็นการตอบแทนที่เธอได้ให้บริการต่อหมู่บ้าน ฉันจะช่วยคุณปรุงยาเป็นประจำ”
ก่อนที่ซึนาเดะจะพูดจบ ชิโร่ก็พยักหน้าอย่างจริงจังและตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง :
“ท่านซึนาเดะ ผมจะต้องตอบแทนคุณแน่นอนครับ”
ความมุ่งมั่นในแววตาของชิโร่ทำให้ซึนาเดะชะงักไปครู่นึง แต่เมื่อครุ่นคิดดูอีกทีมันก็สมเหตุสมผล ความคิดที่ดื้อรั้น นิสัยที่หยิ่งผยอง และความไม่เต็มใจที่จะเป็นหนี้ใคร นี่แหละคือแก่นแท้ของความเป็นอุจิวะ
พอคิดดูแล้ว ซึนาเดะก็อดรู้สึกปวดหัวไม่ได้ อุจิวะคนไหนที่ปลุกเนตรวงแหวนได้ก็ดูจะไม่ปกติเอาเสียเลย
พวกเขาทั้งหมดมีปัญหาในหัวของพวกเขา!
ในห้องพยาบาลอันเงียบสงบ ชิโร่ยืนขึ้นและโค้งคำนับอย่างเคารพ
"ฉันขอโทษนะครับ ท่านซึนาเดะ"
คำขอโทษนั้นดูเหมือนจะมาจากความรู้สึกผิดที่ลึกซึ้งของชิโระ
ขณะที่ชิโร่หันหลังเพื่อจะจากไป ซึนาเดะก็โยนม้วนกระดาษให้เขาอย่างใจเย็น จากนั้นก็ไขว้แขนเพื่อบังสายตาของเธอ
“นี่คือรายงานการวิจัยเกี่ยวกับ ขีดจำกัดสายเลือด ใหม่ของเธอ”
"ขอบคุณครับ ท่านซึนาเดะ"
หลังจากโค้งคำนับอย่างนอบน้อมอีกครั้ง ชิโร่ก็ออกจากห้องไป ประตูปิดได้ลงพร้อมกับเสียงเอี๊ยดอ๊าด และเมื่อเสียงฝีเท้าของชิโร่จางหายไป ซึนาเดะก็ลดความระมัดระวังลงในที่สุด
ในห้องอันเงียบสงบ ซึนาเดะค่อยๆนั่งไขว่ห้างเรียวขาเรียวยาวสง่า เผยให้เห็นรองเท้าส้นสูงสีดำและนิ้วเท้าเรียวเล็กดุจหยกที่ทาด้วยยาทาเล็บสีแดง เธอแกว่งเท้าไปมาอย่างเหม่อลอย ใบหน้าของเธอไม่ได้เต็มไปด้วยความโศกเศร้าจากการตายของนาวากิอีกต่อไป แต่กลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า
"ไอ้เด็กเหลือขออุจิวะนั่น และคนที่ซุ่มอยู่ในเงามืด..."
ซึนาเดะขมวดคิ้ว สายตาของเธอมองออกไปนอกหน้าต่างไปทางหน้าผาโฮคาเงะ โดยมีแววหงุดหงิดปรากฏบนใบหน้าของเธอ
"ตระกูลเซ็นจูเป็นสิ่งที่พวกเธอทุกคนกลัวมากจริงงั้นเหรอ ?"
ในขณะนั้น ซึนาเดะที่จ้องมองไปที่ผาหินโฮคาเงะรู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก
...
ณ ตระกูลอุจิวะ
ค่ายของตระกูลอุจิวะ
"ชิโร่ นายปลุกเนตรวงแหวนของนายได้แล้ว!"
หลังจากกลับถึงอาณาเขตของตระกูล ชิโร่ก็เป็นคนแรกที่บอกเล่าถึงการตื่นขึ้นของเขาคือมิโคโตะ และอย่างที่คาดไว้ เมื่อได้ยินข่าว มิโคโตะก็ตกใจก่อนจะยิ้มอย่างมีความสุข
"ชิโร่ ฉันรู้แล้ว! มันเป็นแค่เรื่องของเวลาเท่านั้นก่อนที่พรสวรรค์ของนายจะนำไปสู่การตื่นขึ้นของเนตรวงแหวนของนาย"
เมื่อเห็นรอยยิ้มตื่นเต้นของมิโคโตะ ชิโร่ก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจ ในโลกนี้ คนที่ดีใจอย่างแท้จริงที่เขาปลุกเนตรวงแหวนของเขาขึ้นมา คงมีแต่คนในตระกูลอุจิวะเท่านั้น
"พี่มิโคโตะ อย่าตื่นเต้นไปสิ นี่รายงานของท่านซึนาเดะ คราวนี้..."
ชิโร่ไม่ได้ปิดบังอะไรเลยขณะที่เขาอธิบายกระบวนการทั้งหมดในการปลุกเนตรวงแหวนของเขาให้มิโคโตะฟัง รวมถึงข้อเท็จจริงที่ว่าเขาปลุกขีดจำกัดสายเลือด 2 อย่างด้วย
ด้วยชื่อของอุจิวะ เขาไม่สามารถพึ่งพาใครอื่นได้ เขานั้นสามารถพึ่งพาได้แค่กลุ่มเท่านั้น
แล้วทำไมเขาถึงทิ้งตระกูลอันทรงเกียรติอย่างอุจิวะเพื่อไปเข้าข้างโฮคาเงะรุ่นที่ 3 ล่ะ เขาไม่ได้โง่นะ!
ตระกูลอุจิวะสามารถมอบสิ่งที่โฮคาเงะไม่เคยมอบให้เขาได้ ยิ่งไปกว่านั้น โฮคาเงะรุ่นที่ 3 ยังมองเขาเป็นแค่สายลับ 2 หน้าเท่านั้น
ภายในตระกูลอุจิวะ ตราบใดที่คุณแสดงความสามารถและความแข็งแกร่งของคุณ คุณก็สามารถมีทุกสิ่งได้
เพราะงั้นตั้งแต่แรกเริ่ม ชิโร่จึงไม่เคยคิดที่จะซ่อนขีดจำกัดสายเลือด 2 อย่างของเขาเลย เขาปรารถนาที่จะก้าวหน้า!
เขาสามารถได้รับทรัพยากรเพิ่มเติมได้โดยการก้าวหน้าเท่านั้น
“ขีดจำกัดสายเลือด 2 อย่าง!”
หลังจากฟังเรื่องราวของชิโร่และอ่านรายงานของซึนาเดะเกี่ยวกับขีดจำกัดสายเลือดความตกใจในตอนแรกของมิโคโตะก็กลายเป็นรอยยิ้มรูปจันทร์เสี้ยว
“ชิโร่!”
เมื่อถือรายงานไว้ สีหน้าของมิโคโตะก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นหลังจากความตื่นเต้นในตอนแรกของเธอ
“นายต้องการให้ฉันมอบรายงานเรื่องขีดจำกัดสายเลือดนี้ให้กับผู้อาวุโสหรือว่าขฉันควรส่งมอบให้กับหัวหน้าตระกูล ?”
หัวหน้าตระกูลหรือผู้อาวุโส ? นี่คือทางเลือกระหว่าง 2 ทาง หัวหน้าตระกูลคนปัจจุบันเป็นส่วนนึงของกลุ่มที่รักสันติมากกว่า ขณะที่ผู้อาวุโสเซ็ตสึนะ ผู้ซึ่งครั้งนึงเคยกล้าก่อกบฏก็เป็นส่วนนึงของกลุ่มหัวรุนแรงอย่างไม่ต้องสงสัย
ชิโร่เข้าใจเจตนาของมิโคโตะและยิ้มขณะพยักหน้า :
“พี่มิโคโตะ พี่ไม่เคยรอที่จะให้ผมปลุกเนตรวงแหวนของผมเลยเหรอ ?”
ทั้ง 2 ได้สบตากัน และมิโคโตะก็ยิ้มอย่างจริงใจ
มิโคโตะเป็นญาติทางสายเลือดเพียงคนเดียวของผู้อาวุโสเซ็ตสึนะและเป็นทายาทเพียงคนเดียวที่ได้รับอำนาจจากเขา
ในตระกูลผู้สูงศักดิ์เช่นอุจิวะ การสืบทอดสายเลือดถือเป็นสิ่งสำคัญ แต่คนๆนึงก็ต้องการความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะอ้างสิทธิ์ในสายเลือดนั้นด้วย
ถึงแม้มิโคโตะจะเป็นผู้หญิง แต่ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเธอซึ่งโดดเด่นด้วยเนตรวงแหวน 2 โทโมเอะ ทำให้เธอกลายเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ซึ่งชิโร่ก็คือพันธมิตรที่มิโคโตะต้องการ
ชิโร่ไม่ได้โง่ ถึงแม้ว่าผู้นำตระกูลคนปัจจุบันจะมีอำนาจมาก แต่ฝ่ายของผู้อาวุโสเซ็ตสึนะนั้นกลับซ่อนตัวอยู่ เห็นได้ชัดว่าการสนับสนุนเขาตอนนี้ย่อมได้เปรียบกว่าในภายหลัง
ส่วนพวกหัวรุนแรงนะเหรอ ?
ด้วยชื่อของอุจิวะ ชิโร่จึงไม่มีทางเลือกอื่น อีกอย่าง มีอุจิวะกี่คนที่ปลุกเนตรวงแหวนขึ้นมาได้ ที่ไม่ใช่พวกหัวรุนแรง ?
แม้ว่าผู้นำตระกูลจะมีอำนาจโดยรวมมากกว่า แต่อุจิวะผู้สูงศักดิ์ส่วนใหญ่ที่มีเนตรวงแหวนที่ตื่นแล้วกลับเข้าข้างฝ่ายหัวรุนแรง และเมื่อมีมิโคโตะอยู่เคียงข้าง ชิโร่ก็ยิ่งกระหายที่จะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม!
โปรดติดตามตอนต่อไป.
_______________