- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นคนชั่ว แต่ระบบดันกลัวจนเครื่องค้าง
- บทที่ 10 "...ผู้หญิงคนหนึ่งเสนอให้ผม ซึ่งเป็นผู้ชายที่มีลูกมีเมียแล้ว แกล้งเป็นแฟนเธอครับ"
บทที่ 10 "...ผู้หญิงคนหนึ่งเสนอให้ผม ซึ่งเป็นผู้ชายที่มีลูกมีเมียแล้ว แกล้งเป็นแฟนเธอครับ"
บทที่ 10 "...ผู้หญิงคนหนึ่งเสนอให้ผม ซึ่งเป็นผู้ชายที่มีลูกมีเมียแล้ว แกล้งเป็นแฟนเธอครับ"
บทที่ 10 "...ผู้หญิงคนหนึ่งเสนอให้ผม ซึ่งเป็นผู้ชายที่มีลูกมีเมียแล้ว แกล้งเป็นแฟนเธอครับ"
แค่ก แค่ก!
ลู่เจ๋อแสร้งไอออกมาสองที กลืนคำว่า "แฟนเธอ" ลงคอไป ในชาติก่อน เจ้าของร่างเดิมหย่าขาดจากภรรยาแล้ว และหยวนจือเจียวก็เสนอให้เจ้าของร่างเดิมแกล้งเป็นแฟนเพื่อช่วยเธอถอนหมั้น แต่ในชาตินี้ เขายังไม่ได้หย่า หยวนจือเจียวจึงทำได้แค่ขอให้เขาช่วยรับเลี้ยงดูเธอเท่านั้น
"ข้อเสนอที่ไร้สาระสิ้นดี" ลู่เจ๋อเอ่ยขึ้น "ผมอดสงสัยในเจตนาของคุณหนูหยวนไม่ได้จริงๆ"
ใบหน้าของหยวนจือเจียวยิ่งซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริกไม่หยุด "คุณลู่คะ ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น"
"คิดจะใช้ข้อเสนอแค่นี้มาแลกกับความร่วมมือ จะให้ผมเรียกว่าคุณหนูหยวนไร้เดียงสาหรือโง่เขลาดีล่ะ? อ้อ ผมลืมไป..." น้ำเสียงของลู่เจ๋อเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "คุณหนูหยวนไม่เคยทำงานมาก่อน จะไปรู้ได้ยังไงว่าข้อเสนอทางธุรกิจน่ะ ต้องผ่านการหารือ วิเคราะห์ และสรุปผลอย่างละเอียดถี่ถ้วน ถ้าเป็นคนนอก ก็ต้องมีการพิสูจน์ความสามารถด้วย ไม่มีผู้ช่วย ไม่มีผู้จัดการคอยซัพพอร์ต และไม่มีข้อมูลตัวเลขมายืนยัน แต่คุณหนูหยวนกลับกล้าเคลมว่าจะช่วยประหยัดงบได้ตั้งสามพันล้าน?"
"ฮ่าๆ! ในเมื่อผมได้เห็นข้อเสนอนี้แล้ว ต่อให้มันจะมีค่า แต่ตอนนี้ค่าของมันก็อยู่ในมือผมแล้ว คุณหนูหยวนยังจะมีประโยชน์อะไรให้ผมกอบโกยอีกงั้นเหรอ?"
ลู่เจ๋อโยนเอกสารข้อเสนอนั้นทิ้งออกไปนอกรถ "หรือคุณหนูหยวนจะหลงตัวเองคิดว่า แผนงานนี้ถ้าไม่มีคุณก็ทำไม่ได้? คุณคิดว่าคนในบริษัทผมกินเงินเดือนฟรีๆ กันหรือไง?"
หยวนจือเจียวยืนนิ่งงันอยู่กับที่ เอกสารข้อเสนอกองอยู่แทบเท้า เปียกปอนไปด้วยสายฝนจนดูขาดวิ่นและไร้ค่า ไม่ต่างอะไรกับศักดิ์ศรีของเธอที่ถูกเหยียบย่ำจนป่นปี้
เธออยากจะเถียงกลับใจจะขาด แต่รวบรวมแรงทั้งหมดแล้วก็ยังเปล่งเสียงไม่ออกสักคำ
"ถ้าคุณหนูหยวนคิดจะเอาตัวเข้าแลก ก็ควรไปเรียนรู้เรื่องความงามและการดูแลรูปร่างจากคนอื่นมาบ้างนะ วิธีตื้นๆ แบบนี้มันกระจอกเกินไป"
"คุณลู่!" หยวนจือเจียวเหมือนถูกจี้ใจดำ ถลึงตามองเขาอย่างกับแมวที่กำลังโกรธจัด "คุณปฏิเสธข้อเสนอของฉันได้ แต่อย่ามาดูถูกกันนะ!"
"ให้ผมเดานะ" ลู่เจ๋อยิ้มร้ายจนน่าขนลุก "เดี๋ยวคุณก็จะบอกว่าไม่มีที่ไป แล้วขอให้ผมพาไปค้างที่บ้านใช่ไหม?"
ดึกดื่นค่อนคืน หญิงสาวผู้โดดเดี่ยวในชุดเดรสสีขาวรัดรูปอวดเรือนร่าง ยืนไร้ที่ซุกหัวนอน... จุ๊ๆๆ... ลู่เจ๋อแทบอยากจะปรบมือให้กับการแสดงฉากนี้จริงๆ
ที่น่าขำก็คือ ในชาติก่อน เจ้าของร่างเดิมจำหยวนจือเจียวได้ และยอมตกลงรับข้อเสนอสุดไร้สาระนี้ แถมยังพาผู้หญิงคนนี้เข้าบ้านอีกต่างหาก
ยิ่งน่าขำไปกว่านั้นคือ ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ในเคสการเข้าซื้อกิจการหลังจากนั้น ผู้หญิงคนนี้กลับไร้ประโยชน์สิ้นดี ดีแต่สร้างปัญหา และต้องให้เจ้าของร่างเดิมคอยตามล้างตามเช็ดให้ทุกครั้งที่เกิดเรื่อง!
กระทั่งในตอนจบ พอถ่านไฟเก่าของหยวนจือเจียวหวนกลับมา เจ้าของร่างเดิมก็กลายเป็นแค่ตัวประกอบใช้แล้วทิ้งอย่างสมบูรณ์แบบ
ตรรกะพังพินาศอะไรขนาดนั้น!
น้ำตาผสมปนเปไปกับสายฝน ไหลอาบแก้มของหยวนจือเจียว ดวงตาเรียวรีเบิกกว้างด้วยความคับแค้นใจ "คุณลู่! อย่ารังแกคนที่ตกอับให้มากนักนะ! ฉันจะจำความอัปยศในวันนี้ไว้! วันหน้าฉันจะเอาคืนเป็นสองเท่า!"
รถยนต์แล่นผ่านไปอย่างรวดเร็ว สาดน้ำฝนใส่เธอจนเปียกโชก ไม่มีใครสนใจความทุกข์ระทมหรือคำสาบานของเธอ
ความอัปยศที่ฝังรากลึกเริ่มงอกงามขึ้นในใจของหยวนจือเจียว
ลู่เจ๋อกลับถึงบ้าน พูดคุยกับเกาซือชิงครู่หนึ่ง จูบราตรีสวัสดิ์เจ้าหญิงตัวน้อยของเขา แล้วจัดการประชุมทางวิดีโอต่อ ก่อนจะได้ล้มตัวลงนอนพักผ่อนในที่สุด!
ความปรารถนาข้อที่สองของเจ้าของร่างเดิมคือ ต้องการให้ท่านประธานล้มละลาย และให้ "แสงจันทร์ขาว" ของเขาไสหัวไปให้พ้นๆ
ตอนนี้ "แสงจันทร์ขาว" ถูกกำจัดไปแล้ว เหลือแค่ทำให้ท่านประธานล้มละลาย
เรื่องนี้มันออกจะ... น่าเบื่อไปหน่อย... เขาตัดสินใจว่าจะพาภรรยาสุดที่รักไปเที่ยวพักผ่อนก่อน หาที่สวยๆ บรรยากาศดีๆ ราคาไม่แพง ซื้อที่ดินสักสองแปลงแล้วปลูกบ้าน
การไปเที่ยวครั้งนี้กินเวลายาวนานผ่านไปกว่ายี่สิบประเทศ กว่าลู่เจ๋อจะพาภรรยาและลูกสาวกลับมา หยวนจือเจียวก็ถูกหลี่หนาน ท่านประธานหนุ่มถ่านไฟเก่าผู้ลึกลับตามตัวจนเจอ ทั้งสองผ่านเรื่องราวดราม่าน้ำเน่าเคล้าน้ำตา ทั้งความจำเสื่อม อุบัติเหตุรถชน และโรคร้ายรักษาไม่หาย แต่ในที่สุดก็ได้ลงเอยกัน
ทันทีที่ลู่เจ๋อกลับมา เขาก็เปิดตัวในฐานะบอสตัวร้าย ก่อตั้งบริษัทการลงทุนแห่งใหม่ขึ้นมาเพื่อทำสงครามแย่งชิงกิจการของตระกูลหลี่โดยเฉพาะ
ในชาติก่อน เจ้าของร่างเดิมมีทรัพย์สินเพียงครึ่งหนึ่งของตระกูลเกา ยังสามารถต้อนหลี่หนานจนมุมเกือบฆ่าตัวตาย จนหยวนจือเจียวต้องขโมยเอกสารลับของบริษัทเจ้าของร่างเดิมไปช่วยกู้สถานการณ์ แต่ในชาตินี้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับลู่เจ๋อที่มีทุนหนากว่าและวิธีการที่โหดเหี้ยมกว่า หลี่หนานจึงไม่มีโอกาสชนะเลยแม้แต่น้อย
บทที่ 15: ผู้ชายหงส์ที่ปากอย่างใจอย่าง (15)
หยวนจือเจียวไม่เคยคาดคิดเลยว่า เพียงแค่สามวันหลังจากแต่งงาน บริษัทของสามีเธอก็ล่มสลาย ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงสงครามแย่งชิงหุ้น เนื่องจากการขาดสภาพคล่อง เขาจึงกู้เงินนอกระบบในนามส่วนตัวจนล้มละลาย เธออายุเพิ่งจะยี่สิบต้นๆ แต่กลับต้องแบกรับหนี้สินนับสิบล้าน
ในขณะเดียวกัน ตระกูลหยวนที่เคยถูกท่านประธานรังแกมาตลอดก็พากันลิงโลดใจ ต่างพากันเหยียบย่ำซ้ำเติม หยวนจือเจียวรู้สึกขมขื่นไปทั้งใจ เธอร้องไห้ตลอดทางขณะถูกครอบครัวลากตัวกลับบ้าน บังคับให้หย่าขาด และจับแต่งงานกับพ่อม่ายที่เคยถูกบังคับให้แต่งงานด้วยในตอนแรก
เธอไม่เหลือคราบสาวเก่งวัยทำงานที่เคยไปยื่นข้อเสนอให้ลู่เจ๋ออีกต่อไป
ประธานหลี่หนาน: เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว? (อิหยังหว่า?) ไหนบอกว่าจะ "ร่วมทุกข์ร่วมสุข" กันไง?
ปีนี้ดูเหมือนจะเป็นปีแห่งการหย่าร้าง
ลู่เจ๋อสรุปเช่นนั้นเมื่อได้รับข่าวการหย่าร้างของหลินอีอี
หลินอีอีเกิดเปลี่ยนใจกะทันหันด้วยเหตุผลบางอย่าง เธอรู้สึกรับไม่ได้ที่สามีเลี้ยงผู้หญิงไว้ข้างนอกหลายคน และเธอยังต้องคอยสวมเขาครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อรักษาหน้าตาทางสังคม
ดังนั้น หลินอีอีจึงฟ้องหย่า
เหวินหรูเหิงเองก็เป็นคนรักหน้าตา พอเห็นว่าหลินอีอีเอาจริง เขาก็ยอมถอย ทั้งสองฝ่ายจ้างทนายความจัดการเรื่องทรัพย์สินตามสัญญาก่อนแต่งงาน เหวินหรูเหิงถึงกับยกวิลล่าเรือนหอให้หลินอีอีเพื่อรักษาภาพลักษณ์สุภาพบุรุษ
ดังนั้น การแต่งงานที่มีแต่ในนามนี้จึงจบลง
วันเวลาผันผ่าน กาลเวลาคือเครื่องพิสูจน์ที่ดีที่สุด ในที่สุดหลินอีอีก็สามารถปล่อยวางปมในใจวัยเด็กและยอมรับลู่เจ๋อได้
บริษัทของลู่เจ๋อเติบใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และผลงานภาพถ่ายของเกาซือชิงก็กวาดรางวัลระดับนานาชาติมากมาย จนกระทั่งในปีที่ทั้งคู่อายุครบสี่สิบปี เกาซือชิงถึงได้ล่วงรู้ความลับเรื่องข้อตกลงระหว่างลู่เจ๋อกับคุณนายเกา
ในวันเกิดครบรอบสี่สิบปีของเธอ เธอค้นพบว่าทุกสิ่งที่ลู่เจ๋อบริหารจัดการอยู่นั้น ได้ถูกโอนเป็นชื่อของเธอตั้งแต่ก่อนที่พวกเขาจะแต่งงานกันเสียอีก
ไหนล่ะคนขี้งก คนตระหนี่ถี่เหนียวที่เขาร่ำลือกัน?
คนพวกนั้นไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าเขาดีแค่ไหน
เกาซือชิงถือสัญญาฉบับนั้นเดินไปหาสามี ลู่เจ๋อผู้เก็บความลับอันยิ่งใหญ่นี้ไว้ พออายุมากขึ้น เขาก็เริ่มหันมาปลูกต้นไม้ดอกไม้เพื่อฝึกจิตใจ ตอนนี้เขากำลังดูแลดอกโบตั๋นอยู่ในสวน
เกาซือชิงยื่นสัญญาให้เขา "ฉันไม่ต้องการมันแล้วค่ะ"
"เด็กโง่" ลู่เจ๋อยิ้มอย่างเอ็นดู "เราแต่งงานกันมาตั้งนานแล้ว ของของเธอก็เหมือนของของฉัน ถ้าเธอรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม งั้นเธอก็ยกเกากระรุ๊ปให้ฉัน แล้วเรามาแลกกัน แบบนี้ก็หายกันแล้ว"
หลายปีมานี้ คุณนายและคุณท่านเกาต่างวางมือ และบริษัทก็อยู่ในการดูแลของลู่เจ๋อมานานแล้ว พูดง่ายๆ ก็คือขาดแค่การเซ็นโอนอย่างเป็นทางการเท่านั้น
เกาซือชิงตอบตกลงทันทีโดยไม่ต้องคิด "ตกลงค่ะ!"
ระบบ 616: ...วิธีจบภารกิจแบบนี้ มันไม่เหมือนที่จินตนาการไว้เลยแฮะ?
ไหนล่ะการยึดบริษัท? ไหนล่ะการบีบให้ท่านประธานล้มละลาย? ไหนล่ะฉากนองเลือดที่สัญญาไว้?
มันอุตส่าห์ตื่นเต้นรอมาตั้งยี่สิบกว่าปี แล้วผลลัพธ์คือแบบนี้เนี่ยนะ?
616 ทั้งงุนงงและห่อเหี่ยว
ในชาตินี้ ลู่เจ๋อมีชีวิตอยู่จนถึงอายุเจ็ดสิบปี หนึ่งปีหลังจากเกาซือชิงจากไป เขาก็มอบทุกอย่างให้ลูกสาวและจากโลกนี้ไปอย่างสงบ
ลู่เจ๋อกลับมายังมิติระบบและชงชาให้ตัวเอง 616 คำนวณคะแนน "โฮสต์ คุณได้รับคะแนนหมื่นแต้มจากการทำภารกิจสำเร็จ แต่เนื่องจากคุณทำผิดคาแรคเตอร์ไปบางส่วน จึงถูกหักสามพันคะแนน"
มือของลู่เจ๋อที่ถือถ้วยชาเกร็งขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มของเขาแฝงแววคุกคามแต่ยังคงไว้ซึ่งมารยาท "ผิดคาแรคเตอร์?"
เจ้า 616 ผู้ไร้เดียงสาไม่เข้าใจความหมายของรอยยิ้มนั้นเลยสักนิด เสียงของมันยังคงน่ารักสดใส "โฮสต์ เดี๋ยวฉันเปิดวิดีโอให้ดู แล้วคุณจะเข้าใจเอง"
ในงานไว้อาลัยของลู่เจ๋อ
ลู่หลิน ลูกสาวของเขา ยืนอยู่ต่อหน้าทุกคนและกล่าวว่า "ตั้งแต่หลายสิบปีก่อนจนกระทั่งพ่อจากไป มีหลายคนพูดว่าพ่อของฉันเป็นพวกชายเป็นใหญ่ ไม่ให้เกียรติแม่ และหวังฮุบสมบัติของตระกูลแม่ ข่าวลือและนิตยสารบันเทิงมักจะพูดถึงแม่ในทำนองว่าเป็นเหยื่อของการแต่งงานในสังคมชั้นสูง ที่ต้องอดทนทุกอย่างเพื่อรักษาหน้าตา"
"พ่อไม่เคยชอบแก้ตัวตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ในฐานะลูกสาว ฉันต้องขอบอกว่า ฉันไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนรักแม่เท่ากับพ่ออีกแล้ว ใช่ค่ะ ฉันกำลังพูดถึงคุณ สามีของฉัน คุณซ่ง คุณเทียบพ่อฉันไม่ติดฝุ่นเลย"
มีเสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นจากฝูงชน
ลู่หลินกล่าวต่อ "พวกคุณบอกว่าพ่อไม่ให้เกียรติแม่ แต่สิ่งที่พวกคุณไม่รู้คือ ปกติแม่ไม่ชอบเรื่องธุรกิจ แม่รักแต่การถ่ายภาพ เพื่อสานฝันของแม่ พ่อพาแม่เดินทางไปทุกมุมโลก บางที่ต้องนั่งเครื่องบินต่อรถ ต่อเกวียน แล้วเดินเท้าต่ออีกกว่าสิบกิโล ทุกภาพถ่ายที่มีลายเซ็น 'คุณนายเจ๋อ' ที่พวกคุณเห็น พ่อคือคนที่อยู่เคียงข้างแม่เสมอในตอนนั้น"
"พวกคุณบอกว่าพ่อขี้งกและโลภมาก แต่พวกคุณไม่รู้เลยว่าพ่อบริจาคสร้างโรงเรียนในชนบทปีละสิบแห่ง พวกคุณบอกว่าพ่อมีเจตนาแอบแฝงและไต่เต้าทางสังคมผ่านแม่ แต่พวกคุณไม่รู้ว่าทุกอย่างในบริษัทของพ่อเป็นชื่อของแม่ตั้งแต่ก่อนที่พวกเขาจะแต่งงานกันเสียอีก"
"พ่อผู้เป็นที่รักของฉัน ท่านสมควรได้รับความเคารพจากทุกคน ฉันรักแม่ ท่านเป็นคนอ่อนโยนและงดงาม เป็นคนที่เข้าใจพ่อที่สุด พวกท่านใช้ชีวิตคู่ที่มีความสุขตลอดมา และพวกท่านคือความภาคภูมิใจของฉัน เฉินเอ๋อ เซินเอ๋อ ลูกรักของแม่ แม่หวังว่าแม่จะเป็นความภาคภูมิใจของลูกเช่นกัน"
วันรุ่งขึ้น พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งของ Sohu, Toutiao News, Netease, Phoenix... ลงข่าวนี้กันครึกโครม
ลู่เจ๋อ: ...ไอ้ลูกไม่รักดี ตอนเขายังอยู่ก็เป็นก้างขวางคอความรักของเขากับภรรยา พอเขาตายไปแล้วยังจะมาทำลายคาแรคเตอร์เขาอีก!
ลู่เจ๋อถอนหายใจยาว เฮ้อ ช่างเถอะ ช่างเถอะ เขาไปสบายแล้ว จะย้อนกลับไปตีให้ตายก็คงทำไม่ได้
"ไปทำภารกิจต่อไปกันเถอะ" ลู่เจ๋อเอ่ย
..."ไอ้แก่เอ๊ย รนหาที่ตายหรือไง?"
ทันทีที่ลู่เจ๋อลืมตา เขาก็พบกับพายุหมัดและเท้าที่ประเคนเข้ามาไม่ยั้ง
ชายหนุ่มสามคนที่มีผมสีฉูดฉาดกำลังรุมล้อมเตะลู่เจ๋อ
ด้านหลังพวกเขา ชายผมเหลืองควงมีดพับในมืออย่างน่าหวาดเสียว ใบหน้าถมึงทึงดุร้าย
ช่างเป็นช่วงเวลาการข้ามมิติที่ยอดเยี่ยมจริงๆ... ลู่เจ๋อถอนหายใจ อดทนต่อความเจ็บปวด แล้วฉวยโอกาสคว้าข้อเท้าของชายคนหนึ่งแล้วกระชากอย่างแรง
ตุบ!
ชายผมขาวล้มคว่ำลงกับพื้น อีกสองคนตะลึงงัน ทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ ลู่เจ๋อรีบลุกขึ้นยืน ชกเข้าที่หน้าของชายผมเขียว แล้วคว้าแขนของชายคนสุดท้าย บิดจนได้ยินเสียง 'กร๊อบ' ไหล่หลุด
อย่างที่เขาว่ากัน คนอันตรายตัวจริงมักจะแต่งตัวดีใส่สูท ส่วนพวกที่มีรอยสักและย้อมผมสีเจ็บๆ มักจะเป็นแค่พวกกระจอก
ดังนั้น ชายสี่คนนี้จึงไม่ใช่โจรผู้ร้ายใจโหด แต่เป็นเพียงอันธพาลข้างถนนวัยเรียน ที่ปกติจะใช้แค่ไม้ไล่ตีกัน วิธีการจัดการเด็ดขาดของลู่เจ๋อที่บิดแขนจนหลุดแบบนี้ เป็นสิ่งที่พวกเขาเคยเห็นแต่ในละครทีวีเท่านั้น
พอมาเจอของจริงเข้ากับตัว พวกเขาก็ยืนบื้อทำอะไรไม่ถูก
ชายผมเหลืองที่ยังคงควงมีดพับอยู่ เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ยกมีดขึ้นชี้ด้วยมือสั่นเทา ขู่ว่า "แก... แก... แกจะทำอะไร?"
ลู่เจ๋อปาดเลือดที่มุมปากด้วยนิ้วหัวแม่มือ แล้วกระตุกยิ้มมุมปาก "ก็ต้องเอาคืนให้สาสมไงล่ะ"
"ฉันไม่กลัวแกหรอกเว้ย!"
ชายผมเหลืองตะโกนลั่นแล้วพุ่งเข้าใส่ลู่เจ๋อพร้อมมีด ลู่เจ๋อเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย คว้าข้อมือเขา ปลดอาวุธ และเตะเข้าที่ข้อพับเข่า บังคับให้ชายผมเหลืองคุกเข่าลงกับพื้น ตามด้วยเสียงกระดูกลั่นสองครั้ง แขนทั้งสองข้างถูกบิดจนหลุด
จากนั้นเขาก็หันไปมองอีกสามคน คนหนึ่งแขนหลุดนอนร้องโอดโอยอยู่กับพื้น ชายผมเขียวมึนงงจากหมัดของลู่เจ๋อ ส่วนชายผมขาวกำลังพยุงชายผมเขียวเตรียมจะหนี แต่ลู่เจ๋อก้าวเพียงไม่กี่ก้าวก็ตามทัน และเตะทั้งคู่กระเด็นกลับมาที่เดิม
ลู่เจ๋อเก็บมีดพับขึ้นมาจากพื้น คว้ามือของหนึ่งในนั้นขึ้นมา "นิ้วสิบนิ้ว จะตัดทีละนิ้วให้เจ็บปวดทรมานแต่เสียเวลา หรือจะตัดทีเดียวให้ขาดหมดเลยดีล่ะ!"
"ไม่เอานะ!" ชายผมขาวร้องไห้โฮ น้ำมูกน้ำตาไหลพราก "ลูกพี่ครับ ลูกพี่ ไว้ชีวิตผมด้วย! ผมจะไม่รังแกลู่เซียงอีกแล้วครับ"
ลู่เซียง?
ลู่เจ๋อยังไม่ได้รับความทรงจำในตอนนี้ จึงไม่ได้ตอบสนองต่อชื่อนั้น เขายิ้มแล้วตบหน้าชายผมขาวเบาๆ "ปีนี้อายุเท่าไหร่แล้ว?"
"สิบ... สิบหกครับ"
แม้ว่าลู่เจ๋อ...