- หน้าแรก
- เส้นทางเซียนข้ามมิติ
- บทที่ 21 นี่มันสมบัติล้ำค่าชัด ๆ
บทที่ 21 นี่มันสมบัติล้ำค่าชัด ๆ
บทที่ 21 นี่มันสมบัติล้ำค่าชัด ๆ
บทที่ 21 นี่มันสมบัติล้ำค่าชัด ๆ
“จะพนันอะไร” ฉินกวนถามเสียงเรียบ
“ก็ต้องพนันชนไก่สิ” เฉียนเซิ่งตอบทันที
“อ้อ แล้วพนันกันอย่างไรล่ะ”
คราวนี้เฉียนเม่าเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น “พวกเราแต่ละฝ่ายเตรียมไก่ชนของตัวเอง มาประลองกันอย่างยุติธรรม ใครลงเงินเดิมพันกับไก่ของตัวเอง ไก่ฝ่ายใดชนะ คนนั้นก็เป็นผู้ชนะ ว่าอย่างไร”
เฉียนเซิ่งรีบเสริม พร้อมสีหน้าดูแคลนยั่วยุ “ฉินกวน กล้าหรือเปล่า”
ฉินกวนมองปราดเดียวก็รู้ทัน สองพี่น้องนี่กำลังขุดหลุมรอเขาอยู่
เขากำลังจะปฏิเสธ ทันใดนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นในหัว
“ติ๊ง ระบบออกภารกิจชั่วคราว เอาชนะพี่น้องตระกูลเฉียนในการพนันครั้งนี้ จะได้รับรางวัล ภารกิจล้มเหลว ไม่มีบทลงโทษ ต้องการรับภารกิจหรือไม่”
หัวใจฉินกวนพองโตทันที
ตั้งแต่ทะลุมิติมาอยู่ในโลกโบราณนี้ก็ร่วมครึ่งเดือนแล้ว เขาเรียกระบบอยู่หลายครั้ง แต่ระบบก็ไม่เคยตอบ นอกจากให้ดูแผงสถานะเท่านั้น ตามที่ระบบเคยบอกไว้ หลังจากมอบภารกิจหลักแล้ว มันก็จะเข้าสู่โหมดหลับใหล
ตอนนี้จู่ ๆ กลับมีภารกิจชั่วคราวโผล่มา ฉินกวนรีบเรียกระบบ “แสงจันทร์” ในใจอยู่หลายรอบ แต่ก็ยังไม่มีการตอบสนอง สุดท้ายก็ได้แต่ถอนใจ ถอยออกจากระบบ
“รับภารกิจชั่วคราว”
พอได้สติกลับมา ก็รู้สึกว่ามีคนดึงแขนเสื้อเขาอยู่ ฉินกวนหันไปดู พบว่าเป็น “เฒ่าผู่” คนที่เพิ่งทักทายเขาไปก่อนหน้านี้
เฒ่าผู่อายุราวสามสิบกว่า เป็นเจ้าที่ดินผู้มั่งคั่ง บ้านมีร้านค้าในหางโจวหลายแห่ง ชอบมาสิงอยู่ที่นี่เป็นประจำ และสนิทกับฉินกวนพอสมควร
เฒ่าผู่กระซิบเสียงเบา “น้องฉิน ข้าขอเตือนไว้ก่อน อย่าไปรับคำพนันของพี่น้องตระกูลเฉียน ช่วงนี้เจ้าไม่มาเลยไม่รู้ พวกมันไปได้ไก่ชนระดับสุดยอดมาจากที่ไหนไม่รู้ หงอนแดง ขนสวย ดุร้ายยิ่งนัก ชนะมาแล้วหลายสนาม ไม่มีไก่ตัวใดต้านได้ ข้าว่าอย่าไปเสี่ยงเลย”
นี่แหละ…มิตรแท้
แต่เมื่อมีภารกิจจากระบบ พนันนี้ยังไงก็ต้องรับ
ฉินกวนขอบคุณเฒ่าผู่ ก่อนหันไปหาพี่น้องตระกูลเฉียนแล้วพูดเสียงดัง “ได้ พนันของพวกเจ้าข้ารับ แล้วจะเริ่มกันเมื่อไหร่”
ได้ยินดังนั้น สองพี่น้องก็ยิ้มกริ่ม มองหน้ากันอย่างรู้ใจ ไอ้โง่ตระกูลฉิน ดันเดินเข้ากับดักอีกแล้ว
รวมถึงเฒ่าผู่และคนที่สนิทกับฉินกวนอีกไม่กี่คน ต่างก็ถอนหายใจในใจ เห็นชัดว่าครั้งนี้ ฉินกวนคงโดนพี่น้องเฉียนหลอกอีกตามเคย
ส่วนคนอื่น ๆ ที่เหลือ กลับยิ่งสนุก เรื่องแบบนี้ยิ่งใหญ่ยิ่งดี หลังวันนี้คงมีหัวข้อคุยใหม่เพิ่มขึ้นอีก
เฉียนเม่ากล่าวขึ้น “ในเมื่อพี่ฉินรับแล้ว งั้นเปิดพนันเดี๋ยวนี้เลยก็ได้”
ฉินกวนแบมือ “แต่ข้าไม่มีไก่ชน”
เฉียนเซิ่งหัวเราะ “ก็เลือกเอาสักตัวจากในสนามนี่สิ”
ฉินกวนเริ่มเห็นความไร้ยางอายของสองพี่น้องชัดขึ้น จึงพูดอย่างหงุดหงิด “ถ้างั้นข้ายกเงินให้พวกเจ้าไปเลยดีไหม จะเอาหรือเปล่า”
เฉียนเซิ่งหัวเราะค้างไปชั่วครู่
เฉียนเม่าจึงเปลี่ยนเรื่อง “งั้นให้เวลาพี่ฉินครึ่งวัน วันนี้ยามเซิน (ประมาณบ่ายสาม) เรามาประลองกัน เป็นอย่างไร”
ยามเซิน… เวลากำลังพอดี
ฉินกวนพยักหน้ารับอย่างไม่ลังเล “ตกลง เช่นนั้นข้าไปเตรียมไก่ชน ยามเซินพบกัน”
เขาหันหลังจะเดิน แต่เฉียนเม่ากลับเรียกไว้ “เดี๋ยวก่อนพี่ฉิน ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง”
“เรื่องอะไร”
เฉียนเซิ่งแทรกขึ้นทันที “เงินเดิมพันล่ะ เท่าไหร่ดี”
ฉินกวนคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ยี่สิบก้วน”
นั่นแทบจะเป็นเงินทั้งหมดที่เขามีอยู่ ยี่สิบสองก้วน และสำหรับบ่อนพนัน ยี่สิบก้วนก็ถือว่าไม่น้อยแล้ว
“เชอะ——”
ทันทีที่ได้ยิน เฉียนเซิ่งก็หัวเราะเยาะออกมา สีหน้าเต็มไปด้วยความดูถูก
เฉียนเม่ากล่าวอย่างเหยียดหยาม “พี่ฉิน ไก่ชนของข้าเป็นถึงราชาไก่ ทุกครั้งที่ลงสนาม เดิมพันไม่ต่ำกว่าสองร้อยก้วน เจ้ากล้าเสนอแค่ยี่สิบก้วนเองหรือ”
ฉินกวนรู้สึกหงุดหงิด ถูกดูแคลนกันซึ่ง ๆ หน้าแบบนี้
เฉียนเซิ่งช่วยซ้ำ “ฉินกวน เจ้าเป็นบุตรของขุนนางกรมคลัง อย่าบอกนะว่าสองร้อยก้วนก็เอาไม่ออก”
ทุกคนมองออกทันที ว่าพี่น้องเฉียนไม่ได้คิดจะเอาแค่พนันเล็ก ๆ แต่ตั้งใจจะรีดให้หนัก
เอ้อเป่าดึงเสื้อฉินกวนแรง ๆ ส่งสัญญาณให้เขาอย่าตอบตกลง
แต่ฉินกวนกลับยิ้มบาง ๆ แล้วหันไปหาผู้จัดการสนามพนัน “ข้าจำได้ว่า ที่สนามนี้มีช่างประเมินของ ใช่ไหม”
ผู้จัดการรีบตอบ “ใช่ขอรับ คุณชายฉิน มีอะไรให้รับใช้หรือไม่”
“เรียกเขามา ข้ามีของให้ดูชิ้นหนึ่ง”
ทุกคนรู้ทันที ฉินกวนกำลังจะเอาของไปจำนำ
หลายคนอดถอนใจไม่ได้ วัยรุ่นเลือดร้อน…คราวนี้ตระกูลฉินคงเสียเงินอย่างน้อยสองร้อยก้วน
สองร้อยก้วนไม่ใช่เงินน้อย สิบก้วนซื้อที่นาได้หนึ่งหมู่ ยี่สิบก้วนซื้อม้าธรรมดาได้หนึ่งตัว สองร้อยก้วน เพียงพอให้ครอบครัวธรรมดาใช้จ่ายได้ทั้งปี
พี่น้องเฉียนยิ้มกว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความสมใจ
ไม่นาน ช่างประเมินของของบ่อนก็เดินเข้ามา บ่อนตระกูลจางในหางโจวมีอิทธิพลไม่น้อย เปิดทั้งบ่อนพนัน หอนางโลม และโรงรับจำนำ ครบวงจรแบบ “ล้มละลายที่เดียวจบ” ย่อมต้องมีช่างประเมินฝีมือดีอยู่มาก
ช่างประเมินเป็นชายชราราวห้าสิบกว่า ฉินกวนไม่พูดมาก เขายกชายเสื้อ ปลดจี้หยกที่เอว แล้วยื่นให้ช่างผู้นั้น
ช่างรับไปอย่างระมัดระวัง ตรวจดูอยู่นาน ก่อนยิ้มแล้วพูด “คุณชายฉิน นี่เป็นจี้แก้วหลิวหลีลายสิริมงคล ถือเป็นงานชั้นดี หากนำมาค้ำประกัน ข้าประเมินได้ราวสามร้อยก้วน”
ผู้คนรอบข้างได้ยินก็พากันอุทาน แค่จี้แก้วก็สามร้อยก้วนแล้ว ดูท่าว่าวันนี้เงินเดิมพันไม่ใช่ปัญหา
แต่ฉินกวนกลับส่ายหน้า
“ไม่ทราบว่าท่านแซ่ใด” เขาถาม
“แซ่ไช่” ชายชราตอบ
“ช่างไช่ ข้าว่า ท่านควรถือจี้ชิ้นนี้ไปที่หน้าต่าง แล้วยกขึ้นส่องกับแสงอาทิตย์ก่อน แล้วค่อยประเมินราคาใหม่จะดีกว่า” ฉินกวนกล่าวอย่างเรียบเฉย
“หา?” ช่างไช่อึ้งไปชั่วขณะ
เขากะพริบตา ก่อนเดินไปที่หน้าต่าง ยกจี้ขึ้นรับแสงแดด พอแสงส่องผ่านเข้าไป
ร่างของช่างไช่ก็แข็งค้างไปทันที
ทุกคนจ้องตาไม่กะพริบ ไม่รู้ว่าฉินกวนกำลังเล่นอะไร แต่เห็นช่างไช่ยกจี้ค้างอยู่อย่างนั้น ไม่ขยับเลย
เกิดอะไรขึ้น?
หรือว่า…ตาพร่าไปแล้ว?
ขณะที่บางคนกำลังจะเดินเข้าไปถาม จู่ ๆ ช่างไช่ก็ตะโกนลั่น
“สมบัติ! นี่มันสมบัติล้ำค่าชัด ๆ!”
เสียงตะโกนทำให้ทุกคนสะดุ้งตกใจ
ช่างไช่รีบเดินกลับมาหาฉินกวนอย่างตื่นเต้น “คุณชายฉิน ข้า…ข้าตาฝาดหรือไม่ ในจี้หลิวหลีชิ้นนี้ ตรงกลางมัน…มันมี”
ฉินกวนพยักหน้าเบา ๆ