- หน้าแรก
- เส้นทางเซียนข้ามมิติ
- บทที่ 4 เสน่ห์ในคราวล้มครั้งนั้น
บทที่ 4 เสน่ห์ในคราวล้มครั้งนั้น
บทที่ 4 เสน่ห์ในคราวล้มครั้งนั้น
บทที่ 4 เสน่ห์ในคราวล้มครั้งนั้น
ฉินกวนเดินเท้ามา แต่ตอนกลับได้นั่งรถม้า
รถม้านี้เป็นของเจิ้งต๋า ตัวรถกว้างขวางมาก นั่งกันสองคนก็ไม่อึดอัด ภายในตกแต่งอย่างหรูหรา ปูพรมผ้าไหม นั่งแล้วไม่โคลงเคลงแม้แต่น้อย เจิ้งต๋ายังหยิบถาดผลไม้แห้งออกมาจากกล่องข้างตัวอย่างกับเล่นกล
ส่วนเอ้อเป่า แน่นอนว่าไม่มีสิทธิ์ขึ้นรถ ได้แต่เดินตามด้านล่าง โชคดีที่มีเด็กติดตามของเจิ้งต๋าเดินเป็นเพื่อน
ภายในรถ เจิ้งต๋ายังคงบ่นไม่หยุด
“เส้าโหยว พี่ไม่ควรรับคำท้านั่นเลย เฉียนเม่านั่นเจ้าเล่ห์นัก พูดจาแต่ละครั้งมีเล่ห์เหลี่ยมทั้งนั้น ระวังจะตกหลุมมันเข้า”
“หลิ่วฉุนหยวนดูภายนอกสุภาพ แต่ความจริงใจคอคดนัก ตระกูลเขากับตระกูลพี่ไม่ลงรอยกันในราชสำนัก เขาคอยใส่ร้ายพี่อยู่ตลอด ชื่อเสียงเจ้าสำมะเลเทเมาของพี่ อย่างน้อยครึ่งหนึ่งก็มาจากปากเขา”
“ทั้งหมดก็โทษข้าเอง ไม่น่าชวนเจ้ามาดูฮวาไคว่เลย เฮ้อ…แล้วยังไปพนันเรื่องสอบเป็นซิ่วไฉอีก การสอบซิ่วไฉมันง่ายที่ไหน ข้าถูกพ่อเฆี่ยนอยู่ตั้งสามปี ทั้งจ้างอาจารย์ ทั้งติดสินบน กว่าจะสอบผ่านได้แทบตาย”
“ดูท่าคราวนี้ พี่คงต้องลงไปว่ายน้ำในทะเลสาบแล้วล่ะ ดีที่ยังมีเวลาอีกสามปี ช่วงนี้ฝึกว่ายน้ำให้เก่งหน่อยก็แล้วกัน”
ชายอ้วนพูดรัวเหมือนยิงปืนกล แต่ฉินกวนไม่สนใจเลย
เขาไม่คิดถึงเรื่องสามปีข้างหน้าแม้แต่น้อย เพราะสิ่งที่เขาคิดอยู่ตอนนี้คือ สองวันข้างหน้าจะเอาตัวยังไงดี
กลับไปจวนฉินที่เรียกว่าบ้าน คนก็ไม่รู้จักใครสักคน ต่างจากข้างนอก หากอยู่ไปไม่ถึงชั่วโมงก็อาจถูกจับพิรุธได้
หรือจะไปเร่ร่อนข้างนอกสองวันดีนะ ไม่กลับบ้านแล้ว…
ยังไม่ทันคิดจบ รถม้าก็หยุดลง
“คุณชาย ถึงจวนแล้วขอรับ” เอ้อเป่าร้องจากด้านนอก
ฉินกวนสะดุ้ง ยังคิดแผนไม่ทันเลย มาถึงซะแล้ว จะหนีก็ไม่ทันเสียแล้ว
เขาลงจากรถ ลาเจิ้งต๋า แล้วมองรถม้าค่อย ๆ เคลื่อนออกไป จากนั้นจึงก้าวเท้าหนักอึ้งเข้าไปยังจวนใหญ่
เมื่อเงยหน้ามอง เห็นประตูใหญ่สูงตระหง่าน ประตูทาสีแดงสด ประดับหมุดทอง หน้าประตูตั้งสิงโตหินคู่หนึ่ง ผนังแกะสลักลวดลายวิจิตร หลังคาก็ประณีตงดงาม แขวนโคมไฟสองข้าง เหนือประตูมีป้ายเขียนว่า “จวนฉิน”
กำแพงสูงราวสองเมตร ปูด้วยกระเบื้องดำ ด้านบนเป็นคลื่นขึ้นลง
ฉินกวนคิดในใจ นี่แหละบ้านข้า…ช่างใหญ่โตจริง
“ปั้ก ปั้ก ปั้ก!”
เอ้อเป่าก้าวขึ้นไปเคาะประตูแรง ๆ พร้อมตะโกน “ฉินเหลาซาน เปิดประตูหน่อย! คุณชายรองกลับมาแล้ว!”
“มาแล้ว มาแล้ว!”
เสียงตอบรับดังขึ้น ประตูเปิดออก ชายวัยสี่สิบกว่าในชุดบ่าวสีน้ำเงินรีบโค้งคำนับ “คุณชายรองกลับมาแล้วหรือ วันนี้กลับไม่ดึกเลยนะขอรับ”
เอ้อเป่ามองสีหน้าฉินกวนที่ไม่ค่อยดีนัก แล้วดุไปหนึ่งประโยค “เจ้าพูดมากจริง”
เอ้อเป่ารู้ดีว่าคุณชายถูกเยาะเย้ยในงานกวี แถมยังถูกท้าพนันสอบซิ่วไฉ ใจคงไม่ดีนัก จึงเงียบไป
ก้าวตามเข้าไป ข้ามธรณีประตูสูงเกือบหนึ่งฉื่อ ใครตัวไม่คล่องต้องระวังให้ดี
ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็แล่นวาบในหัวฉินกวน
ใช่แล้ว!
ขณะก้าวข้ามธรณีประตู เขาก้าวเท้าขวาผ่านไป แต่เท้าซ้ายกลับเกี่ยวเข้ากับขอบประตูอย่าง “บังเอิญ”
ร่างทั้งร่างพุ่งล้มลงกับพื้น
“อ๊าก——!”
หน้าผากกระแทกอิฐเขียวดัง “ปั้ก!”
เจ็บโคตร!
ฉินกวนหลับตา แผ่ร่างคว่ำเป็นรูปดาว ขาหนึ่งยังห้อยอยู่บนธรณีประตู ท่าล้มแบบโจวซิงฉือ ช่างอลังการเสียจริง
“คุณชาย! คุณชายเป็นอะไรหรือไม่!”
เอ้อเป่าร้องลั่น
ทั้งสองคนรีบเข้าไปพยุงเขาขึ้น พอพลิกตัวดู ต่างตกใจ หน้าผากบวมช้ำเขียวม่วง เเละฉินกวนก็หมดสติไปแล้ว
ต้องบอกว่าเขาลงมือกับตัวเองได้โหดจริง ล้มครั้งนี้ไม่เบา ตอนนี้ยังรู้สึกมึนอยู่เลย
ฉินเหลาซานจึงรีบตะโกนเสียงดัง “เร็วเข้า! คุณชายเป็นลมแล้ว!”
เสียงฝีเท้า เสียงตะโกน เสียงโกลาหลดังขึ้นทั่วเรือน
“เกิดอะไรขึ้น?”
“รีบตามหมอมา!”
เสียงหนึ่งที่สุขุมกว่าตะโกนสั่ง “โวยวายอะไรกัน! ฉินอัน ฉินเล่อ พาคุณชายกลับห้อง ฉินซี ไปเชิญหมอจิน บอกว่าคุณชายศีรษะกระแทก หมดสติ ให้รีบมา!”
“ตู้จวน ไปแจ้งฮูหยิน ส่วนคุณท่าน อย่าเพิ่งบอก นางรักคุณชายรองที่สุด เดี๋ยวจะเป็นห่วงเกินไป”
เมื่อมีคำสั่ง ทุกอย่างก็เป็นระเบียบ
ฉินกวนถูกอุ้มไปวางบนเตียง เขายังหลับตาแกล้งสลบอยู่
ไม่นาน เสียงของสาวใช้ก็ดังขึ้น “ฮูหยินมาแล้วเจ้าค่ะ!”
มืออุ่น ๆ ลูบตามร่าง เสียงหญิงวัยกลางคนแฝงความร้อนรนดังขึ้น “กวนเอ๋อร์ กวนเอ๋อร์ เจ้าเป็นอะไร”
ฉินกวนไม่กล้าขยับ
“รีบตามหมอ! ตามหมอจิน!”
“ไปแล้วขอรับฮูหยิน”
นางหันไปเห็นเอ้อเป่ายืนตัวสั่น จึงถามเสียงเข้ม “เอ้อเป่า เรื่องอะไร ทำไมคุณชายถึงบาดเจ็บเช่นนี้”
เอ้อเป่าหน้าซีด คุกเข่าลง “ตอนเข้าประตู คุณชายเหม่อลอย สะดุดธรณีประตู ศีรษะกระแทกพื้นขอรับ”
“เหตุใดถึงเหม่อลอย?”
เอ้อเป่าลังเล ก่อนเล่าเรื่องงานกวีทั้งหมด ทั้งถูกเยาะเย้ย ทั้งพนันสอบซิ่วไฉ
ฉินกวนฟังอยู่ในใจ เฮ้ย ข้าเป็นฝ่ายถล่มพวกมันนะ!
ฮูหยินกล่าวเสียงเย็น “เอ้อเป่า เจ้าดูแลคุณชายไม่ดี ลากออกไป ตีสิบไม้ เป็นเยี่ยงอย่าง”
ฉินกวนไว้อาลัยให้เอ้อเป่าในใจสามวินาที อดทนก่อนนะ เดี๋ยวข้าชดใช้ให้
ฮูหยินจับมือเขา พูดทั้งน้ำตา “กวนเอ๋อร์ พ่อกับพี่เจ้าไม่อยู่ เจ้าเที่ยวเล่นแม่ก็ไม่กล้าดุ เจ้าอย่าเป็นอะไรเลยนะ อย่าให้สมองกระทบกระเทือน”
ทว่าไม่นาน ก็มีเสียงรายงาน “ฮูหยิน หมอจินมาแล้วขอรับ”
“เชิญเข้ามาเร็ว!”