- หน้าแรก
- ทะลุมิติ แฟนฉันเป็นคนขี้เหงา
- บทที่ 2: จอมเผด็จการไร้รัก 2
บทที่ 2: จอมเผด็จการไร้รัก 2
บทที่ 2: จอมเผด็จการไร้รัก 2
"ทางที่ดีเธออยู่ให้ห่างจากเขาเข้าไว้"
ไป๋เชี่ยนเชี่ยนเอ่ยเสียงเครียด "ท่านประธานฟู่... เขาไม่ชอบให้ผู้หญิงเข้าใกล้"
จื่อซีพยักหน้าตอบรับ "อ้อ" ทันใดนั้นก็เกิดเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากหน้าแผนกเลขานุการ
ทุกคนเริ่มลุกขึ้นยืน ไป๋เชี่ยนเชี่ยนหันไปมองแล้วเลือดในกายก็เย็นเฉียบลงในทันที ฟู่เซินหรานยืนตระหง่านอยู่ตรงทางเข้าแผนก สายตากวาดมองไปทั่วสำนักงานราวกับเรดาร์ตรวจจับ
ร่างกายของไป๋เชี่ยนเชี่ยนตอบสนองไวกว่าความคิด เธอรีบนั่งยองๆ ซ่อนตัวเข้าไปในที่ว่างใต้โต๊ะทำงาน การถูกจองจำในชาติที่แล้วสอนให้เธอรู้ว่า: ห้ามถูกพบตัว ห้ามทำตัวโดดเด่น และห้ามกลายเป็นเหยื่อของเขาเด็ดขาด
"รายงานประจำไตรมาสไปถึงไหนแล้ว?"
สายตาของฟู่เซินหรานกวาดมองไปรอบแผนกการตลาด ก่อนจะเอ่ยถามพี่หวัง หัวหน้าเลขาฯ ที่ยืนอยู่ข้างๆ น้ำเสียงของเขาไม่ดังมากนัก แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนเงี่ยหูฟัง
พี่หวังรีบเปิดแฟ้มเอกสารทันที "เสร็จไปแปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วค่ะ คนรับผิดชอบรวบรวมข้อมูลคือ..."
"อืม"
จู่ๆ ฟู่เซินหรานก็ยกมือขึ้นขัดจังหวะ เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าจื่อซี สายตาที่มองลงมาอย่างวางอำนาจจับจ้องไปที่ศีรษะทุยสวยและผมชี้โด่เด่ดื้อรั้นเส้นหนึ่งที่ตกลงมาไม่ยอมเรียบ ใบหน้าของเธอดูอ่อนเยาว์น่ารัก สดใสและเจิดจ้า ราวกับแอปเปิลเขียวและแอปเปิลแดงสุกปลั่ง ผสมผสานกันจนน่าลิ้มลอง ยั่วยวนให้คนอยากทำผิดศีลธรรม
เขาจงใจปรับเสียงให้อ่อนลงเพื่อทักทาย "เด็กฝึกงานใหม่แผนกเลขาฯ เสิ่นจื่อซีใช่ไหม?"
"ใช่ค่ะ! สวัสดีค่ะท่านประธานฟู่!"
จื่อซีลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองสบตาฟู่เซินหรานตรงๆ ขณะตอบกลับ แต่แววตาของเธอกลับไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ อย่างที่ฟู่เซินหรานจินตนาการไว้ มีเพียงความไร้เดียงสาบริสุทธิ์ของนักศึกษาที่ไม่ถูกเจือปนด้วยอารมณ์อื่นใด
ไม่มีอาการหน้าแดง ไม่มีการตัวสั่น หรือแม้แต่จะแอบมองเขาด้วยสายตาพิเศษ ปฏิบัติต่อเขาอย่างเป็นกันเองราวกับคนธรรมดาทั่วไป
จู่ๆ ฟู่เซินหรานก็เบนสายตาไปที่กาน้ำเพื่อสุขภาพทางด้านซ้ายของโต๊ะ เอ่ยถามด้วยความสนใจ "ต้มชาอะไรอยู่?"
สีสันภายในกาดูสวยงามทีเดียว สดใสและเต็มไปด้วยชีวิตชีวาเหมือนกับเด็กสาวตรงหน้าไม่มีผิด
จื่อซีท่องส่วนผสมจากความทรงจำราวกับกำลังไล่รายการอาหาร "นี่เป็นชาสมุนไพรบำรุงเลือดลมค่ะ มีลำไย เก๋ากี้ พุทราจีน กุหลาบแห้ง..."
จ้องมองกาน้ำอยู่สองวินาที ฟู่เซินหรานก็ยื่นมือไปเคาะฝากาเบาๆ "ดูน่าอร่อยดีนี่ เอาไปส่งที่ห้องฉันแก้วหนึ่งสิ"
ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ฟู่เซินหรานก็ก้าวยาวๆ ออกไปจากบริเวณสำนักงาน มู่ยวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสั่งชาแบบเดียวกันอีกแก้วแล้วเดินตามเจ้านายออกไป
เขาไม่ได้สนใจชาสมุนไพรธรรมดาๆ หรอก แต่ถ้าท่านประธานฟู่บอกว่าน่าอร่อย ในฐานะผู้ช่วยคนพิเศษ เขาก็ต้องลองชิมดูสักหน่อย!
ทุกคนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกหลังจากบอสใหญ่มาตรวจตราแบบไม่ทันตั้งตัว โดยไม่รู้เลยว่าไป๋เชี่ยนเชี่ยนกำลังซ่อนตัวด้วยความหวาดกลัวอยู่ใกล้ๆ ร่างกายหดลีบอยู่ใต้โต๊ะทำงานราวกับพยายามจะฝังตัวเองลงไปในพื้น
แต่หลังจากฟู่เซินหรานจากไป ไป๋เชี่ยนเชี่ยนก็ทรุดตัวลงบนเก้าอี้หน้าคอมพิวเตอร์อย่างหมดแรง หินก้อนใหญ่ในใจถูกยกออกไปได้บ้าง แต่ความรู้สึกกลับสับสนปนเป
เขาเล็งเป้าไปที่จื่อซียัยผู้หญิงโง่คนนั้นจริงๆ ด้วย!
ในชาติที่แล้ว วิธีการทั้งหมดของฟู่เซินหรานถูกใช้กับจื่อซี ดังนั้นตอนนี้เธอปลอดภัยแล้ว!
แต่เธอยังวางใจไม่ได้
ไป๋เชี่ยนเชี่ยนมองจื่อซีที่กำลังต้มชาดอกไม้ด้วยแววตาซับซ้อน ในเมื่อหล่อนไม่ปฏิเสธ ก็แสดงว่าหล่อนต้องเต็มใจแน่ๆ
ในชาตินี้ จื่อซี เด็กสาวจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าคนนี้ ไม่มีทางหนีพ้นเงื้อมมือของฟู่เซินหรานได้หรอก ถ้าอย่างนั้น ชาตินี้เธอจะเป็นคนดูแลโม่เฉิงเอง!
ยังไงโม่เฉิงก็ชอบเธอมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เธอไม่ได้ขโมยชะตาชีวิตของจื่อซีสักหน่อย ตรงกันข้าม บางทีจื่อซีผู้น่าสงสารอาจจะได้เสพสุขกับความร่ำรวยที่ฟู่เซินหรานมอบให้ก็ได้
และในขณะนี้ ฟู่เซินหรานกำลังยืนอยู่หน้าแล็ปท็อปบนชั้นยี่สิบแปด ดูภาพจากกล้องวงจรปิดบนหน้าจอซ้ำไปซ้ำมา
ในภาพ หลังจากที่เขาเดินออกไป จื่อซีหยิบส่วนผสมชาดอกไม้ที่แบ่งใส่ถุงไว้แล้วออกมาจากกระเป๋าผ้าแคนวาสสีน้ำเงินเข้ม ใส่กลับลงไปในกาน้ำที่ล้างสะอาด แล้วเริ่มต้มชาใหม่อีกครั้ง
"น่าสนใจจริงๆ มารยาทดี แถมยังรู้จักต้มกาใหม่ให้ฉันด้วย" ฟู่เซินหรานพึมพำ ปลายนิ้วไล้ไปตามภาพของจื่อซีบนหน้าจอขณะที่เธอเริ่มทำงานอย่างตั้งใจ ราวกับว่าเขาสามารถสัมผัสแก้มป่องๆ ของเธอได้
[โฮสต์ เห็นคุณปรับตัวได้เร็วขนาดนี้ ผมก็ไปได้อย่างหมดห่วงแล้ว!]
[อืม]
โลกใบเล็กนับไม่ถ้วนพังทลายลงเพราะการกระทำของเหล่าตัวเอก ความเร็วในการฟื้นฟูของ 'วิถีสวรรค์' ในโลกใบเล็กตามไม่ทันความเร็วในการพังทลาย นางเอกไม่ยอมมีความสัมพันธ์ใดๆ กับพระเอกอีกต่อไป และปักใจเชื่อว่าความโชคร้ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับพวกเธอล้วนมาจากพระเอก
วิถีสวรรค์ของโลกใบเล็กไม่มีทางเลือก จำต้องดูแลนางเอก ยอมให้เธอเกิดใหม่หลายครั้งเพื่อคิดทบทวนและเลือกใหม่ แต่มันก็ไร้ประโยชน์ นางเอกยอมตายดีกว่ายอมจำนน
วิถีสวรรค์โกรธเคืองที่นางเอกไร้ใจสู้ จึงไม่อยากจัดการนางเอกอีกต่อไป และตัดสินใจที่จะเติมเต็มความปรารถนาของพระเอกแทน โดยมอบคนรักที่ซื่อสัตย์ภักดีให้แก่เขา
จื่อซีคือเด็กฝึกงานใหม่ที่สำนักงานทะลุมิติรับเข้ามา เพราะคำตอบในแบบสอบถามของเธอระบุว่าเธอไม่รังเกียจพระเอกที่มีนิสัยสุดโต่ง คลั่งรัก ยันเดระ และมีปัญหาทางอารมณ์ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เธอมายังโลกนี้เพื่อพระเอก เพื่อเปลี่ยนจุดจบของโศกนาฏกรรมความรักระหว่างเขากับนางเอก
เจ้าของร่างเดิมได้จากไปสู่โลกอื่นอย่างมีความสุขแล้ว เธอเพิ่งมาถึงวันนี้ในรูปลักษณ์ของตัวเอง และคนรอบข้างก็จะไม่รู้สึกผิดปกติใดๆ เพราะวิถีสวรรค์จะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย
ภารกิจในโลกนี้คือมอบความรักให้พระเอกอย่างหมดหัวใจ และยังมีความปรารถนาหนึ่งข้อจากเจ้าของร่างเดิม นั่นคือ การมีลูก
ในชาติก่อน เจ้าของร่างเดิมได้แต่งงานกับโม่เฉิง ภายนอกดูสมบูรณ์แบบ แต่โม่เฉิงไม่สามารถมีลูกได้ และไม่อนุญาตให้เจ้าของร่างเดิมมีลูกของตัวเอง หรือแม้แต่จะรับเลี้ยงบุตรบุญธรรม
ดังนั้น เรื่องลูกจึงกลายเป็นปมในใจของเจ้าของร่างเดิม
ทว่า ความปรารถนาของเจ้าของร่างเดิมกลับขัดแย้งกับสถานการณ์ของฟู่เซินหราน
พระเอกอย่างฟู่เซินหรานมีนิสัยอารมณ์ร้ายและโกรธง่าย มักจะไปต่อยมวยเป็นการส่วนตัวเพื่อระบายอารมณ์ ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากปัญหาสภาพครอบครัวในวัยเด็กที่โชคร้าย
เรื่องราวของพ่อแม่ฟู่เป็นนิยายน้ำเน่าระหว่างสาวจนกับทายาทเศรษฐีรุ่นสอง ตอนหนีตามกันไปครั้งแรกพวกเขารักกันดี แต่ความรักไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต พวกเขาเริ่มทะเลาะกัน โทษกันไปมา จนกระทั่งฟู่เซินหรานผู้เป็นลูกชายถือกำเนิดขึ้น แรงกดดันจากชีวิตต้องการทางระบาย และเป้าหมายทั้งหมดก็พุ่งตรงไปที่เด็กน้อยผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่
เซินหรานในวัยห้าขวบรู้ดีว่า เมื่อแม่ฉีดน้ำหอมที่ข้อมือเป็นครั้งที่สาม นั่นหมายความว่าวันนี้เขาจะถูกขังไว้ในตู้เสื้อผ้าอีกครั้ง
"เซินหราน แม่รักลูกนะ"
เธอกระซิบ ปลายนิ้วลูบไล้ใบหน้าอ่อนเยาว์ของลูกชาย "เพราะฉะนั้นลูกต้องช่วยแม่พิสูจน์ความรัก เข้าใจไหม?"
เซินหรานตัวน้อยพยักหน้าอย่างแข็งทื่อ
เขาคุ้นเคยกับขั้นตอนนี้ดี เพราะพ่อไม่กลับบ้าน แม่จึงขังเขาไว้ในตู้เสื้อผ้าห้องนอนใหญ่ แล้วโทรหาพ่อ ร้องไห้ฟูมฟายบอกว่าลูกชายหายตัวไป
เมื่อพ่อรีบร้อนกลับมาถึงบ้านด้วยความตื่นตระหนก แม่ก็จะอุ้มเขาออกมาจากตู้เสื้อผ้าอย่างสง่างาม ยิ้มแล้วบอกว่า "แหม ลูกแค่ซนเกินไป แอบเข้าไปเล่นซ่อนแอบข้างในน่ะ!"
ต่อมา พ่อเริ่มเบื่อหน่ายกับเกมของแม่ และมักจะลงมือตีเซินหรานตัวน้อยต่อหน้าแม่ ทำให้เขาไม่กล้าช่วยแม่โกหกพ่ออีก
ครั้งหนึ่ง เศษของแข็งที่ลอยมาบาดหน้าผากเขา เลือดอุ่นๆ ไหลหยดลงมาที่คาง เปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาวราวกับสร้อยข้อมือทับทิมเส้นเล็กๆ
อาการบาดเจ็บของเขาทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกันรุนแรงยิ่งขึ้น
"ดูสิว่าคุณทำอะไรลงไป!"
พ่อตะคอก ลูบหน้าผากเซินหรานตัวน้อย "คุณมันบ้า! คุณทนดูเด็กเจ็บตัวได้ยังไง?!"
ทว่าแม่กลับระเบิดหัวเสียงเราะออกมา นิ้วที่ทาเล็บสีแดงสดชี้มาที่เซินหรานตัวน้อย "เห็นไหม เซินหรานเลือดออกเพราะคุณ! นี่มันความผิดของคุณ ความผิดของคุณคนเดียว!"
คืนนั้น พ่อพาเซินหรานตัวน้อยออกไปข้างนอก พ่อดึงปึกธนบัตรออกจากกระเป๋าสตางค์ยัดใส่มือเขา "อย่าบอกแม่แกนะ"
จากนั้นก็หยิบอีกปึกหนึ่งออกมา "แล้วก็อย่าไปพูดจาเหลวไหลที่โรงเรียนด้วยล่ะ"
ตอนที่เซินหรานตัวน้อยก้มมองเงินในมือ เขาถึงได้สังเกตเห็นว่าแหวนแต่งงานของพ่อหายไปจากนิ้วนางข้างขวาเสียแล้ว