- หน้าแรก
- ยุคแห่งลอร์ด
- บทที่ 75 เรื่องปั๊มทหารไว้ใจหลิงหยุน, กินขาดทุกคนแบบไม่เห็นฝุ่น
บทที่ 75 เรื่องปั๊มทหารไว้ใจหลิงหยุน, กินขาดทุกคนแบบไม่เห็นฝุ่น
บทที่ 75 เรื่องปั๊มทหารไว้ใจหลิงหยุน, กินขาดทุกคนแบบไม่เห็นฝุ่น
บทที่ 75 เรื่องปั๊มทหารไว้ใจหลิงหยุน, กินขาดทุกคนแบบไม่เห็นฝุ่น
เวลานี้ หลิงหยุนก็เริ่มลงมือปฏิบัติการทันที
เชื่อมต่อเกาะกำเนิดของตัวเอง เข้ากับเกาะกำเนิดของลอร์ดประเทศซากุระเหล่านั้น
ใช่แล้ว คุณฟังไม่ผิด
การต่อสู้จบลงแล้ว
ลอร์ดประเทศซากุระพวกนั้น ยืนหยัดได้ไม่ถึงครึ่งทาง ก็ถูกเชือดทิ้งจนเกลี้ยง
ทหารทั้งหมดถูกกวาดล้าง
ตอนนี้ สนามรบทั้งสนามตกอยู่ในสภาพนี้
ตรงใจกลาง คือเกาะกำเนิดของหลิงหยุนที่โดดเดี่ยว
คั่นกลางด้วยพื้นที่ว่างเปล่า
วงแหวนรอบนอก คือเกาะกำเนิดของลอร์ดประเทศซากุระที่เชื่อมต่อกันอย่างหนาแน่น
เกาะพวกนี้ล้วนสูญเสียเจ้าของไปแล้ว
จากนั้น หลิงหยุนก็สั่งการบาร์บาร่าและโอเดน
“รีบขึ้นเกาะ ขนย้ายทรัพยากรที่มีประโยชน์ทั้งหมดกลับมา”
พูดจบ หลิงหยุนก็หันกลับมามอง
วิเวียนในเวลานี้ กำลังนำทัพแวมไพร์ไล่ล่าสังหารลอร์ดประเทศซากุระที่กำลังหลบหนี
เมื่อเห็นว่าศัตรูหนีไปไกลขึ้นเรื่อยๆ มุมปากของหลิงหยุนก็กระตุก
รีบติดต่อวิเวียนผ่านกระแสจิต: “เอาล่ะ พอเถอะ อย่าไล่จนจนตรอก กลับมาได้แล้ววิเวียน”
วิเวียนได้รับคำสั่ง ก็สั่งหยุดทัพทันที
นำกองทัพแวมไพร์ทั้งหมดบินกลับมา
พร้อมกันนั้น ก็รายงานความสูญเสียต่อหลิงหยุน
“นายท่าน การรบครั้งนี้ กองทัพแวมไพร์สูญเสียไปทั้งสิ้น 203,000 นายค่ะ”
“ขออภัยด้วยค่ะนายท่าน เป็นเพราะข้าบัญชาการไม่ดีพอ”
วิเวียนก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด
แวมไพร์สามล้านตน ปะทะกองทัพลอร์ดประเทศซากุระกว่าสี่ล้านนาย
สูญเสียไปสองแสนกว่า
อัตราความสูญเสียนี้ถือว่าต่ำมากแล้ว
อีกอย่าง ต่อให้เสียหายหนักกว่านี้แล้วจะเป็นไรไป?
อย่าลืมว่าหลิงหยุนยังมีตำหนักอมตะ
ยูนิตเผ่าอันเดดที่ตายไป สามารถฟื้นคืนชีพได้ทุกนาที ไม่มีปัญหา
เมื่อเห็นวิเวียนโทษตัวเอง
หลิงหยุนจึงปลอบโยน: “ไม่เป็นไร เรามีตำหนักอมตะ แวมไพร์ที่ตายไป ทั้งหมดสามารถฟื้นคืนชีพได้”
“ศึกนี้เธอต้องสู้กับเกาะกำเนิดประเทศซากุระกว่าสองพันเกาะ ทำได้ขนาดนี้ก็ยอดเยี่ยมมากแล้ว ไม่ต้องโทษตัวเองหรอก”
ได้ยินดังนั้น ความรู้สึกผิดในใจวิเวียนก็ลดลงไปไม่น้อย
จากนั้น ภายใต้คำสั่งของหลิงหยุน
เธอนำทัพแวมไพร์ เริ่มกวาดล้างทรัพยากรบนเกาะเหล่านั้น
แน่นอนว่า ในจำนวนนั้นยังมีลอร์ดประเทศซากุระ หรือทหารที่ยังมีชีวิตรอดหลงเหลืออยู่บ้าง
ลอร์ดผู้โชคร้ายเหล่านี้ ห้องโถงลอร์ดถูกทำลายไปแล้ว
ไม่เพียงสูญเสียสิทธิ์ในการฟื้นคืนชีพ
ยังสูญเสียสิทธิ์ในการควบคุมเกาะกำเนิดให้เคลื่อนที่
ดังนั้น สถานการณ์ของพวกเขาในตอนนี้คือ
ต่อให้รอดชีวิต แต่ก็ขับเกาะหนีออกไปไม่ได้
กองทัพของหลิงหยุนบุกขึ้นเกาะแล้ว
ที่รอคอยพวกเขาอยู่ มีเพียงจุดจบเดียว
นั่นคือความตาย!
ความจริงแล้ว หลิงหยุนก็ไม่ได้กะจะปล่อยพวกเขาไปอยู่แล้ว
คำสั่งที่ให้ไว้วิเวียนและคนอื่นๆ คือ เจอแล้วฆ่าทันที ไม่ให้เหลือรอด
ชั่วขณะนั้น บนเกาะประเทศซากุระที่เชื่อมต่อกันเป็นแพ ก็มีเสียงกรีดร้อง เสียงด่าทอ และเสียงร้องขอชีวิตดังระงมขึ้นมาอีกครั้ง
......
ในขณะที่หลิงหยุนยุ่งอยู่กับการกวาดล้างทรัพยากร
ณ น่านฟ้าแห่งหนึ่งที่ไม่มีใครรู้จัก
กลุ่มเกาะกำเนิดนับพันเกาะ ที่รวมตัวกันเป็นเกาะลอยฟ้าขนาดมหึมา
กำลังมุ่งหน้ามายังทิศทางของน่านฟ้าสีเขียวอย่างรวดเร็ว
บนเกาะลอยฟ้านี้ ปักธงสัญลักษณ์ดอกซากุระ
นี่คือฐานที่มั่นของพันธมิตรอุเมะคาวะ
เวลานี้ ภายในห้องโถงใหญ่ของพันธมิตรบนเกาะลอยฟ้า
ใบหน้าของอุเมะคาวะ ฟุกุอิ มืดมนจนน่ากลัว
ด้านล่างมีลอร์ดคนหนึ่งชื่อคาเมดะ อิจิโร่ กำลังรายงานผลการรบภายในน่านฟ้าสีเขียวครั้งนี้
“จากการรวบรวมข้อมูล ศึกนี้พวกเราสูญเสียลอร์ดไปทั้งสิ้น 1,852 คน”
“ในจำนวนนั้นมีลอร์ด 364 คนที่ห้องโถงลอร์ดถูกทำลาย ทำได้แค่รอความตาย หรือไม่ก็ฆ่าตัวตาย”
“ส่วนหลิงหยุน ความสูญเสียจากการรบไม่ถึง 10%”
ฟังรายงานจบ อุเมะคาวะ ฟุกุอิ ก็โกรธจัด
ปัดถ้วยชาในมือจนแตกกระจาย
“บากะ (ไอ้บ้า) เป็นพวกสวะกันหมด ถังข้าวชัดๆ สองพันกว่าคน สู้คนคนเดียวไม่ได้ แถมยังโดนฆ่ากลับมาตั้ง 90%”
“ลอร์ดประเทศซากุระของฉัน กลายเป็นขยะไปตั้งแต่เมื่อไหร่?”
คาเมดะ อิจิโร่ หดคอด้วยความกลัว แล้วพูดต่อ: “ท่านหัวหน้าพันธมิตร เรื่องนี้จะโทษพวกเขาไม่ได้หรอกครับ เป็นเพราะข้อมูลของเราผิดพลาดตั้งแต่แรก”
“ข้อมูลที่เราได้มา คือหลิงหยุนมีทหารบินแค่หลักแสน แต่ในความเป็นจริง ทหารบินที่แท้จริงของหลิงหยุน ไม่ต่ำกว่าสามล้าน และยังเป็นระดับหกทั้งหมด”
“ทหารบินระดับหกสามล้านนายเข้าร่วมรบ อิดะ อิริวและพวกพ่ายแพ้ ก็เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว”
อุเมะคาวะ ฟุกุอิ ได้ฟัง ก็ตกอยู่ในห้วงความคิด
จริงสิ อุเมะคาวะ ไนคู น้องชายบอกเองว่าหลิงหยุนมีทหารแค่แสนเดียว
ใครจะไปนึก ว่าอัจฉริยะคนหนึ่งที่เพิ่งเป็นลอร์ดได้แค่สิบกว่าวัน
จะมีทหารบินถึงสามล้านนาย?
เทพนิยายอาหรับราตรี (เรื่องเพ้อฝัน) ยังไม่กล้าแต่งแบบนี้เลยมั้ง!
เห็นอุเมะคาวะ ฟุกุอิ ตกอยู่ในห้วงความคิด คาเมดะ อิจิโร่ ก็พูดต่อ
“จากสถานการณ์ปัจจุบัน ผมสรุปความเป็นไปได้ไว้สองข้อ”
“ข้อแรก คือหลิงหยุนมีทหารบินสามล้านนายมาตั้งแต่แรกแล้ว ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้เอาจริง”
“ข้อสอง คือหลิงหยุนใช้เวลาสามวัน จากเดิมที่มีทหารบินแสนเดียว สามวันให้หลัง ทหารของเขาเพิ่มขึ้นเป็นสามล้าน”
คำพูดนี้หลุดออกมา อุเมะคาวะ ฟุกุอิ ถึงกับเบิกตากว้าง
พูดด้วยความโกรธ: “เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ลอร์ดคนเดียวจะเป็นไปได้ยังไงที่จะปั๊มทหารสองล้านกว่านายภายในเวลาสั้นๆ แค่สามวัน”
“ต้องรู้ก่อนนะว่า ในสนามรบระดับหนึ่ง แม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับท็อปของแต่ละประเทศ ทหารใต้สังกัดก็มีแค่ไม่เกินห้าหมื่นนาย นี่ยังเป็นยอดที่สะสมมาเป็นสิบปี ยี่สิบปีเชียวนะ”
สนามรบระดับหนึ่ง จำนวนลอร์ดรวมกันมีหลายพันล้าน
มีลอร์ดระดับสองเพียงไม่ถึงพันล้าน
แบ่งเป็นระดับหนึ่ง, ระดับสอง, ระดับสาม
ระดับหนึ่ง, สอง ขอข้ามไป พูดถึงระดับสาม
ลอร์ดระดับสาม คือเพดานของสนามรบระดับหนึ่ง
ลอร์ดระดับสามที่อ่อนแอที่สุด ปริมาณทหารจะอยู่ที่ประมาณสองถึงสามล้าน
ถัดมาคือระดับกลาง สามถึงห้าล้าน
สูงขึ้นไปอีก ห้าถึงสิบล้าน
ส่วนลอร์ดระดับสามที่มีทหารแตะหลัก 10 ล้านขึ้นไป ก็ถือว่าเป็นกลุ่มคนที่แข็งแกร่งที่สุดในสนามรบระดับหนึ่งแล้ว โดยทั่วไปจะเป็นหัวหน้าพันธมิตรใหญ่ของแต่ละประเทศ
แล้วก็มีพวกตัวตนระดับสัตว์ประหลาด ที่รั้งอยู่ในระดับนี้
เช่น อุเมะคาวะ ฟุกุอิ
เช่น เล่ยจ้าน
พวกเขาคือผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่งอันดับสองของประเทศตัวเอง
และก็เป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดของทั้งสนามรบระดับหนึ่งด้วย
ทหารใต้สังกัดมีมากถึงสามสิบล้านขึ้นไป
นี่คือรากฐานที่สั่งสมมาเป็นสิบปี ยี่สิบปี หรือนานกว่านั้น
ความจริงแล้ว ประเทศต่างๆ เพื่อปกป้องการเติบโตของลอร์ดมือใหม่ ไม่ให้ถูกประเทศอื่นรังแก
มักจะทิ้งผู้แข็งแกร่งระดับท็อป เอาไว้จำนวนหนึ่ง
ให้พวกเขาทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ในสนามรบระดับหนึ่ง
ปกป้องการเติบโตของลอร์ดประเทศตัวเอง
และความจริงแล้ว ลอร์ดเหล่านี้ได้ก้าวไปถึงมาตรฐานของสนามรบระดับสองนานแล้ว
แต่เพื่อรั้งอยู่ในสนามรบระดับหนึ่ง พวกเขาจึงชะลอไม่ยอมทะลวงขึ้นสู่ระดับสี่
พูดง่ายๆ ก็คือการ 'ดองเลเวล' ขอแค่ไม่ทะลวงระดับสี่
พวกเขาก็จะสามารถอยู่ในสนามรบระดับหนึ่งได้ตลอดไป
แต่จะไม่ได้รับค่าประสบการณ์ เลเวลไม่ขยับ ข้อจำกัดค่อนข้างเยอะ
กลับมาที่คาเมดะ อิจิโร่ เขาเห็นอุเมะคาวะ ฟุกุอิ ยังไม่เข้าใจประเด็นของเขา
จึงพูดต่อ: “ท่านหัวหน้าพันธมิตร ไม่ว่าหลิงหยุนเดิมทีจะมีทหารสามล้าน หรือปั๊มทหารมาได้สามล้านภายในสามวัน ทั้งหมดนั้นพิสูจน์ได้จุดหนึ่ง...”
“นั่นคือศักยภาพของหลิงหยุน น่ากลัวกว่าที่เราจินตนาการไว้มาก หรืออาจจะเกินกว่าความรับรู้ของพวกเราไปแล้วด้วยซ้ำ”
“ผมกลัวว่าไม่มีลอร์ดคนไหน ที่อยู่ในระดับขั้นเดียวกัน จะมีความเร็วในการเติบโตเท่ากับหลิงหยุน ตัวตนแบบนี้ เมื่อเติบโตขึ้นมาแล้ว...” คาเมดะ อิจิโร่ หยุดพูดเพียงเท่านี้
แต่อุเมะคาวะ ฟุกุอิ ก็เข้าใจความหมายของเขาแล้ว
ดวงตาเส้นเดียว กำลังเบิกโพลง
“ความหมายของแกคือ ต้องฆ่าเขาให้ได้?”
คาเมดะ อิจิโร่ พยักหน้า: “ใช่ครับ ผมขอเสนอให้ท่านหัวหน้าพันธมิตรรีบติดต่อผู้แข็งแกร่งจากประเทศอื่นๆ ให้ร่วมมือกัน”
“ต้องฆ่าหลิงหยุนให้ได้ การพึ่งพาแค่เราฝ่ายเดียว เกรงว่าจะไม่ไหว เพราะทางฝ่ายประเทศเซี่ยก็คงรู้ถึงศักยภาพของเจ้าหมอนี่แล้ว และคงคิดหาทางปกป้องเขาเต็มที่”
คำพูดนี้ ทำให้อุเมะคาวะ ฟุกุอิ ตกอยู่ในห้วงความคิดอีกครั้ง
ผ่านไปหลายวินาที เขาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว
“แกพูดมีเหตุผล ตัวตนแบบนี้เติบโตขึ้นมา สำหรับพวกเราแล้ว ไม่ต่างอะไรกับหายนะ”
ว่าแล้ว อุเมะคาวะ ฟุกุอิ ก็เปิดรายชื่อเพื่อนของตัวเอง
ข้างในมีกลุ่มแชทอยู่กลุ่มหนึ่ง
คนในกลุ่มมีไม่เยอะ แค่สิบกว่าคน
แต่มาจากประเทศที่แตกต่างกัน
มีทั้งประเทศซากุระ, ประเทศอินทรี, ประเทศเกาหลี, ประเทศจิงโจ้, ประเทศเยอรมันและลอร์ดที่แข็งแกร่งที่สุดของประเทศมหาอำนาจอื่นๆ เวลานี้ อุเมะคาวะ ฟุกุอิ เข้าไปในกลุ่ม แล้ว @สมาชิกทุกคน
“@สมาชิกทุกคน ออกมาหน่อย ฉันมีเรื่องสำคัญจะพูด”
ประโยคเดียว คนก็โผล่ออกมาทันที
ลอร์ดประเทศเกาหลีตะโกน: “ไอ้เวร อุเมะคาวะ ฟุกุอิ นิสัยโวยวายของแกนี่แก้ไม่หายจริงๆ นะ”
ลอร์ดประเทศอินทรี: “มีอะไร? คงไม่ใช่เรื่องที่ประเทศแกถ่ายทอดสดแล้วขายขี้หน้าหรอกนะ วางใจเถอะ พวกเราเห็นหมดแล้ว ขายหน้าจริงๆ”
ลอร์ดประเทศอินทรี: “ฮ่าฮ่า พูดถึงไลฟ์สด นี่มันตลกมากเลยนะ อุเมะคาวะ ฟุกุอิ ครั้งนี้แกเอาหน้าของประเทศซากุระไปทิ้งจนหมดสิ้นแล้วนะเนี่ย!”
เห็นคนพวกนี้เยาะเย้ยตัวเอง อุเมะคาวะ ฟุกุอิ หน้าดำคร่ำเครียด
ข่มความโกรธ แล้วพูดว่า: “ไอ้บ้า เรื่องนั้นไม่สำคัญ ที่สำคัญคือ ประเทศเซี่ยมีอัจฉริยะระดับปีศาจปรากฏตัวขึ้นมา พวกแกรู้ไหม...”
ว่าแล้ว อุเมะคาวะ ฟุกุอิ ก็นำบทวิเคราะห์ของคาเมดะ อิจิโร่ ส่งลงไปในกลุ่ม
ระหว่างนั้นยังใส่สีตีไข่เพิ่มไปอีกหน่อย
ตบท้ายด้วยประโยค: “หลิงหยุนคนนั้นเป็นแค่ลอร์ดมือใหม่สิบกว่าวัน แต่มีทหารนับล้านแล้ว พวกแกไม่กลัวเหรอ?”
“เมื่อปล่อยให้เขาเติบโตขึ้นมา จะกลายเป็นภัยคุกคามอย่างรุนแรงต่อพวกเราในสนามรบระดับหนึ่ง หรือพูดได้ว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จะกลายเป็นผู้พิทักษ์อีกคนของประเทศเซี่ย”
“ตอนนี้สถานการณ์ในสนามรบจักรวาลเป็นยังไง ฉันคิดว่าพวกเราคงรู้สถานการณ์ดีว่ามันตึงเครียดแค่ไหน”
คำพูดนี้ ทำให้ทุกคนในกลุ่มเงียบกริบ
พูดกันตามตรง อุเมะคาวะ ฟุกุอิ พูดถูก
ศักยภาพที่หลิงหยุนแสดงออกมา น่ากลัวเกินไป
ถ้าปล่อยไว้ไม่จัดการ
จะเป็นภัยคุกคามอย่างหนักต่อการพัฒนาของลอร์ดประเทศอื่นๆ ในสนามรบระดับหนึ่ง
ผ่านไปหลายนาที ลอร์ดประเทศอินทรีก็เป็นคนแรกที่ทำลายความเงียบ
“แล้วแกจะเอายังไง?”
แววตาของอุเมะคาวะ ฟุกุอิ ฉายแววอำมหิต พูดว่า: “ฉันขอเสนอ ให้พวกเราร่วมมือกันฆ่าหลิงหยุนในน่านฟ้าสีเขียว”
“แต่ผนึกของน่านฟ้าสีเขียวยังไม่คลาย เราซึ่งเป็นลอร์ดระดับสอง, สาม เข้าไปไม่ได้นะ!” ลอร์ดประเทศเกาหลีแย้ง
อุเมะคาวะ ฟุกุอิ หัวเราะเย็นชา: “งั้นก็ล้อมน่านฟ้าสีเขียวเอาไว้ ป้องกันไม่ให้หลิงหยุนหลบหนี”
“รอผนึกคลายเมื่อไหร่ เราก็บุกเข้าไป ฆ่ามันซะ”
“อีกอย่าง ในช่วงเวลานี้เรายังต้องจับตาลอร์ดประเทศเซี่ย ฉันได้รับข่าวมาว่า ลอร์ดระดับท็อปของพันธมิตรต้าเซี่ย กำลังมุ่งหน้าไปที่น่านฟ้าสีเขียว”
......
ฐานที่มั่นของพันธมิตรเสรีแห่งประเทศอินทรี
เอเชียสดูข้อเสนอที่อุเมะคาวะ ฟุกุอิ เสนอในกลุ่ม แววตาฉายแววเย็นเยียบ
ตบโต๊ะทันที: “ตกลง เอาตามที่แกบอก เราจะออกคำสั่งทันที ให้ลอร์ดที่อยู่น่านฟ้าใกล้เคียงกับน่านฟ้าสีเขียว ไปล้อมน่านฟ้าสีเขียวเอาไว้”
“ขอแค่ผนึกน่านฟ้าสีเขียวคลายออก เราจะบุกเข้าไปสังหารเขาทันที”
ประเทศอินทรีพูดแล้ว
ผู้แข็งแกร่งที่สุดของประเทศอื่นๆ ก็แสดงท่าทีตาม
“อาซีบาล นับฉันด้วย ฉันจะติดต่อลอร์ดประเทศเกาหลีแถวนั้น ให้ไปที่น่านฟ้าสีเขียวทันที”
“ประเทศจิงโจ้ของฉันก็เอาด้วย”
“ยังมีประเทศเยอรมัน ก็เอาด้วย”
อุเมะคาวะ ฟุกุอิ เห็นลอร์ดระดับท็อปของแต่ละประเทศแสดงท่าทีตอบรับ ในใจก็ลิงโลด
“ดีมาก มีหลายประเทศเข้าร่วมขนาดนี้ หลิงหยุนตายแน่ ประเทศเซี่ยก็ปกป้องมันไม่ได้”
“หลิงหยุน ล้างคอรอไว้ได้เลย”
ไม่นาน ภายใต้คำสั่งของผู้แข็งแกร่งที่สุดของแต่ละประเทศ
ลอร์ดจากนานาประเทศที่อยู่ใกล้น่านฟ้าสีเขียว
ต่างขับเคลื่อนเกาะกำเนิด เร่งความเร็วเต็มพิกัดมุ่งหน้าสู่น่านฟ้าสีเขียว
......
ทางด้านหลิงหยุน ผ่านไปห้าชั่วโมง
ในที่สุดเขาก็กวาดล้างเกาะประเทศซากุระสองพันกว่าเกาะจนเกลี้ยง
จะบอกว่าเหนื่อย ก็เหนื่อยเอาเรื่อง
ถ้าความคิดนี้ของหลิงหยุนไปเข้าหูลอร์ดคนอื่นเข้า
. . . .
คงต้องโดนทุบหัวแบะแน่
แม่งเอ๊ย บอกว่ารวยเละ คือแกใช่ไหม!
ตอนนี้มาบ่นว่ากวาดทรัพยากรเหนื่อยเกินไป ยังจะเป็นคนอยู่ไหม?
ไม่ทำตัวน่าหมั่นไส้จะตายไหม?
พอกลับถึงดินแดน หลิงหยุนก็รวมกองทรัพยากรทั้งหมดที่กวาดมาได้เข้าด้วยกัน
[อาณาจักรแห่งความตาย]
ลอร์ด: หลิงหยุน
เลเวล: 5
พันธมิตร: ไม่มี
จำนวนยูนิตทหาร: 3,329,000 / ∞
แท่นบูชายูนิต: ทหารโครงกระดูกระดับหนึ่ง, เนโครแมนเซอร์ระดับห้า, อัศวินอันเดดระดับหก, แวมไพร์ระดับหก, พลธนูโครงกระดูกเงาระดับเจ็ด, ปีศาจมายาฝันร้ายระดับแปด
ไม้: 59.86 ล้าน
หิน: 57.23 ล้าน
เหล็ก: 55.63 ล้าน
เหรียญทอง: 77.29 ล้าน
อาหาร: 49.63 ล้าน
สิ่งที่ต้องใช้ในการอัปเกรด: ไม้, หิน, เหล็ก *3000
ทรัพยากรพื้นฐานห้าชนิด ล้วนมีปริมาณสำรองหลายสิบล้าน
นี่คือการเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
แน่นอน การโจมตีดนแดนของลอร์ดคนอื่น คือช่องทางที่ได้รับทรัพยากรเร็วที่สุด ไม่มีวิธีอื่นเทียบได้
แน่นอน วิธีนี้มีเพียงหลิงหยุนคนเดียวที่ใช้ได้
เพราะ จะมีใครบ้าง ที่สามารถฉายเดี่ยวท้าชนดินแดนเป็นพันแห่งได้
ต่อให้ทำได้ แล้วความเสียหายล่ะ?
พวกเขารับไหวไหม?
หลิงหยุนไม่เหมือนกัน
ทหารตายเท่าไหร่ ก็ฟื้นคืนชีพได้ฟรี
พูดอีกอย่างคือ หลิงหยุนไม่มีทางมีความเสียหายจากการรบ
แถมทรัพยากรที่ได้มาครั้งนี้ ยังคงเป็นสูตรเดิม คือเอาไปปั๊มทหารทั้งหมด
เพราะการปั๊มทหาร คือวิธีเพิ่มความแข็งแกร่งที่เร็วที่สุด ไม่มีวิธีอื่น
แน่นอน เพราะลอร์ดคนอื่นจำนวนทหารที่จ้างได้ต่อวันมีจำกัด
ทหารที่จ้างออกมา ยังต้องกินต้องใช้
ปัญหาสองอย่างนี้ เมื่อมาอยู่ที่ตัวหลิงหยุน กลับได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์แบบ
พรสวรรค์ภัยพิบัติแห่งความตาย จ้างทหารอันเดดได้ไร้ขีดจำกัด
ต่อมาคือต้นทุนการเลี้ยงดู
ยูนิตทหารทุกตัว ต้องกินของกินทุกวัน
ยิ่งทหารเยอะ ยิ่งกินเยอะ
ลอร์ดที่มีทหารเป็นล้าน เป็นสิบล้าน ปริมาณอาหารที่ทหารกินทุกวัน คือจำนวนตัวเลขทางดาราศาสตร์
ดังนั้น ลอร์ดบางคนเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย จึงไม่กล้าจ้างทหารมากเกินไป เพราะเลี้ยงไม่ไหว
แต่หลิงหยุน ไม่มีปัญหานี้เลย
ทหารอันเดดไม่กิน
เขาเลี้ยงทหารโดยไม่มีต้นทุน
สรุปโดยรวม
ถ้าพูดเรื่องปั๊มทหาร หลิงหยุนกินขาดทุกคนแบบไม่เห็นฝุ่น
ก่อนจะปั๊มทหาร
อย่างแรก คือเอาทหารและอุปกรณ์บางส่วนที่กวาดมาจากดินแดนประเทศซากุระไปขาย
ปริมาณเยอะไม่ใช่เล่น
แต่ระดับชั้นไม่ค่อยสูง
อุปกรณ์ส่วนใหญ่เป็นระดับทองแดง, ระดับเงิน
ระดับทองแทบไม่มี
ส่วนทหาร ก็เป็นระดับหนึ่ง, สอง, สาม
ระดับสี่ขึ้นไปแทบไม่มี
ระดับชั้นพวกนี้ หลิงหยุนไม่แล
ดังนั้น จึงเอาขึ้นขายบนตลาดทั้งหมด
ขายอุปกรณ์ที่ไม่ใช้ ทั้งระดับทองแดงและเงิน รวมถึงทหารระดับหนึ่ง, สอง, สาม
สุดท้ายตั้งค่าผู้ซื้อให้เป็นลอร์ดประเทศเซี่ย
เพื่อให้ขายออกเร็วๆ หลิงหยุนยังส่งข้อความลงในช่องแชทประเทศเซี่ยอีกหนึ่งข้อความ
“ร้านค้าโครงกระดูก ลดกระหน่ำล้างสต๊อก ทหารและอุปกรณ์มีจำนวนจำกัด มาก่อนได้ก่อน”
พูดจบ หลิงหยุนก็กดวางขาย
วินาทีถัดมา
ลอร์ดมือใหม่ประเทศเซี่ยที่เห็นข้อความ ต่างพากันหลั่งไหลเข้ามาในร้านค้าโครงกระดูก
เมื่อเห็นอุปกรณ์และทหารหลากสีสันนับร้อยชิ้น พวกเขาก็อ้าปากค้าง