- หน้าแรก
- ระบบช่วยชีวิต บนเกาะมรณะ
- บทที่ 30 ไต้ฝุ่นมาเยือน
บทที่ 30 ไต้ฝุ่นมาเยือน
บทที่ 30 ไต้ฝุ่นมาเยือน
เวลาประมาณหกโมงเช้า หลีเย่ถูกพี่สาวปลุกให้ตื่นจากภวังค์ "เสี่ยวเย่ ตื่นเร็วเข้า ลุกได้แล้ว"
หลีเย่ไม่อิดออด พลิกตัวลุกขึ้นนั่ง หาวหวอดๆ พลางเดินโซเซไปเข้าห้องน้ำ
หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ เธอก็จัดการซดโจ๊กไปหนึ่งชาม ตามด้วยหมั่นโถวแกล้มยำแตงกวากับมันฝรั่งเส้นปรุงรสอีกสองลูก พอกินอิ่มท้องก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่า มีเรี่ยวแรงเต็มเปี่ยม
ทางด้านหลีฮวานั้นจัดการดูแลเจ้าตัวเล็กเรียบร้อยแล้ว ทั้งยังเตรียมตะกร้าและเคียวไว้พร้อมสรรพ พอเห็นหลีเย่กินอิ่มก็บอกปัดไม่ให้ห่วงเรื่องล้างจาน แล้วรีบชวนกันออกจากบ้านทันที
ท้องฟ้ายังไม่สว่างดีนัก เสียงคลื่นซัดสาดดังสนั่น ใบมะพร้าวลู่เอนไปตามแรงลม แม้กระแสลมจะค่อนข้างแรง แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่พอทนไหว สองพี่น้องไม่สนใจสิ่งรอบข้าง รีบมุ่งหน้าตรงไปยังแปลงเกษตรเพื่อเก็บเกี่ยว
ด้วยกลัวว่าจะเสียเวลา ทั้งคู่จึงไม่พูดพร่ำทำเพลงและไม่กล้าหยุดพักแม้แต่วินาทีเดียว แม้ใบข้าวสาลีจะบาดมือจนเจ็บแสบ แต่พวกเธอก็ไม่มีเวลามาใส่ใจ ได้แต่ก้มหน้าก้มตาเกี่ยวข้าวทีละกำมืออย่างต่อเนื่อง นี่คือเสบียงอาหารทั้งนั้น ต้องกอบโกยให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ฟ้าเริ่มสาง ลมกรรโชกแรงขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะประคองตะกร้าไม่อยู่ หลีเย่ตะโกนแข่งกับเสียงลม "พี่! กลับกันเถอะ!"
หลีฮวามองพืชผลที่เหลืออยู่อีกค่อนแปลงด้วยความเสียดาย ก่อนจะกัดฟันตัดสินใจ "กลับ!"
ทั้งสองช่วยกันลากตะกร้ากลับเข้าบ้านแล้วรีบลงกลอนประตูแน่นหนา พอนั่งลงได้ไม่นาน เสียงลมหวีดหวิว "วู้ว~ วู้ว~" ก็ดังคำรามมาจากด้านนอก ตามมาด้วยสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่ว โชคดีที่บ้านหินหลังนี้ยังคงตั้งตระหง่านไม่สะเทือน
ไต้ฝุ่นมาถึงเร็วกว่ากำหนดถึงสองชั่วโมง เคราะห์ดีที่พวกเธอรอดมาได้หวุดหวิดโดยไม่มีอันตรายร้ายแรง
สองพี่น้องถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่ผ่านพ้นภัยพิบัติมาได้ หลังจากนั่งพักครู่หนึ่ง หลีฮวาก็เข้าไปดูเจ้าตัวเล็กที่ยังหลับสนิท ก่อนจะกลับมาที่ห้องนั่งเล่นเพื่อปรึกษาหลีเย่เรื่องการจัดการกับข้าวเจ้าและข้าวสาลีที่เก็บมาได้
พวกเธอไม่มีเครื่องมืออะไรเลย หากจะใช้มือแกะเปลือกคงเหนื่อยสายตัวแทบขาด หลีเย่จึงเปิดระบบร้านค้าเพื่อหาวิธีแก้ปัญหา
เมื่อค้นหาในหมวดเครื่องมือ เธอก็เจอเครื่องนวดข้าว แต่ราคามันแพงหูฉี่ ตอนนี้เธอกำลังถังแตก ไม่มีปัญญาซื้อแน่นอน
ทันใดนั้นเธอก็นึกถึงจี้เฉินปินขึ้นมาได้ ไหนๆ ก็ติดหนี้เขาอยู่แล้ว รบกวนเพิ่มอีกสักเรื่องจะเป็นไรไป เหมือนกับสุภาษิตที่ว่า 'จะถอนขนแกะก็ต้องถอนจากตัวเดิม' นั่นแหละ เธอจึงตัดสินใจลองเสี่ยงดู
หลีเย่เปิดช่องแชทส่วนตัวแล้วก็พบว่าจี้เฉินปินส่งข้อความมาทิ้งไว้ก่อนแล้ว
จี้เฉินปิน: "เสี่ยวเย่ ทางนั้นเป็นไงบ้าง? ปลอดภัยไหม? เห็นข้อความแล้วตอบด้วย!"
หลีเย่: "พวกเราปลอดภัยดี ต้องขอบคุณแต้มที่ให้ยืมด้วย ตอนนี้พวกเราอยู่ในบ้านหิน ปลอดภัยหายห่วง!"
จี้เฉินปิน: "ปลอดภัยก็ดีแล้ว ไม่ต้องขอบคุณหรอกน่า"
หลีเย่คิดในใจ 'แต่ฉันยังมีเรื่องต้องรบกวนนายอีกนี่สิ!' เธอรวบรวมความกล้าถามกลับไป "พืชผลที่นายปลูกเก็บเกี่ยวหมดหรือยัง?"
จี้เฉินปิน: "เรียบร้อยแล้ว ทางนี้คนเยอะ ช่วยกันแป๊บเดียวก็เสร็จ"
หลีเย่: "แล้ว... นายจัดการแปรรูปยังไงเหรอ?"
จี้เฉินปิน: "ฉันมีเครื่องจักรครบชุด ส่งของเธอมาสิ เดี๋ยวฉันจัดการให้ แป๊บเดียวก็เสร็จ"
หลีเย่: "งั้นฉันไม่เกรงใจนะ!" ว่าแล้วเธอก็รีบส่งของไปให้เขาทันที
จี้เฉินปิน: "มันต้องอย่างนี้สิ!"
หลีฮวาเดินออกมาจากห้องน้ำ เห็นหลีเย่นั่งยิ้มหน้าบานเป็นจานเชิง "ดีใจอะไรขนาดนั้น?"
"พี่! จี้เฉินปินช่วยเราสีข้าวได้ หนูส่งไปให้เขาหมดแล้ว!" หลีเย่บอกอย่างร่าเริง
"เยี่ยมไปเลย!" หลีฮวาเห็นด้วย แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าน้องสาวเธอจะยิ้มกว้างเกินเหตุไปหน่อยไหม ยัยเด็กบ๊องเอ๊ย
"วันนี้วันดี~ สมดั่งใจปอง~" หลีเย่ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีราวกับนกน้อย ความขุ่นมัวจากการเสียพืชผลไปครึ่งแปลงมลายหายไปจนหมดสิ้น
หลีฮวามองน้องสาวด้วยสายตาเอ็นดู หากน้องสาวยังรักษารอยยิ้มแบบนี้ไว้ได้ก็นับเป็นเรื่องดี
เพียงไม่กี่นาที ยังไม่ทันที่หลีเย่จะปิดหน้าจอโฮโลแกรม จี้เฉินปินก็ส่งเสบียงที่แปรรูปเสร็จเรียบร้อยกลับมา
เพื่อนของคุณ 'จี้เฉินปิน' ได้มอบของขวัญให้คุณ: "ข้าวสาร 200 จิน, แป้งสาลี 150 จิน, รำข้าว 60 จิน, ฟางข้าวสาลี 10 มัด, ฟางข้าวเจ้า 20 มัด ยืนยันการรับหรือไม่?"