เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Path to : ตอนที่ 2 - ข้าไม่ได้โตขึ้นจากความกลัว!

Path to : ตอนที่ 2 - ข้าไม่ได้โตขึ้นจากความกลัว!

Path to : ตอนที่ 2 - ข้าไม่ได้โตขึ้นจากความกลัว!


เส้นทางสู่สวรรค์ ตอนที่ 2

ตอนที่ 2 – ข้าไม่ได้โตขึ้นโดยความกลัว

“สิบสามหินจิตวิญญาณระดับต่ำของข้า!”

“…”

ตอนกลางดึก มีเสียงร้องแสดงความเสียใจจากบ้านหินเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกของเมืองจิตวิญญาณสูงส่ง

ไร้ซึ่งการตกแต่งใดๆ มันเป็นเพียงบ้านหินหยาบๆ ในขณะที่บนผนังใกล้เตียงประกอบไปด้วยภาพวาดหลายภาพ ความงามเพียงหนึ่งถูกวาดลงบนภาพวาดเหล่านี้ ท่าทางที่อ่อนช้อย รูปร่างที่สง่างามจนน่าตกใจ ผิวกายที่ขาวราวกับหิมะ ภาพเหล่านี้ถูกวาดด้วยความประณีต วาดได้ดีจนเหมือนมีชีวิตจริงๆ หญิงงามที่มองดูราวกับกำลังเคลื่อนไหว มันคงจะดีไม่น้อย หากนางสามารถออกมาจากภาพวาดนั้นได้ นอกจากนั้น ภาพวาดเหล่านั้นเปล่งแสงสลัวทำให้มันดูทรงคุณค่า เพียงแต่บริเวณช่วงอกของหญิงสาวถูกย้อมด้วยสีเทาเล็กน้อย

ภายในบ้านหินมีคนผู้หนึ่งโห่ร้องราวกับมารดาของเขาเสียชีวิต เขาสวมใส่เสื้อผ้าหยาบ การปรากฏตัวของเขาถือได้ว่าไม่เลวร้ายเท่าไรนัก เขาคือเหว่ยเส้า ผู้ที่ได้ต่อสู้กับกิ้งก่าเกาะหินที่หุบเขาทรายเหลืองเมื่อไม่นานมานี้

เหตุผลที่ว่าทำไมเหว่ยเส้าถึงได้ร้องตะโกนเช่นนี้นั้นเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้ เมื่อครั้งที่เขาขายมาร์เตนสีขาวลายแถบสีดำคล้ายกับมาร์เตนสายลมทมิฬที่ตลาดเสรีย่านตะวันออก เขาได้พบชายคนหนึ่งสวมใส่เสื้อผ้าธรรมดากำลังประกาศขายโถหยกสีดำอย่างมุ่งมานะ

โถหยกสีดำนี้มีสีดำสนิทมีแสงสีดำส่องสว่าง แสงสีดำนั้นดูลึกลับเป็นอย่างมาก มีสัญลักษณ์แสดงถึงความเก่าแก่เล็กน้อยดูลึกซึ้งอยู่ที่โถหยกสีดำ จากมุมมองของคนๆหนึ่งโถหยกสีดำนี้น่าจะเป็นสมบัติเวทย์ที่ทรงพลัง

หลังจากได้ต่อรองราคากับผู้ขาย เหว่ยเส้าซื้อโถหยกสีดำทันทีด้วยสิบสามหินจิตวิญญาณระดับต่ำ เมื่อเขาเดินกลับบ้านก็ต้องดีใจ นั้นเป็นเพราะว่าสมบัติเวทย์ระดับจิตวิญญาณสามัญมีค่ามากกว่าสิบสามหินจิตวิญญาณระดับต่ำ ขณะที่เหว่ยเส้ากำลังเดินกลับฝนก็ได้ตกลง เมื่อเขากลับถึงบ้าน เขาก็นำโถหยกสีดำออกจากกระเป๋า โถหยกสีดำกลายเป็นโถหยกสีเทาด่างทันที สีชั้นนอกของโถหลอกหลุดออก ดูเหมือนว่ามันจะถูกทำมาจากยางไม้ชนิดหนึ่ง

แม้ว่าจะเป็นสมบัติเวทย์ของปลอม แต่มันก็ยังเป็นโถหยกอยู่ดี! มันดูคล้ายกับถูกสร้างขึ้นมาจากโถสีเทาด่างปกคลุมไปด้วยสีชั้นนอกหลายสีที่สามารถล้างออกได้ด้วยน้ำฝน

แต่สิ่งที่เหว่ยเส้ารับไม่ได้มากที่สุดคือความจริงที่ว่ามีรอยแตกหักสองเส้นอยู่

บนโถใบนี้ เมื่อชั้นนอกสุดถูกล้างออกทั้งสองรอยแตกจึงมองเห็นได้อย่างชัดเจนมากขึ้น

อย่างไรก็ดี เขาไม่เข้าใจทำไมสัญลักษณ์เหล่านี้และงานเขียนบนโถถึงได้เป็นของจริง ยิ่งไปกว่านั้นหากเจ้าสิ่งนี้เป็นสมบัติเวทย์ มันก็ควรจะไร้ค่าในทันทีเมื่อมันพังเสียหายไปแล้ว นอกจากนี้เหว่ยเส้ายังได้ลองส่งถ่ายพลังแห่งสัจธรรมไปให้มัน ทั้งยังโยนมันลงน้ำ และเผาไฟ และทำทุกวิธีอื่นๆที่มี สิ่งเดียวที่เขาไม่ได้ทำนั้นก็คือการปัสสาวะใส่โถนั้น อย่างไรก็ตามเจ้าสิ่งของนี่ก็ไม่มีการตอบสนองเลยแม้เพียงเล็กน้อย

เหว่ยเส้าไม่ได้เป็นเหมือนกับหญิงงามที่หุบเขาทรายเหลือง สำหรับผู้บ่มเพาะระดับล่างเช่นเขาแล้ว สิบสามหินจิตวิญญาณระดับต่ำ ถือได้ว่าเป็นเงินจำนวนมาก เขาจำเป็นต้องเสี่ยงชีวิตเข้าสู้กับกิ้งก่าเกาะหินทั้งสองตัว เป็นเพราะหนึ่งในพวกมันถูกทำล้ายเกล็ดไปบางส่วน เขาจึงสามารถแลกหินจิตวิญญาณระดับต่ำได้เพียง 8 ก้อนเท่านั้น

ตลอดวันที่เขาหาอสูรปีศาจเพื่อสังหารแลกกับหินจิตวิญญาณ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะได้รับหินจิตวิญญาณมาได้โดยง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เขาได้หินจิตวิญญาณมา และอีกอย่างเขาต้องใช้มันดูดซับพลังให้กับตนเอง

ถึงแม้ว่าเหว่ยเส้าจะเป็นแค่ผู้บ่มเพาะระดับเขตแดนทะเลศักดิ์สิทธิ์ขั้นสอง หากว่าเขาได้เดินทางและดูดซับพลังจิตวิญญาณจากหินจิตวิญญาณเพื่อใช้ในการฝึก แต่นั้นก็ต้องใช้หินจิตวิญญาณระดับต่ำถึงหกเจ็ดก้อนต่อวัน ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเหว่ยเส้าก็ยังคงตั้งใจปฏิบัติสิ่งที่ตนทำอยู่ต่อไป เขาใช้หินจิตวิญญาณหนึ่งก้อนหรือไม่ก็สองก้อนในทุกๆวัน เขาขาดแคลนทรัพยากรในการบ่มเพาะอย่างหินจิตวิญญาณอยู่เรื่อมา ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เขาก็ยังสามารถหาหินจิตวิญญาณระดับต่ำได้ถึงหนึ่งก้อนหรือมากกว่าหนึ่งก้อนหลังจากเวลาผ่านไปสองเดือน เกี่ยวกับเรื่องของหินจิตวิญญาณ เขาจึงไม่สามารถใช้มันในการฝึกได้ เขาต้องเก็บมันเอาไว้เป็นทุนสำหรับการทำธุรกรรมทางธุรกิจในกรณีที่เขาต้องการซื้อบางสิ่ง

ในตอนนี้เหว่ยเส้าถูกหลอกเอาหินจิตวิญญาณระดับต่ำ 13 ก้อนไป แล้วเขาจะไม่เจ็บปวดได้อย่างไร?

“หินจิตวิญญาณระดับต่ำทั้ง 13 ก้อนของข้า!”

เหว่ยเส้าคิดมากเกี่ยวกับมัน เขารู้สึกอยากจะร้องไห้ เขาลงมือทำล้ายโถไร้ค่านี้ทิ้งทันที เขาแลกหินจิตวิญญาณทั้งหมดเพื่อเจ้าสิ่งของที่อยู่บนพื้นนี่

ในความเป็นจริง เหว่ยเส้าวางแผนที่จะกระทืบชิ้นส่วนโอ่งถไร้ค่าที่แตกหักนี้ 17 ถึง 18 ครั้งเพื่อระบายความโกรธ

“เกิดอะไรขึ้น”

ในขณะนั้นเหว่ยเส้าเปลี่ยนอาการจากโกรธมาเป็นตะลึงและกดริมฝีปากลงเล็กน้อย โอ่งที่ไร้ค่าซึ่งดูราวกับจะแตกออกเป็นเจ็ดสิบถึงแปดสิบส่วนได้ มันถูกโยนทิ้งลงพื้นโดยเขา แต่ที่น่าประหลาดใจมันไม่ได้แตกออกจากกัน ดูเหมือนว่าจะมีรอยแตกปรากฏเพิ่มขึ้นมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นผิวของมันยังส่องแสงประกายสีเขียวออกมา

“เร็วเข้า จงส่งเลือดมาให้ข้าแต่โดยเร็ว”

“ผี!”

เสียงตะโกนดังลั่นขึ้นในบ้านหิน เหว่ยเส้ารีบกระโจนขึ้นเตียงของตนอย่างว่องไว

แสงประหลาดสีเขียวได้พุ่งขึ้นสูงสามนิ้วก่อนจะค่อยๆรวมกันเป็นร่างของชายชรา ตาแก่ผู้นี้มีผมรกรุงรัง ปากแหลมและแก้มเหมือนลิง เขาจ้องไปที่เหว่ยเส้าและเลียริมฝีปาก

“เร็วสิ ข้าต้องการเลือด”

มองไปที่เหว่ยเส้าที่กระโจนขึ้นเตียงราวกับได้เจอกับโรคติดต่อร้ายแรง ชายชราคนนี้ยังคงลอยอยู่เหนือโถไร้ค่าที่ดูไม่ค่อยน่าสนใจ

“เจ้าว่าข้าเป็นผี? เจ้าไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างผีกับวิญญาณวัตถุรึไง ยิ่งไปกว่านั้นเจ้ายังตะโกนเสียงดังอีกด้วย”

เหว่ยเส้าคร่ำครวญอีกครั้ง

“วัตถุสมบัติ จิตวิญญาณวัตถุ ท่านจิตวิญญาณผู้อาวุโสวัตถุ ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาข้ามักจะไปเสพสุขอยู่ที่ย่านดอกไม้หมู่ทมิฬ หากท่านต้องการที่จะรู้จักเกี่ยวกับมัน? ข้าก็จะตอบให้มันคือซ่องเกรดต่ำ ดังนั้นข้าจึงไม่สบายเล็กน้อย ข้าคิดว่าเลือดของข้าคงไม่ดีพอ”

“ผู้ใดบอกว่าข้าต้องการเลือดของเจ้ากัน? จงรีบไปหาเลือดมังกรเพลิงปฐพีมาให้ข้าเสีย อย่างไรก็ตามด้วยลักษณะความโง่เขลาเบาปัญญาของเจ้า เจ้าคงไม่สามารถหาเลือดมังกรเพลิงปฐพีมาได้ เจ้าก็ควรใช้เลือดแมงป่องไฟแทน” ร่างโปร่งแสงของชายชราพูดขึ้น

“ท่านผู้อาวุโส ท่านจะไม่ดื่มเลือดของข้าใช่ไหม?” เหว่ยเส้ารู้สึกโล่งใจ “ข้าขอถามคำถาม”

“ว่ามา”

“ท่านรู้จักทักษะเวทย์มนต์หรือไม่? ข้ารู้ที่อยู่ของเหล่ามังกรเพลิงปฐพี ข้าสามารถพาท่านไปหามันเพื่อฆ่าและดื่มเลือดของมันได้ตามใจอยาก”

“ถึงข้าจะรู้ แต่ทำไมข้าต้องบอกกับคนโง่อย่างเจ้าด้วยล่ะ? ข้าสามารถสู้กับเจ้าเพื่อให้เจ้าพาไปหาพวกมันเพื่อเอาเลือด”

“แต่ท่านไม่สามารถมาทำร้ายข้าในบ้านของผู้อื่นได้จริงหรือไม่?”

“ไร้สาระ! ข้าเป็นแค่วิญญาณวัตถุที่คอยให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เป็นนายของข้าในการควบคุมโถปีศาจนี้ แต่ในตอนนี้โถปีศาจได้แตกไปเสียแล้ว แล้วข้าจะทำเช่นไรได้อีก? เฮ้ นั้นเจ้าคิดจะทำอันใดกัน?” ร่างโปร่งแสงสีเขียวของชายชราเอ่ยทักขึ้นอย่างเร่งรีบ

เหว่ยเส้ากระโดดลงจากเตียงและดึงเชือกคาดเอวออก…

ฟูฟู่ฟู เหว่ยเส้าเริ่มผิวปากและปัสสาวะใส่โถ สร้างความตะลึงแก่ร่างโปร่งแสงสีเขียวของชายชรา จากนั้นเขาก็ผูกเชือกคาดเอวไว้แน่น

“เนื่องจากท่านไม่สามารถทำอันใดได้อีก แล้วท่านยังจะกล้าทำตัวเช่นนั้นกับข้าอีก อะไรคือเลือดมังกรเพลิงปฐพี? ข้าไม่เคยรู้จักมัน แต่หากเป็นปัสสาวะข้ามีมันอยู่มาก ท่านต้องการหรือไม่”

“ข้า…” ร่างชายชราสีเขียวตะลึงนาน ไม่นานชายชราก็เริ่มแหกปากด้วยความไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินไปเมื่อสักครู่ “ดูเหมือนแกจะกล้าฉี่ใส่ข้าจริงๆ? นี่แกกล้าที่จะฉี่ใส่ข้างั้นรึ?

“แล้วมันจะทำไมล่ะ? ท่านจะทำเช่นใดได้? กัดข้า? ลองเข้ามากัดข้าดูสิ”

“ข้า…นี่แกรู้หรือไม่ว่าข้ามีอำนาจมากแค่ไหน? หากเป็นผู้อื่นเมื่อเห็นข้า พวกเขาต่างพากันร้องไห้และขอความช่วยเหลือจากข้า แต่แก... กล้าที่ฉี่ใส่ข้า”

“จอมโกหก! ท่านไม่สามารถใช้ทักษะเวทย์มนต์ได้แม้แต่ทักษะเดียว แล้วท่านใช้อะไรในการควบคุมโถฉี่นี้กัน? ท่านไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย ดูเหมือนท่านกำลังพยายามข่มให้ข้ากลัว? ท่านคิดว่าข้าโตมามาจากความกลัวยังงั้นรึ? ท่านควรออกไปด้านนอกและถามคนรอบๆดูก่อน เมื่อครั้งที่ข้ายังเด็กอายุสิบสามปี ข้าได้พร้อมที่จะออกจากบ้านและอาบน้ำร้อนมาก่อน

เหว่ยเส้ากกรอกตาด้วยความรังเกียจ เขาสามารถบอกได้เลยว่าชายชราผู้นี้เป็นคนไร้ประโยชน์ คล้ายกับโถไร้ค่านั้น!

จบบทที่ Path to : ตอนที่ 2 - ข้าไม่ได้โตขึ้นจากความกลัว!

คัดลอกลิงก์แล้ว