- หน้าแรก
- ระบบลูกดกไร้พ่าย
- ตอนที่ 53 ท่านพ่อ!?
ตอนที่ 53 ท่านพ่อ!?
ตอนที่ 53 ท่านพ่อ!?
ตอนที่ 53 ท่านพ่อ!?
“ชะ… ชิงเฉิน…”
กู้หยุนซีเอื้อมมือไปสะกิดน้องชาย พลางเรียกเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเทาเล็กน้อย
กู้ชิงเฉิน ซึ่งกำลังข่มขู่เหล่าผู้ฝึกตนรอบข้างให้ถอยไป กลับสังเกตเห็นท่าทีผิดปกติของพี่สาว เมื่อหันกลับไปมองก็พบว่า พี่สาวกำลังมองไปยังบางสิ่งด้วยสีหน้าหวาดหวั่น
หืม?
สิ่งใดกันเล่า ที่ทำให้พี่สาวผู้แสนเก่งกาจของเขาแสดงท่าทางเช่นนี้ออกมา?
ต้องไม่ลืมว่าทั้งเขาและพี่สาวต่างก็มียันต์รักษาชีวิตที่บิดาให้ไว้ กล่าวได้ว่าในแดนลับจักรพรรดิคุนแห่งนี้ แทบไม่มีสิ่งใดที่สามารถเป็นภัยคุกคามต่อพวกเขาได้เลย
แล้วมันคืออะไรกัน ที่ทำให้พี่สาวถึงกับตัวสั่นเช่นนี้?
ด้วยความสงสัย กู้ชิงเฉินจึงหันตามสายตาของกู้หยุนซีไปมอง…
“เอ่อ…”
เพียงแค่มองครั้งเดียว หัวสมองของเจ้าตัวน้อยพลันมึนตึ้บเหมือนโดนฟาดด้วยค้อนหนัก
สีหน้าของกู้ชิงเฉินดูตื่นตระหนกยิ่งกว่ากู้หยุนซีเสียอีก
ราวกับว่าเขาได้เห็นผีตรงหน้า
เมื่อได้เห็นกู้ฉางชิงในทันทีนั้นเอง กู้ชิงเฉินก็เข้าใจแล้วว่าทำไมพี่สาวถึงแสดงท่าทางเช่นนั้น…
กู้หยุนซีรีบคว้ามือน้องชายเอาไว้ก่อนจะเดินตรงไปยังกู้ฉางชิงด้วยความรวดเร็ว
ผู้คนที่อยู่รอบข้างต่างรู้ตัวดี จึงรีบหลบออกไปเปิดทางให้อย่างไม่ลังเล
เด็กปีศาจทั้งสองคนนี้ แม้จะยังไม่อยู่ในขอบเขตราชา แต่ใครกันจะกล้าไปยั่วโมโหพวกเขา?
แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตราชาเอง ก็ยังต้องชั่งใจคิดให้ถี่ถ้วนก่อนจะลงมือ
เด็กทั้งสองคนนี้มีพลังอันน่าหวาดกลัวเกินตัว เช่นนี้แล้วขุมกำลังเบื้องหลังของพวกเขาย่อมไม่ธรรมดาเป็นแน่
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ?”
“หรือว่าใครบางคนกำลังจะถูกสองจอมปีศาจน้อยเล็งเป้าหมายเข้าเสียแล้ว?”
หลายคนเริ่มซุบซิบพลางมองดูสถานการณ์ตรงหน้า สีหน้าของบางคนดูคล้ายกับจะเวทนากู้ฉางชิง
“เจ้าหนุ่มนั่นแย่แล้วล่ะ คงเคยไปก่อเรื่องไว้กับสองปีศาจน้อยพวกนี้ก่อนหน้านี้แน่ๆ”
บางคนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดูสนุกสนาน แต่ในแววตามีความเวทนาแฝงอยู่
“ไปหาเรื่องใครไม่หา ดันไปหาเรื่องสองจอมปีศาจนี่…”
เมื่อมองเห็นกู้หยุนซีและกู้ชิงเฉินผู้มีสีหน้าไม่สู้ดี กำลังเดินตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทั้งศิษย์ตำหนักชิงหลวนและศิษย์สำนักใจพิสุทธิ์ต่างเริ่มตื่นตระหนกขึ้นมา
พวกเขาล้วนเห็นกับตาตนเองแล้วว่าพลังของเด็กสองคนนี้น่าหวาดหวั่นเพียงใด โดยเฉพาะเด็กหญิงคนนั้น...
ที่สำคัญคือทิศทางที่สองพี่น้องมุ่งตรงไป ก็คือที่ที่กู้ฉางชิงยืนอยู่
ในขณะที่ทุกคนคิดว่าจอมปีศาจน้อยทั้งสองกำลังจะเล่นงานกู้ฉางชิงนั้นเอง
ทันใดนั้น กู้ชิงเฉินก็ทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้ากู้ฉางชิง พลางกอดขาเขาไว้แน่น ก่อนจะเริ่มร้องไห้โฮออกมาเสียงดัง
ส่วนกู้หยุนซี แม้จะไม่ถึงกับร้องไห้เช่นน้องชาย แต่ก็ทำได้เพียงกำเสื้อของตนไว้แน่น ใบหน้าก้มต่ำราวกับเด็กน้อยที่ทำความผิด แล้วไม่กล้าสบตาบิดา
“ท่านพ่อ…”
“ท่านพ่อ…”
เสียงเรียก “ท่านพ่อ” สองครั้ง ทำให้สมองของเหล่าผู้ฝึกตนรอบข้างแทบจะหยุดทำงาน
โดยเฉพาะบรรดาผู้ที่ก่อนหน้านี้ยังรู้สึกเวทนาให้กับกู้ฉางชิง
ในชั่วขณะนั้น แม้แต่กู้ชิงเอ๋อและอวี๋เหวินเฟย ก็ยังทำสีหน้าไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง
“ท่าน… ท่านพ่อ?”
นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?
กู้ฉางชิงคือบิดาของสองเด็กน้อยนี้อย่างนั้นหรือ?
อวี๋เหวินเฟยและกู้ชิงเอ๋อพึ่งจะได้เห็นพลังของเด็กสองคนนี้ด้วยตาตนเอง เมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อนหน้านี้ เด็กน้อยที่ดูอายุเพียงสี่ถึงห้าขวบ กลับสามารถสังหารสัตว์อสูรระดับครึ่งราชาได้เพียงการโจมตีเดียว
ในความคิดของพวกเขา เด็กสองคนนี้น่าจะเป็นบุตรหลานของขุมกำลังยิ่งใหญ่อย่างศาลเทพเจ้าแห่งจักรวรรดิ หรือไม่ก็ทายาทของยอดฝีมือระดับราชันเทพหรือมหาเทพเป็นแน่
แต่ใครจะคาดคิด…
ว่าทั้งสองคนกลับเป็นบุตรของกู้ฉางชิง!
นี่มัน...
อย่างไรก็ตาม กู้ฉางชิงไม่ได้สนใจท่าทีตกตะลึงของผู้คนรอบข้างเลยแม้แต่น้อย สีหน้าของเขายังคงเย็นเยียบ ก่อนจะเอ่ยถามเสียงขรึมว่า
“ผู้ใดเป็นคนคิดริเริ่มเรื่องนี้?”
“พี่สาว!”
“น้องเฉินต่างหาก!”
สองพี่น้องต่างหันมาชี้นิ้วใส่กันทันที
กู้หยุนซีจ้องมองกู้ชิงเฉินด้วยสายตาโมโหสุดขีดราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเขา
“เจ้านั่นแหละที่อยากมาเอง! ข้าไม่วางใจเจ้าหรอกถึงต้องตามมาด้วย! กล้าหลอกท่านพ่อรึ เจ้านี่มันน่าถูกตีเสียจริงๆ!”
กู้หยุนซียกกำปั้นขึ้นอย่างเอาเรื่อง ทำท่าจะจัดการกู้ชิงเฉินให้อยู่หมัด
“ข้า… ข้า…”
กู้ชิงเฉินพยายามหาข้อแก้ตัว แต่เด็กน้อยอย่างเขา โดยเฉพาะต่อหน้าบิดาก็ได้แค่ตะกุกตะกักพูดไม่ออก
กู้ฉางชิงมองดูท่าทางทั้งสองคน แล้วก็เข้าใจทันทีว่าใครกำลังโกหก
เมื่อเห็นบิดาจ้องมาที่ตนเอง กู้ชิงเฉินกลอกตาไปมา แล้วหยิบแหวนมิติวงหนึ่งออกมาจากอกเสื้อยื่นส่งให้กู้ฉางชิง
“ท่านพ่อ ท่านดูสิ ข้าพบของดีมาให้ท่าน! ท่านอย่าโกรธข้าเลยได้หรือไม่ ข้าแค่…แค่อยู่บ้านนานเกินไปเลยอยากออกมาท่องเที่ยวบ้างเท่านั้นเอง…” กู้ชิงเฉินพูดด้วยน้ำเสียงเว้าวอน พร้อมทำสีหน้าเจื่อนๆ ดูน่าสงสารยิ่ง
กู้ฉางชิงมองลูกชายอย่างคาดโทษ แต่ก็ยื่นมือรับแหวนมิติมาตรวจดูด้วยสัมผัสวิญญาณ
ภายในแหวนเต็มไปด้วยสมุนไพรล้ำค่าและผลวิญญาณจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมี… หินเงินสีชาดกองโต!?
หินเงินสีชาด! แร่ระดับสี่ที่สามารถใช้หลอมสร้างศาสตราระดับราชาได้!
ยิ่งไปกว่านั้น หินเงินสีชาดยังเป็นสิ่งที่กู้ฉางชิงกำลังต้องการมากที่สุดในตอนนี้
ตนเองตระเวนไปทั่วแดนลับจักรพรรดิคุนมานาน แต่ยังไม่พบแม้แต่ชิ้นเดียว ทว่าลูกชายของเขากลับพบมาได้เป็นกองโตเช่นนี้?
กองแร่จำนวนนี้มากพอจะสร้างศาสตราระดับราชาถึงสามเล่มเลยทีเดียว!
เมื่อมีวัสดุพร้อมแล้ว ขั้นต่อไปก็เพียงแค่ตามหาผู้หลอมอาวุธระดับสี่ ให้ลงมือช่วยสร้างขึ้นมาเท่านั้น
หากสำเร็จ ค่ายกลดาบพิชิตเซียนที่สร้างจากศาสตราระดับราชา จะต้องน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง!
เมื่อคิดเช่นนี้ ความโกรธในใจของกู้ฉางชิงก็พลันจางหายไปไม่น้อย
“เจ้าพบของพวกนี้ที่ไหนกัน?”
“ข้าพบมันที่…”
เมื่อเห็นสีหน้าของบิดาอ่อนลง กู้ชิงเฉินก็โล่งใจทันทีที่รอดพ้นจากการถูกทำโทษ ก่อนจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่ตนเองประสบพบเจอในแดนลับนี้อย่างละเอียด
“โอ้? หุ่นหินเกราะเงินรึ?”
“น่าสนใจจริงๆ…”
กู้ฉางชิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยความสนใจ ก่อนจะกล่าวอย่างเข้มงวดว่า
“ครั้งนี้พ่อจะยกโทษให้ แต่ห้ามมีครั้งหน้าเด็ดขาด”
“อื้มๆๆ!”
กู้ชิงเฉินและกู้หยุนซีต่างพยักหน้าหงึกหงักพร้อมกันอย่างเชื่อฟัง
ในขณะที่กู้ฉางชิงกำลังจะพาสองเด็กน้อยและกู้ชิงเอ๋อเข้าไปในสุสานใต้ดินนั้นเอง ลำแสงสีสว่างจ้าสายหนึ่งก็พุ่งทะยานมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่เหนือสุสานใต้ดิน
"ผู้แข็งแกร่งขอบเขตราชา!"
สายตาของผู้คนมากมายพลันถูกดึงดูดไปยังแสงสว่างที่ปรากฏขึ้น
“เป็นเขา!”
กู้ชิงเอ๋อและอวี๋วเหวินเฟยที่ยืนอยู่ด้านหลังกู้ฉางชิง ต่างจดจำบุคคลผู้นี้ได้ทันทีเมื่อมองเห็น
ไม่ใช่หรือที่พวกเขาเคยพบกับผู้แข็งแกร่งขอบเขตราชาผู้นี้ที่เหมืองศิลาวารีครามเมื่อไม่นานมานี้?
นั่นคือผู้เฒ่าเปียนแห่งสำนักอิ๋นจิ่ว!
ในครั้งนั้นผู้เฒ่าเปียนถูกข่มขวัญจนต้องถอยไป หลังอวี๋เหวินเฟยเอ่ยถึงตำหนักชิงหลวน
เมื่อคิดถึงเหตุการณ์นั้น อวี๋เหวินเฟยยังรู้สึกหวาดผวาอยู่ไม่น้อย โชคดีนักที่นามของตำหนักชิงหลวนยังคงสร้างความหวั่นเกรงได้มากพอ ไม่เช่นนั้นพวกเขาคงไม่รอดชีวิตออกมาจากที่นั่นเป็นแน่
การปรากฏตัวของผู้เฒ่าเปียนครั้งนี้ ไม่ได้ปกปิดพลังของตนแม้แต่น้อย กลิ่นอายขอบเขตราชาอันทรงพลังแผ่กระจายออกไปทั่วบริเวณ
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ จนกระทั่งหยุดอยู่ที่กลุ่มของกู้ชิงเอ๋อ
เขาจำได้ชัดเจนว่ากลุ่มนี้คือพวกที่เขาเคยปล่อยตัวไป แต่สายตาของเขาในตอนนี้ ไม่ได้จับจ้องที่กู้ชิงเอ๋อหรืออวี๋เหวินเฟยเลยแม้แต่น้อย
เขากลับจ้องมองไปยังบุรุษชุดขาวผู้สง่างามที่ยืนอยู่ด้านหน้าพวกเขา
สำหรับกู้ฉางชิงแล้ว เขาไม่ได้จดจำผู้เฒ่าเปียนได้เลย แต่ผู้เฒ่าเปียนกลับจำเขาได้อย่างชัดเจน!
ภาพของชายหนุ่มชุดขาวตรงหน้านี้ ทิ้งรอยจดจำลึกซึ้งไว้ในใจของผู้เฒ่าเปียนอย่างยากจะลืมเลือน
ผู้เฒ่าเปียนสูดหายใจลึก ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ผสานทั้งความเกรงกลัวและเคารพ
“ท่าน… เราพบกันอีกครั้งแล้ว…”