เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 240 เจ้าทำได้อย่างไร

ตอนที่ 240 เจ้าทำได้อย่างไร

ตอนที่ 240 เจ้าทำได้อย่างไร


ตอนที่ 240 เจ้าทำได้อย่างไร

เจ้าไม่ต้องมายุ่ง !! เหลิงซ่านปัดมือของจือโบออกไปอย่างรุนแรง

ครั้งนี้เพียงครั้งเดียว !! หยางไค่กล่าวด้วยสีหน้าที่เรียบเฉิย เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้ เหลิงซานจึงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก นางทราบดีในทันทีว่าตนเองจะไม่ต้องทรมาณการกับลงทัณฑ์จากหยางไค่เช่นนี้อีก

เจ้าทำได้อย่างไร ? เหลิงซานสงสัยเป็นเวลานาน ในที่สุดนางจึงรวบรวมความกล้าและกล่าวถามความสงสัยอที่อย่ในใจ

ก่อนหน้านั้นนางเพียงพุ่งโจมตีหยางไค่ด้วยตราประทับแห่งปีศาจจักรพรรดิ์ แต่หลังจากที่ตราประทับปีศาจจักรพรรดิ์กลับคืนสู่ร่างกายของตนเอง ในหัวสมองของตนเองกลับมีบางสิ่งบางอย่างที่เพิ่มเข้ามาอีก ในเวลานี้ความแข็งแกร่งของเหลิ่งซานยังไม่สามารถฝึกฝนปราณจิตสัมผัสแห่งจิตวิญญาน เหลิ่งซานจึงไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใด แต่นางรู้ดีว่าบุรุษหนุ่มที่อู่ตรงหน้าใช้สิ่งนี้ควบคุมความเป็นความตายของตนเอง

ข้าก็สงสัยและประหลาดใจกับสิ่งนี้ เจ้าสามารถกล่าวรายละเอียดให้ข้าฟังได้ไหม ? จือโบยิ้มด้วยความอาย นางจ้องมองหยางไค่ด้วยสยตาที่สงสัย ริมฝีปากเม้มไปมาอย่างหยุด ท่าทางของนางดูเหมือนไม่พอใจ ริมฝีปากสีแดงช่างเย้ายวนอย่างยิ่ง

ง่ายมาก เพียงสร้างตราประทับแห่งความเป็นนายเข้าใปในจิตวิญญานของพวกเจ้าก็เท่านั้น หยางไค่กล่าวตอบด้วยสีหน้าที่่เรียบเฉย

เมื่อสตรีทั้งสองได้ยินคำกล่าวของหยางไค่ พวกนางต่างแสดงสีหน้าที่ตื่นตะลึงด้วยความไม่เชื่อ

ง่ายมาก? แม้ว่าพวกนางจะไม่สามารถฝึกฝนปราณจิตสัมผัสแห่งจิตวิญญาน แต่พวกนางต่างทราบดีว่าการประทับตราประทับลงในจิตวิญญานของผู้อื่นนั้นยากเย็นแสนเข็ญมากเพียงใด อย่าว่าแต่หยางไค่ที่อยู่ในเขตแดนผสานลมปราณ แม้ว่าเขาจะอยู่ในเขตแดนเทพสรรค์ หากคิดจะทำเช่นนี้ก็ต้องใช้ความพยายามและเวลาที่ไม่น้อย และยังต้องระมัดระวังอย่างทำลายจิตวิญญานของผู้อื่น มิฉะนั้นพวกเขาอาจจะกลายเป็นคนเสียสติที่ไร้ความสามารถในทันที

แต่จากคำกล่าวที่ออกจากปากของเขา เขาบอกว่ามันเป็นเรื่องที่ง่ายดาย ?

แต่เมื่อคิดไต่รตร่องถึงเรื่องที่พวกเขาพบเจอ มันก็สามารถยืนยันได้ว่ามันเป็นเรื่องที่ง่ายดายสำหรับเขายิ่งนัก

เหลิ่งซานไม่มีคำกล่าวใดที่จะกล่าวออกไปได้อีก เมื่อตราประทับปีศาจจักรพรรดิ์ถูกโจมตีออกไป แล้วนำกลับมาในระยะเวลาไม่ถึง 3 ลมหายใจ ตนเองกลับไม่เป็นผู้ที่ควบคุมความเป็นความตายของตนเองอีกต่อไป

จือโบเพียงนำแมลงควบคุมจิตวิญญานของตนเองกลับมา แต่กลับพบเจอกับสถานการณ์ที่เหมือนกันกับตนเอง

เมื่อครุ่นคิดไปมา เมื่อเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าฆ่าจิงฮ่าวตายไป การที่เขายังไม่หนีไปไหน เพราะเขามีการเตรียมตัวเอาไว้ตั้งแต่แรก ในการรอให้จือโบเดินทางเข้ามาและตกหลุมพรางที่เขาวางเอาไว้

แต่น่าขำยิ่งนักที่จือโบวิ่งเข้าไปหากับดักที่เขาวางเอาไว้ จนตกหลุมพรางนั้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ จนต้องสูญเสียความเป็นตัวตนและกลายเป็นทาสของเขาในทันที !!เมื่อหวนคิดถึงเรื่องที่ผ่านพ้นมา จิตใจของจือโบเย็นเยือกด้วยความเศร้าโศก นางรู้สึกเสียใจกับการกระทำของตนเองอย่างเงียบๆ

ก่อนหน้านั้นที่หยางไค่กล่าวว่าเขาจะแผดเผาทำลายแมลงควบคุมจิตวิญญาน มันต้องเป็นการบังคับให้ตนเองเรียกแมลงควบคุมจิตวิญญากลับมาอย่างแน่นอน

มันเป็นแมลงควบคุมจิตวิญญานที่ถูกเขาลงมือประทับตราประทับในจิตวิญญานที่เชื่อมผสานกับตนเองตั้งแต่แรก

จือดบจ้องมองหยางไค่อย่างไม่วางตา นางสูดลมหายใจเข้าและกล่าว : เจ้าเป็นผู้ฝึกยุทธุ์ที่มีความแข็งแกร่งเพียงเขตแดนผสานลมปราณขั้นที่ 7 จริงหรือ ?

หยางไค่ส่ายหัวอย่างช้าๆ

จือโบตบไปที่ทรวงอกที่สั่นไหวไปมาของตนเองและกล่าวด้วยเสียงหัวเราะ : ข้าว่าแล้วเชียว ผู้ฝึกยุทธุ์แห่งเขตแดนผสานลมปราณขั้นที่ 7 จะสามารถทำถึงขั้นนี้ได้อย่างไร ความแข็งแกร่งของเจ้าอยู่ในขั้นไหนกันแน่ ?

หยางไค่หัวเราะอย่างแผ่วเบา ร่างกายของเขาสั่นเทา ทันใดนั้นกลิ่นอายที่ไร้ซึ่งรูปร่างแผ่กระจายออกมา พลังลมปราณที่อยู่ภายในร่างกายหมุนเวียนด้วยความผลันผวน และกลับเป็นเหมือนเดิมในที่สุด

บรรลุ...ก้ามข้ามเขตแดน จือโบและเหลิ่งซานจ้องมองหยางไค่ด้วยสีหน้าที่โง่เขลา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามันเป็นการบรรลุและก้าวข้ามเขตแดนขนาดเล็ก

แต่ว่า ..การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นไม่ได้แข็งแกร่งมากมายอะไร มันยังไม่ถึงขั้นของเขตแดนลมปราณแท้จริงด้วยซ้ำ !

ความแข็งแกร่งของเข้าอยู่ในเขตแดนผสานลมปราณขั้นที่ 8 !! หยางไค่ยักคิ้วให้แก่สตรีทั้ง 2

จือโบและเหลิ่งซานต่างกล่าวพึมพำอยู่ในใจ แท้จริงแล้ว ..เขาเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธุ์ที่อยู่ในเขตแดนผสานลมปราณขั้นที่ 8 !! คำกล่าวที่เขากล่าวไว้ในตอนแรก มิใช่โกหกแม้แต่น้อย

จือโบและเหลิ่งซานจ้องหน้าซึ่งกันและกัน โดยที่ใบหน้าของพวกเขาต่างแดงก่ำด้วยความอับอาย

พวกนางทั้งสอง คนหนึ่งความแข็งแกร่งในเขตแดนลมปราณแท้จริงขั้นที่ 6 อีกคนความแข็งแกร่งในเขตแดนขั้นที่ 4 พวกนางทั้งสองต่างเป็นสตรีระดับสูงของสำนักของตนเอง เมื่อปะทะกับหยางไค่ ระยะเวลาเพียงพริบตา กลับถูกหยางไค่ควบคุมความเป็นความตายเอาไว้ในมือ มันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะทำให้พวกนางทั้งสองรู้สึกอับอายและเสียศักดิ์ศรีด้วยความอัปยศยิ่ง

พวกนางต่างหัวเราะด้วยความขมขื่น ทั้งสองต่างไม่ทราบว่าต้องกล่าวสิ่งใดต่อไปอีก

พวกเจ้าทำในสิ่งที่พวกเจ้าอยากทำ แม้ว่าข้าจะควบคุมความเป็นความตายของพวกเจ้าทั้งสอง แต่เพียงพวกเจ้าทั้งสองเชื่อฟังข้า ไม่มีเจตนาคิดร้ายต่อข้า ข้าจะไม่ทำให้พวกเจ้าทั้งสองต้องลำบาก ดังนั้น หากพวกเจ้าทั้งสองต้องการที่จะฆ่าบุคคลอื่นหรือสัตว์อสูร ก็แล้วแต่พวกเจ้า เมื่อใดที่ข้าต้องการพวกเจ้า ข้าจะเรียกพวกเจ้าอีก เมื่อกล่าวจบ หยางไค่ได้หลับตาอีกครั้ง

เหลิ่งซานและจือโบค่อยๆถอยกลับ หลังจากที่พวกเขาถอยออกไปเกือบ 10 จ้าง พวกนางทั้งสองไม่ต้องการเข้าใกล้หยางไค่เพื่อทำให้เขาเข้าใจผิด

บุรุษผู้นี้ แปลกประหลาดอย่างยิ่ง !! จือโบจ้องมองหยางไค่ที่อยู่ในระยะไกล และกล่าวพึมพำกับตัวเอง

หึ !! เหลิ่งซานสบทเบาๆ เมื่อหวนคิดถึงการยอมจำนนของตนเอง มันช่างน่าอับอายยิ่งนัก นางกัดฟันไว้แน่นและกล่าว : ไม่ช้าหรือเร็ว ข้าต้องทำให้เจ้าชดใช้อย่างสาสม

จือโบเหลือบสายตามองไป นางกล่าวด้วยเสียงหัวเราะที่แผ่วเบา : เจ้ามีความสามารถที่จะปลดเปลื้องพันธนาการที่ถูกควบคุมจากเขาค่อยพูดก็ไม่สาย !!

ยังมีเจ้า !! เหลิ่งซานจ้องมองจือโบด้วยสายตาแห่งเจตนาการฆ่า : ข้ายังไม่ลืมว่าหลายวันที่ผ่านมาเจ้าสร้างความอัปยศต่อร่างกายของข้าเช่นไร

จือโบหัวเราะเบาๆ : เจ้าจะเกรี้ยวโกรธไปเพื่ออะไร ? ข้าไม่ได้ทำอะไรเจ้าสักหน่อย !! ยิ่งกว่านั้น เจ้าก็สนุกสนานและเพลิดเพลินกับมันไปด้วยใช่ไหม ? การตอบสนองขอเจ้าไม่สามารถโกหกข้าได้ !!

สารเลว !! เหลิ่งซานเกรี้ยวโกรธจึงถึงขีดสุด ใบหน้าของนางแดงก่ำ : หากเจ้ายังกล้าที่จะกล่าวถึงเรื่องนั้น ข้าจะไม่จบกับเจ้าเพียงเท่านี้ !

จือโบหัวเราะด้วยสีหน้าที่รังเกียจ : ความเป็นความตายของเจ้า เจ้ายังไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้นเจ้าอย่าคิดที่จะมีเจตนาร้ายต่อข้าไปมากกว่านี้ เจ้าคิดหาหนทางในการมีชีวิตรอดภายในเงื้อมมือของเขาให้ได้ก่อน เจ้าก็เห็นการปฏิกิริยาที่เขาแสดงออกมา เขาไม่มีความเมตตาและความสงสารต่อพวกเราแม้แต่น้อย หากทำให้เขาไม่เชื่อในความภักดิ์ดี เขาต้องฆ่าพวกเราอย่างแน่นอน !!

ฮ่าฮ่า .. เหลิ่งซานหัวเราะอย่างเย็นชา นางกล่าวด้วยสีหน้าที่สาแก่ใจ : ในที่สุดเจ้าก็มีวันนี้ !!ความรู้สึกที่ถูกผู้อื่นควบคุมเป็นอย่างไร ?

พวกเราต่างเป็นสตรีทั้งคู่ ทำไมต้องคิดเล็กคิดน้อยคิดอะไรที่มากไปกว่านี้ด้วย ? ในตอนนี้พวกเราต่างลงเรือลำเดียวกันแล้ว !! จือโบพยักหน้าด้วยความไม่เข้าใจ

เหลิงซานสูดลมหายใจเข้า แม้ว่าจิตใจของเขาจะเต็มไปด้วยความโกรธเคือง แต่นางไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าคำกล่าวของจือโบไม่ใช่เรื่องจริง นางจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย : เจ้าคิดจะทำอย่างไรต่อไป ?

ล่อลวงเขา !! สีหน้าของจือโบเต็มไปด้วยความตื่นเต้น : ดูเหมือนว่าเขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่อายุประมาณ 16-17 ปี เขาอายุน้อยกว่าพวกเราหลายปี แม้ว่าเขาจะโหดเหี้ยมมากเพียงใด เขาก็เป็นบุรุษหนุ่มผู้หนึ่ง บุรุษยอมมีความต้องการทางเพศ ข้าและเจ้ามีใบหน้าและรูปร่างที่งดงาม การที่เราจะล่อล่วงเด็กหนุ่มให้หลงเสน่ห์คงไม่ใช่เรื่องยาก ?

ข้ารู้ว่าเจ้าอยากขึ้นเตียงกับเขา !! เหลิ่งซานกล่าวทิ่มแทงโดยไม่ไว้หน้า

เจ้าจะกล่าวคำพูดที่ตรงไปตรงมาเช่นนี้ทำไม ? จือโบกรอกตาไปมา และกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาอย่างฉับพลัน : แต่มีคำกล่าวหนึ่งที่ข้าไม่ได้โกหกเจ้า สตรีแห่งอาณาจักรเทียนหล่างของเรา เคารพและบูชาผู้แข็งแกร่ง แม้ว่าเขตแดนของเขาไม่ได้อยู่ในระดับสูง แต่เขากลับสามารถควบคุมข้าได้ ในจุดนี้แม้แต่ศิษย์พี่ของข้ายังทำไม่ได้

เจ้าไปคนเดียวเถอะ ข้าไม่ทำเรื่องที่น่าอับอาเช่นนั้น !! เหลิงซานกล่าวสบท นางหมุนตัวและเดินจากไปในบริเวณที่ห่างไกล และนั่งขัดสมาธิลง นางถูกหยางไค่ทรมาณจนหมดสติ นางต้องการที่จะพักฟื้นความแข็งแกร่งของตนเอง !!

จืือโบหัวเราะอย่างเย็นชา หากนางสามารถเอาชนะและควบคุมหยางไค่ได้ เหลิงซานก็จะได้รู้ว่าอะไรเป็นเรื่องที่ถูกต้อง

ในโลกแห่งนี้เป็นเช่นนี้เสมอมา บุรุษควบุคุมใต้หล้า สตรีควบคุมบุรุษ เป็นเรื่องที่จริงที่ต้องยอมรับ !!

หยางไค่ที่นั่งขัดสามาธิอยู่ตรงนั้น ไม่ได้ไปจัดการเรื่องราวของตนเองในเวลาแรก แต่เขากำลังตั้งใจสัมผัสจิตวิญญานของเหลิ่งซานและจือโบ

แม้จะไมได้ยินว่าพวกเขากำลังกล่าวสิ่งใด แต่ความรู้สึกและปฏิกิริยาที่ตอบสนองกล่าวตอบให้แก่หยางไค่อย่างชัดเจนว่าพวกเขากำลังคิดทำสิ่งใด

อืม ไม่เลว ทั้งสองเชื่องฟังอย่างยิ่ง โดยไม่มีความคิดที่จะฆ่าตนเอง

เมื่อสามารถควบคุมพวกเขาได้อย่างสมบูรณ์ มันทำให้หยางไค่รู้สึกยินดีและดีใจ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ล้วนเป็นผลงานของมารปฐพี

แผนการของหยางไค่ในตอนแรก เพียงต้องการที่จะแผดเผาทำลายแมลงควบคุมจิตวิญญานทั้งสองตัวเพื่อทำให้จือโบได้รับบาดเจ็บ จากนั้นจึงลงมือฆ่านางก็เท่านั้น

แต่มารปฐพีกลับมีวิธีการที่ดีกว่า

เขาได้ใช้วิธีการที่วิเศษในการเชื่อมผสานจิตวิญญานของหยางไค่และจิตวิญญานของจือโบ เมื่อใดที่นางนำแมลงควบคุมจิตวิญญานกลับไป นั้นหมายความว่าหยางไค่ได้สร้างตราประทับไว้ในจิตวิญญานของนาง และจะสามารถควบนางได้อย่างสมบูรณ์

การทดสอบในครั้งสุดท้าย รวดเร็วและประสบความสำเร็จ

เมื่อมีผลลัพธุ์ทีป่ระสบควาสำเร็จ หยางไค่จึ้งต้องการที่จะลงมือไปยังเหลิ่งซาน ตราประทับปีศาจจักรพรรดิ์เป็นเคล็ดวิชาที่ฝึกฝนพร้อมกับจิตวิญญานถึง 2 ดวง มันสามารถใช้วิธีการของมารปฐพี มารปฐพีก็ไม่ได้ทำให้เขาผิดหวัง เขาได้ลงมือไปยังตราประทับปีศาจจักรพรรดิ์ของเหลิ่งซาน

นอกจากนั้น มารปฐพีลงมือด้วยความสามารถในระดับสูง ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่าใครจะสามารถทำลายมันได้ จิตวิญญานเป็นสิ่งที่อ่อนแอ จิตวิญญานของจือโบและเหลิ่งซานถูกหยางไค่สร้างตราประทับแห่งความเป็นนาย หากมียอดฝีมือที่จะช่วยทำลายตราประทับนีี้ พวกเขาต้องกังวลว่าจะทำลายความทรงจำทุกสิ่งทุกอย่างของพวกนางไปด้วยหรือเปล่า

แต่น่าเสียดาย ที่เขาไม่ได้กลืนกินจิตวิญญานแห่งความเคียดแค้นของเหลิ่งซาน !! มารปฐพีรู้สึกอารมณ์เสียอย่างยิ่ง

ข้าสิต้องรู้สึกเสียดาย หยางไค่กล่าวด้วยความไม่พอใจ : หากข้ารู้ว่าทำเช่นนี้ได้ตั้งแต่แรก ข้าจะฆ่าจิงฮ่าวและยู่เฉิงคุนแห่งสำนักทะเลสาปปีศาจจักรพรรดิ์ไปทำไม ? การที่ข้าสามารถควบคุมให้พวกเขาเป็นทาสรับใช้ของข้าเป็นเรื่องที่ดีแค่ไหน

มารปฐพีหัวเราะอย่างแผ่วเบาๆ

เจ้ารู้ตั้งแต่แรก แต่กลับไม่บอกข้าใช่ไหม ? หยางไค่รูสึกโกรธเคือง

มารปฐพีกล่าวขอความยุติธรรม : ศัตรูที่อ่อนแอเช่นนี้ ควบคุมพวกเขาแล้วจะสามารถใช้ประโยชน์ได้มากแค่ไหน หากนายน้อยไม่กล่าวแผนการออกมาตั้งแต่แรก ข้าเองก็คิดไม่ถึงว่าจะทำเช่นนี้ได้

ช่างมันเถอะ การรับบุรุษเป็นทาสรับใช้คงเป็นเรื่องที่น่าขนลุก !! หยางไค่ไมไ่ด้สนใจไปมากกว่านี้

หลังจากที่แอบตรวจสอบจือดบและเหลิ่งซาน หยางไค่จึงเริ่มจัดการกับเรื่องของตนเอง

หยางไค่สูดลมหายใจเข้า หยางไค่กล่าวอัญเชิญอยู่ในใจ เพื่อกล่าวเรียกเสือดาวเงาลวงสีทองมาหาตน หลังจากนั้นหยางไค่ยืนมือและสัมผัสไปยังหน้าผากของมัน และทำลายตราประทับควบคุมสัตว์อสูรที่อยู่ภายในร่างกายของมัน

หลังจากที่สัตว์อสูรขั้นที่ 5 เป็นอิสระจากการถูกควบุคม มันได้วิ่งหนีออกไปในทันที

หยางไค่ไม่ได้ลงมือฆ่ามัน ไม่ได้ตามมันไป แต่กลับเป็นจือโบที่กล่าวออกคำสั่งให้สัตว์อสูรหลาย 10 ตัวลงมือเคลื่อนไหว และไล่มันกลับมา จากนั้นจึงปลูกฝังแมลงควบคุมจิตวิญญานของนางอีกครั้ง

หยางไค่ไม่ได้สนใจการกระทำของจือโบ มือซ้ายของเขาพุ่งตราประทับแห่งพยัคฆ์ขาวออกมา ส่วนมือขวาพุ่งตราประทับแห่งเทพวัวออกมา สองมือกุมเข้าหากัน และผลักดันไปด้านหน้า

เมื่อเสียงคำรามของสัตว์อสูรดังขึ้น เงาร่างของพยัคฆ์ขาวที่สะท้านสวรรค์ เทพวัวที่ทะลายปฐพีได้ปรากฏออกมา

เมื่อถูกเสียงนี้ดึงดูด จือโบและเหลิ่งซานรีบหันหน้ากลับไปมอง พวกเขามองเห็นร่างเงาแห่งสัตวือสูรที่ราวกับมีชีวิต โดยที่มันกำลังอ้าปากขนาดยักษ์ของมัน

พวกนางทั้งสองไม่เคยเห็นเคล็ดวิชาที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ เพราะสัตว์อสูรทั้งสองตนมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าพวกมันไร้ซึงโลหิตและเนื้อหนัง แต่เป็นสัตว์อสูรที่สร้างขึ้นมาจากพลังลมปราณของหยางไค่

นี้ .พลังลมปราณต้องบริสุทธุ์ถึงขั้นไหน จึงจะสามารถทำได้ถึงขั้นนี้ ? เขาเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธุ์ที่อยู่ในเขตแดนผสานลมปราณไม่ใช่หรือไง ?

ในขณะที่พวกนางทั้งสองจ้องมองด้วยสายตาที่ประกาย หยางไค่ถอนหายใจออกมา เขายื่นมือทั้งสองออกมา นิ้วก้อยทั้งสองเกี่ยวกันไปมา สัตว์อสูรทั้งสองตนจึงสลายไปในทันที

เมื่อหยางไค่ใช้เคล็ดวิชาแห่งจิตวิญญานอสูรเป็นเวลานาน หยางไค่จึงพบความลึกลับของเคล็ดวิชานี้อีกครั้ง นั้นก็คือไม่ว่าในเวลาใด พยัคฆ์และเทพวัวจะปรากฏออกมาได้เพียง 1 ตน ไม่มีทางที่พวกมันจะออกมาทีละ 2 ตน

เคล็ดวิชาแห่งจิตวิญญานอสูรเป็นสัตว์อสูร 2 ตน หากรวมตัวกันจะกลายเป็นตราประทับแห่งจิตวิญญานสัตว์อสูร แต่เมื่อเงาร่างของสัตว์อสูรทั้งสองปรากฏตัวออกมาจนมันสลายไป เงาร่างของพวกมันจะไม่สามารถปรากฏตัวออกมาได้อีก

สิ่งทีเกิดขึ้นคงเกี่ยวข้องกับจิตวิญญานอสูรของสัตว์อสูรทั้ง 2 กับสิ่งที่อยู่ในร่างกายตนเอง

หยางไค่ต้องการที่จะฝึกฝนตราประทับแห่งจิตวิญญานอสูร มีเพียงวิธีเดียวคือการทำลายจิตวิญญานของสัตวือสูรทั้ง 2

หยางไค่จึงปลดปลอ่ยตราประทับพยัคฆ์ขาวและเทพวัวออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยการหลอมรวมพวกมันให้กลายเป็น 1 ในขณะที่หยางไค่ฝีกฝนมัน หยางไค่พยายามที่จะค้นหาความลึกลับที่ว่อนอยู่ในตัวของมันอีกหน

จบบทที่ ตอนที่ 240 เจ้าทำได้อย่างไร

คัดลอกลิงก์แล้ว