เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 140 โสมปีศาจหยินหยาง

ตอนที่ 140 โสมปีศาจหยินหยาง

ตอนที่ 140 โสมปีศาจหยินหยาง


ตอนที่ 140 โสมปีศาจหยินหยาง

สงครามครั้งใหญ่ ? จิตใจของหยางไค่สั่นสะท้าน : เล่าอย่างละเอียดซิ

ขอรับ นายน้อย

ภายใต้การสาธยายอธิบายอย่างละเอียดของมารปฐพี หยางไค่จึงค่อยๆเข้าใจกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น

มารปฐพีจดจำได้ไม่มาก มีเพียงความทรงจำเพียงน้อยนิด ค่อยๆปะติปะต่อมันขึ้นมา มารปฐพีไม่รู้ว่าในตอนนั้นเขาเข้าร่วมการต่อสู้ได้อย่างไร นอกจากนั้นยังเป็นการต่อสู้ที่คนหมู่มากโจมตีศัตรูเพียง 2 คน ศัตรู 2 คนนั้นเป็นชาย 1 หญิง 1 เมื่อต่อสู้จนถึงนาทีสุดท้าย กลุ่มคนจำนวนมากต่างถูกฆ่าตายทั้งหมด ชาย 1 หญิง 1 ต่างต่อสู้จนตัวตายเช่นเดียวกัน

ข้าได้รับบาดเจ็บสาหัสจึงหนีออกมาก่อน สุดท้ายจึงตายอยู่ที่นี้ ข้าจำได้ เสียงของมารปฐพีค่อนข้างสั่นเครือ และยังเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

จำอะไรได้ ?

มีมังกร มีหงสาว มังกรหงสาผสานรวมเป็นหนึ่ง สวรรค์ทำลายปฐพี ..ข้าเองถูกโจมตีด้วยมังกรและหงสาที่ผสานรวมเป็นหนึ่งจึงได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส

ดวงตาของหยางไค่ประกายด้วยความสว่าง เขาหวนคิดถึงวันที่ถ้ำสวรรค์แห่งฟ้าสวรรค์ถูกเปิดผนึก เงาร่างแห่งมังกรและหงสาที่โบยบินอยู่บนฟากฟ้านภาอย่างงดงาม

เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ เสมือนว่ามารปฐพีตกใจอย่างสุดขีด เขาไม่สามารถคิดถึงเหตุการณ์อื่นๆที่มากกว่านี้ได้อีก

หากเป็นอย่างที่เจ้ากล่าวมา แล้วถ้ำสวรรค์แห่งนี้เป็นมรดกสืบทอดของใคร ? หยางไค่กล่าวถาม

นายน้อยโปรดระงับความโกรธ ก่อนหน้านี้ข้าเพียงพูดปดไปเท่านี้ แต่มรดกของข้ายังคงดำรงอยู่ หากว่านายน้อยต้งอการข้าจะให้นายน้อยได้เพลิดเพลินกับมันเอง

ไม่ต้อง ข้าไม่สนใจสิ่งของเหล่านั้น หยางไค่รีบส่ายหัวปฏิเสธ

มารปฐพีถูกเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นทิ่มแทงจิตใจ แม้ว่าเขาจะจำฐานะที่แท้จริงของตนเองไม่ได้ แต่ว่าเขาน่าจะเป็นบุคคลระดับสูง ระดับสูงที่ว่ามีแต่คนแย่งชิงที่จะเป็นลูกศิษย์ของเขา แต่ว่าเขากลับตกอยู่ภายใต้การควบคุมของหยางไค่

อ๊า !! หงสาที่เทียบไม่ได้กับไก่ตัวหนึ่ง มารปฐพีถอนหายใจอย่างอาลัย

ลูกแก้วลูกนั้นไม่มีประโยชน์ ก่อนหน้านั้นมารปฐพีหลบซ่อนตัวอยู่ภายในลูกแก้ว หากไม่สัมผัสกับมันก็ไม่เกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อสัมผัสกับมัน มันกลายแตกกระจายเป็นปุยผงในทันที

หลังจากที่เดินวนอีก 1 รอบ ไม่มีสิ่งใดที่ยึดครองกลับไปได้ หยางไค่ถอนหายใจยาวๆ และตัดสินใจที่จะออกไปจากที่นี้

เขาพำพักอยู่ในสถานที่แห่งนี้เป็นเวลานาน สถานการณ์ด้านนอกจะเป็นอย่างไรเขาก็มิอาจล่วงรู้ เพราะอย่างไรสถานที่แห่งนี้คือถ้ำสวรรค์แห่งมรดกฟ้าสวรรค์ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องออกไปเสาะหาโชคชะตาที่ควรจะเป็นของตนเอง

เมื่อมาถึงด้านหน้าของทางออกที่หินจำนวนมากมายถล่มลงมา จากการสืบทอดวิธีการเปิดทางออกของมารปฐพี ยังมิทันที่หยางไค่จะเดินออกไปจากถ้ำ ทันในนั้นตรงหน้าของเขามีแสงส่างสีขาวเหลือบแดงพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ใบหน้าการแสดงออกของหยางไค่เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน เขาคิดว่ามีใครกำลังซุ่มโจมตีเขา เขาจึงรีบปล่อยหมัดออกไปอย่างรวดเร็ว

แสงสว่างนี้มีจิตวิญญาณมันหลบหนีจากการโจมตีของหยางไค่ โบยบินรอบอ้อมแขนของหยางไค่และโบยบินออกไปในที่สุด

หยางไค่ตื่นตระหนกรีบก้าวถอยหลัง ในขณะเดียวกันมืออีกครั้งได้ไขว่คว้าแสงสว่างนั้นไป

เพียงชั่วครู่เสมือนว่าหยางไค่จับต้องมันได้ ทันใดนั้นใบหน้าของหยางไค่แสดงออกอย่างแปลกประหลาด

เขาพบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การโจมตี แต่เป็นกายที่แท้จริง นอกจากนั้นยังมีความรู้สึกที่เสมือนว่ามันกำลังดิ้นรนผ่านมาจากกำมือของหยางไค่

หยางไค่จ้องมองลงไป และพบว่าสิ่งที่ตนเองกำเอาไว้ดูเหมือนเป็นโสมมนุษย์ที่มีรูปร่างแคระ แต่โสมมนุษย์นี้มีรูปร่างที่แปลกประหลาด ข้างหนึ่งขอมันแดงก่ำ อีกข้างขาวดุจหิมะ สีแดงและสีขาวอย่างละครึ่ง ทำให้หยางไค่สัมผัสได้ถึงพลัง 2 ชนิดที่แตกต่างกันซึ่งซ่อนอยู่โสมมนุษย์ตัวนี้

ข้างที่แดงก่ำซ่อนเร้นความร้อนแรง ข้างที่มีสีขาวกลัวเย็นเฉียบ มันเป็นพลังที่ต่อต้านซึ่งกันและกันแต่กลับรวมตัวอยู่ในโสมมนุษย์อย่างสมบูรณ์ ก่อกำเนิดเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งฟ้าสวรรค์ที่มีจิตวิญญาณอย่างวิเศษ

ในตอนนี้มันถูกหยางไค่กำไว้ในมือ แม้รูปร่างของมันจะบิดเบี้ยว แต่ก็มิอาจที่จะหลบพ้นจากการจับกุมของหยางไค่

โสมปีศาจหยินหยาง !! มารปฐพีส่งเสียงตะโกนที่ตื่นตะลึง

เจ้ารู้จัก ? หยางไค่กล่าวถาม

ที่น่าอัศจรรย์ มันเป็นสมบัติวิเศษในขั้นลมปราณวิเศษระดับสูง !! เสมือนว่ามารปฐพีกำลังพบเจอกับเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ทั้งตื่นตะลึงทั้งลุกลี้ลุกลนอย่างรุนแรง

ยังมิทันที่หยางไค่จะกล่าวถามต่อ ทางเดินอีกด้านหนึ่งของถ้ำแห่งนี้มีเสียงของคนเดินผ่านมาอย่างกะทันหัน

มีคนเข้ามา !! ใบหน้าของหยางไค่ตื่นตกใจ เขาจึงรีบจับปีศาจโสมหยินหยานเข้าไปในทรวงอกของเขา

มันน่าแปลกยิ่งนัก หลังจากที่มันถูกเก็บไว้ในทรวงอก โสมปีศาจหยินหยางไม่ต่อต้านอีก แต่มันกลับอยู่ในทรวงอกของหยางไค่อย่างนิ่งสงบโดยไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย

ในขณะที่หยางไค่กำลังจับจ้องว่าใครกำลังเข้ามา เสียงที่คุ้นเคยดังแว่วออกมาอย่างกะทันหัน : ท่านพี่ มันวิ่งหนีเข้ามาตรงนี้ใช่ไหม ?

อีกเสียงหนึ่งกล่าวตอบ : อืม มันหนีเข้ามาทางนี้ ถ้ำแห่งนี้ซ่อนเร้นได้อย่างมิดชิด หากว่าพวกเราไม่ไล่ตามมามัน พวกเราคงหาสถานที่แห่งนี้ไม่พบ

เสียงของทั้ง 2 ไม่แตกต่างกันมาก มันเต็มไปด้วยความอ่อนหวานและอ่อนโยน ทำให้คนที่ได้รับฟังรู้สึกผ่อนคลายยิ่งนัก

หยางไค่ขมวดคิ้วไว้แน่น เขารู้ในทันทีว่าใครคือสุ้มเสียงของทั้ง 2 แต่เขาไม่คิดเลยว่าจะพบเจอกับพวกนางในสถานที่แห่งนี้

สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยบุพผาและต้นหญ้าที่แปลกประหลาด

จริงด้วย มันเป็นเรื่องบังเอิญยิ่งนัก พวกเราไม่ต้องรีบร้อนที่จะเก็บมัน พวกเราเดินเข้าไปดูข้างในดีกว่า

ในขณะที่พวกเขากำลังกล่าวพูด เสียงฝีเท้าของพวกเขาเริ่มเข้าใกล้เรื่อยๆ หยางไค่ไม่ได้หลบหนี เพราะ เขารู้จักพวกเขาทั้ง 2 และเขาเองก็ไร้ซึ่งที่หลบซ่อนตัว

หลังจากนั้นไม่นาน 2 คนนั้นได้เข้าใกล้หยางไค่โดยมีระยะห่างไม่ถึง 10 จ้าง 1 ใน 2 คนนั้นเมื่อมองเห็นมีคนขวางอยู่ด้านหน้า พวกเขาจึงได้หยุดฝีเท้าอย่างกะทันหัน และกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว : ใครอยู่ทีนั่น ?

หยางไค่กระแอ่มและกล่าวด้วยเสียงหัวเราะที่แผ่วเบา : แม่นางทั้ง 2 พบกันอีกครั้ง

เมื่อได้ยินเสียงนี้ คนคนหนึ่งได้กระแอ่มออกมา ส่วนอีกคนหนึ่งรีบวิ่งออกมาจากด้านหลัง เบิกตาโพลงและกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดีใจ : หยางไค่ ?

แม่นางเหม่ยเอ่อ !! หยางไค่ค่อยๆพยักหน้า และกล่าวทักทายหญิงสาวอีกนางหนึ่ง : แม่นางเจียวเอ่อ เจอกันอีกครั้ง

2 คนนี้ เป็นหญิงงามที่งดงามและสูงส่งของนิกายโลหิต หู่เจี่ยวเอ่อและหู่เหม่ยเอ่อ

เมื่อเห็นว่าหยางไค่สามารถแยกแยะตนเองได้อย่างชัดเจน หู่เจี่ยวเอ่อจึงกล่าวสบทและถลึงตาใส่หยางไค่ : เจ้าเด็กหนุ่ม !!

ครั้งที่แล้วที่พบเจอกัน หยางไค่กล่าวว่าก้นของนางเล็กข้างใหญ่ข้าง จนถึงตอนนี้หู่เจี่ยวเอ่อยังเก็บความโกรธเคืองนั้นตลอดเวลา

แต่หู่เหม่ยเอ่อกลับไม่มีท่าทีเหมือนพี่สาว นางกล่าวด้วยความปลื้มปริ่ม : ทำไมเจ้าถึงอยู่นี้ ?

ข้าพบเจอกับมันโดยบังเอิญ หยางไค่ไม่ไดกล่าวอย่างละเอียด

ในขณะที่กล่าวสนทนา 2 พี่น้องได้เดินเข้ามาแล้ว

หู่เจี่ยวเอ่อจ้องหยางไค่ด้วยแววตาที่เยือกเย็น นางยืดหน้าอกสูดหายใจเข้าลูกๆ เพื่อให้ทรวงอกทั้ง 2 ชูตั้งอย่างเด่นตระหง่าน

เสียงของมารปฐพีดังมาจากร่างกายของหยางไค่ : ในใต้หล้ามีหญิงสาวที่งดงามเฉกเช่นตุ๊กตาที่น่ากอดถึง 2 คน นอกจากนั้นพวกนางยังเป็นฝาแฝด นายน้อยอ่า หากใช้เรือนร่างของพวกนางฝึกฝนเคล็ดวิชาบุพผาสีเลือด คงต้องสำเร็จอย่างแน่นอน

เงียบเดี่ยวนี้ !! หยางไค่ส่งความคิดอ่านทางจิตวิญญาณให้แก่เขา

มารปฐพีปิดปากของตนเองในทันที

เจ้าพบเห็นบางสิ่งบางอย่างผ่านมาหรือเปล่า ? หู่เหม่ยเอ่อกล่าวถาม

จากคำพูดที่พวกนางทั้ง 2 กล่าวสนทนา หยางไค่ทราบในทันทีว่าพวกนางทั้ง 2 ไล่ตามโสมปีศาจหยินหยางมาถึงสถานที่แห่งนี้ เขาจึงกล่าวโดยไม่บิดบัง : มมมี

อยู่ที่ไหน ? หู่เจี่ยวเอ่อกล่าวถามอย่างรีบร้อน

หยางไค่ชี้ไปยังทรวงอกของตนเอง

2 พี่น้องกระพริบตาไปมา ก่อนที่หู่เจียวเอ่อจะกล่าวออกมา : เจ้าเก็บมันไปแล้ว ?

อืม แต่ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใด ข้าเก็บมันเข้าไปในทรวงอกมันก็นิ่งสงบในทันที

หู่เจี่ยวเอ่อสูดลมหายใจอย่างรุนแรง ทรวงอกอันมหึมาของนางกระเพื่อมไปมา นางกำลังจะสติแตกเพราะหยางไค่

พวกนางทั้ง 2 ไล่ตามสมบัติวิเศษนี้เป็นเวลาหลายวันและวิ่งอ้อมภูเขากว่าหลายลูก มันไม่ง่ายเลยที่จะไล่ตามจนมันเข้ามายังถ้ำแห่งนี้ พวกนางทั้ง 2 ไล่ตามมาตลอด แต่กลับไม่คิดว่าจะถูกหยางไค่จับไปได้ก่อน

ทำไมเมื่อพบเจอกับเขาถึงไม่เกิดสิ่งปกติขึ้น ? หู่เจี่ยวเอ่อขบฟันแน่น จากพลังความแข็งแกร่งของนางหากว่าต้องการแย่งชิง นางก็สามารถแย่งชิงสิ่งที่ต้องการมาได้

แต่หู่เจี่ยวเอ่อไม่ทำเช่นนั้น นางรู้ดีว่าน้องสาวของนางมีความรู้สึกผิดต่อหยางไค่ แม้ไม่รู้ว่าระหว่างพวกเขาทั้ง 2 เกิดสิ่งใดขึ้น แต่หากเขาลงมือแย่งชิง เหม่ยเอ่อไม่มีทางยอมอย่างแน่นอน

เจ้าเก็บมันไปก็ดีแล้ว หู่เหม่ยเอ่อไม่คิดอะไรมากกับเรื่องนี้ แต่นางกลับแสดงความเห็นด้วยอย่างเต็มที่

เจ้าเด็กหนุ่มคนนี้มีดีอย่างไร ? หู่เจี่ยวเอ่อจ้องมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ทันใดนั้นใบหน้าของนางแสดงออกอย่างตื่นตะลึง : เจ้าอยู่ในเขตแดนลมปราณแรกเริ่มขั้นที่ 7 ?

หู่เจี่ยวเอ่อตื่นตะลึง ตื่นตะลึงอย่างมาก ครั้งก่อนที่เจอเขา หยางไค่อยู่ในเขตแดนกายาเริงอารมณ์เท่านั้น เวลาผ่านไปไม่นานเท่าไหร่ ทำไมเขาถึงอยู่ในเขตแดนลมปราณแรกเริ่มขั้นที่ 7? หรือว่าสถานที่แห่งนี้มีสิ่งที่วิเศษ จึงทำให้เขาสามารถฝึกฝนวิชายุทธุ์ได้รวดเร็วเช่นนี้

ตอนนั้นเหม่ยเอ่ออยู่ในเขตแดนที่ไม่แตกต่างจากเขามากเท่าไหร่ แต่ตอนนี้เหม่ยเอ่ออยู่ในเขตแดนลมปราณแรกเริ่มขั้นที่ 2 เท่านั้น

เมื่อเทียบกับแม่นางเจี่ยวเอ่อ ลมปราณแรกเริ่มขั้นที่ 7 ไม่ได้วิเศษอะไรเลย หยางไค่สงสัยต่อการกระทำของพวกนางทั้ง 2 สมบัติแห่งฟ้าสวรรค์ไม่ใช่สิ่งที่จะพบเจอได้ง่ายๆ หยางไค่ไม่คิดเลยว่าพวกเขาทั้ง 2 จะไม่ทวงคืนสมบัติชิ้นนี้จากตัวเขา

โอ้ว หู่เจี่ยวเอ่อแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการที่จะพบเจอหยางไค่สักเท่าไหร่

ด้านนอกมีบุพผาและต้นหญ้ที่แปลกประหลาด หากพวกท่านทั้ง 2 ไม่รังเกียจ ก็เก็บมันกลับไปด้วย หยางไค่ไม่ต้องการติดหนี้บุญคุณของพวกเขาทั้ง 2 โสมปีศาจหยินหยางเป็นสมบัติแห่งฟ้าสวรรค์ที่ล้ำค่า ค่าของมันต้องมากกว่าบุพผาและต้นหญ้าที่อยู่ด้านนอกเป็นจำนวนมาก ตนเองเก็บสมบัติวิเศษที่พวกเขาพบเจอ เขาจึงจะชดเชยพวกนางทั้ง 2 ด้วยบุพผาและต้นหญ้าเหล่านี้

ยังต้องกล่าวอีกหรือไง !! หู่เจี่ยวเอ่อถลึงตาไปที่หยางไค่

ท่านพี่! หู่เหม่ยเอ่อสัมผัสได้ถึงการกระทำที่อคติต่อหยางไค่ นางจึงดึงแขนของหู่เจี่ยวเอ่อเบาๆ

ได้ได้ พอแล้ว หู่เจี่ยวเอ่อไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป นางจึงหรี่ตามองไปยังหยางไค่ที่อยู่ด้านหลังถ้ำและกล่าวต่อ : พวกเราจะยังไมเด็ดบุพผาและต้นหญ้าเหล่านี้ พวกเราทั้ง 2 เดินทางมาหลายวันด้วยความเหน็ดเหนื่อย พวกเราต้องหาสถานที่ปลอดภัยเพื่อฟื้นฟูความแข็งแกร่ง เจ้าเฝ้าดูแลพวกเราทั้ง 2 สักครู่

ตามสบาย !! ข้าจะดูแลความปลอดภัยของพวกเจ้าทั้งสองเอง ในขณะที่กล่าว เขาได้ถอยหลังเพื่อให้พวกนางทั้ง 2 เดินเข้ามา

หู่เจี่ยวเอ่อและหู่เหม่ยเอ่อเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว คนที่อยู่ด้านหลังยิ้มให้แก่หยางไค่ ภายในรอยยิ้มที่อ่อนหวานซ่อนไปด้วยคำขอโทษอย่างสุดซึ้ง

เมื่อเข้ามาในถ้ำ 2 พี่น้องสังเกตไปทั่วบริเวณ กระดูกของมารปฐพีทำให้พวกเขาค่อนข้างสงสัย แต่ในทันที สายตาของพวกนางทั้งกลับจ้องมองไปยังศิลาก้อนหนึ่งที่อยู่ซ้ายมือของพวกนาง

ดวงตาคู่งามของนางทั้งสองแสดงออกอย่างตั้งใจ พวกเขานางจ้องมองอย่างไม่กระพริบตา

หยางไค่ไม่เข้าใจการกระทำของพวกนาง เขาหันหน้ามองไปยังทิศทางของศิลานั้น แต่ไม่พบสิ่งใด

พวกเจ้าทั้ง 2 กำลังมองอะไร ? หลังจากที่สังเกตุอย่างละเอียด หยางไค่พบว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่แปลก ศิลาก้อนนี้ไร้ซึ่งอักขระไร้ซึ่งสิ่งต่างๆ ทำไมพวกนางจึงจ้องมองอย่างตั้งใจเช่นี้ ?

พวกนางทั้ง 2 ไม่มีใครกล่าวตอบ เสมือนว่าจิตวิญญาณของพวกนางกำลังเชื่อมผสานไปยังศิลาก้อนนั้น

หยางไค่ขมวดคิ้วไปมา ไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น ตนเองพำพักอยู่ในสถานที่แห่งนี้หลายวัน ศิลาก้อนนั้นไม่มีสิ่งใดปรากฏออกมาแม้แต่น้อย

หลังจากที่รอเป็นเวลานาน 2 พี่น้องคุกเข่าลงอย่างกะหันหัน พวกนางทั้ง 2 ปิดตาลงพร้อมกันและนั่งอยู่ในท่าเช่นนั้น

ห่างออกไป หยางไค่รู้สึกว่าพวกนางทั้ง 2 กำลังหลอมรวมเป็น 1 เดียว เสมือนเป็นคนเดียวกัน แต่เมื่อจ้องมองอย่างละเอียด พวกนางทั้ง 2 ยังเป็นพวกนางทั้ง 2 เช่นเดียวกัน

การพบเจออย่างกะทันหันเช่นนี้ ทำให้หยางไค่ตื่นตะลึง

สถานที่แห่งนี้คงมีโชคชะตาที่เป็นโอกาสอันวิเศษของพวกนาง เสียงของมารปฐพีดังขึ้น

ศิลาก้อนนั้นมีสมบัติวิเศษ ?

ต้องมีอย่างแน่นอน แต่เพราะข้าและนายน้อยมองไม่เห็น มีเพียงผู้มีโอกาสและโชคชะตาจึงจะสามารถเข้าใจมันอย่างชัดเจน

หากเป็นเช่นนั้น มันไม่ใช่มรดกของเจ้าใช่ไหม ? หยางไค่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

ไม่ใช่แน่นอน

เรื่องนี้มีบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติและแปลกประหลาด แต่ในเมื่อพวกนางทั้ง 2 เป็นคนที่พบเจอ หยางไค่จึงไม่ก้าวก่ายและค่อยๆเดินออกมา ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาต่างมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน การยืนและเฝ้าดูแลพวกนางเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

จบบทที่ ตอนที่ 140 โสมปีศาจหยินหยาง

คัดลอกลิงก์แล้ว