- หน้าแรก
- ผมก็แค่นักธนูที่เลือดเยอะกว่าบอสนิดหน่อยเอง
- บทที่ 96 เงาเทพประทาน!
บทที่ 96 เงาเทพประทาน!
บทที่ 96 เงาเทพประทาน!
บทที่ 96 เงาเทพประทาน!
ได้ยินดังนั้น
หลานตี้เค่อเจิ้นมองหลินเทียนฮ่าวด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัย
หรือว่าไอ้เด็กนี่จะเป็นขาใหญ่ที่ไหนปลอมตัวมา?
แต่ความคิดนี้ก็ถูกปัดตกไปอย่างรวดเร็ว
ทั่วทั้งอาณาจักรดวงดาว มีใครบ้างที่เขาแตะต้องไม่ได้ เขาย่อมรู้ดีแก่ใจ
และในบรรดารายชื่อที่แตะต้องไม่ได้เหล่านั้น ไม่มีคนตรงหน้านี้อย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น ไอ้หมอนี่ก็แค่ 'นักผจญภัย' คนหนึ่ง
คนที่เขาแตะต้องไม่ได้ก็มีน้อยอยู่แล้ว ยิ่งเป็นนักผจญภัยที่แตะต้องไม่ได้ ยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้
ต้องโทษที่เขาโชคร้าย ช่วงนี้ไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง เพราะเพิ่งกลับจากการทำภารกิจข้างนอก
กะว่าจะมาหาที่ระบายความเครียดที่นี่สักหน่อย ดันมาเจอหลินเทียนฮ่าวขวางทางเสียได้
มิเช่นนั้น...
ถ้าเขารู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในท้องพระโรงเมื่อครู่ เขาคงไม่กล้าพูดจาอวดดีแบบนี้แน่
"ข้าไม่สนว่าแกเป็นใคร ในเมื่อกล้าล่วงเกินข้า วันนี้แกตาย!"
ถึงแม้ NPC ฆ่านักผจญภัยในเมืองหลักจะต้องได้รับบทลงโทษ
แต่วันนี้เขาเพิ่งสร้างความดีความชอบกลับมา ย่อมไม่ใส่ใจเรื่องหยุมหยิมพรรค์นี้
อีกอย่าง...
แค่ฆ่านักผจญภัยสักคน ด้วยสถานะของเขา ต่อให้ต้องรับโทษ เขาก็ไม่ยี่หระ
พูดง่ายๆ คือ
บทลงโทษแค่นี้ทำอะไรเขาไม่ได้ เขาพร้อมรับผลที่ตามมา
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เขาก็ลงมือทันทีโดยไม่ลังเล
ในฐานะแม่ทัพใหญ่แห่งอาณาจักรดวงดาว พลังการต่อสู้ของเขาย่อมไม่ธรรมดา แม้เป็นเพียงการโจมตีแบบขอไปที แต่ก็แฝงด้วยแรงกดดันมหาศาล
หลินเทียนฮ่าวไม่หลบเลี่ยง ยืนรับการโจมตีนั้นตรงๆ
-51,958
แค่การโจมตีธรรมดา ก็ลดเลือดหลินเทียนฮ่าวไปกว่าห้าหมื่นแต้ม ถือว่ารุนแรงเอาเรื่อง
[ติ๊ง! คุณถูกโจมตีโดยเจตนาจาก NPC เมืองหลัก คุณมีสิทธิ์ตอบโต้ได้ภายใน 24 ชั่วโมงนับจากนี้]
หลินเทียนฮ่าวไม่ได้คิดจะลงมือตอบโต้ "กล้าลงมือกับฉัน ไม่รู้ว่าถ้าจอมพลกับกษัตริย์รู้เข้า จะจัดการกับแกยังไงนะ"
"จัดการข้า?"
หลานตี้เค่อเจิ้นแค่นหัวเราะอย่างเหยียดหยาม "ไอ้หนู ดูท่าแกจะไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำจริงๆ คิดว่าท่านจอมพลกับฝ่าบาทจะลงโทษข้าเพราะคนตัวเล็กๆ อย่างแกงั้นเรอะ?"
"หึหึ แกคิดว่าไม่? งั้นลองดูนี่หน่อยเป็นไง!"
หลินเทียนฮ่าวยกมือขึ้น บรรยากาศรอบตัวพลันเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
ด้านหลังของหลินเทียนฮ่าว ปรากฏเงาร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งขึ้นมา
เพียงแค่นางปรากฏตัว ก็แผ่ไอเย็นยะเยือกออกมา ราวกับจะแช่แข็งทุกสรรพสิ่งให้กลายเป็นน้ำแข็ง
"นะ... นี่... นี่มันเป็นไปได้ยังไง?!!"
หลานตี้เค่อเจิ้นถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว
ไม่ใช่แค่หลานตี้เค่อเจิ้น แต่คนรอบข้างต่างก็เบิกตากว้างด้วยความเหลือเชื่อเมื่อเห็นเงาร่างนั้น
ทันใดนั้นเอง
ทั่วทั้งหอท้อแดง ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านร้านตลาด NPC ทั่วไป หญิงสาวในหอ หรือแม้แต่เหล่าขุนนางชั้นสูง
ทุกคนต่างคุกเข่าลงกราบไหว้หลินเทียนฮ่าวอย่างพร้อมเพรียง
"คารวะองค์เทพ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ!"
"คารวะองค์เทพ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ!!"
...
เสียงตะโกนดังกึกก้องด้วยความเคารพยำเกรงสูงสุด
หลานตี้เค่อเจิ้นหลังจากหายตกตะลึง ก็รีบคุกเข่าลงกราบไหว้ด้วยความนอบน้อมเช่นกัน
"คารวะองค์เทพ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ!!"
เงาร่างด้านหลังหลินเทียนฮ่าวไม่ใช่ใครอื่น คือเทพธิดาเหมันต์นั่นเอง
เงาร่างนี้เกิดจากการฉายภาพของ 'พรจากทวยเทพ' หรือที่เรียกว่า 'เงาเทพประทาน'
เงาเทพประทานไม่ได้ช่วยเพิ่มพลังต่อสู้ แต่มีไว้เพื่อ 'โชว์พาว' โดยเฉพาะ
ไม่ใช่แค่นั้น
เงาเทพประทานยังใช้ข่มขวัญศัตรูได้อีกด้วย
อย่างเช่นตอนนี้
หลินเทียนฮ่าวเรียกเงาเทพประทานของเทพธิดาเหมันต์ออกมา ก็สามารถสะกดข่มคนพวกนี้ได้อยู่หมัด
ภายในหอท้อแดง...
นอกจากหลินเทียนฮ่าวที่ไม่ได้คุกเข่า ยังมีอีกคนหนึ่งที่ยังยืนตระหง่านอยู่
นั่นคือ... สุ่ยรูเยียน บุปผางามแห่งหอท้อแดง
หากมีคนนอกอยู่ที่นี่ คงต้องตกตะลึงจนตาค้าง
เพราะขึ้นชื่อว่าเป็น NPC ของอาณาจักรดวงดาว ย่อมต้องนับถือเทพธิดาเหมันต์เป็นธรรมดา
การเห็นเทพธิดาเหมันต์แล้วไม่คุกเข่า เท่ากับเป็นการทรยศต่อศรัทธาของตนเอง
มุมปากของสุ่ยรูเยียนยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่มีความหมายลึกซึ้ง
"พรจากเทพธิดาเหมันต์... หึหึ ที่แท้เขาก็เป็นคนที่ได้รับพรจากนาง ดูท่าเทพธิดาเหมันต์คงใกล้จะฟื้นคืนชีพแล้วสินะ..."
ในสายตาของสุ่ยรูเยียน การที่หลินเทียนฮ่าวได้รับพร ย่อมหมายความว่าเขาได้รับการยอมรับจากเทพธิดาเหมันต์
เพราะการจะผ่านดันเจี้ยนรอยเท้าศพหิมะได้ มีแค่สองทาง คือได้รับการยอมรับ หรือไม่ก็ต้องเอาชนะวิญญาณของนาง
และในเมื่อมีพรจากเทพธิดาเหมันต์ปรากฏอยู่ คำตอบก็ชัดเจนในตัวมันเองแล้ว
เพียงแต่... สุ่ยรูเยียนคงฝันไม่ถึงว่า
หลินเทียนฮ่าวคือนักต้มตุ๋นตัวพ่อ ที่หลอกได้กระทั่งเทพเจ้า
จะโทษหลินเทียนฮ่าวได้ไหม?
คงโทษเขาไม่ได้ ต้องโทษเทพธิดาเหมันต์เองที่ไม่ได้โหลดแอปฯ เตือนภัยมิจฉาชีพมาใช้
แต่ก็นะ... ฝั่งตะวันตกเขามีแอปฯ แบบนี้ด้วยเหรอ?
คงไม่มีหรอกมั้ง
กลับมาที่ห้องเก้าหงส์
หลินเทียนฮ่าวมองหลานตี้เค่อเจิ้นด้วยความขบขัน แล้วเอ่ยถามช้าๆ
"ทีนี้... ยังจะให้ฉันไสหัวไปอีกไหม?"
หลานตี้เค่อเจิ้นโขกศีรษะกับพื้นรัวๆ ด้วยความหวาดกลัว "มิกล้า มิกล้าขอรับ! เมื่อครู่ผู้น้อยไม่ทราบว่าท่านคือทูตสวรรค์ มิเช่นนั้นต่อให้เอาความกล้ามาสักหมื่นกอง ผู้น้อยก็ไม่บังอาจล่วงเกินท่านเด็ดขาด"
หลินเทียนฮ่าวโบกมือไล่ "ออกไปให้หมด บรรยากาศดีๆ เสียเพราะพวกแกแท้ๆ"
หลานตี้เค่อเจิ้นพยักหน้ารัวเร็ว "ขอรับ ขอรับ"
หลินเทียนฮ่าวหันไปบอกพวกผู้หญิงในห้อง "พวกเธอด้วย ออกไปก่อน"
หญิงสาวทั้งเก้าที่หมอบกราบอยู่ไม่กล้าชักช้า รีบพากันออกไปทันที
เมื่อทุกคนออกไปหมดแล้ว หลินเทียนฮ่าวถึงค่อยยิ้มออกมา
ถึงสาวงามทั้งเก้าจะมีเสน่ห์เย้ายวนใจแค่ไหน แต่หลินเทียนฮ่าวรู้ดี
ผู้หญิงคือตัวถ่วงงานใหญ่!
เป้าหมายของเขาในครั้งนี้คืออาชีพลับระดับเทพ
จะให้เรื่องผู้หญิงมาทำให้เสียงานไม่ได้
ขณะที่หลินเทียนฮ่าวกำลังจะเดินไปทุบแจกัน เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
"เซวี่ยตี้"
หลินเทียนฮ่าวเลิกคิ้ว เวลานี้ยังมีใครมาหาเขาอีก?
เมื่อหันกลับไปมอง
หลินเทียนฮ่าวถึงกับตะลึงงัน
เบื้องหน้าของเขา ปรากฏร่างของหญิงสาวผู้มีทรวดทรงงดงามและใบหน้าสวยสะกดวิญญาณ
ความงามของเธอนั้น หลินเทียนฮ่าวรู้สึกว่าไม่อาจหาคำใดมาบรรยายได้
และที่สำคัญ...
เธอเห็นเขาแล้วกลับไม่คุกเข่า แถมไม่มีท่าทีเคารพยำเกรงแม้แต่น้อย กลับกัน... แววตาของเธอแฝงไปด้วยความรู้สึกเป็นศัตรู
หรืออาจเรียกได้ว่า... จิตสังหาร!!
หลังจากที่เขาโชว์เงาเทพประทานของเทพธิดาเหมันต์ เธอกลับยังคิดจะฆ่าเขา
นั่นหมายความได้อย่างเดียวว่า เธอไม่ใช่คนของอาณาจักรดวงดาว หรือไม่ก็... เธอคือ 'ทูตวิกาล' (Night Walker)
"เธอคือสุ่ยรูเยียน?!"
ในสถานที่แห่งนี้ ผู้หญิงที่สวยระดับนี้ได้ หลินเทียนฮ่าวคิดออกแค่คนเดียว คือบุปผางามสุ่ยรูเยียน
ส่วนในชาติก่อน...
เขาแค่เคยได้ยินชื่อเสียงของสุ่ยรูเยียน แต่ไม่เคยเห็นตัวจริง
เพราะค่าเข้าหอท้อแดงขั้นต่ำตั้ง 5 เหรียญทอง
ด้วยสถานะ 'คนงานขุดทอง' ในชาติที่แล้ว เขาไม่มีปัญญามาใช้บริการสถานที่หรูหราแบบนี้หรอก
ที่เขารู้ข้อมูลภารกิจลับ ก็เพราะมียอดฝีมือคนหนึ่งเอามาโพสต์อวดหลังจากเปลี่ยนอาชีพสำเร็จ
ก็แหม... เปลี่ยนอาชีพสำเร็จแล้ว จะโพสต์อวดก็ไม่เสียหาย แถมยังเรียกเรตติ้งได้อีกต่างหาก
"ถูกต้อง"
สุ่ยรูเยียนพยักหน้า "เจ้าได้รับการยอมรับจากเทพธิดาเหมันต์ ดูท่าทางนางคงใกล้จะฟื้นคืนชีพแล้ว และพวกเราคงต้องไปจากที่นี่เสียที"
"แต่ก่อนจะไป... ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะฆ่าเจ้าสักครั้ง"