- หน้าแรก
- สัตว์เลี้ยงของฉันคือเทพมังกร
- บทที่ 31 ตลาดผู้เปลี่ยนอาชีพ! บังเอิญเจอโหวอี้ปั๋ว!
บทที่ 31 ตลาดผู้เปลี่ยนอาชีพ! บังเอิญเจอโหวอี้ปั๋ว!
บทที่ 31 ตลาดผู้เปลี่ยนอาชีพ! บังเอิญเจอโหวอี้ปั๋ว!
บทที่ 31 ตลาดผู้เปลี่ยนอาชีพ! บังเอิญเจอโหวอี้ปั๋ว!
หลังจากลงจากรถไฟใต้ดิน
ฉินฝานก็ตรงดิ่งไปยังตลาดผู้เปลี่ยนอาชีพที่อยู่ใกล้เคียงทันที
สิ่งที่เรียกว่าตลาดผู้เปลี่ยนอาชีพ แท้จริงแล้วก็คือสถานที่อำนวยความสะดวกให้เหล่าผู้เปลี่ยนอาชีพมาซื้อขายแลกเปลี่ยนวัตถุดิบกันนั่นเอง
ที่นี่ยังมีแผงลอยเล็กๆ สำหรับการแลกเปลี่ยนสินค้ากันโดยตรงด้วย
เมื่อฉินฝานมาถึงตลาดแห่งนี้ เขาพบว่าคนที่เดินขวักไขว่อยู่ส่วนใหญ่เป็นเพียงผู้เปลี่ยนอาชีพธรรมดาทั่วไป
เลเวลสูงสุดที่เห็นก็แค่เลเวล 18
เท่ากับตัวเขาในตอนนี้
แถมกลิ่นอายของคนพวกนี้ก็ดูราบเรียบ น่าจะเป็นผู้เปลี่ยนอาชีพชนชั้นล่างที่ใช้ชีวิตไปวันๆ
แต่ถึงอย่างนั้น
ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้เปลี่ยนอาชีพ ขอแค่เปลี่ยนอาชีพเป็นสายต่อสู้ รายได้ก็ย่อมมากกว่าพวกมนุษย์เงินเดือนทั่วไปอยู่แล้ว
แค่ไปล่ามอนสเตอร์ตัวเล็กๆ ตามป่า แล้วแล่หนังหรือขนมาขาย ก็ทำเงินได้ไม่น้อย
แน่นอนว่า...
มนุษย์เงินเดือนทั่วไปต้องเผชิญแค่แรงกดดันจากงาน
แต่ผู้เปลี่ยนอาชีพต้องเผชิญกับอันตรายถึงชีวิตที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา
ตลาดแห่งนี้แบ่งออกเป็นสองโซน
โซน A เป็นที่ตั้งของร้านค้าแฟรนไชส์ขนาดใหญ่ ซึ่งมีวัตถุดิบ อุปกรณ์สวมใส่ และไอเทมต่างๆ วางจำหน่ายมากมาย
โซน B เป็นโซนแผงลอยของรายย่อย ส่วนใหญ่เป็นผู้เปลี่ยนอาชีพทั่วไปมาปูผ้าขายของที่ตัวเองหามาได้จากแผนที่ป่า
โซน B คนพลุกพล่านมาก
ส่วนโซน A คนค่อนข้างบางตา
แต่คนที่เดินเข้าออกโซน A ล้วนแต่แต่งกายดูดีมีฐานะ เศรษฐีหลายคนพาคู่รักหรือลูกหลานมาเลือกซื้ออุปกรณ์สวมใส่ เครื่องประดับ หรือยาเม็ดต่างๆ
เหตุผลที่ฉินฝานมาที่นี่ แน่นอนว่าเพื่อนำวัตถุดิบระดับ C ‘หัวใจราชาแห่งก็อบลิน’ และอาวุธระดับเงิน 5 ดาว ‘ดาบยักษ์ราชาแห่งก็อบลิน’ มาขาย
ส่วนการ์ดลงอาคมราชาแห่งก็อบลิน...
นี่คือของดีที่ต้องรอจังหวะขายในราคาที่เหมาะสม
เพราะผลลัพธ์การลงอาคมของมันคือ: ‘ทุกครั้งที่โจมตีโดนศัตรู จะเพิ่มพละกำลังและความเร็วในการโจมตี 1% สะสมได้สูงสุด 10 ครั้ง’
มูลค่าของมันต้องไม่ต่ำกว่าห้าสิบล้านเหรียญมังกรแน่นอน!!
เพราะนี่คือของที่ดรอปจาก ‘ดันเจี้ยนลับธรรมชาติ’ เท่านั้น!
ต่อให้คนรวยอยากได้แค่ไหน ก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ง่ายๆ ต้องรอดูว่ามีของหลุดมาในตลาดหรือเปล่า
เพราะดันเจี้ยนลับธรรมชาติไม่ใช่สิ่งที่ใครนึกอยากจะเจอก็เจอได้
ดังนั้นฉินฝานจึงไม่รีบร้อนที่จะขายมัน
ถ้าไปโซน B คงไม่มีใครมีกำลังทรัพย์พอจะซื้อของที่เขาต้องการขายแน่ๆ
ต้องไปโซน A เท่านั้น
คิดได้ดังนั้น ฉินฝานจึงมุ่งหน้าไปยังโซน A
โซน A ถูกตกแต่งอย่างหรูหราโอ่อ่าราวกับห้างสรรพสินค้าระดับไฮเอนด์
ฉินฝานที่สวมเสื้อผ้าธรรมดาๆ เดินเข้ามาในนี้ จึงดูแปลกแยกและขัดตากับเหล่านักช้อปไฮโซรอบข้างอย่างสิ้นเชิง
แต่เขาไม่ได้ใส่ใจสายตาเหล่านั้น
เมื่อเห็นร้านค้าชื่อ ‘ร้านสมบัติศักดิ์สิทธิ์’ เขาก็เดินเข้าไปทันที
ทันทีที่ก้าวเข้าไป ฉินฝานสัมผัสได้เลยว่าสายตาของลูกค้าทุกคนในร้านจับจ้องมาที่เขาเป็นจุดเดียว
มีทั้งสายตาเหยียดหยาม ดูแคลน และไม่ยี่หระ
บ้างก็ขมวดคิ้ว บ้างก็ประหลาดใจ
แต่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นสายตาที่ไม่เป็นมิตร
“เอ๊ะ? นั่นฉินฝานไม่ใช่เหรอ? นายมาทำอะไรที่นี่?”
ทันใดนั้น
เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังขึ้น
ฉินฝานหันไปมอง ก็พบว่าเป็นเพื่อนร่วมชั้นของเขา จางตาน
จางตานในเวลานี้สวมชุดเดรสที่ดูปราดเดียวก็รู้ว่าราคาแพงระยับ กำลังควงแขนชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่งเดินเข้ามา
ฉินฝานเพียงแค่พยักหน้าให้เล็กน้อยเป็นการทักทาย แล้วตอบว่า “ฉันแค่มาขายของ”
“ขายของ?”
จางตานกวาดตามองฉินฝานตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วพูดเหน็บแนมว่า “ยาจกจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าอย่างนายจะมีปัญญาเอาอะไรมาขาย? ไม่ใช่ว่าแอบมาขโมยของหรอกนะ?”
เมื่อได้ยินวาจาเสียดสีที่แหลมคมบาดหูเช่นนี้
ฉินฝานเพียงแค่ส่ายหน้าเบาๆ ขี้เกียจจะถือสาหาความกับผู้หญิงปากตะไกรแบบนี้
ในห้องเรียน จางตานขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงประเภท ‘สำส่อน’
วันๆ เอาแต่พาแก๊งเพื่อนสาวไปจับผู้ชายรวยๆ พอสืบรู้ว่าบ้านไหนมีเงิน เธอก็จะรี่เข้าไปทอดสะพานให้ทันที
เท่าที่ฉินฝานเคยได้ยินมา ตลอดสามปีของการเรียนสายอาชีพ จางตานเปลี่ยนแฟนมาแล้วกว่าสิบคน
แถมแฟนคนแรกๆ ก็ถูกเธอหลอกปั่นหัว หลอกเอาเงิน แล้วก็ถีบหัวส่ง
พวกผู้ชายที่ถูกแม่สาวจอมเจ้าเล่ห์คนนี้หลอกใช้ต่างก็อยากจะแก้แค้น
แต่ติดตรงที่จางตานมักจะหาแฟนใหม่ที่เก่งกว่าและรวยกว่าคนเก่าได้เสมอ
แต่ครั้งนี้กลับเหนือความคาดหมายของฉินฝานไปหน่อย
เพราะชายหนุ่มร่างสูงโปร่งหน้าตาดีที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอ คืออัจฉริยะผู้โด่งดังแห่งเมืองอันหนิง โหวอี้ปั๋ว
หมอนี่ได้ลงหนังสือพิมพ์บ่อยๆ แถมยังถูกยกยอว่าเป็นเจ้าชายที่เหมาะสมกับซูโหรวที่สุด
ถึงขั้นมีการเก็งกันว่าตำแหน่งเด็กสอบได้อันดับหนึ่งของเมืองน่าจะตกเป็นของเขา
เมืองอันหนิงเป็นแค่เมืองเล็กๆ
ตำแหน่งอันดับหนึ่งของมณฑลคงไม่ต้องไปหวัง แต่ตำแหน่งอันดับหนึ่งของเมือง หลายคนมั่นใจว่าเป็นโหวอี้ปั๋วแน่นอน
เพียงแต่สิ่งที่ฉินฝานคาดไม่ถึงก็คือ โหวอี้ปั๋วจะลดตัวลงมาคบกับผู้หญิงเกรดต่ำอย่างจางตาน
แถม...
ไม่ใช่ว่าเขาประกาศปาวๆ ว่าจะตามจีบซูโหรวหรอกเหรอ?
ทำไมถึงมาเดินควงกับจางตานได้ล่ะ?
ช่างเถอะ
เรื่องพวกนี้ไม่ได้เกี่ยวกับฉินฝาน
เขามาที่นี่เพื่อขายวัตถุดิบ ถ้ามีโอกาสขายดาบยักษ์เล่มนั้นออกไปได้ด้วยก็คงดี
ตอนนี้เขากำลังร้อนเงิน
ดังนั้นเขาจึงคร้านจะเสวนากับจางตานให้มากความ ฉินฝานหันหลังเดินตรงเข้าไปในร้านทันที
“แม่มันเถอะ! กล้าเมินฉันเหรอ...”
จางตานเห็นท่าทีน่าหมั่นไส้ของฉินฝานก็กัดฟันกรอดด้วยความโมโห
แต่ต่อหน้าผู้ชาย เธอยังคงแสร้งทำปากยื่นปากยาว ออดอ้อนโหวอี้ปั๋วว่า “ที่รักคะ ดูสิคะ ไอ้หมอนั่นกล้าเมินเค้า...”
“งั้นก็ตามเข้าไปดูหน่อยสิ”
โหวอี้ปั๋วเอ่ยเสียงเรียบ
เขาไม่ได้ไร้สมองขนาดที่จะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแค่เพราะคำยุแยงตะแคงรั่วไม่กี่คำของจางตาน
เพียงแต่ตอนนี้เขากำลังเบื่อๆ พอดี
ก็เลยอยากจะตามเข้าไปดูหน่อยว่าไอ้หมอนั่นมันเอาอะไรมาขายกันแน่!
ถ้าเอาขยะมาขาย คงได้ขำกลิ้งกันพอดี
เมื่อฉินฝานเดินเข้ามาในร้านสมบัติศักดิ์สิทธิ์ หญิงสาวหน้าตาสะสวย กิริยามารยาทงดงามคนหนึ่งก็เดินออกมาต้อนรับ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพว่า
“ยินดีต้อนรับค่ะคุณลูกค้า ไม่ทราบว่าต้องการเลือกซื้อสินค้าชิ้นไหนคะ?”
ฉินฝานส่ายหน้า “เปล่าครับ ผมมาขายของ”
“ได้ค่ะ รบกวนคุณลูกค้านำของที่ต้องการขายออกมาให้ทางเราตรวจสอบประเมินราคาก่อน แล้วค่อยตกลงราคากันนะคะ”
“อ้อ ขออนุญาตแจ้งให้ทราบล่วงหน้านะคะ ทางร้านเราไม่รับซื้อวัตถุดิบที่มีมูลค่าต่ำกว่าหนึ่งหมื่นเหรียญมังกรค่ะ”
พนักงานสาวแจ้งเตือนด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
“หึๆ ฉินฝาน ได้ยินไหม? ที่นี่เขาไม่รับซื้อขยะราคาต่ำกว่าหมื่นเหรียญมังกรหรอกนะ!”
จางตานที่เดินตามเข้ามาหัวเราะเยาะ
“คุณผู้หญิง คุณผู้ชาย ไม่ทราบว่ามาเลือกซื้อสินค้าหรือเปล่าคะ?”
พนักงานสาวหันไปเอ่ยทักทายจางตานและโหวอี้ปั๋วที่เพิ่งเดินเข้ามา
“ที่รักคะ...”
จางตานกะพริบตาปริบๆ หันไปมองโหวอี้ปั๋วอย่างออดอ้อน
โหวอี้ปั๋วขมวดคิ้วเล็กน้อย
แม่งเอ๊ย!
มิน่าล่ะยัยจางตานถึงจงใจหาเรื่องฉินฝาน
ที่แท้ก็เพื่อบีบให้เขาควักเงินจ่ายนี่เอง!
“สร้อยคอเส้นนั้น ฉันซื้อ รูดบัตรเลย!”
โหวอี้ปั๋วอยู่ข้างนอกย่อมต้องรักษาหน้าตาตัวเอง
เขาหยิบบัตรธนาคารยื่นให้พนักงานสาว
“ได้ค่ะคุณลูกค้า สร้อยเส้นนั้นราคาปกติสามแสนเหรียญมังกร ทางเราลดราคาให้พิเศษ เหลือเพียงสองแสนห้าหมื่นเหรียญมังกรค่ะ”
ท่าทีของพนักงานสาวพินอบพิเทายิ่งขึ้นไปอีก
โหวอี้ปั๋วได้ยินราคา มุมปากก็กระตุกยิกๆ
โคตรแพงฉิบหาย!
นั่นมันแค่สร้อยคอระดับทองแดง 3 ดาวเองนะเว้ย!
ดีแค่สวยอย่างเดียว ค่าสถานะที่บวกเพิ่มก็น้อยนิด! แต่กลับขายแพงบรรลัยขนาดนี้!
บ้านโหวอี้ปั๋วรวยก็จริง แต่ทางบ้านจำกัดค่าขนมเขาพอสมควร
ให้ใช้แค่เดือนละห้าแสนเหรียญมังกร
นี่ยังไม่ทันไร ก็โดนยัยจางตานผลาญไปครึ่งหนึ่งแล้ว...
ทั้งหมดนี้ต้องโทษไอ้โง่ฉินฝานคนเดียวเลย แม่งเอ๊ย!