- หน้าแรก
- เส้นทางอมตะของข้าเริ่มต้นด้วยการจากถูกอาจารย์ขับไล่
- เส้นทางอมตะของข้าเริ่มต้นด้วยการถูกอาจารย์ขับไล่ ตอนที่ 25
เส้นทางอมตะของข้าเริ่มต้นด้วยการถูกอาจารย์ขับไล่ ตอนที่ 25
เส้นทางอมตะของข้าเริ่มต้นด้วยการถูกอาจารย์ขับไล่ ตอนที่ 25
เส้นทางอมตะของข้าเริ่มต้นด้วยการถูกอาจารย์ขับไล่ ตอนที่ 25
เมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญ ในที่สุดเฉินฉางอันและต้าหวงก็ปรากฏตัว
ภาพของหนึ่งคนหนึ่งสุนัขทำให้ฝูงชนตะลึง
อย่างไรเสียการจับคู่เช่นนี้ก็ถือว่าหาดูยาก!
“เป็นเขา!”
“เป็นเขานั่นเอง!”
ตอนนี้สีหน้าของทั้งหลิวเฉิงเฟิงและหลิวเมิ่งเหยียนต่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
นั่นมันบรรพชนตระกูลเฉินคนเดียวกันกับที่พวกเขาเห็นที่ตระกูลเฉินในวันนั้นไม่ใช่เหรอ?
เขาก็มาที่นี่ด้วย?
อีกฝ่ายตามพวกเขามาถึงที่นี่เลย?
“ใคร? เขาเป็นใคร?” ประมุขตระกูลหลิวถามอย่างจริงจัง
"เมื่อที่อยู่ตระกูลเฉิน เขาก็คือบรรพชนที่เฉินเจิ้งหยวนพูดถึง"
"เฉินฉางอัน!"
เสียงของหลิวเฉิงเฟิงดังกึกก้อง ด้วยอารามกลัวหรืออะไรก็ตาม คำพูดของเขานั้นแทบจะเป็นการคำราม
“บรรพชนตระกูลเฉิน?”
“เกิดอะไรขึ้น ตระกูลเฉินมีบรรพชนด้วยงั้นรึ?”
"สวรรค์ ข้าจำได้แล้ว! ตอนที่ตระกูลเฉินมาถึงอาณาจักรต้าโจวครั้งแรก ว่ากันว่าบรรพชนของพวกเขาถูกยอดฝีมือลักพาตัวไป"
"ใช่ ใช่แล้ว! พอพูดถึงเรื่องนี้แล้ว ทุกคนก็นึกว่าตระกูลเฉินเพียงอ้ออวด หากว่าพวกเขามีบรรพชนอยู่จริงๆ ทำไมพวกเขาถึงมายังสถานที่เล็กๆ อย่างที่นี่ได้?"
"หรือว่าคนผู้นี้จะเป็นบรรพชนตระกูลเฉินจริงๆ? แต่เขาดูโตกว่าเฉินอวิ๋นซวนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น!"
"และระดับการฝึกฝนของเขา...ขั้นแรกของขอบเขตหลอมแก่น?"
การปรากฏตัวของบรรพชนตระกูลเฉินดึงดูดความสนใจของผู้คน ทุกคนจ้องมองเฉินฉางอันพลางกระซิบกระซาบกัน
เฉิงอวี่ชูก็งุนงงเช่นกัน ตระกูลเฉินมีบรรพชนตั้งแต่เมื่อใดกัน?
และก็ดู...ไม่ได้มีจุดใดที่น่าประทับใจ?
นอกจากจะหล่อเหลาอย่างน่าเหลือเชื่อแล้ว เขาก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าสามารถเป็นภัยคุกคามใดๆ ได้เลย
เฉินฉางอันไม่สนใจเสียงซุบซิบพูดคุย หากแต่เบนสายตาไปทางเฉินอวิ๋นซวน
การแสดงออกของเฉินอวิ๋นซวนทำให้เขาประหลาดใจ
เหตุผลที่เขาปล่อยให้เฉินอวิ๋นซวนเผชิญเรื่องนี้เพียงลำพังไม่ใช่เพียงเพราะเขาต้องไปเอามุกครรภ์มารดาเท่านั้น นั่นไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริง
เพื่อให้เฉินอวิ๋นซวนเติบโตขึ้นอย่างแท้จริง เขาต้องเผชิญกับวิกฤติด้วยตัวเอง
การฝึกฝนไม่ใช่เพียงฟังคำบอกเล่า แต่ต้องสัมผัสกับประสบการณ์จริง
"ขออภัยทุกท่านด้วย"
“ผู้เยาว์จากตระกูลเฉินของข้าอาจจะรบกวนเวลาของพวกท่านไปบ้าง”
“หากไม่มีธุระใด ก็สามารถรอชม” เฉินฉางอันยิ้มบาง
“เจ้าคือบรรพชนของตระกูลเฉินงั้นรึ?” ลุงหลิวขมวดคิ้ว ไม่แน่ใจว่าจะต้องตอบสนองอย่างไร
“มีปัญหาอะไรงั้นหรือ?” เฉินฉางอันถามด้วยรอยยิ้ม
เฉินฉางอันดูกับไม่นำพาต่อสถานการณ์ที่ตรงหน้า ราวกับว่าที่นี่ไม่มีผู้ใดอยู่ในสายตา ลุงหลิวจึงลังเลและหันไปมองเฉิงอวี่ชูเพื่อขอคำชี้แนะ
จิตใจของเฉิงอวี่ชูสับสนวุ่นวาย
เขาเพิ่งมาที่นี่ในฐานะแขกของตระกูลเฉิง แต่ทำไมเขาถึงถูกดึงเข้ามาพัวพันกับเรื่องวุ่นวายนี้ด้วย?
จักรพรรดิต้าโจวไม่ได้สนใจเฉินฉางอัน แต่เขามุ่งความสนใจไปที่ต้าหวงเพียงเท่านั้น
สุนัขพูดได้!
นี่ต้องเป็นสุนัขพูดได้ในตำนานเป็นแน่!
เขาควรทำอย่างไร?
เขาทำอะไรได้บ้าง?
พึ่งพาตระกูลเฉิง?
ไม่ ตระกูลเฉิงไม่สามารถพึ่งพาได้
จักรพรรดิต้าโจวเหลือบมองเฉิงอวี่ชูและเห็นความลำบากใจบนใบหน้าของเขา
เขาไม่สามารถรั้งรอต่อไปได้อีก
สถานการณ์เลวร้ายเกินกว่าจะเจรจา และเขาจะไม่ยอมนิ่งเฉยดูดาย
หากตระกูลเฉิงไม่ลงมือ เขาจะจัดการเรื่องนี้เอง
“สั่งระดมกำลังทหารสองแสนนายทันที”
“ก่อนอื่นกำจัดเฉินอวิ๋นซวนเสียก่อน จากนั้นก็จัดการกับบรรพชนตระกูลเฉินและสุนัขขนเหลืองนั่น”
"ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร จงรุมโจมตีพวกมันซะ ข้าไม่เชื่อว่าเขาจะสังหารคนสองแสนคนได้ในคราวเดียว"
เมื่อไม่มีทางเลือก จักรพรรดิต้าโจวจึงต้องใช้กำลังทหาร
แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถฆ่าบรรพชนตระกูลเฉินได้ แต่การจัดการกับเฉินอวิ๋นซวนก็ถือเป็นของปลอบใจได้บ้าง
มิฉะนั้นราชวงศ์ทั้งหมดจะสูญสิ้นซึ่งศักดิ์ศรี
“ลุงหลิว ไปกันเถอะ”
คำพูดอันกะทันหันของเฉิงอวี่ชูยิ่งทำให้ความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้จนแหลกลาญของจักรพรรดิต้าโจวรุนแรงยิ่งขึ้น
เฉิงอวี่ชูตั้งใจที่จะรามือจากเรื่องนี้จริงๆ
สำหรับตระกูลเฉิงแล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่งกับปัญหาที่ไม่จำเป็น ต่อให้ราชวงศ์ล่มสลาย พวกเขาก็ยังสามารถสถาปนาผู้ปกครองคนใหม่ให้กับอาณาจักรต้าโจวต้าได้ตลอด
การจากไปของเฉิงอวี่ชูและลุงหลิวทำให้บรรยากาศตึงเครียดยิ่งกว่าเดิม
ต้าหวงเหลือบมองเฉินฉางอัน “เจ้าจะปล่อยพวกเขาจากไปทั้งอย่างนี้?”
"แล้วยังจะทำอะไรได้? คนเหล่านี้เป็นคู่ต่อสู้ของอวิ๋นซวน เช่นนั้นก็ปล่อยให้เขาจัดการเองเถอะ"
"ข้าแข็งแกร่งเกินไป คงไม่ยุติธรรมหากว่าข้าจะเข้าไปแทรกแซง" เฉินฉางอันหัวเราะเบาๆ
เมื่อได้ยิน ต้าหวงก็มองเขาด้วยสายตาดูแคลน
แข็งแกร่งเกินไปงั้นหรือ? แน่นอนว่าฝีมือการต่อสู้ของเฉินฉางอันนั้นราวกับสัตว์ประหลาด แต่เขาเพิ่งเริ่มฝึกฝนได้ไม่นาน—ระดับการฝึกฝนของเขายังอยู่ในขั้นแรกของขอบเขตหลอมแก่นเท่านั้น
หากเอ่ยถึงพลังดิบ เขายังสู้ลุงหลิวไม่ได้ด้วยซ้ำ เพียงแต่ฆ่าไม่ตายก็เท่านั้น
“เจ้าเห็นนั่นไหม?”
"เห็น"
"หมาพูดได้งั้นรึ?"
"ภาพหลอน ต้องเป็นภาพหลอนแน่ๆ หมามันจะไปพูดได้ได้ยังไง!"
"บางทีมันอาจจะกลายพันธุ์?"
"อาจจะใช่ สุนัขตัวนั้นต้องกลายพันธุ์แน่ๆ!"
คำพูดภาษามนุษย์ของต้าหวงทำให้ทุกคนตะลึงงัน คนส่วนใหญ่ไม่ได้คิดถึงความเป็นไปได้ที่เขาจะเป็นสัตว์วิเศษระดับสูงด้วยซ้ำ
ตามความเข้าใจอันจำกัดของพวกเขา สิ่งมีชีวิตดังกล่าวไม่มีจริง
แท้จริงแล้ว ความไม่รู้ก็ถือเป็นความสุขประการหนึ่ง
"ข้าไม่สนใจว่าเจ้าจะเป็นบรรพชนตระกูลเฉินหรือเป็นแค่นักต้มตุ๋นขั้นแรกของของขอบเขตหลอมแก่น"
"ข้าไม่สนใจหรอกว่าทำไมสุนัขของเจ้าถึงพูดได้"
“แต่ในวันนี้ราชวงศ์จะไม่มีทางปล่อยให้เจ้าออกไปจากที่นี่”
"ต่อให้ต้องตาย พวกเราก็จะลากเจ้าลงไปด้วย!"
การระเบิดอารมณ์อย่างกะทันหันของจักรพรรดิต้าโจวทำให้ทุกคนตกใจ
หลังตระกูลเฉิงจากไป เหตุใดจู่ๆ เขาจึงกล้าหาญขึ้นมากัน?
เว้นเสียแต่ว่า…
"สวรรค์ องค์จักรพรรดิคิดจะทำลายศัตรูจนสิ้นซาก!"
"บัดซบ! จากงานหมั้นธรรมดาๆ มันกลายเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร?"
"รีบออกไปจากที่นี่ก่อนที่พวกเราจะโดนหางเลขไปด้วย!"
"ใช่แล้ว เร็วเข้า! ไม่หนีตอนนี้ยังจะหนีตอนไหน!"
ในที่สุดบรรดาแขกก็นึกขึ้นได้ว่าต้องหนี แต่นั่นก็สายไปเสียแล้ว
ทหารจำนวนสองแสนนายที่อยู่นอกพระราชวังได้เตรียมพร้อมนานแล้ว เพียงรอคำสั่งโจมตีจากจักรพรรดิ
“ดูเหมือนเขาจะมองไม่เห็นหัวเจ้าเลย” ต้าหวงพูดด้วยรอยยิ้ม
“ข้าคิดว่าเขาประเมินเจ้าต่ำไปมากกว่า” เฉินฉางอันตอบอย่างไม่ใส่ใจ
"เหอๆ นั่นก็ไม่ผิด"
"แต่เพื่อความชัดเจน ข้าจะไม่แทรกแซง เว้นแต่จำเป็นจริงๆ นี่เป็นเวทีของเจ้า"
ต้าหวงพอใจที่จะนั่งดูอย่างเพลิดเพลิน หากว่าเขาเข้าไปแทรกแซง แล้วมันจะไปสนุกอะไรกัน?
“ได้ ข้าจะจัดการเอง”
"แต่ช่วยควบคุมทุกอย่างให้ข้าหน่อย อย่าให้พวกเขาสร้างปัญหาล่ะ"
“มาดูกันว่ามุกครรภ์มารดาเม็ดที่สองนี้จะมีประสิทธิภาพปานใด!” เฉินฉางอันกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"ไม่มีปัญหา"
เฉินฉางอันยิ้มบาง ก่อนจะเริ่มโคจรเคล็ดวิชาฝึกฝน ทันใดนั้นพลังวิญญาณรอบข้างก็พุ่งพล่านราวกับคลื่นยักษ์ และพุ่งเข้าใส่ร่างของเขาอีกครั้ง
“เกิดอะไรขึ้น?”
“นี่มัน…จู่ๆ พลังวิญญาณโดยรอบก็หายไปจนหมด?”
"ฝีมือของเขา?! เขากำลังฝึกฝนอยู่งั้นรึ?"
"ว่าไงนะ? เขากำลังฝึกฝนอยู่จริงๆ? นั่นหมายความว่า... เขาอยู่ขั้นแรกของขอบเขตหลอมแก่นจริงๆ งั้นรึ?"
"ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น!"
"แต่ความเร็วที่เขาดูดซับพลังวิญญาณนี่มันไร้สาระสิ้นดี! รู้สึกเหมือนแค่พริบตาเดียว พลังวิญญาณทั้งหมดในเมืองหลวงก็หายไปจนหมดสิ้น!"
"น่ากลัวมาก!"
“สัตว์ประหลาด… สัตว์ประหลาดอีกตัวปรากฏตัวออกมาแล้ว!”