- หน้าแรก
- วันโลกแตกฟ้าถล่ม หมู่บ้านผมทะลุมิติมาด้วย
- บทที่ 88 ความตะลึงงันภายในจิตใจ
บทที่ 88 ความตะลึงงันภายในจิตใจ
บทที่ 88 ความตะลึงงันภายในจิตใจ
หลิวกั๋วต้งและหลินอี้ฟูตัดสินใจแทบจะพร้อมกันโดยไม่ต้องนัดหมาย
ทั้งสองคนรีบก้าวยาว ๆ ลงจากตึก ตรงดิ่งไปยังห้องเก็บของชั้นหนึ่งที่เต็มไปด้วยกองเสบียงและข้าวของระเกะระกะ
“เอาที่นี่แหละ”
หลินอี้ฟูพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะเอื้อมมือไปล็อกประตูลงกลอนแน่นหนา
ทั้งคู่ยืนอยู่กลางห้องเก็บของแคบ ๆ ที่รายล้อมไปด้วยสิ่งของวางซ้อนกันจนแทบจะไม่มีที่ให้วางเท้า
“กดใช้เลย” หลิวกั๋วต้งหยิบการ์ดออกมา แววตาเป็นประกายวูบวาบ
หลินอี้ฟูเองก็ทำตามทันที
วินาทีต่อมา โลกในสายตาของพวกเขาก็เริ่มบิดเบี้ยว!
กำแพงที่อยู่ตรงหน้า แปรสภาพกลายเป็นแผ่นยางยืดที่กำลังถูกมือที่มองไม่เห็นดึงยืดออกไปสุดแรง
คราบสกปรกและรอยแตกร้าวบนผนังถูกดึงให้ยืดยาวออกไปอย่างสม่ำเสมอในแบบที่ขัดแย้งกับหลักฟิสิกส์อย่างสิ้นเชิง
เก้าอี้สำนักงานพัง ๆ สองสามตัวที่กองอยู่มุมห้อง เหมือนถูกดึงด้วยสเปเชียลเอฟเฟกต์ในหนังฮอลลีวูด รูปร่างของมันยังคงเดิมเป๊ะ แต่ระยะห่างจากผนังกลับถูกถีบออกไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองทัน
ความยาวของห้องกำลังเพิ่มขึ้นอย่างเงียบเชียบ
หลอดไฟสลัว ๆ บนเพดานส่องแสงครอบคลุมพื้นที่กว้างขึ้นเรื่อย ๆ แสงและเงาถูกดึงยืดออกจนยาวเหยียดและจางลง
หลิวกั๋วต้งก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ แต่กลับพบว่าพื้นดินใต้เท้าของตัวเองก็กำลังขยายตัวออกไปเช่นกัน ระยะห่างระหว่างเขากับหลินอี้ฟู ทั้งที่ตัวไม่ได้ขยับ แต่สายตากลับฟ้องว่าพวกเขากำลังห่างกันออกไปเรื่อย ๆ
ความรู้สึกนี้... เหมือนพวกเขากำลังยืนอยู่ในลูกโป่งที่ถูกเป่าลมจนพองคับห้อง พื้นที่ทั้งหมดกำลังขยายตัวออก ส่วนมนุษย์ที่ยืนอยู่ข้างในกลับดูเล็กลงถนัดตาจนเหลือเท่าเม็ดฝุ่น
เพียงไม่กี่วินาที ห้องเก็บของรูหนูที่มีพื้นที่แค่สิบกว่าตารางเมตร ก็กลายสภาพเป็นโถงโล่งกว้างขนาดเท่าสนามบาสเกตบอล!
นอกจากกองขยะที่ยังกระจุกอยู่หน้าประตูแล้ว ลึกเข้าไปข้างในคือที่ว่างอันกว้างใหญ่ไพศาลจนน่าใจหาย
วิชาเซียน!
ของจริง!
ลมหายใจของหลิวกั๋วต้งเริ่มถี่กระชั้น
เขายื่นมือที่สั่นเทาออกไปแตะผนังห้อง แล้วเดินลึกเข้าไปอีกหลายสิบก้าว จนไปถึงส่วนลึกที่สุดของห้อง ก่อนจะหันกลับมามองหลินอี้ฟู
ทั้งหมดนี่คือเรื่องจริง!
เขากางแขนออก กว้างราวกับคนบ้า เดินวนไปวนมาในพื้นที่ที่เพิ่งงอกเงยขึ้นมาจากความว่างเปล่า สัมผัสพื้นแข็ง ๆ ใต้เท้า ฟังเสียงก้องสะท้อนในความเวิ้งว้าง
“วิชาเซียน... นี่มันวิชาเซียนชัด ๆ!”
“หลินอี้ฟู! คุณเห็นไหม?! นี่มันพลังของเทพเซียน!”
ในดวงตาของเขา ไฟแห่งความทะเยอทะยานลุกโชนขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
“ขอแค่... ขอแค่เราอัปเกรดไปเรื่อย ๆ! ผนวกหน้าต่างระบบพวกนั้นเข้ามาให้หมด!”
“อย่าว่าแต่นิคมอุตสาหกรรมจินเซิ่งเล็ก ๆ นี่เลย! ต่อให้จะครองโลก ก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน!!”
วินาทีนี้ ความทะเยอทะยานของหลิวกั๋วต้งถูกพลังเหนือธรรมชาติกระตุ้นจนระเบิดออก และขยายตัวอย่างไม่มีที่สิ้นสุดด้วยความเร็วแสง
เขาไม่ใช่แค่หัวหน้า รปภ. กระจอก ๆ หรือทหารผ่านศึกวัยเกษียณอีกต่อไป เขาเห็นหนทางที่จะกลายเป็น “เทพเจ้า” อยู่รำไร!
เทียบกับอาการคลุ้มคลั่งของหลิวกั๋วต้งแล้ว หลินอี้ฟูแม้ในใจจะตื่นเต้นจนแทบระเบิด แต่ด้วยความที่จิตใจมั่นคงกว่า เขาจึงดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
“แต่ว่า...”
เขาพูดแทงใจดำ ชี้ให้เห็นอุปสรรคใหญ่ที่สุดที่จะขัดขวางแผนการอันยิ่งใหญ่นี้
“พี่หลิว ใจเย็นก่อน”
“ความคิดพี่ไม่ผิด แต่พี่ลืมจุดสำคัญที่สุดไปอย่างหนึ่ง”
หลิวกั๋วต้งหยุดเดิน ยืนหอบแฮ่ก ๆ หันมามองเขา
“ตามคำบอกใบ้ของระบบและประสบการณ์เมื่อกี้ แก่นแท้ของการอัปเกรดคือการผนวกหน้าต่างระบบที่ไม่มีเจ้าของจำนวนมาก”
“แต่หน้าต่างระบบพวกนั้นมันมีจำกัด!”
“เพราะงั้นเราต้องเปลี่ยนแผน!” แววตาของหลินอี้ฟูฉายแววเจ้าเล่ห์ “ตั้งแต่นี้ไป เราต้องผูกขาดสองอย่าง! หนึ่ง คือสิทธิ์ในการสะเดาะกุญแจ! ห้ามใครหน้าไหนแอบเข้าไปในห้องพักโดยไม่ผ่านเราเด็ดขาด! สอง คือสิทธิ์ในการจัดสรรหน้าต่างระบบ! หน้าต่างระบบที่ว่างอยู่ทั้งหมด เราต้องเป็นคนกำหนดว่าจะให้ใคร! ค่าตอบแทนแต้มสมทบต้องตั้งไว้ให้สูงลิบ! ให้มันเป็นของสูงที่คนทั่วไปได้แค่มองตาละห้อย!”
เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว
“ช่างฉิน! ฉินต้าไห่ ช่างสะเดาะกุญแจคนนั้น! คนคนนี้สำคัญมาก เราต้องคุมตัวมันไว้ในกำมือเดี๋ยวนี้!”
คำพูดของหลินอี้ฟูเหมือนน้ำเย็นสาดเรียกสติหลิวกั๋วต้ง
ใช่! ช่างฉิน!
ผู้ชายที่สามารถเปิดประตูนิรภัยได้ในเวลาไม่ถึงนาที!
“พูดได้ดี!”
แววตาของหลิวกั๋วต้งเปลี่ยนไป เขาเลิกลังเล เดินดุ่ม ๆ ออกจากห้องเก็บของทันที
“ใครอยู่แถวนี้! ไปเรียกแกนนำทุกคน แล้วก็ไปลากตัวช่างฉิน ทีมเปิดล็อกมาที่ศูนย์บัญชาการเดี๋ยวนี้! ด่วน!”
สิบนาทีต่อมา ศูนย์บัญชาการนิติบุคคลเนืองแน่นไปด้วยผู้คน
จ้าวหู่ ศาสตราจารย์ซ่งไคหมิง และหัวหน้าหน่วยย่อย รปภ. อีกหลายคนนั่งตัวตรงหน้าเครียด
ส่วนฝั่งตรงข้ามพวกเขา ฉินต้าไห่ ช่างสะเดาะกุญแจเทคนิคแพรวพราว นั่งตัวลีบ สีหน้าดูกระวนกระวาย มือไม้ถูไปมาไม่หยุด ไม่รู้ว่าทำไมหัวหน้าหลิวผู้ทรงอิทธิพลถึงเรียกเขามาพบอย่างเอิกเกริกขนาดนี้
หลิวกั๋วต้งนั่งหัวโต๊ะ ประสานมือวางไว้ข้างหน้า
เขาไม่มานั่งอ้อมค้อมหรือปลุกระดมน้ำลายแตกฟองเหมือนทุกทีอีกแล้ว
หลังจากเห็นพลังปาฏิหาริย์นั่น เขาก็ขี้เกียจจะเสแสร้งอีกต่อไป
“ทุกท่าน”
“คงมีบางคนได้ลิ้มรสความหอมหวานจากการอัปเกรดหน้าต่างระบบกันบ้างแล้ว”
“ผมจะไม่ปิดบังอะไรแล้วนะ”
“ตั้งแต่วันนี้ คณะกรรมการจะเริ่มใช้นโยบายใหม่”
เขาหยุดนิดหนึ่ง สายตาคมกริบกวาดไปหยุดที่ฉินต้าไห่ที่นั่งไม่ติดเก้าอี้
“เพื่อกำจัดภัยคุกคามที่ซ่อนอยู่ในหมู่บ้านให้สิ้นซาก ป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมแบบห้อง 301 ซ้ำรอย และเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องผู้รอดชีวิตทุกคน ผมขอประกาศว่า ทีมเปิดล็อก จะต้องเริ่มปฏิบัติการตรวจสอบความปลอดภัยด้วยการเปิดล็อกประตูห้องที่คาดว่าไม่มีคนอยู่อาศัยทั้งหมดในหมู่บ้าน โดยทันทีและไม่มีข้อยกเว้น!”
คำว่า “ตรวจสอบแบบบังคับ” เขาเน้นเสียงหนักแน่น
ทุกคนในห้องถึงกับอึ้งกิมกี่กับความเผด็จการและความแข็งกร้าวที่หลิวกั๋วต้งแสดงออกมา นี่ไม่ใช่แค่การขออนุญาตเปิดล็อกเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว แต่นี่มันคือการพังประตูเข้าไปดื้อ ๆ เลย!
หน้าของช่างฉินซีดเผือดเป็นไก่ต้มทันที
คนสั่งคือคณะกรรมการ แต่คนลงมือเปิดคือเขานะโว้ย!
แพะรับบาปชัด ๆ เขาแบกรับไม่ไหวหรอก!
เขาลุกพรวดขึ้นเป็นคนแรก พูดตะกุกตะกักว่า
“หะ... หัวหน้าหลิวครับ มะ... ไม่ไหวนะครับ! งานมันเยอะเกินไป!”
“ทั้งหมู่บ้านมีเป็นพันห้อง ตึก 5 ถึง 15 ที่เป็นตึกเตี้ยยังพอไหว แต่หลังผมคงพังก่อนแน่”
“แต่ตึก 1 ถึง 4 นี่มันตึกสูงระฟ้าทั้งนั้น! ตั้ง 30 ชั้น! ชั้นละ 4 ห้อง! แถมมีตั้งสองยูนิต ต่อให้มีคนอยู่เยอะ แต่ห้องว่างที่เหลือก็ปาเข้าไปเป็นร้อยห้อง! ผะ... ผมคนเดียว ต่อให้ไม่กินไม่นอน ก็ทำไม่ทันหรอกครับ!”
“แถม... แถมถ้าเกิดข้างในมีคนอยู่ แค่ไม่ได้ยินเสียงเคาะ แล้วเราบุกเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้า มีหวังเกิดเรื่องแน่!”
สิ่งที่เขากลัวไม่ใช่แค่ปริมาณงาน แต่คือความเสี่ยงมหาศาลและความขัดแย้งที่อาจจะตามมาจนถึงเลือดตกยางออก
ทว่า หลิวกั๋วต้งเพียงแค่มองเขาด้วยสายตาเย็นชา แฝงความอำมหิต
หลินอี้ฟูเห็นจังหวะเหมาะจึงลุกขึ้น เดินเข้าไปหาช่างฉิน ใบหน้ายังคงประดับรอยยิ้มอบอุ่น แต่คำพูดที่ออกจากปากกลับทำให้คนฟังขนลุกซู่
“ช่างฉิน เรื่องที่คุณกังวล พวกเราคิดไว้หมดแล้ว”
เขาดึงกระดาษ A4 แผ่นหนึ่งออกมาจากแฟ้ม แล้วตบลงบนโต๊ะตรงหน้าช่างฉินเบา ๆ
“แปะ!”
มันคือตารางมาตรฐานการแลกเปลี่ยนเสบียงและรางวัลแต้มสมทบฉบับใหม่ล่าสุด
เนื้อหาบนนั้นทำให้ดวงตาของช่างฉินเบิกกว้างแทบถลน
“หัวหน้าหลิวบอกแล้ว ตอนนี้เป็นช่วงวิกฤต คนมีความสามารถต้องเหนื่อยหน่อย” หลินอี้ฟูชี้ไปที่กระดาษแผ่นนั้น พูดเน้นทีละคำ
“นี่คือเรตราคาใหม่สำหรับคุณ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คุณ... ช่างฉิน ทุกครั้งที่สะเดาะกุญแจสำเร็จหนึ่งบาน ไม่ว่าข้างในจะมีของหรือไม่มี รับไปเลย 100 แต้มสมทบ!”
“ตอนนี้เสบียงเรามีเหลือเฟือ 100 แต้มเนี่ย แลกของดี ๆ ได้เพียบเลยนะ!”