- หน้าแรก
- วันโลกแตกฟ้าถล่ม หมู่บ้านผมทะลุมิติมาด้วย
- บทที่ 70 แกก็คือ... อันดับหนึ่งนิรนามคนนั้น!
บทที่ 70 แกก็คือ... อันดับหนึ่งนิรนามคนนั้น!
บทที่ 70 แกก็คือ... อันดับหนึ่งนิรนามคนนั้น!
“พี่เฟิง เม่นตัวนี้มันใหญ่เกินไป พวกเราขนไปทีเดียวไม่หมดหรอกพี่” เจ้าลิงเช็ดน้ำลายที่มุมปาก แววตาเจ้าเล่ห์เป็นประกายวูบวาบ
“เอาอย่างนี้ไหม... เราตัดขาหลังสองข้างไปก่อน? นี่แหละส่วนทีเด็ดที่สุดเลยนะ!”
ชายร่างเตี้ยอีกคนสวนขึ้นทันควัน “ทำไมต้องเอาแค่ขาหลังวะ? ข้าว่าหัวเม่นนี่แหละแจ๋ว คอลลาเจนเน้นๆ! ข้าจะเอาหัวเม่น!”
“มึงจะไปรู้อะไร! หัวเม่นมีเนื้อสักกี่ขีดกันเชียว? เชื่อข้า ผ่าท้องเอาเครื่องในกับพวกไส้ดีกว่า ของดีทั้งนั้น!”
“หุบปากกันให้หมด!”
พี่เฟิงรำคาญเสียงทะเลาะกันจนทนไม่ไหว ตวาดลั่นเพื่อยุติศึกน้ำลายชั่วคราว
เขาเดินวนรอบซากเม่นยักษ์รอบหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาด
“ขาหลังข้างนี้ ของข้า” เขาเหยียบเท้าลงบนขาหลังข้างที่อวบอ้วนที่สุด ประกาศก้องด้วยน้ำเสียงที่ห้ามใครโต้แย้ง
“ขาหน้าข้างนี้ ให้เจ้าลิง ที่เหลือพวกมึงสองคนไปแบ่งกัน ใครมีปัญหาอีก มึงไม่ต้องเอาอะไรทั้งนั้น!”
วิธีการแบ่งสรรปันส่วนแบบนี้ เรียกเสียงฮือฮาด้วยความไม่พอใจจากอีกสองคนทันที
“พี่เฟิง แบบนี้ไม่แฟร์นะพี่...”
“นั่นสิพี่เฟิง ทำไมทำงี้อะ...”
ในจังหวะที่ความสนใจของทุกคนพุ่งเป้าไปที่เจ้าเม่นยักษ์
หมิงเต้าที่ซ่อนตัวอยู่หลังต้นไทร ก็เริ่มเคลื่อนไหว
เขาส่งสายตาที่แนบเนียนสุดๆ ให้หวังฉู่ที่กำลังกลั้นหายใจอยู่ข้างๆ
ลงมือ!
หวังฉู่กลืนน้ำลายเอือก
เขากำมีดเลาะกระดูกในมือแน่นจนเหงื่อชุ่มฝ่ามือ แต่ก็พยักหน้าตอบรับอย่างหนักแน่น
วินาทีถัดมา ทั้งสองคนก็พุ่งพรวดออกจากเงามืดพร้อมกันทั้งซ้ายขวา!
ผู้เปิดฉากก่อน คือหมิงเต้า!
เป้าหมายของเขาคือชายร่างเตี้ยที่กำลังยืนหันหลังเถียงหน้าดำหน้าแดงเรื่องหัวหมูกับเพื่อน!
ไร้เสียง ไร้เงา!
พริบตาเดียวก็ประชิดตัวด้านหลัง!
ชะแลงในมือถูกง้างขึ้นสูงลิบ!
ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย เขาฟาดมันลงไปที่ท้ายทอยของอีกฝ่ายที่ไม่มีการป้องกันใดๆ อย่างเต็มแรง!
“ผลัวะ!”
เสียงทึบดังสนั่น ร่างของชายเตี้ยกระตุกเกร็ง ไม่ทันได้ร้องสักแอะ แววตาก็หม่นแสงลงอย่างรวดเร็ว
ร่างทั้งร่างร่วงผล็อยลงไปกองกับพื้นเหมือนกระสอบทรายที่ถูกเลาะกระดูกออก
ทีเดียวจอด!
ในขณะเดียวกัน หวังฉู่ที่อยู่อีกด้านหนึ่ง ก็รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิต!
เป้าหมายของเขา คือชายที่โวยวายจะเอาเครื่องในหมู!
“ย้ากกก!!!”
หวังฉู่ตะโกนก้องด้วยเสียงคำรามดิบเถื่อนที่ตัวเองยังไม่คุ้นหู พร้อมกับพุ่งชาร์จออกไปพร้อมมีดในมือ!
เขาไม่ได้เล็งที่ท้ายทอยเหมือนหมิงเต้า เรื่องฆ่าแกงกัน เขายังทำใจไม่ได้
แต่ถ้าเรื่องขู่ขวัญ อันนี้เขาถนัด!
เขาทุ่มแรงทั้งหมดที่มี เงื้อมีดทำท่าจะฟันลงไปกลางกบาลอีกฝ่ายอย่างดุดัน!
ชายคนนั้นเพิ่งจะเถียงเรื่องเครื่องในหมูอย่างเอาเป็นเอาตาย จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคำรามดังมาจากด้านหลัง พอหันขวับกลับไป ก็เจอกับใบหน้าอ้วนกลมที่บิดเบี้ยวและคมมีดที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ในม่านตา
“จ๊ากกก!!!”
เสียงกรีดร้องที่โหยหวนกว่าเสียงหวังฉู่สิบเท่าดังลั่นออกมาจากลำคอ!
สมองเขาสั่งการไม่ทัน ลืมทั้งเรื่องสู้และเรื่องหนี ขาอ่อนปวกเปียกทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นดัง “ตุ้บ”!
“อย่าฆ่ากู! อย่าฆ่ากู! ไว้ชีวิตกูด้วย!!!”
เขายกมือขึ้นกุมหัว ร้องห่มร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหลพราก ตัวสั่นงันงกเป็นลูกนกตกน้ำ
การข่มขวัญศัตรู...
ตั้งแต่เริ่มลงมือจนจบเกม กินเวลาแค่สองวินาทีเท่านั้น!
พี่เฟิงกับเจ้าลิงยังไม่ทันหายงงจากการทะเลาะกันของเพื่อน สถานการณ์ก็พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังเท้า!
ปฏิกิริยาของพี่เฟิงรวดเร็วที่สุดในกลุ่ม!
ทันทีที่ได้ยินเสียงทึบและเสียงกรีดร้องจากด้านหลัง เขาก็หมุนตัวกลับขวับ
แล้วเขาก็เห็น
“เป็นมึง!”
ม่านตาของพี่เฟิงหดวูบเหลือเท่ารูเข็มทันทีที่เห็นหน้าหมิงเต้า!
เขาจำหน้านี้ได้!
จำได้แม่นยำฝังใจ!
ไอ้หนุ่มนี่แหละ! คนที่กล้าลุกขึ้นมากลางวงตอนที่ทุกคนกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับคารมของหลิวกั๋วต้งที่สวนหย่อมกลางหมู่บ้าน แล้วใช้ตรรกะชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงของภารกิจ พร้อมเสนอให้ตั้ง “ทีมสำรวจ” ขึ้นมา!
ตอนนั้น เขายืนอยู่ในฝูงชน ได้ยินทุกคำพูดของไอ้หนุ่มนี่เต็มสองหู
ความเยือกเย็นที่เหนือกว่าคนทั่วไป! การวิเคราะห์ที่มองการณ์ไกล! มันฝังใจเขาจนลืมไม่ลง!
วินาทีนี้ ใบหน้าตรงหน้าซ้อนทับกับภาพในความทรงจำได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวที่ทำให้เขาขนลุกชัน แล่นปราดเข้ามาในสมองเหมือนสายฟ้าฟาด!
ผู้เล่นลึกลับที่ครองอันดับหนึ่งในตารางคะแนนแบบทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่น จนหลิวกั๋วต้งเต้นผางๆ แต่หาตัวไม่เจอ...
คนคนนั้นที่ก้าวนำหน้าไปหนึ่งก้าวเสมอ ราวกับเปิดสูตรโกงที่มองเห็นกฎกติกาได้ล่วงหน้า...
[ไม่ระบุตัวตน]
ริมฝีปากของพี่เฟิงสั่นระริก เขาชี้หน้าไอ้หนุ่มหน้าตายที่กำลังย่างสามขุมเข้ามาหาเขา...
“มึง... มึงก็คือ... อันดับหนึ่งนิรนามคนนั้น!!!”
ไม่ใช่คำถาม แต่เป็นคำยืนยัน!
มีแต่ไอ้อันดับหนึ่งในตำนานคนนั้นเท่านั้นแหละ ที่จะมีฝีมือร้ายกาจขนาดนี้! ที่จะวางกับดักล่าสัตว์ยักษ์ขนาดนี้ได้ก่อนใครเพื่อน
จิ๊กซอว์ทุกชิ้นถูกต่อเข้าด้วยกันจนครบ!
ต่อหน้าคำกล่าวหาที่สะเทือนเลื่อนลั่นของพี่เฟิง สีหน้าของหมิงเต้าไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย
เขาไม่ยอมรับ และไม่ปฏิเสธ
คำตอบที่ให้พี่เฟิง ไม่ใช่คำพูด
แต่เป็นชะแลงที่หวดสวนกลับมา!
เขาถีบตัวส่งแรง เหวี่ยงชะแลงหนักอึ้งเข้าใส่แสกหน้าพี่เฟิงอย่างอำมหิต
ความลับแตก?
งั้นก็ปิดปากทุกคนที่รู้เรื่องนี้ซะ!
“เชรี่ย!”
สัญชาตญาณดิบของพี่เฟิงถูกปลุกขึ้นมาทันที! เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเล่นบทโหดไม่พูดพร่ำทำเพลงแบบนี้!
เขาคำรามลั่น สองมือกำท่อเหล็กที่ใช้ต่างไม้เท้าแน่น เหวี่ยงสวนการโจมตีของหมิงเต้าเต็มแรง
ถึงเมื่อคืนจะบาดเจ็บมา แต่เขาคือหัวหน้าของพวก “หมาป่าเดียวดาย” ตำแหน่งนี้ได้มาเพราะความโหดและความบ้าดีเดือด ประสบการณ์ต่อสู้ของเขาคนละชั้นกับลูกกระจ๊อกพวกนั้น
“เคร้งงง!!!”
ชะแลงกับท่อเหล็กปะทะกันกลางอากาศ เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นจนหูอื้อ ประกายไฟแลบแปลบปลาบ
แรงสะท้อนกลับมหาศาลทำเอาแขนของทั้งคู่ชาหนึบ!
พี่เฟิงใจหายวาบ เขาไม่คิดว่าไอ้หนุ่มหน้าตาธรรมดาคนนี้ จะมีแรงควายขนาดนี้!
แต่เขาไม่มีเวลามาตกใจแล้ว การโจมตีของหมิงเต้าไม่เปิดช่องให้เขาได้หายใจหายคอเลย
พอกระบวนท่าแรกถูกรับได้ หมิงเต้าก็พลิกข้อมือ เหวี่ยงปลายชะแลงอีกด้านแทงสวนเข้าใส่หน้าอกพี่เฟิงด้วยความเร็วแสง
พี่เฟิงหน้าถอดสี รีบถอยฉากไปหนึ่งก้าวพร้อมกับใช้ท่อเหล็กกดลงเพื่อปัดป้อง
“เคร้ง!”
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นอีกครั้ง
หมิงเต้าไม่ได้รู้วิชาพลองวิชากระบี่อะไรหรอก เน้นแค่จิ้มจุดตาย มุมไหนเจ็บก็จิ้มมุมนั้น
ตัดภาพมาที่พี่เฟิง ถึงจะดูดุดัน แต่เขาอดข้าวมาหลายวัน แถมยังมีแผลติดตัว แรงกายแรงใจแทบไม่เหลือแล้ว
ท่าโจมตีของเขาดูเหมือนจะรุนแรง แต่มันกว้างเกินไปและเต็มไปด้วยช่องโหว่ ทุกครั้งที่เหวี่ยงแขนคือการผลาญพลังงานเฮือกสุดท้ายทิ้งไปเปล่าๆ
ผลก็คือ เขาถูกต้อนจนมุม หายใจหอบแฮกๆ การเคลื่อนไหวช้าลงเรื่อยๆ
เสร็จแน่!