- หน้าแรก
- วันโลกแตกฟ้าถล่ม หมู่บ้านผมทะลุมิติมาด้วย
- บทที่ 59 ฝูงอีกาไร้ระเบียบ
บทที่ 59 ฝูงอีกาไร้ระเบียบ
บทที่ 59 ฝูงอีกาไร้ระเบียบ
“ฆ่าแม่งเลย!”
ลูกสมุนของพี่เฟิงคนหนึ่งที่ไว้ผมทรงโมฮอว์ก ถูกท่าทีแบบมืออาชีพของฝั่งจ้าวหู่ยั่วโมโหจนเลือดขึ้นหน้า มันร้องตะโกนเสียงหลง แกว่งเหล็กเส้นเส้นเขื่องในมือ พุ่งเข้าใส่คนถือโล่ที่อยู่หน้าสุดเป็นคนแรก
มันกะจะใช้ความบ้าระห่ำของตัวเอง ปลุกขวัญกำลังใจให้พวกพ้อง
ทว่า สิ่งที่มันต้องเผชิญหน้า คือโล่ปราบจลาจลระดับมืออาชีพ
ลูกทีมที่ถือโล่ไม่หลบไม่หลีก ย่อเข่าลงเล็กน้อย ทิ้งน้ำหนักตัวลงต่ำ เพื่อกดจุดศูนย์ถ่วงของโล่ให้มั่นคง
และในเสี้ยววินาทีที่เหล็กเส้นกำลังจะฟาดลงบนโล่นั่นเอง แทนที่เขาจะถอยหลบ เขากลับก้าวพรวดสวนกระแสการโจมตีไปข้างหน้าหนึ่งก้าว!
“ปึ้ก!!!”
เสียงกระแทกทึบๆ ดังขึ้น
ในจังหวะที่โล่ปะทะกับเหล็กเส้น คนถือโล่ก็สะบัดข้อมือ ใช้ทักษะการปัดป้องและผ่อนแรงตามมาตรฐานเป๊ะๆ ในขณะเดียวกัน แรงส่งจากการก้าวไปข้างหน้า ก็ถูกอัดแน่นลงไปบนโล่จนหมดสิ้น
ไอ้หนุ่มหัวโมฮอว์กสัมผัสได้ถึงแรงกระแทกมหาศาลที่สะท้อนกลับมาตามเหล็กเส้น แรงนั้นกระเทือนจนง่ามมือชาดิก แขนทั้งแขนไร้ความรู้สึกไปในพริบตา หนำซ้ำ แรงกระแทกจากโล่ยังหยุดยั้งการพุ่งตัวของมันอย่างกะทันหัน จนร่างเสียหลักถลาไปข้างหน้า เปิดช่องโหว่เบ้อเริ่มเทิ่ม
โอกาสทอง!
ในจังหวะที่มันกำลังเสียหลักนั่นเอง กระบองยางของลูกทีมอีกคนที่อยู่หลังคนถือโล่ ก็ง้างรอไว้อยู่แล้ว
ไม่มีการลังเลใดๆ ทั้งสิ้น กระบองฟาดขวับลงไปทันที
“พลั่ก!”
ไม้แรก ฟาดเข้าที่ข้อมือข้างที่ถือเหล็กเส้นของไอ้โมฮอว์กอย่างแม่นยำ
“กร๊อบ!” เสียงกระดูกร้าวเบาๆ ดังขึ้น
“อ๊ากกก!!!”
ไอ้โมฮอว์กแผดเสียงร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด เหล็กเส้นในมือร่วงหลุดลงพื้น
แต่มันยังไม่จบแค่นั้น!
“พลั่ก!”
ไม้ที่สอง ตามมาติดๆ ฟาดเปรี้ยงเข้าที่ด้านข้างหัวเข่าขวาซึ่งเป็นขาหลักที่ใช้รับน้ำหนักตัวของมันอย่างจัง
เสียงกระแทกทึบๆ ดังขึ้นอีกครั้ง
เสียงร้องโหยหวนของไอ้โมฮอว์กยังไม่ทันขาดคำ ขาทั้งข้างก็หมดเรี่ยวแรงลงกะทันหัน ร่างทรุดฮวบลงไปคุกเข่ากับพื้นอย่างควบคุมไม่ได้ สิ้นสภาพนักศึกษาไปโดยปริยาย
มันทำได้แค่นอนกุมข้อมือและหัวเข่าที่ผิดรูป กลิ้งทุรนทุรายร้องโอดโอยอยู่บนพื้น
นับตั้งแต่วินาทีที่มันพุ่งเข้าไป จนกระทั่งล้มลงไปกองกับพื้น กินเวลาไม่ถึงสามวินาทีด้วยซ้ำ
เฉียบขาดหมดจด!
“สวยงาม!!!”
เสียงของจ้าวหู่ดังขึ้น น้ำเสียงแฝงไปด้วยความชื่นชม “อัดมันแบบนี้แหละ! สู้ตามรูปแบบกระบวนทัพที่ฉันสอนไปเมื่อบ่ายนี้เลย! ไม่ต้องกลัว! เอาโล่ดันไว้ข้างหน้า! ใช้โล่สวนกลับ! ใช้โล่กระแทก! ถือซะว่ามาฝึกซ้อมลงสนามจริงก็แล้วกัน!”
คำพูดของเขา ช่วยเรียกความมั่นใจให้ลูกทีมได้เป็นอย่างดี
ทว่า สำหรับฝั่งของพี่เฟิงแล้ว คำพูดพวกนี้ มันคือการหยามเกียรติกันซึ่งๆ หน้าชัดๆ
การต่อสู้ กลายเป็นการยำอยู่ฝ่ายเดียวตั้งแต่เริ่ม
หลังจากที่เปิดหัวได้อย่างสวยงาม ลูกทีมของจ้าวหู่ก็เครื่องร้อน ปล่อยของกันเต็มที่
พวกเขาจำคำสอนของจ้าวหู่เมื่อช่วงบ่ายได้ขึ้นใจ จับคู่กันสองคน ผสานการใช้โล่และกระบองอย่างลงตัว รุกคืบไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
พวกเขาโจมตีอย่างเป็นระบบ ทุกครั้งที่หวดกระบองออกไป ล้วนเล็งไปที่จุดอ่อนตามข้อต่อต่างๆ อย่างข้อมือ ข้อเท้า หัวเข่า ไหปลาร้า
เป้าหมายชัดเจนมาก นั่นคือตีให้เจ็บ! ตีให้พิการ!
นี่แหละวิชาพลองปราบจลาจลของแท้!
เมื่อนำมาเทียบกันแล้ว พวก “หมาป่าเดียวดาย” ลูกน้องของพี่เฟิง ก็ดูเหมือนฝูงควายแตกรังไปเลย
ถึงภายนอกแต่ละคนจะดูตัวใหญ่ล่ำบึ้ก ในมือก็มีทั้งท่อเหล็กทั้งเหล็กเส้น แต่เอาเข้าจริงกลับสู้แบบมั่วซั่ว ไร้รูปแบบแผนโดยสิ้นเชิง
การโจมตีของพวกมัน ส่วนใหญ่ก็แค่ง้างสุดแขนแล้วฟาดลงมาดื้อๆ ท่าทางใหญ่โตเทอะทะ เปิดช่องโหว่เพียบ ไอ้การโจมตีแบบนี้ ถ้าเอาไปใช้กับคนธรรมดาก็คงข่มขวัญได้อยู่หรอก แต่พอมาเจอโล่ปราบจลาจลเข้า มันกลับดูตลกสิ้นดี
“โครม! เช้ง! พลั่ก!”
ไอ้หมาป่าเดียวดายคนนึงพยายามจะเอาท่อเหล็กฟาดหัวคนถือโล่ แต่ก็ถูกอีกฝ่ายยกโล่ขึ้นรับไว้ได้อย่างง่ายดาย ลูกทีมอีกคนที่อยู่ด้านข้างก็หวดกระบองเข้าที่สีข้างของมันอย่างจัง จนตัวงอเป็นกุ้ง
ไอ้อีกคนกะจะลอบกัดจากด้านหลัง ก็โดนลูกทีมที่คอยระวังหลังอยู่ เตะสกัดเข้าที่หน้าแข้งจนล้มหน้าคะมำ ตามด้วยกระบองที่ฟาดเข้าท้ายทอยอย่างจัง จนตาเหลือกสลบเหมือดไปในทันที
พวกลูกทีมต่างก็ยิ้มกริ่ม
พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่า การชกต่อยมันจะสู้กันแบบนี้ได้ด้วย
สมแล้วที่เป็นวิชาของทหาร แม่งโคตรเจ๋ง!
ส่วนตัวจ้าวหู่นั้น เขาคว้าไม้ง่ามระงับเหตุ พุ่งทะยานราวกับพยัคฆ์ลงเขา พุ่งตรงดิ่งไปหาพี่เฟิงที่กำลังยืนทำอะไรไม่ถูก!
“พ่องมึงตาย!”
เมื่อเห็นลูกน้องวิ่งหนีตายกันหัวซุกหัวซุน พี่เฟิงก็ถูกต้อนจนมุม
สัญชาตญาณดิบเถื่อนถูกปลุกให้ตื่นขึ้นในพริบตา เขากำท่อเหล็กในมือแน่น รวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มี ฟาดสุดแรงเกิดหมายจะสับลงกลางกบาลของจ้าวหู่
การโจมตีครั้งนี้ หนักหน่วงรุนแรงจนเกิดเสียงลมแหวกอากาศดังก้อง
แต่ถึงกระนั้น บนใบหน้าของจ้าวหู่ก็ไม่มีแววหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
“มาได้สวย!”
ในจังหวะที่ท่อเหล็กกำลังจะฟาดลงมา เขาก็สะบัดข้อมือ ตวัดไม้ง่ามระงับเหตุในมือสวนขึ้นไปรับอย่างแม่นยำ
“เคร้งงง!!!”
เสียงเหล็กกระทบกันดังแสบแก้วหู!
การโจมตีสุดแรงเกิดที่กะเอาให้ตายของพี่เฟิง ถูกง่ามรูปจันทร์เสี้ยวของไม้ง่ามระงับเหตุ ล็อกเอาไว้จนดิ้นไม่หลุด!
ท่อเหล็กเข้าไปขัดอยู่ในง่าม ราวกับถูกเชื่อมติดไว้ ไม่ว่าพี่เฟิงจะออกแรงดึงแค่ไหน มันก็ไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด!
รูม่านตาของพี่เฟิงหดวูบ บนใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตั้งสติ จ้าวหู่ก็ตวาดเสียงต่ำ บิดข้อมือส่งแรง กระแทกสวนกลับไปเต็มแรง!
แรงมหาศาลที่ไม่อาจต้านทานได้พุ่งสวนกลับมาตามท่อเหล็ก!
พี่เฟิงรู้สึกปวดแปลบที่ข้อมือ ง่ามมือฉีกขาดในพริบตา ไม่สามารถจับอาวุธในมือไว้ได้อีกต่อไป
“เคร้ง!”
ท่อเหล็กหลุดกระเด็นออกจากมือ กลิ้งหลุนๆ ไปไกล
ปลดอาวุธ!
ในชั่วอึดใจที่พี่เฟิงกำลังอึ้งเพราะถูกปลดอาวุธ การโจมตีระลอกต่อไปของจ้าวหู่ก็พุ่งเข้าใส่ทันที
ลูกเตะตวัดดุจสายฟ้าแลบ ฟาดเปรี้ยงเข้าที่ท้องน้อยของพี่เฟิงอย่างจัง
“ปั้ก!”
พี่เฟิงรู้สึกเหมือนอวัยวะภายในบิดเบี้ยวผิดรูป ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นปลาบมาจากช่วงท้อง ร่างทั้งร่างลอยละลิ่วถอยหลังไปราวกับว่าวสายป่านขาด ร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง นอนคุดคู้ตัวงอเป็นกุ้ง จุกจนร้องไม่ออก
จ้าวหู่เดินเข้าไปหาช้าๆ ใช้ปลายเท้าเหยียบลงบนหน้าอกของพี่เฟิง ก้มมองลงมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยามและดูถูก
“ถุย นึกว่าจะแน่สักแค่ไหน”
“ไอ้พวกหัวทองกุ๊ยข้างถนน ยังไงมันก็เป็นกุ๊ยอยู่วันยังค่ำ ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้หรอก ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนี้ฉันปลดประจำการแล้ว แล้วใส่ชุดนี้มันต้องรักษากฎเกณฑ์ล่ะก็ ต่อให้ต่อให้แกข้างนึง ฉันก็อัดแกจนหมอบได้สบายๆ”
พี่เฟิงไอโขลกอย่างรุนแรง ทุกครั้งที่ไอ จะมีน้ำลายปนเลือดทะลักออกจากมุมปาก
เขาเงยหน้าขึ้น จ้องมองจ้าวหู่ด้วยสายตาเคียดแค้นชิงชัง
ความอัปยศพ่ายแพ้ทำให้เขาขาดสติ
เขารวบรวมน้ำลายปนเลือดที่อยู่ในปาก แล้วถ่ม “ถุย” ใส่ขากางเกงของจ้าวหู่!
“ถุย! มึงยอมเป็นหมาให้ไอ้หลิวกั๋วต้งหลอกใช้ ภูมิใจนักหรือไงวะ! มึงมัน...”
คำพูดของเขายังไม่ทันจบ ฝ่ามืออรหันต์ก็ฟาดเปรี้ยงลงบนหน้าของเขาอย่างจัง
“เพียะ!!!”
ตบฉาดนี้ ทั้งดังกังวาน ทั้งหยามเกียรติสุดๆ
ซีกหน้าของพี่เฟิงบวมเป่งขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด หูอื้อตาลายไปหมด โดนตบจนสติหลุดไปเลย
จ้าวหู่ค่อยๆ ชักมือกลับ มองดูเขาด้วยสายตาเย็นชา แล้วพูดเน้นทีละคำ “ไอ้สวะ ถ้าพูดจาดีๆ ไม่เป็น ก็หุบปากไปซะ กูไม่ได้เป็นหมาของใครทั้งนั้น”
“กู คือคนรักษากฎระเบียบ ส่วนมึง คือเศษสวะที่คอยทำลายความเป็นระเบียบเรียบร้อยของส่วนรวม!”
พูดจบ เขาก็เลิกสนใจไอ้ขยะที่หมดสภาพจะสู้ต่อคนนี้ แล้วหันหลังเดินไปหาครอบครัวคุณเฉินที่ถูกมัดอยู่บนโซฟา
เขาใช้มีดพกที่พกติดตัว ตัดเชือกที่มัดเด็กสาวกับแม่ของเธออย่างรวดเร็ว แล้วดึงเศษผ้าที่อุดปากพวกเธอออก
“ไม่เป็นไรแล้วครับ” น้ำเสียงของเขา อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด แตกต่างจากความโหดเหี้ยมเมื่อครู่นี้ราวกับเป็นคนละคน
ร่างกายของเด็กสาวยังคงสั่นเทาไม่หยุด เธอเงยใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาขึ้น มองดูชายตรงหน้าที่ราวกับเทพบุตรจุติลงมาช่วยชีวิต
แล้วปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง
“ขะ... ขอบคุณค่ะ”