- หน้าแรก
- วันโลกแตกฟ้าถล่ม หมู่บ้านผมทะลุมิติมาด้วย
- บทที่ 35 นักรบระเบิดส้วม
บทที่ 35 นักรบระเบิดส้วม
บทที่ 35 นักรบระเบิดส้วม
ท้องฟ้าค่อยๆ มืดมิดลง
ความวุ่นวายในยามกลางวันเงียบสงัดลง เมื่อดวงจันทร์สีแดงคล้ำสุดแสนจะพิลึกพิลั่นสองดวงลอยเด่นขึ้นกลางโขมงฟ้า
บรรดาผู้รอดชีวิตต่างนอนขดตัวอยู่แต่ในบ้าน เลียแผลใจจากความเหนื่อยล้าในตอนกลางวัน ปิดล็อกประตูหน้าต่างแน่นหนาเพื่อป้องกันความหนาวเหน็บอันไร้ขอบเขตจากโลกที่แปลกประหลาดใบนี้
ตึกหมายเลขห้าเองก็เงียบเชียบจนน่ากลัวเช่นกัน
และในจังหวะที่ทุกสรรพสิ่งเงียบสงัดราวกับป่าช้านั้นเอง
“อ๊ากกกก!!!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนแสนจะน่าเวทนาก็ดังแหวกอากาศออกมาจากห้องใดห้องหนึ่งบนชั้นสามโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
คนทั้งตึกสะดุ้งตื่นขึ้นมาในพริบตา
“เกิดอะไรขึ้น?!”
“แผ่นดินไหวเหรอ?!”
“หรือว่าไอ้ตัวประหลาดนั่นมันบุกเข้ามาแล้ว?!”
บานประตูหลายสิบบานถูกแง้มออกพร้อมๆ กัน หัวที่เต็มไปด้วยความหวาดผวาโผล่ออกมา ชะเง้อคอมองซ้ายมองขวาด้วยความตื่นตระหนก
ทว่า สัตว์ประหลาดที่จินตนาการไว้กลับไม่ได้โผล่มา และเสียงกรีดร้องนั้นก็ชะงักกึกไปดื้อๆ
แต่แล้ววินาทีต่อมา เสียงอีกชนิดหนึ่งที่ชวนให้ขนหัวลุกยิ่งกว่า ก็ดังมาจากทิศทางเดียวกับเสียงร้องเมื่อครู่!
“อ้วก~ แหวะ~”
มันคือเสียงอาเจียนอย่างรุนแรงราวกับจะขย้อนเอาตับไตไส้พุงออกมาให้หมด!
เสียงนั้นดังกึกก้อง ขนาดมีกำแพงและเพดานหนาๆ กั้นไว้ ก็ยังได้ยินชัดเจนเต็มสองหู!
ยังไม่ทันที่ทุกคนจะได้สติจากเสียงชวนอ้วกนั่น เสียงอีกชนิดหนึ่งที่ยากจะสรรหาคำไหนมาบรรยาย ก็ดังกวดตามมาติดๆ
“ปู้ด~ แพร็ดๆๆ~”
มันเป็นเสียงที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้อย่างถูกต้อง เป็นเสียงของเหลวพุ่งปรี๊ดผสมปนเปกับก้อนกากอาหารที่ถูกขับถ่ายออกมา หนำซ้ำยังดังก้องกังวานและทะลุทะลวงโสตประสาทแบบสุดๆ!!!
พายุขี้แตก ได้มาเยือนอย่างเป็นทางการแล้ว!
“ท้องฉัน! โอ๊ย! ท้องฉันจะระเบิดแล้ว!!”
“น้ำ...ขอน้ำหน่อย...อ้วก...”
“ไม่ไหวแล้ว...มาอีกแล้ว...ปู้ด~”
เสียงอาเจียนอย่างบ้าคลั่ง เสียงครางด้วยความเจ็บปวดทรมาน ผสมปนเปกับเสียงขี้แตกขี้แตนที่ดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย ฟังแล้วพาให้คนได้ยินพลอยพะอืดพะอมอยากจะอ้วกตามไปด้วย
ห้อง 301 ของครอบครัวป้าจาง กลายสภาพเป็นบ่อเกรอะบนดินไปโดยสมบูรณ์แบบ!
“นั่น...ห้อง 301 นี่! ห้องป้าจาง!”
“แม่เจ้าโว๊ย! บ้านนั้นเป็นอะไรไปน่ะ? กินของผิดสำแดงเข้าไปรึไง?”
“เสียงนี่มัน...น่ากลัวเกินไปแล้ว! ร้องยังกะหมูโดนเชือด!”
พวกเพื่อนบ้านที่เพิ่งจะโผล่หน้าออกมาดูลาดเลาตรงโถงบันได แต่ละคนหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม
พวกเขาสบตากันด้วยความหวาดผวา แต่กลับไม่มีใครกล้าก้าวเท้าเข้าไปใกล้แม้แต่ก้าวเดียว เสียงที่เล็ดลอดออกมาจากช่องประตูนั้น มันหลุดโลกเกินกว่าคำว่าป่วยในความเข้าใจของพวกเขาไปไกลลิบ!
นี่ไปทำเวรกรรมอะไรมาเนี่ย?
ท่ามกลางฝูงคน เฒ่าหลี่ที่มีปากเสียงกับป้าจางเมื่อช่วงบ่าย แววตาขุ่นมัวของเขาก็มีแววหวาดผวาวาบพาดผ่าน จู่ๆ เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ร่างกายสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่
“น้ำ...” เขาพึมพำกับตัวเอง “เป็นเพราะ...น้ำพวกนั้นแน่ๆ...”
เสียงพึมพำโดยไม่รู้ตัวของเขา ทำเอาสายตาทุกคู่หันขวับมาจ้องเขม็งที่ร่างของเขากันอย่างพร้อมเพรียง!
“เฒ่าหลี่! ตาพูดอะไรนะ? น้ำอะไร?” เพื่อนบ้านคนหนึ่งรีบซักไซ้ด้วยความร้อนรน
“เมื่อบ่าย...ตอนบ่ายไง!” เฒ่าหลี่ชี้มือขึ้นไปชั้นบน สลับกับชี้ลงไปข้างล่าง
“พวกแกจำไม่ได้เหรอ?! เมื่อบ่ายพ่อหนุ่มที่อยู่ชั้นบนกับไอ้อ้วนคนนั้น พวกเขาหิ้วน้ำสี่ถังใหญ่กลับมาจากข้างนอก! ตอนนั้นป้าจางก็ไปทะเลาะกับพวกเขานี่ไง?!”
“ใช่ๆๆ! ฉันนึกออกแล้ว!” ป้าอีกคนตบต้นขาตัวเองฉาดใหญ่ “ตอนนั้นพ่อหนุ่มนั่นก็เตือนป้าจางแล้วนะ ว่าน้ำนั่นตักมาจากบ่อน้ำตายในเขตวิลล่า ข้างในมี...มีคนตาย! ขืนกินเข้าไปได้ตายแน่!”
“แม่เจ้าโว๊ย!”
“จริงเรอะ?!”
“ตอนนั้น...ฉันก็นึกว่าพ่อหนุ่มนั่นมันเห็นแก่ตัว เลยตั้งใจแต่งเรื่องหลอกให้คนกลัวซะอีก...”
“ถ้าอย่างนั้น...ป้าจางแก...แกไปเอาน้ำนั่นมากินจริงๆ เหรอเนี่ย?!”
เสียงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความตกตะลึงดังระงมไปทั่วโถงบันได!
ชายหนุ่มคนนั้น... ชายหนุ่มที่ดูเย็นชาและไร้มนุษยสัมพันธ์คนนั้น...
คำพูดของเขากลายเป็นเรื่องจริง แถมยังเห็นผลทันตาซะด้วย!
แต่กลับไม่มีใครเชื่อเขาสักคน
หนำซ้ำยังเอาเขาไปหัวเราะเยาะลับหลังอีก!
จุ๊ๆๆ...
“โชคดีนะ... โชคดีที่บ้านฉันยังมีน้ำดื่มบริสุทธิ์เหลืออยู่อีกสองสามถัง...”
“แกว่าไงนะ?”
“ฉันบอกว่า... น่าเสียดายจัง น้ำบ้านฉันก็เหลือไม่เยอะแล้วเหมือนกัน”
“นั่นสิ... โชคดีนะที่ตอนนั้นไม่ได้บ้าจี้ตามป้าจางไป ไม่งั้นคนที่นอนซมอยู่ข้างในตอนนี้ ก็คงเป็นครอบครัวพวกเราแล้ว...”
“กะ...กลับกันเถอะ” ใครบางคนเอ่ยขึ้นมา
“ใช่ๆๆ รีบกลับเข้าห้องไปล็อกประตูให้แน่นหนาเถอะ”
ฝูงคนแตกฮือแยกย้ายกันไปราวกับผึ้งแตกรัง
ทว่า เสียงอาเจียนที่ดังต่อเนื่องไม่หยุดหย่อนนั้น ยังคงดังก้องกังวานราวกับเสียงมารทะลวงหู มันทะลุผ่านกำแพง ทะลุผ่านพื้นห้อง ซอกซอนเข้าหูของพวกเขาทุกซอกทุกมุม คอยทรมานเส้นประสาทอันเปราะบางของทุกคนอย่างต่อเนื่อง
คืนนี้ คนทั้งตึกหมายเลขห้าคงถูกกำหนดมาแล้วว่าให้นอนไม่หลับกันถ้วนหน้า
......
ชั้นแปด ห้อง 802
เสียงกรีดร้องจากนอกหน้าต่างและความวุ่นวายที่ชั้นล่าง ย่อมต้องลอยเข้าหูของหมิงเต้าอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ
เขายังไม่ได้นอน
“รนหาที่ตายแท้ๆ”
ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ล้วนอยู่ในความคาดหมายของเขาทั้งหมด
สำหรับชะตากรรมของครอบครัวป้าจาง เขาไม่รู้สึกเวทนาสงสารเลยแม้แต่น้อย
โง่เขลาแถมยังโลภมาก รอดชีวิตมาได้จนถึงตอนนี้ก็ถือว่าบุญหนักหนาแล้ว
อีกอย่าง เขาก็ได้เอ่ยปากเตือนไปแล้ว ถือว่าทำดีที่สุดแล้ว
เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แล้วเดินไปที่ห้องนั่งเล่น ข้างเครื่องกรองน้ำ น้ำโสโครกทั้งสี่ถังใหญ่ถูกกรองจนสะอาดหมดจดแล้ว
เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเครื่องกรองน้ำนี่จะใช้ได้นานแค่ไหน หน้าต่างระบบก็ไม่มีแจ้งเตือนค่าความทนทานบอกเอาไว้
ช่างแม่งเถอะ ใช้ได้นานแค่ไหนก็แค่นั้นแหละ
เขาหยิบแก้วมารองน้ำจนเต็ม
“อืม... หวานเจี๊ยบ!”