เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 ชะตาอาภัพ เป็นได้แค่ตัวประกอบตลอดชาติ

บทที่ 15 ชะตาอาภัพ เป็นได้แค่ตัวประกอบตลอดชาติ

บทที่ 15 ชะตาอาภัพ เป็นได้แค่ตัวประกอบตลอดชาติ


หมิงเต้าใจกระตุกวูบ แสร้งทำหน้าตกใจถามกลับไป

“นายหมายถึง... หน้าต่างระบบก่อสร้าง?”

“ใช่! ไอ้นั่นแหละ!”

ปฏิกิริยาของหวังฉู่ดูตื่นเต้นยิ่งกว่าเขาเสียอีก เจ้าตัวตบต้นขาฉาดใหญ่ สีหน้าดูซับซ้อนพิลึก

“ผมนึกว่า... นึกว่าตัวเองเป็นผู้ถูกเลือก เป็นพระเอกคนเดียวของโลกใบนี้ซะอีก! ที่ไหนได้... ที่ไหนได้แม่งมีกันทุกคน!”

เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ร่างกายห่อเหี่ยวลงทันตา

เขาพิงกรอบประตู ยิ้มขื่นๆ สมเพชตัวเอง “เฮ้อ เมื่อคืนตอนเห็นไอ้หน้าต่างนี่เด้งขึ้นมา ผมดีใจจนนอนไม่หลับ วาดฝันซะดิบดีว่าจะเปิดฮาเร็ม จะครองโลกยังไง สรุป... พ่องเอ๊ย มีกันทุกคน!”

ยิ่งพูดยิ่งของขึ้น น้ำเสียงหวังฉู่เริ่มสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้

“นั่นสินะ... ไอ้อ้วนอย่างผม คงไม่มีวาสนาได้เป็นพระเอกกับเขาหรอก! ขนาดสูตรโกงยังเป็นของโหลๆ ที่แจกกันเกลื่อนแบบนี้!”

ฟังคำตัดพ้อของหวังฉู่แล้ว จิตใจของหมิงเต้ากลับเบิกบานขึ้นมาอย่างประหลาด

ถ้าเป็นอย่างที่ว่า...

หน้าต่างระบบก่อสร้าง คือของสาธารณะ เป็นกฎใหม่ที่โลกใบนี้ยัดเยียดให้ทุกคน!

แต่ไอ้ระบบสรุปผลลัพธ์รายวันที่ให้คะแนนและแจกของรางวัลได้ น่าจะมีแค่เขาคนเดียวที่มี!

มุมปากของเขาแทบจะกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่

เขารีบถามต่อ “แล้วเมื่อวานนายได้กี่คะแนน? มีรางวัลอะไรมั้ย?”

คำถามนี้ คือการยืนยันครั้งสุดท้าย

“คะแนน?”

หวังฉู่ส่ายหน้าอย่างงุนงง ทำหน้าเหมือนมันเป็นเรื่องปกติ

“ผมได้ 2 คะแนนไง ก็ไอ้ ‘รอดชีวิตหนึ่งวัน’ ได้ 1 คะแนน แล้วเมื่อวานที่ผมเอาโค้กไปแลกน้ำกับพี่ ระบบบอกว่า ‘ทำการแลกเปลี่ยนปัจจัยยังชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ’ ก็เลยได้มาอีก 1 คะแนน ส่วนรางวัล... ไม่มีห่านอะไรเลยครับ ผมนั่งงมไอ้หน้าต่างบ้านั่นทั้งคืน นอกจากตัวเลขคะแนน ก็ไม่มีอะไรอีกเลย สรุปคะแนนพวกนี้มันมีไว้ทำซากอะไรก็ไม่รู้?”

ไม่มีอะไรเลย!

ห้าคำนี้ สำหรับหมิงเต้าแล้ว มันไพเราะยิ่งกว่าเสียงสวรรค์!

เขาพยายามกลั้นหัวเราะอย่างสุดความสามารถ แสร้งทำหน้านิ่งพยักหน้า ตอบเสียงขรึม

“ฉันก็เหมือนกัน มีแต่คะแนน ไม่มีรางวัล”

“กะแล้วเชียว!”

พอได้ยินแบบนั้น หวังฉู่ก็รู้สึกเหมือนเจอพวกเดียวกัน ความผิดหวังในใจจางหายไปเยอะ

“สงสัยไอ้ระบบนี่จะมีไว้ประดับบารมีเฉยๆ เอาไว้ขู่ให้คนกลัวเล่น”

พูดจบ เขาก็ชี้มือลงไปข้างล่าง สีหน้าเริ่มฉายแววหวาดกลัวปนสงสัยขึ้นมาอีกครั้ง

“พี่หมิง เลิกคุยเรื่องนี้เถอะ ไอ้... ไอยักษ์ใหญ่ข้างล่างนั่น เราลงไปดูกันหน่อยมั้ย? ผมคนเดียว... ไม่ค่อยกล้า”

“ไปสิ” หมิงเต้าตอบสั้นๆ ได้ใจความ

เขาไม่ลังเลอีก เดินออกจากหลังประตูทันที พร้อมกับเอื้อมมือไปล็อกประตูดังแกร๊ก

หวังฉู่มองชะแลงในมือหมิงเต้า แล้วเผลอกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ ขยับเท้าถอยห่างออกไปครึ่งก้าว รักษาระยะห่างที่คิดว่าปลอดภัย

ทั้งสองเดินตามกันลงไปข้างล่างอย่างรวดเร็ว

ในโถงทางเดินสลัวๆ หวังฉู่เดินตามหลัง มองแผ่นหลังเหยียดตรงของหมิงเต้า จู่ๆ ก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอย่างประหลาด

บางที... ถ้าเป็นพระเอกไม่ได้ เป็นลูกน้องคอยเดินตามต้อยๆ ก็ไม่เลวมั้ง? อย่างน้อย เกาะขาพี่ชายข้างห้องที่ดูโหดสัสคนนี้ไว้ โอกาสรอดน่าจะสูงกว่าอยู่คนเดียวเยอะ?

พอเดินพ้นตึกออกมา หน้าแปลงดอกไม้กลางหมู่บ้านก็เต็มไปด้วยคลื่นมหาชน ทุกคนจับกลุ่มซุบซิบ ถามไถ่ข้อมูลกันให้แซ่ด

“เมื่อวานแกได้กี่คะแนน?”

“ฉันได้ 3 คะแนน! เมื่อวานฉันไปแย่งมาม่ามาได้ลังนึง!”

“เชี่ย! เจ๋งว่ะ! ฉันได้แค่ 1 คะแนนเอง คะแนนรอดชีวิตนั่นแหละ”

“เมียผมนี่สิ ติดลบ 2 เมื่อวานหล่อนเอาข้าวสารที่บ้านไปแบ่งให้ห้องตรงข้าม ระบบด่าว่าเป็น ‘ความใจดีที่โง่เขลา’...”

“หัวหน้าหลิว! หัวหน้าหลิวได้ตั้ง 8 คะแนน! เมื่อกี้ฉันได้ยินแกคุยกับ รปภ. ข้างๆ!”

“8 คะแนน?! เยดเขร้! เขาไปทำอะไรมาวะ?!”

หมิงเต้ากับหวังฉู่แทรกตัวเข้าไปในฝูงชน แล้วก็ถูกกลืนหายไปในพริบตา

หวังฉู่อ้าปากค้าง ตะลึงกับภาพตรงหน้า

ปกติไม่ค่อยเห็นคน แต่นี่คนมันจะเยอะเกินไปแล้วมั้ง?

ลานดอกไม้กลางหมู่บ้านที่ปกติมีแค่ป้าๆ มาเต้นแอโรบิก ตอนนี้เบียดเสียดไปด้วยผู้คน ดำมืดไปหมด มองไม่เห็นจุดสิ้นสุด

กะด้วยสายตาคร่าวๆ น่าจะมีอย่างต่ำสองพันกว่าคน ทั้งชายหญิงแก่เด็ก ครบทุกวัย แต่พอดูดีๆ ส่วนใหญ่จะเป็นวัยกลางคนสี่ห้าสิบซะเยอะ

ก็ไม่แปลกหมู่บ้านบลูเบย์เพนนินซูล่าเป็นโครงการระดับกลางค่อนไปทางสูง ลูกบ้านส่วนใหญ่ก็เป็นพวกวัยกลางคนที่ประสบความสำเร็จ มีฐานะมั่นคง

“พ... พี่หมิง นี่... คนเยอะขนาดนี้เลยเหรอ...” หวังฉู่หดคอ เบียดตัวเข้าหาหมิงเต้าโดยไม่รู้ตัว ร่างอ้วนๆ ของเขาดูเกะกะเป็นพิเศษในฝูงชน

หมิงเต้าไม่สนใจเขา สายตากวาดมองไปทั่วบริเวณอย่างรวดเร็ว

เขาเห็นคนหน้าคุ้นหลายคน

ครอบครัวหวังเต๋อฟาที่มีเรื่องกันเพราะเนื้อรมควันเมื่อวาน ตอนนี้ยืนหดหัวอยู่ที่ขอบวงล้อม สีหน้าฝ่ายชายดูแย่มาก คงกำลังโกรธจัด

ส่วนคู่ปรับของเขา ไอ้หนุ่มกล้ามโตถอดเสื้อ หลี่เหล่าซาน ยืนยืดอกภูมิใจอยู่แถวหน้า รายล้อมด้วยวัยรุ่นท่าทางนักเลงอีกไม่กี่คน กำลังโม้เรื่องคะแนน 5 แต้มของตัวเองน้ำลายแตกฟอง

แต่คนส่วนใหญ่ ยังคงมีสีหน้ามึนงง

ทุกคนเป็นคนเมือง ใช้ชีวิตตอกบัตรเข้างานเช้าเย็นกลับ จู่ๆ มาเจอเรื่องทะลุมิติแบบนี้ หลายคนยังตั้งสติไม่ได้ด้วยซ้ำ

แถมรอบข้างยังเป็นป่าดงดิบไร้ที่สิ้นสุด เต็มไปด้วยอันตรายรอบด้าน ทำได้แค่มายืนเบียดเสียดกัน หวังพึ่งพาความปลอดภัยจอมปลอมจากจำนวนคน

ทันใดนั้น ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก็ก้าวขึ้นไปยืนบนหินประดับข้างแปลงดอกไม้

หัวหน้า รปภ. หลิวกั๋วต้งนั่นเอง

โทรโข่งสีดำในมือเขา ณ เวลานี้ เปรียบเสมือนคทาแห่งอำนาจ ดึงดูดสายตาของทุกคนให้หันมามองเป็นตาเดียว

“อะแฮ่ม! ทุกคนเงียบก่อน! เงียบก่อน!”

เสียงจอแจในฝูงชนเงียบลงอย่างน่าอัศจรรย์ ทุกคนเงยหน้ามองชายที่ยืนอยู่บนที่สูง

หลิวกั๋วต้งดูพอใจกับการเป็นจุดสนใจแบบนี้มาก เขากระแอมไอ ปรับสีหน้าให้ดูเคร่งขรึม แล้วเริ่มพูด

“ลูกบ้านทุกท่าน! สถานการณ์ตอนนี้ ทุกคนก็เห็นกันแล้ว!” เขาผายมือไปรอบๆ แล้วชี้ไปที่ม่านแสงสีฟ้าขนาดยักษ์บนท้องฟ้า

“ทำไมพวกเราถึงมาอยู่ที่นี่ ตอนนี้ยังไม่มีใครตอบได้! ใช่ไหมครับ?”

ฝูงชนเริ่มฮือฮา มีคนตะโกนตอบรับทันที

“ใช่! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่!”

“ใครก็ได้ช่วยอธิบายที!”

หลิวกั๋วต้งยกมือขึ้นกดดันให้เงียบ แล้วพูดต่อ “ผมได้ยินมาหลายทฤษฎี บางคนบอกว่าเป็นรอยแยกมิติ พวกเราโดนดูดเข้ามา! บางคนบอกว่าเป็นอาวุธไฮเทคของสายลับต่างชาติ ย้ายหมู่บ้านเรามาทั้งดุ้น! แล้วก็มีพวก... พวกนักวิชาการบางคนบอกว่า เราอาจจะเป็นอุปทานหมู่ เห็นภาพหลอนไปเอง!”

ทุกครั้งที่เขาพูดถึงข้อสันนิษฐาน ฝูงชนก็จะส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอื้ออึง เห็นได้ชัดว่าทฤษฎีหลุดโลกพวกนี้คงแพร่สะพัดกันไปทั่วแล้ว

“พี่หมิง พี่ว่าแบบไหน?” หวังฉู่กระซิบถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

หมิงเต้าปรายตามองเขาแวบหนึ่ง

“แบบไหนสำคัญด้วยเหรอ? ที่สำคัญคือ เรากลับไปไม่ได้แล้วต่างหาก”

จบบทที่ บทที่ 15 ชะตาอาภัพ เป็นได้แค่ตัวประกอบตลอดชาติ

คัดลอกลิงก์แล้ว