- หน้าแรก
- วันโลกแตกฟ้าถล่ม หมู่บ้านผมทะลุมิติมาด้วย
- บทที่ 11 บังเอิญเจอ “เพื่อนร่วมอุดมการณ์”
บทที่ 11 บังเอิญเจอ “เพื่อนร่วมอุดมการณ์”
บทที่ 11 บังเอิญเจอ “เพื่อนร่วมอุดมการณ์”
ลำแสงจากไฟฉายกวาดผ่านช่องจอดรถที่เรียงรายไปทีละแถว ในที่สุด หลังเสารับน้ำหนักต้นหนึ่ง เขาเห็นประตูเหล็กบานหนึ่งเปิดอ้าอยู่
บนประตูเต็มไปด้วยคราบสนิมเขรอะ ภายในอัดแน่นไปด้วยข้าวของเครื่องใช้สารพัดชนิด จนแทบจะล้นทะลักออกมา
ใช่ที่นี่แหละ!
หมิงเต้าลิงโลดใจ รีบเดินตรงดิ่งเข้าไปทันที
แสงไฟสาดส่องเข้าไปในห้องเก็บของ ด้านในเต็มไปด้วยแผ่นไม้เก่าๆ เส้นปูนปั้นที่แตกหัก วอลเปเปอร์เป็นม้วนๆ และถุงพลาสติกอีกสารพัด
เขาปลดเป้ลงจากหลัง มือหนึ่งกระชับชะแลงไว้แน่นเพื่อความไม่ประมาท อีกมือใช้โทรศัพท์ส่องไฟ พลางเริ่มรื้อค้นอย่างละเอียด
ไม่นานนัก ดวงตาเขาก็ลุกวาว!
ที่มุมห้อง เขาเห็นท่อสีขาวมัดหนึ่งถูกทิ้งลืมไว้ พอดึงออกมาดู มันคือท่อ PVC ที่เขาต้องการพอดี! กะด้วยสายตาคร่าวๆ ความยาวรวมน่าจะราวเจ็ดแปดเมตร
แม้ขนาดท่อจะไม่เท่ากันทั้งหมด แต่ถ้าเอามาตัดต่อดัดแปลงหน่อย รับรองว่าใช้งานได้เหลือเฟือ!
เปิดมาก็เจอของดีเลยเว้ย!
การค้นพบครั้งนี้ช่วยเติมไฟให้เขาอย่างมาก เขาพิงท่อ PVC ไว้กับผนัง แล้วมุดเข้าไปสำรวจลึกเข้าไปในกองขยะต่อ
ที่นี่เปรียบเสมือนขุมสมบัติชัดๆ เป็นกองขยะที่อารยธรรมสมัยใหม่ทอดทิ้ง แต่กลับซุกซ่อนทรัพยากรล้ำค่าที่สุดในวันสิ้นโลกเอาไว้
เขาค้นต่ออีกสิบกว่านาที ก็ทยอยเจอทรายควอตซ์อีกเกือบครึ่งถุง ดูจากบรรจุภัณฑ์น่าจะเป็นทรายสำหรับปูพื้นตู้ปลาขนาดใหญ่ น้ำหนักไม่ใช่น้อยๆ อย่างต่ำก็สิบกว่าโล!
แค่นี้ก็แก้ปัญหาเรื่องวัสดุกรองที่หายากที่สุดไปได้เปลาะหนึ่ง
ถัดมา ในกล่องกระดาษเก่าๆ ใบหนึ่ง เขาเจอถังน้ำพลาสติก ดูทรงแล้วน่าจะเป็นอะไหล่ของเครื่องใช้ไฟฟ้าสักอย่าง ความจุประมาณหกเจ็ดสิบลิตร แม้ด้านข้างจะมีรอยร้าวเห็นชัดแจ๋ว แต่ก็ไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไร
ซ่อมหน่อยก็น่าจะใช้ได้!
หมิงเต้าขนวัสดุสำคัญเหล่านี้ไปกองรวมกันไว้หน้าห้องเก็บของ ความดีใจแทบจะทะลักออกมานอกอก ชิ้นส่วนหัวใจสำคัญของเครื่องกรองน้ำ รวบรวมได้ครึ่งหนึ่งแล้ว!
จังหวะที่เขากำลังจะทยอยขนของพวกนี้กลับ ท่ามกลางความมืดมิดในส่วนลึกของโรงรถ จู่ๆ ก็มีเสียงโลหะเสียดสีกันดังแสบแก้วหูแว่วมา!
“ครืดดด~ กึก!”
เสียงเหมือนมีคนเอาของแข็งๆ ถูไปกับเหล็กอย่างแรง ฟังชัดเจนมาก
ตามมาด้วยเสียงหอบหายใจหนักๆ ของคนสองคน
มีคน!
หมิงเต้าตื่นตัวทันควัน ปฏิกิริยาแรกของเขาไม่ใช่การวิ่งหนี แต่เป็นการกดปิดไฟฉายมือถือทันที!
แสงสว่างดับวูบ เขารีบพุ่งตัวไปหลบหลังรถ SUV สีดำคันใหญ่ แนบลำตัวชิดกับตัวรถ มือดึงชะแลงจากเอวด้านหลังออกมา กระชับด้วยสองมือแน่น
เขากลั้นหายใจ แนบหูเข้ากับกระจกรถ พยายามจับเสียงความเคลื่อนไหวจากระยะไกล
“แม่ง... รถเวรนี่... ทำไมมันแข็งอย่างนี้วะ...” เสียงผู้ชายแหบห้าวบ่นอุบ เต็มไปด้วยความหงุดหงิด
“พ่อ เบาเสียงหน่อย! เดี๋ยวก็เรียกคนมาหรอก!” อีกเสียงที่ฟังดูเด็กกว่าเอ่ยเตือนด้วยความกังวล
“กลัวห่าอะไร! เวลานี้ใครมันจะกล้าลงมาโรงรถ? พวกมันนอนหลับเป็นตายอยู่บนตึกกันหมดแล้ว! เร็วเข้า! ออกแรงงัดหน่อย! ผู้ชายอกสามศอกตั้งสามคน กินจุก็ขี้เยอะ เสบียงที่บ้านมีแค่นั้น ยัดยาไส้ยังไม่พอเลย!”
เสียงนี้... คุ้นหูชะมัด!
รูม่านตาของหมิงเต้าหดวูบ ที่แท้ก็ชายร่างยักษ์ถอดเสื้อที่แย่งเนื้อรมควันเมื่อวาน หลี่เหล่าซาน! กับลูกชายของมัน!
ท่ามกลางความมืด เงาร่างตะคุ่มๆ สองร่างค่อยๆ เดินออกมาจากส่วนลึกของโรงรถ พวกมันไม่ได้เปิดไฟฉาย ดูเหมือนจะอาศัยแสงสลัวยามเช้าและความคุ้นเคยกับสถานที่ในการเคลื่อนไหว
คนที่เดินนำคือหลี่เหล่าซานผู้มีร่างกายกำยำ ในมือถือเหล็กเส้นที่ดูเหมือนจะงัดมาจากรั้วไซต์งานก่อสร้าง ส่วนลูกชายเดินตามหลังมาติดๆ ถือกุญแจคอม้าขนาดใหญ่ ท่าทางลกๆ ลานๆ คอยมองซ้ายมองขวาตลอดเวลา
เป้าหมายของสองพ่อลูก คือรถเก๋งฮอนด้าสีขาวคันหนึ่ง
“พ่อ จะดีเหรอ? งัดไปพวกเราก็ขับไม่ได้อยู่ดี”
“ไอ้โง่! ใครเขาจะขับรถพังๆ นี่วะ! ในรถ! ในกระโปรงหลัง! มันต้องมีของกินของใช้บ้างแหละ! บางคนชอบตุนของไว้ในรถ น้ำเปล่า ขนม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ต้องมีแน่! เร็วเข้า! รีบลงมือตอนที่ยังไม่มีคน!”
หลี่เหล่าซานตะคอกเสียงเบา ก่อนจะกระแทกปลายเหล็กเส้นเข้าไปในร่องฝากระโปรงท้ายอย่างแรง
หมิงเต้าแอบสังเกตการณ์อยู่ในเงาของรถ SUV
เขาไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว และยิ่งไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่
ความป่าเถื่อนและโลภมากของสองพ่อลูกคู่นี้ เขาเห็นมากับตาแล้วเมื่อวาน ขืนปะทะกันซึ่งหน้าตอนนี้ ไม่มีทางจบสวยแน่
“ฮึบ!”
หลี่เหล่าซานคำรามลั่น ไขมันทั้งตัวสั่นกระเพื่อม ทุ่มแรงทั้งหมดกดเหล็กเส้นลงไป
“ตึง!”
เสียงดังสนั่น ตัวล็อกฝากระโปรงท้ายถูกงัดจนหัก ฝากระโปรงเด้งผึงขึ้นมา
สองพ่อลูกตาเป็นประกาย รีบชะโงกหน้าเข้าไปดู
ทว่า ภายในกระโปรงหลังกลับว่างเปล่า มีแค่เบาะนั่งเด็กนิรภัยวางโดดเดี่ยวอยู่หนึ่งตัว กับคู่มือรถและผ้าขี้ริ้วเก่าๆ อีกสองสามผืน อย่าว่าแต่อาหารกับน้ำเลย ทิชชู่สักห่อยังไม่มี
“สาดเอ๊ย! ซวยชิบหาย!”
หลี่เหล่าซานยกเท้าถีบตัวรถฮอนด้าสีขาวเต็มแรงระบายอารมณ์!
“ปัง!”
ตัวรถส่งเสียงทึบๆ ประตูยุบเข้าไปเป็นแถบ
“ไป! ไปดูทางโน้น! วันนี้กูไม่เชื่อหรอกว่าจะงัดไม่เจอของดีสักคัน!”
สองพ่อลูกไม่อยู่ต่อให้เสียเวลา สบถด่าพึมพำพลางหิ้วเครื่องมือมุ่งหน้าไปยังทางออกอีกด้านของโรงรถ
เสียงฝีเท้าและเสียงด่าทอค่อยๆ ห่างออกไป จนเงียบหายไปในความมืด
หมิงเต้ารออยู่ที่เดิมอีกหลายนาที จนแน่ใจว่าพวกมันไปไกลแล้วจริงๆ ถึงค่อยๆ โผล่หัวออกมาจากหลังรถ SUV
อ่านนิยายมากก็แบบนี้แหละ
เมื่อกี้นี้ เขาเตรียมใจรับสถานการณ์เลวร้ายที่สุดไว้แล้ว
ภัยอันตรายผ่านพ้นไปชั่วคราว เขาไม่กล้าชักช้าอีก รีบรวบรวมท่อ PVC ทรายควอตซ์ และถังน้ำพลาสติกแตกๆ ยัดใส่เป้ว่างเปล่า ส่วนถังน้ำมันใหญ่เกินจะยัดลงเป้ เลยต้องอุ้มไว้แนบอก
จังหวะที่เขากำลังจะผละออกจากพื้นที่สีเทานี้ หางตาเหลือบไปเห็นกล่องเครื่องมือถูกทิ้งไว้ข้างๆ
มันเป็นกล่องเหล็กสีแดง สนิมเขรอะ ตัวล็อกพังยับเยิน ฝากล่องเผยออยู่นิดหน่อย
เหมือนมีอะไรดลใจ เขาเดินเข้าไปใช้ปลายชะแลงเขี่ยเบาๆ
ฝากล่องส่งเสียง “เอี๊ยด” เปิดอ้าออก
ภาพข้างในทำเอาหมิงเต้าเบิกตากว้าง
เทปกาวกันน้ำสีเงินเทาที่สภาพเกือบใหม่เอี่ยม นอนสงบนิ่งอยู่ที่ก้นกล่อง ข้างๆ กันคือกุญแจคอม้าสภาพดีอีกหนึ่งอัน!
นี่มัน... ฟ้าประทานชัดๆ!
เทปกาวกันน้ำคือไอเทมเทพสำหรับซ่อมถังน้ำร้าวใบนั้น ส่วนกุญแจคอม้า ก็เป็นอุปกรณ์สำคัญที่สุดในการจัดการเชื่อมต่อท่อ PVC ขนาดต่างกันพวกนั้น!
ความเสี่ยงมาพร้อมกับผลตอบแทนจริงๆ!
หมิงเต้าไม่ลังเลที่จะกวาดเทปกาวและกุญแจคอม้ายัดใส่เป้ จากนั้นอุ้มถังน้ำ หันหลังกลับและเดินหายลับไปในแสงสลัวยามเช้าตรงทางเข้าโรงรถอย่างรวดเร็ว