เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 - เฟิ่งอู่

บทที่ 15 - เฟิ่งอู่

บทที่ 15 - เฟิ่งอู่


"น้องสาวเยี่ยเซียนจะประลองกับพี่สาวหรือจ๊ะ" เฟิ่งอู่ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะร่า สดใสยิ่งนัก

มองดูเด็กน้อยที่ตัวเล็กกว่าตน กลับอยากจะต่อสู้กับตน ช่างน่าเหลือเชื่อ นางไม่รู้หรือว่าตนคือผู้มีพรสวรรค์รุ่นแรกของสำนัก

นางก้าวไปถึงขอบเขตเคลื่อนโลหิตขั้นสูงสุดแล้ว มั่นใจว่าไร้คู่ต่อกรในขอบเขตนี้ แม้แต่ศิษย์พี่ศิษย์น้องที่มีระดับพลังเท่ากัน ก็ไม่ใช่คู่มือของนาง

"ฮ่าๆ เจ้ายังเด็กเกินไป มาสู้กับข้าก็เหมือนหาเรื่องเจ็บตัวเปล่าๆ" เฟิ่งอู่มองหลินฝานที่เตี้ยกว่าหนึ่งช่วงศีรษะด้วยสายตาดูแคลนเล็กน้อย อีกฝ่ายตัวเล็กเกินไป อายุเท่านี้จะมีแรงสักแค่ไหนเชียว หมื่นจินก็เก่งแล้ว

"ทำไม หรือว่าพี่สาวไม่กล้า" หลินฝานทำหน้าซื่อตาใส

"ก็ได้ ดูท่าวันนี้น้องสาวคงต้องยอมให้ข้าขยำแก้มจนพอใจแล้วล่ะ" เฟิ่งอู่ดวงตาใสกระจ่าง แฝงแววขี้เล่น กล่าวว่า "เพื่อความยุติธรรม พี่สาวจะต่อให้เจ้ามือหนึ่ง"

นางไพล่มือข้างหนึ่งไว้ด้านหลัง ยื่นมือหยกขาวผ่องข้างหนึ่งออกมา เปล่งประกายแวววาว มั่นใจและทรงพลัง

"ไม่จำเป็น" สิ้นเสียงหลินฝาน แขนเขาก็สะบัด ฝ่ามือปรากฏอักขระ พุ่งเข้าชนเฟิ่งอู่อย่างจัง

วินาทีนี้ ผิวน้ำที่เคยสงบนิ่งราวกับถูกระเบิดลง เกิดคลื่นยักษ์ถาโถม น้ำในสระพลุ่งพล่านดั่งสึนามิ ม้วนตัวซัดสาดไปเบื้องหน้า

เฟิ่งอู่ใจหายวาบ สัมผัสพิเศษของนางเฉียบคมมาก รู้สึกได้ถึงพลังอันมหาศาลนี้ รีบยกแขนหยกขาวขึ้นมากันไว้ที่หน้าอก พร้อมกับมือที่ไพล่หลังไว้อีกข้างก็เลิกออมมือ ทุ่มกำลังต้านทานการโจมตีนี้

"ตูม"

เฟิ่งอู่ที่ประมาทถูกซัดกระเด็น น้ำแตกกระจาย ไถลไปบนผิวน้ำเป็นระยะทางไกลกว่าจะหยุด ราวกับปาหินกระทบน้ำ

การโจมตีนี้รวดเร็วและรุนแรงมาก เล่นเอาเฟิ่งอู่ตั้งตัวไม่ทัน สภาพทุลักทุเล สำลักน้ำในสระไปหลายอึก

"แค่กๆ... แข็งแกร่งมาก ประเมินเขาต่ำไปจริงๆ"

นางหุบยิ้ม ใบหน้าจิ้มลิ้มดั่งตุ๊กตากระเบื้องเคลือบเต็มไปด้วยความตกตะลึง ไม่อยากจะเชื่อ ร่างเล็กๆ ที่เด็กกว่าตนนั้น กลับมีพละกำลังมหาศาล ไม่ด้อยไปกว่านางเลย

ยากจะจินตนาการจริงๆ เด็กห้าขวบกว่าจะมีเลือดลมถึงระดับนี้ได้ เฟิ่งอู่สงสัยเหลือเกินว่านี่คือสัตว์อสูรจำแลงกายมาหรือเปล่า ไม่อย่างนั้นจะมีแรงขนาดนี้ในวัยนี้ได้อย่างไร

"วู่ว"

แผ่นหลังของหลินฝานปรากฏอักขระรวมตัวกัน สว่างไสว ปีกสีแดงเพลิงคู่หนึ่งงอกออกมา สะบัดปีกบินขึ้นจากสระบัวเทพ ลอยตัวอยู่เหนือผิวน้ำที่ไอหมอกลอยอวล

มองจากไกลๆ เขาดูราวกับเทพสงคราม เคร่งขรึมและน่าเกรงขาม แต่พอมองใกล้ๆ กลับยังเป็นเด็กน่ารัก มีความไร้เดียงสาแฝงความจริงจัง ดูขัดแย้งแต่น่าเอ็นดู

"น้องสาวเยี่ยเซียน ข้าชักจะสนใจเจ้าขึ้นมาจริงๆ แล้วสิ ในสำนักยังมีอัจฉริยะที่ซ่อนเร้นอย่างเจ้าอยู่อีกหรือนี่"

เฟิ่งอู่เสียงหวาน เลียริมฝีปากแดงสด ตื่นเต้นยิ่งนัก รู้สึกเหมือนเจอคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อ แถมอีกฝ่ายดูมีความลับมากมาย ไม่เคยได้ยินและไม่เคยเห็นมาก่อนว่าในสำนักมีคนเช่นนี้

"หายากนะเนี่ย แต่พี่สาวก็ไม่ใช่เคี้ยวง่ายๆ หรอกนะ รอข้าจับเจ้าได้ จะต้องจับตรวจร่างกายให้ละเอียดเลย" นางตะโกนก้อง พุ่งเข้ามาโจมตี

ขณะเดียวกัน นางประสานอิน สองมือวาดออก อักขระก่อตัวเป็นแพ แสงสมบัติไหลเวียนรอบกาย เปล่งแสงสีเงินขาว ร่างทั้งร่างดุจลูกธนูเทพ พุ่งทะยานเข้ามา ถึงขั้นเหาะเหินเดินอากาศได้ชั่วคราว

เสียงปังดังสนั่น หมัดปะทะหมัด แสงสีเจิดจ้า

ความเร็วของทั้งคู่รวดเร็วมาก เพียงชั่วพริบตา ทั้งสองปะทะกันนับสิบครั้ง ล้วนเป็นการใช้ร่างกายเข้าแลก

ทันใดนั้น เลือดลมในที่แห่งนี้พุ่งเสียดฟ้า ดั่งเสียงฟ้าร้องคำราม ยากจะจินตนาการว่านี่คือพลังที่ระเบิดออกมาจากร่างกายของเด็กสองคน ผู้ใหญ่หลายคนยังทำไม่ได้ขนาดนี้

"ปัง"

ปะทะกันอีกครั้ง ทั้งคู่ทุ่มสุดกำลัง ต่างฝ่ายต่างกระเด็นถอยหลัง ทว่า หลินฝานถอยไปไกลกว่า เห็นได้ชัดว่าในการประลองพละกำลัง เขาด้อยกว่าขั้นหนึ่ง

"น้องสาว เจ้ายังขาดไปนิดนะจ๊ะ" เฟิ่งอู่แม้ปากจะยิ้ม แต่ในใจกลับไม่สงบ เพราะอีกฝ่ายห่างจากขีดสุดของขอบเขตเคลื่อนโลหิตไม่มากแล้ว อีกไม่นานคงบรรลุ

ที่สำคัญคืออายของหลินฝานยังน้อยนัก นางในวัยนี้ยังทำไม่ได้ถึงขนาดนี้

คาดเดาได้ว่า อีกฝ่ายยังมีพื้นที่ให้พัฒนาอีกมาก สิ่งที่เรียกว่าขีดสุด อาจไม่ใช่ขีดสุดของเขา

"ก็ไม่แน่หรอก"

หลินฝานพุ่งเข้ามาอีกครั้ง โคจรเลือดบริสุทธิ์ทั่วร่าง ปลดปล่อยประกายเทพ แผ่ซ่านออกมานอกกาย รูปร่างดั่งขนนกเทพทีละชิ้น อักขระที่หลอมรวมอยู่ในเลือดก็ลอยขึ้นมาปกป้องกายเอง แวววาวและศักดิ์สิทธิ์

"กร๊อบ"

ภายในร่างกายของเขาราวกับมีพันธนาการที่มองไม่เห็นถูกปลดออก กลิ่นอายพลันแข็งแกร่งขึ้นอย่างมหาศาล

ยิ่งไปกว่านั้น ทั่วร่างของเขาอาบไล้ด้วยแสงสีทอง ทุกตารางนิ้ว เปล่งประกายเจิดจ้า ราวกับมนุษย์ทองคำตัวน้อย ทำให้ผู้คนไม่กล้าจ้องมอง เต็มไปด้วยความน่าเกรงขามที่ล่วงเกินมิได้

"เอ๊ะ นี่มันสถานการณ์อะไร" เฟิ่งอู่เบิกตาโพลง มองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าด้วยความตกตะลึง

นางคิดไม่ถึงเลยว่า ในเวลาเช่นนี้ อีกฝ่ายกลับสามารถทะลวงด่านหน้างาน ยกระดับความแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้น

หมัดทองคำของหลินฝานเหวี่ยงออกไป เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น แผ่อานุภาพที่ทำให้หายใจไม่ออก ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับขุนเขาที่ถล่มลงมา อานุภาพสะท้านโลก

"ตูม"

ผิวน้ำระเบิดออก การโจมตีนี้พลาดเป้า เฟิ่งอู่ไม่รับปะทะตรงๆ แต่บิดกายหลบอย่างงดงาม ไม่เข้าปะทะด้วย

พร้อมกันนั้น นางวาดท่วงท่าที่สวยงาม อ้อมไปด้านหลังหลินฝานอย่างรวดเร็ว แขนหยกมันแพะส่องประกาย ฝ่ามือรวบรวมสัญลักษณ์ ฟาดใส่เขา

มุมปากหลินฝานยกยิ้ม การต่อสู้ระยะประชิดคือสิ่งที่เขาถนัดที่สุด การสู้กับสัตว์อสูรทุกวันไม่ได้เสียเปล่า เพราะเรียนรู้วิชาสมบัติไปก็ไม่มีความหมายกับเขามากนัก เขาจึงทุ่มเทไปที่หมัดมวย

เขาทิ้งตัวลง พออีกฝ่ายฟาดฝ่ามือพลาด หลินฝานก็ตวัดขาเตะกวาด ระเบิดแสงทองหมื่นจ้าง โจมตีช่วงล่างของนาง

ทว่า เฟิ่งอู่คล่องแคล่วมาก ตีลังกากลับหลังขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ร่างเล็กๆ มีความยืดหยุ่นสูงมาก เหมือนลิงที่ปราดเปรียว กระโดดหลบ ปฏิกิริยาว่องไว

แต่หลินฝานรอจังหวะนี้อยู่แล้ว ปีกคู่กางออก พุ่งสวนขึ้นไปอย่างแรง กำหมัดเหล็กสีทองแน่น ราวกับเสาแสงพุ่งขึ้นฟ้า ดั่งมังกรทะยาน นัดเดียวเข้าเป้า

ทันใดนั้น ร่างกายของเฟิ่งอู่เกร็งแน่น เรือนร่างที่เดิมทีอ่อนช้อยกลับเปล่งประกายดั่งโลหะ ร่างทั้งร่างดุจลูกธนูเทพ แปลงเป็นวิชาสังหาร พุ่งทะลวงในความว่างเปล่า

"วิชาธนูเทพ" นางตวาดเบาๆ ความเร็วพุ่งถึงขีดสุด รับมือการโจมตีที่ไม่อาจหลบเลี่ยงนี้

"ตูม"

ดวงตะวันสีทองและ "ลูกธนู" สีเงินปะทะกันอย่างดุเดือด ในวินาทีนี้แสงสว่างเจิดจ้า ประกายไฟสาดกระเซ็น งดงามตระการตา ส่องสว่างท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดมิด ให้ที่แห่งนี้สว่างไสว แม้แต่ทะเลสาบทั้งแห่งยังสั่นสะเทือน

"มีคนต่อสู้กันในสระเซียน"

การต่อสู้ของทั้งสองทำให้ผู้อื่นตื่นตัว หญิงงามบางคนที่กำลังบำเพ็ญเพียรอยู่ในสระบัวเทพผ่านด่านเคราะห์ต่างโผล่พ้นน้ำขึ้นมาสังเกตการณ์

เสื้อผ้าหลุดลุ่ย เปียกปอน ยั่วยวนใจ เพียงแต่ศิษย์หญิงบางส่วนมีท่าทีโกรธเคือง

ต้องรู้ว่าที่นี่คือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในการบำเพ็ญเพียรของทุกคน กลับมีคนมาประลองยุทธ์กันที่นี่ ช่างผิดปกติ และอุกอาจเกินไปแล้ว

"ตูม" เสียงดังสนั่น หลินฝานตกลงไปในน้ำ เฟิ่งอู่ก็ถูกกระแทกปลิวไปไกล

ทว่า หลินฝานไม่คิดจะสู้ต่อ แต่ดำดิ่งลงสู่ก้นบึ้ง ความเคลื่อนไหวใหญ่โตขนาดนี้ต้องทำให้คนแตกตื่นแน่ ขืนอยู่ต่อ คงถูกจับได้ถึงตัวตนที่แท้จริง

วันหน้าจะมาอีกคงยาก และเขาเป็นแค่คนลักลอบเข้าเมือง

(จบบทนี้)

จบบทที่ บทที่ 15 - เฟิ่งอู่

คัดลอกลิงก์แล้ว