- หน้าแรก
- ระบบมอบความเป็นอมตะ ข้าทนอยู่จนทุกคนตายหมด
- บทที่ 72 การประชุมเทพรุ่นเยาว์ เฉินฉางเซิง: ขอกำไรเล็ก ๆ น้อย ๆ
บทที่ 72 การประชุมเทพรุ่นเยาว์ เฉินฉางเซิง: ขอกำไรเล็ก ๆ น้อย ๆ
บทที่ 72 การประชุมเทพรุ่นเยาว์ เฉินฉางเซิง: ขอกำไรเล็ก ๆ น้อย ๆ
บทที่ 72 การประชุมเทพรุ่นเยาว์ เฉินฉางเซิง: ขอกำไรเล็ก ๆ น้อย ๆ
หลังจากเดินทางผ่านห้วงมิติมาอย่างยาวนาน ในที่สุดเฉินฉางเซิงและคนอื่น ๆ ก็เดินทางมาถึงจุดหมาย
แดนศักดิ์สิทธิ์คุนหลุนแห่งแดนกลาง
ทว่าเพียงเท้าของทุกคนแตะพื้น ก็ได้ยินเสียงการต่อสู้ดังมาจากที่ไกล ๆ
“นางเซียนจื่อแห่งตำหนักจื่อฝู่ วันนี้ข้าจากถ้ำจินกวงขอประลองด้วย!”
ปรากฏให้เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งพลังโลหิตพุ่งพล่าน ดวงอาทิตย์เปล่งประกายสว่างจ้าอยู่ด้านหลัง
แต่หญิงสาวผู้หนึ่งซึ่งสวมผ้าคลุมหน้าบาง กลับเพียงปรายตามองเขานิ่ง ๆ เท่านั้น
จากนั้นก็บิดปลายนิ้วด้วยมือขวา ร่างลอยขึ้นช้า ๆ
“วึ้ง!”
“พรึ่บ!”
ภาพลวงตาทะเลสีเขียวมรกตปรากฏขึ้นเบื้องหลังหญิงสาว นางผลักมือขวาออกเบา ๆ คลื่นพลังมหาศาลปะทะโจมตีพุ่งกระจายออกไป
ชายหนุ่มจากถ้ำจินกวงผู้นั้นโดนเพียงกระบวนท่าเดียวก็กระเด็นกระดอนไปทันที
เมื่อเห็นฉากนี้ ทุกคนต่างขมวดคิ้วแน่น
ทว่าเสียงร้องอุทานของเฉินฉางเซิงกลับทำลายบรรยากาศลงในพริบตา
“สุดยอด!”
“ซ่า!”
เทพรุ่นเยาว์หลายร้อยคนที่อยู่ ณ ที่นั้นต่างหันขวับไปมองเฉินฉางเซิงในทันที แววตาเต็มไปด้วยความเบื่อหน่ายและดูแคลนจนแทบล้นออกมา
พวกเราก็รู้ว่านางสุดยอด แต่เจ้าจะพูดออกมาตรง ๆ ขนาดนั้นก็เกินไปหน่อยไหม
อย่างน้อยก็เป็นเทพรุ่นเยาว์เหมือนกัน เจ้าไม่มีความทะนงตนแม้แต่นิดเลยหรือ?
ยังไม่ได้ลงมือสู้ก็ทำท่าทางตื่นตระหนกแบบนั้น ช่างขายหน้าสิ้นดี
ต่อสายตาของทุกคน เฉินฉางเซิงชะงักเล็กน้อยก่อนกล่าวขึ้น
“พวกเจ้ามองข้าทำไมล่ะ นางเก่งไม่ใช่หรือ?”
“แค่ต่อสู้ก็มีภาพลวงตาโผล่มา แบบนี้ยังไม่เรียกว่าเก่งอีกหรือ?”
ได้ยินคำพูดของเฉินฉางเซิง เย่เหินเซิงถึงกับรู้สึกปวดขมับตุบ ๆ
“พี่เฉิน อย่าพูดต่อเลย”
“ทุกวันนี้ฟ้าดินแปรเปลี่ยน เพียงไม่ใช่วิชาฝึกตนจากระบบเดิม ก็สามารถทำให้เกิดภาพลวงตาได้แล้ว”
“อย่างนั้นหรอกหรือ!”
“งั้นถ้าเป็นเคล็ดวิชาที่คิดค้นขึ้นใหม่ทั้งหมด ก็จะมีภาพลวงตาทุกกระบวนท่าหรือเปล่า?”
สิ้นคำ ทุกคนรอบข้างต่างมองเฉินฉางเซิงด้วยสายตาดูแคลนยิ่งกว่าเดิม
คนคนนี้ชัดเจนว่าเป็นบ้านนอกเต็มขั้น ใครจะไปรู้ว่าโผล่มาจากซอกหลืบไหนของโลก
“แน่นอนว่าไม่ใช่ มีเพียงเคล็ดวิชาที่มีศักยภาพสูงเท่านั้นจึงจะทำให้เกิดภาพลวงตาได้ ยิ่งศักยภาพสูง ภาพลวงตาก็จะยิ่งรุนแรง”
“งั้นนางก็ยังถือว่าเก่งมากอยู่ดีเพราะมีภาพลวงตาออกมา”
เย่เหินเซิงได้ยินก็แทบจะอยากเย็บปากเฉินฉางเซิงไว้
คนผู้นี้มันช่างขายหน้าขายตาเสียจริง
“พี่เฉิน ที่นี่คือการประชุมเทพรุ่นเยาว์”
“เทพรุ่นเยาว์ก็คือผู้ที่ทำในสิ่งที่คนทั่วไปทำไม่ได้ พูดอีกอย่างก็คือ ที่นี่ทุกคนมีภาพลวงตาหมดนั่นแหละ”
“พี่เฉินก็ต้องมีเหมือนกันใช่ไหม”
“ไม่รู้สิ ข้าช่วงนี้ไม่ได้สู้กับใครเลย ถ้าท่านไม่พูด ข้าก็ไม่รู้เลยนะว่ามันมีแบบนี้”
เย่เหินเซิง: “……”
ข้าในอดีตทำชั่วมากเกินไป ถึงได้เจอเจ้าวันนี้ ถือว่าเวรกรรมสะสางก็แล้วกัน
เพราะเจ้านี่มันชัด ๆ คือบทลงโทษที่สวรรค์ส่งมาหลอกหลอนข้า
หลังจากอธิบายกฎกติกาเบื้องต้นให้เฉินฉางเซิงอีกครั้ง เย่เหินเซิงและพวกก็รีบตีจากไปทันที
ส่วนเทพรุ่นเยาว์จากดินแดนอื่นก็เพียงแค่ยิ้มจาง ๆ ดูเหมือนไม่คิดใส่ใจความบ้านนอกของเฉินฉางเซิงแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นว่าทุกคนไม่สนใจตน เฉินฉางเซิงก็แลบลิ้นใส่เล็กน้อย แล้วเดินไปอีกทิศหนึ่ง
เหตุการณ์เมื่อครู่ เฉินฉางเซิงไม่รู้จริง ๆ และคำชมของเขาก็พูดออกมาจากใจ
สาเหตุที่เย่เหินเซิงรู้สึกว่าเขาเสียภาพลักษณ์ก็เพราะพวกเขาให้ความสำคัญกับท่าทีและศักดิ์ศรีมากเกินไป
แต่ต่อหน้าเวลา ทุกสิ่งย่อมไร้ความหมาย โดยเฉพาะภาพลักษณ์และศักดิ์ศรีอันน่าขันนั้น
สำหรับเฉินฉางเซิงที่มีอายุขัยไร้ขอบเขต เขาจะไปแยแสเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร?
...
“นี่คือเทพธาราสามร้อยชั่ง ขอเชิญคุณลูกค้าตรวจสอบให้ดี”
เจ้าของร้านลงมือส่งถุงหนังสัตว์ให้เฉินฉางเซิงด้วยตนเอง เฉินฉางเซิงตรวจนับเรียบร้อยจึงหันหลังจากไป
เพียงสองร้อยปีที่ผ่านมา วงการฝึกตนก็เปลี่ยนแปลงไปมากมาย
เงินตราหลักของวงการฝึกตนในอดีต จากหินวิญญาณกลายมาเป็นเทพธารา
เทพธาราเป็นคำเรียกใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในร้อยปีมานี้ ก่อนหน้านั้น สิ่งนี้ถูกเรียกว่าต้นกำเนิดวิญญาณ
หลังจากแดนศักดิ์สิทธิ์คุนหลุนเปิดพื้นที่ซากศักดิ์สิทธิ์ ต้นกำเนิดวิญญาณก็เริ่มปรากฏขึ้นมากมาย
ตอนแรกทุกคนก็ยังมองมันเป็นแค่ทรัพยากรฝึกตนรูปแบบใหม่ แต่เมื่อกฎเกณฑ์ของฟ้าดินเปลี่ยนไป พวกเขาก็เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของต้นกำเนิดวิญญาณ
ระบบฝึกตนดั้งเดิมถูกต่อต้าน ผู้คนต่างแสวงหาระบบใหม่
ไม่นานก็พบว่า หากจะบุกเบิกระบบฝึกตนใหม่ ต้นกำเนิดวิญญาณให้ผลดีกว่าหินวิญญาณมาก
ต่อมา คำเรียกของต้นกำเนิดวิญญาณจึงกลายเป็นเทพธารา
และเทพธาราก็กลายเป็นทรัพยากรฝึกตนเฉพาะของเทพรุ่นเยาว์
เมื่อเห็นเทพธาราสามร้อยชั่งในถุงหนังสัตว์ เฉินฉางเซิงก็แลบลิ้นพลางพูดขึ้นว่า
“อัตราแลกเปลี่ยนหนึ่งต่อสิบ ข้ารู้สึกเหมือนเสียเงินเล็ก ๆ ไปเยอะเลย”
“ดูท่าข้าต้องไปหากำไรจากที่อื่นกลับคืนมาแล้วล่ะ!”
ว่าแล้วเฉินฉางเซิงก็เงยหน้ามองไปยังบ่อพนันหินที่อยู่ไม่ไกล
เมื่อกฎของฟ้าดินเปลี่ยนไป แร่ในเหมืองหินวิญญาณดั้งเดิมก็เริ่มมีเทพธาราธรรมดาปรากฏขึ้น
ทว่าเทพธาราชนิดพิเศษ กลับพบได้เพียงในหินจากเขตต้องห้ามเท่านั้น
ผิวของหินที่ห่อหุ้มเทพธาราสามารถปิดบังการตรวจสอบได้ทุกชนิด เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจนี้ไม่มีวันขาดทุน เหล่าขุมอำนาจใหญ่จึงเปิดบ่อพนันหินขึ้น
ในบ่อพนัน บางคนอาจมีกำไรเล็กน้อย แต่เจ้าของบ่อนั้นไม่เคยขาดทุนเลย
แต่ที่น่าบังเอิญคือ เฉินฉางเซิงมีความรู้เรื่องเทพธาราหรือก็คือต้นกำเนิดวิญญาณเป็นอย่างดี
เพราะเมื่อไม่กี่ร้อยปีก่อน เทพธารายังไม่ใช่สิ่งที่มีค่าอะไรนัก
หินจากเขตต้องห้ามที่มีเทพธาราเพียงใช้หินวิญญาณไม่กี่ก้อนก็ซื้อได้แล้ว
เพื่อวิจัยคุณสมบัติของเทพธารา เฉินฉางเซิงถึงขั้นเปิดภูเขาทั้งลูกเพื่อนำแร่หินมาศึกษา
ส่วนเทพธาราที่ได้จากหินเหล่านั้น เฉินฉางเซิงเห็นว่าไม่มีประโยชน์อะไรมาก จึงยกครึ่งหนึ่งให้แก่อาหลี
อีกครึ่งหนึ่งเขาก็นำไปฝังไว้ใต้ค่ายกล ใช้เป็นฐานพลังของค่ายกลนั้น
...
บ่อพนันหินคุนหลุน
ผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนกำลังคัดเลือกหินก้อนใหญ่ก้อนเล็ก
เพราะในหินเหล่านั้น มีความเป็นไปได้ว่าจะซ่อนเทพธาราชนิดพิเศษเอาไว้
ตัดครั้งหนึ่งจนสิ้นเนื้อประดาตัว ตัดอีกครั้งก็ร่ำรวยล้นฟ้า เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในบ่อพนันหินไม่เว้นแต่ละวัน
“เจ้าของร้าน ข้าจะซื้อหินก้อนนี้!”
เสียงเฉินฉางเซิงดังก้องทั่วบ่อพนันหิน ทุกคนหยุดมือพร้อมกัน แล้วหันมามองเขาด้วยสายตาเหมือนมองคนสติไม่ดี
เพราะหินที่เฉินฉางเซิงต้องการซื้อนั้น คือหินประจำร้านของบ่อพนันหินคุนหลุน
ทุกคน: “……”
เจ้าคงไม่ได้พนันหินจนเพี้ยนไปแล้วหรอกนะ
หินก้อนนั้นมันก็แค่หินธรรมดาเอาไว้ตั้งโชว์หน้าร้าน เจ้าคิดอะไรอยู่เนี่ย
ไม่นาน ผู้ดูแลร้านก็เดินเข้ามา
เขามีสีหน้าไม่สู้ดีนัก พลางเอ่ยว่า “สหาย เจ้าคงไม่ได้มาสร้างเรื่องใช่หรือไม่?”
“เจ้าคนนี้พูดจาแปลก ๆ!”
“ข้ามาพนันหินที่ร้านเจ้า จะซื้อหินสักก้อนไม่ใช่เรื่องปกติหรือ?”
เมื่อได้ยินคำของเฉินฉางเซิง สีหน้าของผู้ดูแลก็ยังไม่ดีขึ้น
เพราะหินก้อนนั้น นอกจากจะสลักคำว่า “บ่อพนันหินคุนหลุน” เอาไว้แล้ว ก็ไม่มีอะไรพิเศษเลย
หากคนตรงหน้านี้ไม่ได้มาหาเรื่อง เขาก็พร้อมควักลูกตาตัวเองมาทำลูกแก้วเล่นแล้ว
“อย่างนั้นหรือ?”
“ได้ หินก้อนนี้ต้องใช้เทพธาราน้ำหนักเท่ากันมาแลก”
“จ่ายมาแค่หนึ่งพันชั่งเทพธาราก็พอแล้ว”