- หน้าแรก
- ระบบมอบความเป็นอมตะ ข้าทนอยู่จนทุกคนตายหมด
- บทที่ 68 ความเปลี่ยนแปลงเหนือความคาดหมาย ชีวิตสาย “รดไข่” ของเฉินฉางเซิง
บทที่ 68 ความเปลี่ยนแปลงเหนือความคาดหมาย ชีวิตสาย “รดไข่” ของเฉินฉางเซิง
บทที่ 68 ความเปลี่ยนแปลงเหนือความคาดหมาย ชีวิตสาย “รดไข่” ของเฉินฉางเซิง
บทที่ 68 ความเปลี่ยนแปลงเหนือความคาดหมาย ชีวิตสาย “รดไข่” ของเฉินฉางเซิง
เฉินฉางเซิงฟังคำของระบบแล้วก็เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังยอมสงบจิตใจฟื้นฟูพลังอย่างซื่อสัตย์
หนึ่งชั่วยามต่อมา
“แค่ก! แค่ก! แค่ก!”
เฉินฉางเซิงที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ก็ไอหนักขึ้นมาทันใด
และขอบเขตพลังของเขาก็หยุดอยู่เพียงแค่แปรเทพขั้นต้นเท่านั้น
เฉินฉางเซิง : ???
เขางุนงงจนพูดไม่ออก
ถ้าเขาจำไม่ผิด ตอนก่อนเข้าสู่การหลับใหล ตนเองได้บรรลุถึงแปรเทพขั้นปลายไปแล้ว
แต่เมื่อครู่ขณะที่กำลังฟื้นพลัง เขากลับสัมผัสได้ถึงแรงต้านอันมหาศาล
แม้พลังวิญญาณจะสะสมจนกลับไปถึงระดับเดิมแล้วก็ตาม แต่ระดับขอบเขตกลับไม่ขยับเลยสักนิด
ความรู้สึกนี้จะให้เปรียบก็เหมือนกับว่าฟ้าดินไม่ยอมรับการมีอยู่ของเขาอย่างไรอย่างนั้น
หลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง เฉินฉางเซิงก็พลันนึกถึงความเป็นไปได้หนึ่ง
“ระบบ...กฎเกณฑ์ของฟ้าดินกำลังจะเปลี่ยนใช่หรือไม่?”
“คำคาดเดาของผู้ใช้งานถูกต้องโดยสมบูรณ์ วิถีแห่งการฝึกตน คล้ายคลึงกับการเติบโตของพืชพรรณ”
“พืชจะเติบโตได้ก็ต่อเมื่อมีสิ่งแวดล้อมเหมาะสมและเมื่อสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป พืชสายพันธุ์ใหม่ก็จะมาแทนที่สายพันธุ์เดิม”
“ผู้ใช้งานอาจเข้าใจได้ว่า ระบบฝึกตนในปัจจุบัน...เริ่มล้าสมัยแล้ว”
ดวงตาเฉินฉางเซิงฉายแววสว่างวาบ
เพราะความจริงแล้ว ระบบฝึกตนแบบปัจจุบันก็ไม่ใช่สิ่งที่เหมาะกับเขาเสียทีเดียว เนื่องจากเขาใช้รากวิญญาณเทียม
แม้ตามหลักแล้ว รากวิญญาณเทียมจะไม่ต่างจากรากวิญญาณแท้มากนัก แต่ความแตกต่างเพียงเล็กน้อยนี้ก็ยังคงส่งผล
และนี่เองคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้เขาไม่อาจก้าวข้ามสู่ขอบเขตหลอมสูญได้เสียที
คิดถึงตรงนี้ เฉินฉางเซิงก็เอ่ยขึ้น
“ระบบ ถ้าสถานการณ์เป็นอย่างที่เจ้าว่า งั้นกฎเกณฑ์ของฟ้าดินนี่มันเปลี่ยนไวเกินไปแล้วกระมัง?”
“ข้าพึ่งมีอายุเท่าไรเอง แค่นี้กฎเกณฑ์ยังเปลี่ยนแล้ว?”
“เหตุใดผู้ใช้งานจึงคิดว่ากฎฟ้าดินเปลี่ยนเร็ว?”
“เวลาที่เจ้ามาอยู่ในโลกนี้นั้นไม่นานนัก เจ้ารู้หรือไม่ว่าระบบฝึกตนปัจจุบันนี้ ดำรงอยู่มากี่ปีแล้ว?”
“เหตุที่ผู้ใช้งานไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของกฎฟ้าดิน เป็นเพราะตั้งแต่มาถึงโลกนี้ เจ้าก็คุ้นชินกับสภาพแวดล้อมแบบนี้แล้ว”
“หากผู้ใช้งานมาโลกนี้เร็วกว่านี้สักหมื่นปีหรืออาจจะนานกว่านั้น...เจ้าคงไม่สงสัยเช่นตอนนี้”
คำพูดนั้นทำให้เฉินฉางเซิงนิ่งไป
เพราะเขาตระหนักได้ว่ามุมมองของตนยังแคบเกินไป
ในโลกเดิมของเขา เคยมีหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่าซานไห่จิงซึ่งรวบรวมเรื่องราวสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดนานาชนิด
ผู้คนทั่วไปต่างเห็นว่าเนื้อหาเหล่านั้นเป็นเพียงจินตนาการของคนโบราณ
แต่หากย้อนกลับกัน อีกหลายพันหลายหมื่นปีข้างหน้า มนุษย์ในอนาคตอ่านบันทึกยุคปัจจุบัน พวกเขาจะเห็นอย่างไร?
เช่น นกแก้วในมุมมองของเฉินฉางเซิงถือเป็นนกที่คุ้นเคย แม้ไม่ถึงกับพบได้ทั่วไป แต่ก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่ใครๆ ก็รู้จัก
แต่หากเวลาผ่านไปจนถึงวันหนึ่งที่ นกแก้วสูญพันธุ์
คนรุ่นหลังที่บังเอิญอ่านบันทึกโบราณว่า
“มีนกชนิดหนึ่ง ขนหลากสี มีสองขา ปากโค้งแหลม พูดภาษามนุษย์ได้ เรียกว่า นกแก้ว”
พวกเขาคงหัวเราะแล้วกล่าวชื่นชมจินตนาการของคนโบราณ
เพราะใครล่ะจะเชื่อว่า นกจะพูดภาษาคนได้?
ในลักษณะเดียวกัน ระบบฝึกตนก็อาจเป็นแบบนั้น
เฉินฉางเซิงเคยฝึกเคล็ดวิชามากมาย หลายเล่มมีคำอธิบายถึงพลังที่น่าตกตะลึงหากฝึกถึงขั้นสูงสุด
ซึ่งเขาเองก็ฝึกถึงขั้นนั้นจริง แต่ผลลัพธ์กลับไม่เคยรุนแรงเท่าที่เคยอธิบายไว้
ก่อนหน้านี้ เขาไม่เคยเอะใจ คิดเพียงว่าบรรพชนแค่เขียนโม้ไว้เท่านั้น
แต่ตอนนี้กลับเข้าใจว่า
พวกเคล็ดวิชาเหล่านั้นอาจเคยรุนแรงจริง เพียงแต่กฎเกณฑ์ของฟ้าดินในอดีต ไม่เหมือนกับปัจจุบัน
ที่เขาคิดแบบนั้น เป็นเพราะเขารู้จักเพียงแค่โลกใบนี้ในตอนนี้เท่านั้น
คิดถึงตรงนี้ เฉินฉางเซิงจึงถามว่า
“ระบบ ถ้ามีระบบฝึกตนแบบใหม่ถือกำเนิดขึ้นจริง”
“งั้นแหล่งที่มาของระบบใหม่นั่นมาจากไหน?”
“เป็นฟ้าดินกำหนดไว้? หรือมีใครสร้างขึ้น?”
“ตอบผู้ใช้งาน: ฟ้าดินจะไม่แทรกแซงระบบฝึกตนโดยตรง ฟ้าดินจะทำเพียงสร้างสภาพแวดล้อมขึ้นมาเท่านั้น”
“ส่วนระบบฝึกตน จะถูกสร้างโดยเหล่าสรรพชีวิตผู้มีปัญญา ใครก็ตามที่สามารถสร้างระบบฝึกตนที่เหมาะกับยุคสมัยได้ก็จะกลายเป็นจ้าวแห่งยุค”
เมื่อได้ยินคำตอบ เฉินฉางเซิงถึงกับน้ำลายไหล
“ระบบ ถ้าแบบนั้น ข้าก็ทำได้สินะ?”
“ตามหลักการแล้ว วิธีนี้เป็นไปได้”
ได้คำยืนยัน เฉินฉางเซิงก็หัวเราะเสียงดังลั่น
“นี่มันสวรรค์เข้าข้างข้าชัดๆ!”
“โอกาสดีแบบนี้ ข้าขอปลีกวิเวกซักพันแปดร้อยปี!”
ระบบ : ???
ข้าได้ยินผิดไปรึเปล่า?
“ผู้ใช้งาน จากการวิเคราะห์ ความสำเร็จในการสร้างระบบฝึกตนแบบใหม่ด้วยการปิดประตูขังตัวเองนั้น ต่ำมาก”
“มีเพียงการฝ่าฟันในยุคทองแห่งการฝึกตนเท่านั้น จึงจะมีโอกาสพัฒนาระบบใหม่ขึ้นมาได้จริง”
“อย่ามาหลอกกันเลยระบบ เจ้าดูข้าสิ ข้าเหมือนพวกชอบต่อสู้ตรงไหน?”
“ยุคทองแห่งการฝึกตนน่ะ ข้าแค่มองจากข้างนอกพอแล้ว ข้าอยากเป็น ‘พยาน’ แห่งยุค ไม่ใช่ ‘ผู้สร้าง’ ของยุค”
“รอให้จ้าวแห่งยุคคนใหม่ถือกำเนิดก่อนเถอะ ข้าจะรีบไปตีสนิทกับเขา”
“จากนั้นค่อยรอเวลาให้เขาตาย ข้าก็จะกลายเป็นเพื่อนของจ้าวแห่งยุค!”
“ตำแหน่งนี้...ไม่โคตรเจ๋งไปหน่อยหรือ!”
ระบบ : “...”
ระบบไม่ตอบ
ไม่มีใครรู้ว่าระบบกำลังคิดอะไรอยู่
แต่เมื่อเทียบกับความเงียบของระบบแล้ว เฉินฉางเซิงกลับดูตื่นเต้นกว่าใคร
เพราะตอนนี้เขากำลังสำรวจทำเลเพื่อเตรียมวางค่ายกลฟักไข่
โอสถซ่อมฟ้า เขาหลอมสำเร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนนั้นหากไม่มีโอสถนี้ช่วยยืดชีวิตให้อาม่าน นางก็คงอยู่ไม่ถึงตอนจบ
ตอนนี้ทุกอย่างจัดการเรียบร้อย เฉินฉางเซิงจึงเริ่มลงมือฟักไข่อย่างจริงจัง
แม้ไม่รู้ว่าจะฟักได้ไหม แต่นี่ก็เป็นวิธีคลายเหงาอย่างหนึ่งที่ไม่เลว
...
ทั่วบริเวณห้าร้อยลี้ถูกเฉินฉางเซิงวาดลายค่ายกลเต็มไปหมด
ในการวางค่ายกลนี้ เขาใช้ความรู้ทั้งหมดที่มีในชีวิต
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังสลักลายทางแห่งเต๋าที่ได้เรียนรู้จากดินแดนต้องห้ามโบราณลงไปด้วย
เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาก็นำไข่ที่ตายไปแล้วใบนั้น วางลงตรงศูนย์กลางค่ายกล
ค่ายกลเริ่มทำงาน แก่นสารแห่งฟ้าดิน ดวงตะวัน ดวงจันทร์ รวมตัวหลั่งไหลไปยังไข่ใบที่ตายแล้วเพื่อค่อยๆ หล่อเลี้ยงมัน
เฉินฉางเซิงมองการทำงานของค่ายกลด้วยความพอใจ แล้วหยิบโอสถซ่อมฟ้ากับน้ำพุวิญญาณจากถ้ำสุยเยว่ออกมาผสมในอัตราส่วนที่แน่นอน
จากนั้นค่อยๆ ราดลงบนไข่ใบนั้นอย่างประณีต
...
ผู้อื่นรดน้ำต้นไม้ เฉินฉางเซิงรดไข่และการรดนี้ก็ยาวนานถึงสองร้อยปี
กระทั่งวันหนึ่ง
บุคคลหนึ่งปรากฏตัวขึ้นและทำลายความเงียบสงบของชีวิตรดไข่อันเนิ่นนานของเฉินฉางเซิง