- หน้าแรก
- ระบบมอบความเป็นอมตะ ข้าทนอยู่จนทุกคนตายหมด
- บทที่ 34 ผลไม้ถาดโต เฉินฉางเซิง: ก็แค่ของไร้ค่า
บทที่ 34 ผลไม้ถาดโต เฉินฉางเซิง: ก็แค่ของไร้ค่า
บทที่ 34 ผลไม้ถาดโต เฉินฉางเซิง: ก็แค่ของไร้ค่า
บทที่ 34 ผลไม้ถาดโต เฉินฉางเซิง: ก็แค่ของไร้ค่า
สำหรับคำแนะนำของเฉินฉางเซิง ซั่วซิงเหอเพียงนิ่งเงียบ ไม่เอ่ยคำใด
เห็นดังนั้น เฉินฉางเซิงก็เพียงยิ้ม ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม
จักรพรรดิซั่วทรงมีชีวิตมายาวนานถึงสองพันสามร้อยปี ยาวนานกว่าผู้ฝึกตนระดับแปรเทพถึงสองเท่า
สำนวนที่ว่าคนแก่เจ้าเล่ห์ม้าแก่ชาญสนามไม่ผิดเลยแม้แต่น้อย นครฉางอันในตอนนี้ เรียกได้ว่าเป็นทั้งบ่อมังกรและถ้ำพยัคฆ์ก็คงไม่เกินจริง
หากไม่ใช่เพราะต้องการตามหาเบาะแสของวิหารสำริด เขาย่อมไม่คิดจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แม้แต่น้อย
...
พระราชวังแห่งนครฉางอัน
องค์ชายทั้งเก้าของแคว้นเสวียนอู่รวมตัวกันอยู่ในท้องพระโรง ขณะเดียวกัน บนบัลลังก์มังกรกลับมีเพียงชายหนุ่มวัยเยาว์นั่งอยู่
ชายผู้นี้เองก็คือจักรพรรดิผู้แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของแคว้นเสวียนอู่ จักรพรรดิซั่ว
จักรพรรดิซั่วเท้าคาง มุมปากแต้มด้วยรอยยิ้ม ขณะทอดพระเนตรองค์ชายทั้งเก้าด้วยแววตาพินิจ
ขณะนั้น องค์ชายพระองค์หนึ่งก็ออกมาก้าวหนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า
“เสด็จพ่อ กระหม่อมเสาะหาผู้เชี่ยวชาญทั่วแคว้นเสวียนอู่ เที่ยวค้นหาทุกเขาและสายน้ำอย่างสุดความสามารถ”
“ในที่สุดก็พบที่ตั้งของหลุมมังกร แหล่งทำเลมงคลที่ช่วยให้เสด็จพ่อมีโอกาสกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง”
เมื่อเห็นว่ามีองค์ชายออกตัวก่อน องค์ชายที่เหลือก็ไม่ยอมแพ้ ต่างพากันเล่าว่าตนลำบากเพียงใดในการตามหาหลุมมังกร
ทว่าในบรรดาองค์ชายทั้งเก้า กลับมีเพียงองค์ชายใหญ่ซั่วซิงเหอที่ไม่ปริปากเอ่ยคำ
เหตุผลที่เขาไม่พูดก็ง่ายดายยิ่งเพราะเฉินฉางเซิงกำลังเอร็ดอร่อยอยู่กับผลไม้ถาดใหญ่ตรงหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย
เห็นพี่น้องคนอื่นแย่งกันนำเสนอผลลัพธ์ที่ได้ ซั่วซิงเหอก็อดร้อนใจไม่ได้
“คุณชาย เรื่องกินเอาไว้ทีหลังก็ได้กระมัง?”
“หรือเราควรเริ่มแนะนำหลุมมังกรก่อน?”
ได้ยินข้อเสนอของซั่วซิงเหอ เฉินฉางเซิงก็กลืนผลวิญญาณในปากลงไปแล้วกล่าว
“ตอนนี้เป็นงานเลี้ยง เรื่องกินจึงสำคัญที่สุด อีกอย่าง สิ่งที่เจ้าควรใส่ใจตอนนี้ไม่ใช่เรื่องนี้สักหน่อย”
คำพูดนี้ทำให้ซั่วซิงเหอเต็มไปด้วยความฉงน
“ไม่สนใจเรื่องหลุมมังกร แล้วควรจะใส่ใจเรื่องอะไร?”
เผชิญกับความไม่รู้เดียงสาของซั่วซิงเหอ เฉินฉางเซิงก็กลอกตาอย่างสุดแรง
“พ่อเจ้ากำลังจะตาย พวกเจ้าลูกชายทั้งเก้ากลับตื่นเต้นยินดีช่วยเขาหาที่ฝังศพ เจ้าคิดว่ามันดูเข้าท่าหรือ?”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ซั่วซิงเหอก็ฉุกคิดขึ้นมาทันที
จักรพรรดิผู้เป็นพระบิดากำลังเสาะหาหลุมมังกร นั่นไม่ผิด
พระองค์ใกล้สิ้นอายุขัย ก็ไม่ผิด
แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ ในฐานะลูก สิ่งแรกที่ควรแสดงออกคือความไม่อยากพรากจาก ไม่ใช่รีบเร่งหาที่ฝังศพให้พ่อของตนเอง
แม้ในใจจะไม่คิดเช่นนั้น ก็ยังต้องรักษามารยาทต่อหน้าคนอื่นอย่างน้อยบ้างสิ
คิดได้เช่นนั้น ซั่วซิงเหอก็เอ่ยเสียงเบา
“คุณชาย ตอนนี้ยังทันหรือไม่?”
“แก้ไขตอนนี้ยังไม่สาย แต่อย่าลืมแสดงอารมณ์ให้สุด ๆ เข้าไว้”
เมื่อได้รับคำตอบจากเฉินฉางเซิง ซั่วซิงเหอก็ลุกขึ้นในทันที พุ่งตัวออกไปข้างหน้า
เขาสไลด์ไปคุกเข่ากลางท้องพระโรง พร้อมทั้งโขกหัวกระแทกพื้นเต็มแรง
“เสด็จพ่อ!”
“กระหม่อมไม่อยากพรากจากพระองค์!”
องค์ชายทั้งหลาย: ???
การแสดงฉับพลันของซั่วซิงเหอทำเอาองค์ชายอีกแปดองค์ตั้งตัวไม่ทัน
ขณะเดียวกัน จักรพรรดิซั่วบนบัลลังก์ก็เหลือบมองไปยังเฉินฉางเซิงที่ยังคงโหมโจมตีถาดผลไม้อย่างต่อเนื่อง
คนที่มีชีวิตมากว่าสองพันสามร้อยปีเช่นพระองค์ ย่อมมีฝีมืออันลึกล้ำเกินพรรณนา
บทสนทนาทั้งหมดในท้องพระโรง ไม่มีคำใดเล็ดรอดจากโสตประสาทของพระองค์
นิสัยใจคอของลูกชายทั้งเก้าก็รู้ซึ้งทะลุปรุโปร่ง
แต่มองคนที่ซั่วซิงเหอเชิญมาช่วยแล้ว น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว
คิดได้ดังนี้ จักรพรรดิซั่วก็เอ่ยขึ้น
“บุรุษชาติชาย อย่าเอาแต่ร้องไห้ฟูมฟาย มันดูไม่งามตา”
เผชิญกับคำตำหนิเบา ๆ ซั่วซิงเหอก็ยิ่งร้องเสียงดังขึ้น
“เสด็จพ่อ มีคำกล่าวว่าชายชาตรีไม่หลั่งน้ำตาหากยังไม่ถึงคราวเจ็บปวดที่สุด”
“ตอนนี้กระหม่อมต้องพรากจากเสด็จพ่อแล้ว จะไม่เศร้าได้อย่างไร!”
เห็นการแสดงอันลื่นไหลของบุตรชายคนโต จักรพรรดิซั่วก็ยิ้มบาง ก่อนจะใช้พลังพยุงเขาขึ้นจากพื้น
“ความกตัญญูของเจ้าข้ารู้ดี แต่ความเป็นความตายเป็นกฎของฟ้า ไม่จำเป็นต้องเศร้าโศกมากเกินไป”
พูดจบ พระองค์ก็โบกพระหัตถ์เบา ๆ ข้ารับใช้ข้างกายจึงนำถาดผลไม้ขนาดยักษ์มาให้เฉินฉางเซิงอีกหนึ่งถาดทันที
เฉินฉางเซิงแย้มยิ้มกว้าง เผยให้เห็นฟันขาวสะอาดทั้งปาก
“ขอบพระทัยจักรพรรดิซั่ว!”
พูดจบ เขาก็เริ่มโจมตีถาดผลไม้อีกครั้ง ทั้งหยิบ ทั้งกิน แบบไม่อายฟ้าดิน
เหล่าองค์ชาย: “......”
ยังมีหน้ามาพูดได้ลงคอ แบบนี้เจ้าคิดมาได้อย่างไร?
ทำไมพวกข้าคิดไม่ถึงบ้างนะ?
แม้จักรพรรดิซั่วจะไม่ได้ตรัสอะไรออกมาตรง ๆ แต่ทุกองค์ชายต่างก็รู้ดีว่า การแสดงของซั่วซิงเหอนั้นเรียกคะแนนไปไม่น้อย
หลังจากการแสดงช่วงสั้นจบลง จักรพรรดิซั่วก็เอ่ยเข้าสู่ประเด็นสำคัญ
“บัดนี้อายุขัยของเรากำลังจะสิ้น ต้องการหาสถานที่แห่งโชควาสนาเพื่อกลับคืนชีวิตอีกครา”
“เมื่อสิบปีก่อน เราเคยประกาศไว้ว่า ใครสามารถหาสถานที่แห่งโชควาสนาได้ ราชบัลลังก์แห่งเสวียนอู่ก็จะตกเป็นของผู้นั้น”
“บัดนี้ ถึงเวลาที่พวกเจ้าจะแสดงผลลัพธ์แล้ว”
เมื่อสิ้นพระสุรเสียง องค์ชายแปดพระองค์ก็หันไปส่งสัญญาณทางสายตาให้เหล่าผู้เชี่ยวชาญที่ตนเชิญมา
ไม่นานนัก ผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นก็เริ่มลุกขึ้นมาแนะนำทำเลมงคลที่ตนค้นพบอย่างมั่นใจ
คำบรรยายชวนฝันทั้งหลายฟังดูแล้วน่าทึ่งไม่น้อย แม้แต่ซั่วซิงเหอก็ยังแอบรู้สึกอิจฉาอยู่ลึก ๆ
แต่เฉินฉางเซิงที่ควรจะเป็นผู้ช่วย กลับยังมัวแต่ยุ่งอยู่กับถาดผลไม้ ไม่มีท่าทีจะพูดอะไรเลย
ครึ่งชั่วยามผ่านไป ทำเลทั้งแปดก็ถูกแนะนำจนครบ
ทุกสายตาจึงหันไปจับจ้องที่เฉินฉางเซิง ซึ่งยังคงแสดงพฤติกรรมไร้ยางอายอยู่
องค์ชายรองอดรนทนไม่ไหว จึงกล่าวขึ้นด้วยความไม่พอใจ
“พี่ใหญ่ ท่านไปหาไอ้ชาวบ้านหัวโล้นนี่มาจากที่ไหน?”
“ตอนนี้เป็นเวลาสำคัญที่เสด็จพ่อจะตัดสินอนาคตแคว้นเสวียนอู่”
“ให้คนแบบนี้อยู่ในท้องพระโรงไม่เท่ากับทำให้แคว้นของเราเสียหน้าหรอกหรือ?”
ก่อนที่ซั่วซิงเหอจะได้ตอบ เฉินฉางเซิงก็เคี้ยวผลวิญญาณลูกสุดท้ายเสร็จพอดี แล้วกล่าวเสียงเนือย
“ไม่เคยได้ยินว่าตัวจริงต้องมาทีหลังหรือไง?”
“คนเก่งเขาก็ออกมาทีหลังทั้งนั้น จะรีบอะไรนัก?”
พูดพลาง เฉินฉางเซิงก็หันไปมองจักรพรรดิซั่วแล้วถาม
“ไม่ทราบจักรพรรดิซั่วพอจะมีแผนที่หรือไม่?”
“ถ้าเป็นไปได้ ขอใหญ่และละเอียดที่สุด”
เมื่อได้ยินคำขอ จักรพรรดิซั่วก็สะบัดพระหัตถ์ทันที ทหารห้าคนก็แบกแผนที่ขนาดมหึมาเข้ามา
เมื่อกางออก แผนที่นั้นกินพื้นที่ครึ่งหนึ่งของท้องพระโรงในทันที
เฉินฉางเซิงจ้องมองแผนที่อย่างตั้งใจ แล้วเริ่มทำเครื่องหมายที่ตั้งของหลุมมังกรทั้งแปดแห่งก่อนหน้านี้ทีละจุด
เมื่อเสร็จสิ้นทุกอย่าง เขาก็ประสานมือแล้วกล่าว
“จักรพรรดิซั่ว โปรดอภัยที่ข้าต้องพูดตรง ๆ สถานที่ทั้งแปดแห่งนี้ สำหรับข้าแล้ว...ล้วนไร้ค่า”
“หากจะหวังกลับคืนชีวิตอีกครั้ง มีเพียงสถานที่แห่งหนึ่งเท่านั้นที่พอจะมีความเป็นไปได้บ้าง”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา บรรดาผู้เชี่ยวชาญก็โกรธเป็นไฟ
“โอหัง เจ้าสังกัดสำนักใด ถึงได้กล้าเอ่ยวาจาหยาบช้าปานนี้ต่อหน้าฝ่าบาท?”
“บอกชื่อสำนักมาซะ เราจะไปอบรมอาจารย์เจ้าสักหน่อย!”
เผชิญกับความโกรธเกรี้ยวของเหล่าผู้เชี่ยวชาญ เฉินฉางเซิงก็แคะหูอย่างสบายอารมณ์แล้วตอบ
“ขออภัย สำนักของข้ามิได้เชี่ยวชาญเรื่องการดูฮวงจุ้ยหลุมฝังศพ สิ่งเหล่านี้ข้าศึกษาด้วยตนเองทั้งสิ้น”
“อีกอย่าง อาชีพหลักของข้าคือขายโลงศพ งานรองคือหาฮวงจุ้ย พร้อมบริการงานศพครบวงจร”