เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 ราชาหมาป่าปรากฏตัว ท่านเฒ่าเต่าลงมือสังหาร

บทที่ 26 ราชาหมาป่าปรากฏตัว ท่านเฒ่าเต่าลงมือสังหาร

บทที่ 26 ราชาหมาป่าปรากฏตัว ท่านเฒ่าเต่าลงมือสังหาร


บทที่ 26 ราชาหมาป่าปรากฏตัว ท่านเฒ่าเต่าลงมือสังหาร

นานมาแล้ว ท้องฟ้ามักจะส่งมือยักษ์ลงมายังพื้นดิน คว้าจับเหล่าสรรพชีวิตไปโดยไร้เหตุผล

สรรพชีวิตจึงพากันต่อต้านอย่างสุดชีวิต แต่ก็ไร้ผลเสมอมา

จนกระทั่งวันหนึ่ง มีผู้ค้นพบพลังลึกลับชนิดหนึ่ง

ที่มาของพลังนี้ไม่มีบันทึกในภาพวาด แต่สิ่งที่บอกไว้ก็คือ สรรพชีวิตทั้งหลายใช้พลังนี้เพื่อต่อกรกับมือยักษ์จากฟ้าและในที่สุดก็ได้รับชัยชนะ

แรกเริ่ม ทุกเผ่าพันธุ์ต่างเข้าใจว่าพลังนี้เป็นของขวัญจากสวรรค์

แต่ต่อมา พวกเขากลับพบว่าพลังนี้น่ากลัวยิ่งกว่ามือยักษ์ที่เคยคุกคามพวกเขาเสียอีก

ถึงตรงนี้ ภาพวาดก็ตัดจบลง

เมื่อเห็นภาพจบลงเช่นนี้ หลินหูก็ร้อนรนทันที “เจ้ามีลวดลายส่วนอื่นอีกไหม?”

“เอามาให้หมดสิ หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

เฉินฉางเซิงยกมือสองข้างขึ้นพลางตอบ “ข้าเอามาหมดแล้ว”

“ภาพทั้งหมดที่เรารวมกันได้ตอนนี้ก็แค่หนึ่งในสิบเท่านั้น ถ้าอยากเห็นเรื่องราวทั้งหมด เราต้องรวบรวมลวดลายจากวิหารสำริดให้ครบทั้งสิบแปดแห่ง”

เมื่อได้ยินคำนี้ หลินหูก็หันไปมองส่วนสุดท้ายของภาพที่ลอยอยู่กลางอากาศ

แม้ทั้งภาพจะมีจุดขาดแหว่งและช่องว่างมากมาย แต่ช่วงท้ายของภาพกลับชัดเจนกว่าใครเพื่อน

พลังอันน่ากลัวนั้นถูกผนึกไว้และตรึงไว้ใต้วิหารสำริดทั้งสิบแปดแห่ง

วิหารทั้งสิบแปดถูกมอบให้เผ่าพันธุ์ต่างๆ เฝ้าดูแล โดยมีสองเผ่าที่ปรากฏชื่อแน่ชัด มนุษย์และเผ่ามาร

ส่วนชื่อของอีกสิบหกเผ่าที่เหลือ ได้เลือนหายไปตามกาลเวลา

หลังจากเข้าใจเบื้องหลังทั้งหมด หูจั้นและหลินหูก็ลอบผนึกทางหนีของเฉินฉางเซิงไว้เงียบๆ

เฉินฉางเซิงเห็นแล้วก็ยักไหล่ก่อนพูด

“เห็นแก่ที่ข้าไขปริศนาให้พวกเจ้าได้ รอให้ข้าพูดจบก่อนไม่ได้หรือไง?”

หูจั้นหัวเราะ “ความเข้าใจของเจ้าทำให้พวกเราหวั่นใจจริงๆ!”

“พรสวรรค์เช่นเจ้า ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ถือเป็นสมบัติ”

“แต่สิ่งที่ข้าไม่เข้าใจก็คือ เหตุใดเจ้าถึงต้องเข้าร่วมงานประชันเขยของแคว้นเย่วเยวี่ยด้วย”

“ตอนนี้เจ้าอย่าบอกข้านะ ว่าเจ้าหลงใหลในองค์หญิงหว่านเอี๋ยนอะไรนั่น”

เฉินฉางเซิงยิ้ม “ข้ามาแคว้นเย่วเยวี่ยก็เพื่อจุดประสงค์บางอย่างอยู่แล้ว ไม่งั้นข้าจะถ่อมาทำไม?”

“แต่ก่อนจะพูดถึงจุดประสงค์ ข้าอยากเล่าเรื่องที่ข้ารู้ให้ฟังก่อน”

“แคว้นเย่วเยวี่ยสามารถตีราชวงศ์ต้าชวี่แตกพ่ายในชั่วข้ามคืน ผู้ฝึกตนเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เรื่องนี้แปลกมากจนข้าคิดเท่าไรก็คิดไม่ออก”

“พอมาถึงที่นี่ ข้าก็พบว่าแคว้นเย่วเยวี่ยเพิ่งผ่านการกวาดล้างครั้งใหญ่ไป”

“ซึ่งนั่นก็ทำให้ข้าสงสัยยิ่งขึ้น เพราะโดยปกติ หลังการกวาดล้าง พลังของอาณาจักรควรจะอ่อนแอลง...แต่กลับกัน แคว้นของเจ้ากลับแข็งแกร่งขึ้น”

“ยิ่งไปกว่านั้น ข้ายังพบเงื่อนงำว่าราชวงศ์ต้าชวี่อาจมีผู้ทรยศ”

“เส้นทางทั้งหมดดูเหมือนจะเกี่ยวโยงกัน ทว่ากลับยังขาดชิ้นส่วนสำคัญบางอย่าง”

“จนกระทั่งตอนนี้ ข้าก็ได้พบมันแล้ว”

เฉินฉางเซิงเดินกลับไปยืนหน้าวิหารสำริดอีกครั้ง

“ภาพวาดจากวิหารสำริดทั้งสิบแปดแห่ง ล้วนบอกเล่าเรื่องเดียวกัน เพียงแต่กาลเวลาทำให้ภาพถูกทำลาย”

“แค่ใช้ข้อมูลจากวิหารเดียวไม่พอจะต่อเรื่องราวให้ครบได้”

“ดังนั้นข้าจึงมีเหตุผลให้สงสัยว่า ผู้ทรยศจากราชวงศ์ต้าชวี่ได้นำความลับนี้มาแลกกับบางสิ่งจากแคว้นเย่วเยวี่ย”

“และพวกเจ้าสังเกตไหม วิหารสำริดที่นี่...มีบางส่วนถูกทำลายโดยเจตนา”

“โดยเฉพาะส่วนที่พูดถึงพลังอัปมงคลที่สรรพชีวิตเคยหยิบยืมมาใช้ต่อสู้กับมือจากฟ้า...ถูกลบหายไปทั้งหมด”

คำพูดนั้นทำให้ในใจของหูจั้นเริ่มมีลางร้ายบางอย่างผุดขึ้น

“แล้วเจ้ากำลังจะบอกอะไรกันแน่?”

เฉินฉางเซิงทิ้งตัวนั่งลงอย่างสบายใจเฉิบ “ข้าจะบอกว่า พวกเจ้าไม่ต้องคิดฆ่าข้าให้เปลืองแรงหรอกเพราะถึงฆ่า ข้าก็ไม่ใช่คนที่เจ้าฆ่าได้อยู่ดี”

“จากที่ข้าดู พวกเจ้าก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับความลับที่แคว้นเย่วเยวี่ยซ่อนไว้เลยใช่ไหมล่ะ?”

“หากข้าเดาไม่ผิด พวกเจ้าก็เข้ามาเพราะต้องการค้นหาความลับนั้นเช่นกัน”

“ในเมื่อพวกเจ้าก็รู้อะไรบางอย่างเข้าแล้วล่ะก็...เจ้าคิดว่าคนที่ทำลายวิหารสำริดจะปล่อยพวกเจ้าไว้ไหม?”

“ดี!”

“เด็กหนุ่มผู้เฉลียวฉลาดเช่นนี้ ช่างหายากนักในใต้หล้า ข้าชักจะชื่นชมเจ้าขึ้นมาแล้วสิ!”

ยังไม่ทันที่เฉินฉางเซิงจะพูดจบ ราชาหมาป่าก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับท่านเฒ่าเต่าจากด้านหลัง

เมื่อเห็นราชาหมาป่ามาด้วยตัวเอง หูจั้นและหลินหูก็ถึงกับหน้าถอดสี

หูจั้นรีบคุกเข่าคารวะ “กราบทูลฝ่าบาท มนุษย์ผู้นี้เป็นสายลับของศัตรู พวกเรากำลังจะจับกุมตัวมาถวายพระองค์พอดี!”

ราชาหมาป่าแค่นหัวเราะ “พวกจิ้งจอกเจ้ามักจะเล่นแผนลวงอยู่ร่ำไป”

“เมื่อก่อนพวกเจ้าปลุกปั่นให้เผ่าเสือตามจีบเยวี่ยเอ๋อร์ ก็แค่ต้องการให้ใช้หลานสาวข้าเป็นสะพานเพื่อรู้ความลับของข้าเท่านั้น!”

“ตอนนี้ความลับหลุดถึงพวกเจ้าจริงๆ แล้ว ยังจะบอกว่าบริสุทธิ์อีกหรือ?”

คำพูดนี้ทำให้เหงื่อเย็นไหลอาบหน้าหูจั้นทันที

ราชาหมาป่ายังไม่จบเท่านั้น “เผ่าจิ้งจอกกับเผ่าเสือของพวกเจ้า ส่งผู้อาวุโสระดับแปรเทพมาร่วมมือ หวังจะบีบให้ข้ายอมเปิดเผยความลับงั้นหรือ?”

“คิดง่ายเกินไปแล้ว!”

พูดพลาง ราชาหมาป่าก็สะบัดมือโยนหัวเลือดสาดสองหัวลงตรงหน้าทั้งสอง

หูจั้นกับหลินหูถึงกับตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว

เพราะไม่คิดเลยว่าราชาหมาป่าจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ จนสังหารผู้แข็งแกร่งระดับแปรเทพได้ในพริบตา

“พวกเจ้าคืออนาคตของเผ่ามาร หากตอนนี้ยอมศิโรราบ ข้าจะไม่ฆ่า แล้วยังมอบโอกาสให้เจ้าอีกด้วย”

คำเชิญของราชาหมาป่าทำให้ทั้งสองไม่มีทางเลือกอื่น จึงก้มหัวยอมจำนนทันที

เมื่อจัดการหูจั้นและหลินหูเสร็จ ราชาหมาป่าก็หันมาทางเฉินฉางเซิง

“เฉินฉางเซิง ข้าชื่นชมสติปัญญาของเจ้า บอกข้ามา ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังเจ้า ถ้ายอมสวามิภักดิ์ ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า!”

เฉินฉางเซิงยิ้มบาง “ท่านคงต้องผิดหวัง เพราะคนที่อยู่เบื้องหลังข้า...ท่านไม่มีวันคาดถึงแน่”

“อีกอย่าง เท่าที่ข้ารู้ ถ้าจะใช้พลังนั้นให้สำเร็จ จำเป็นต้องประกอบพิธีบูชาด้วยเลือดไม่ใช่หรือ?”

“ตอนนี้ท่านยังไม่ฆ่าข้า เพราะเสียดาย...ใช่ไหมล่ะ?”

ดวงตาราชาหมาป่าหรี่ลงทันที “เจ้ารู้มากกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก”

“ในเมื่อเจ้ารู้เยอะขนาดนี้ ข้าก็จะให้เจ้าสมใจ!”

พูดพลาง ราชาหมาป่าก็สะบัดแขนพาเฉินฉางเซิงหายวับไปในพริบตา

...

เบื้องหน้าของเฉินฉางเซิงปรากฏเป็นสระเลือดขนาดมหึมา รอบข้างเต็มไปด้วยเศษกระดูกขาวโพลน

ตุบ

ศพของสองผู้อาวุโสระดับแปรเทพจากเผ่าจิ้งจอกและเสือ ถูกโยนลงสระ

สระเลือดพลันเดือดพล่านและในไม่กี่อึดใจ ก็รวมตัวกลั่นออกมาเป็นเม็ดยาดำสนิทเม็ดหนึ่ง

ราชาหมาป่ากลืนเม็ดยานั้นลงไปในคราเดียว แล้วขมวดคิ้ว

“ไร้โลหิตของเยวี่ยเอ๋อร์เป็นสื่อกลาง สระเลือดนี่ก็ยังไม่พอจะช่วยข้าทะลวงถึงแปรเทพได้สินะ!”

“ท่านเฒ่าเต่า...ท่านบอกว่าท่านยังมีวิธีอื่นอีกใช่ไหม?”

ได้ยินเช่นนั้น ท่านเฒ่าเต่าเดินเข้ามาใกล้ ยิ้มแล้วกล่าว

“กราบทูลฝ่าบาท...ข้ายังมีวิธีอยู่อีกหนึ่ง”

“วิธีใด?”

ผัวะ!

ในพริบตา มือหนึ่งของท่านเฒ่าเต่าก็พุ่งทะลุอกของราชาหมาป่า

อักษรสีดำคลานจากฝ่ามือของเขาไหลเข้าสู่ร่างของอีกฝ่ายราวกับปลิงปีศาจ

“หากข้ากินเจ้าซะเอง...ข้าก็จะได้ทะลวงถึงระดับแปรเทพเสียที!”

ราชาหมาป่าจ้องหน้าท่านเฒ่าเต่าด้วยดวงตาเบิกโพลงเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ

จบบทที่ บทที่ 26 ราชาหมาป่าปรากฏตัว ท่านเฒ่าเต่าลงมือสังหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว