- หน้าแรก
- ระบบมอบความเป็นอมตะ ข้าทนอยู่จนทุกคนตายหมด
- บทที่ 26 ราชาหมาป่าปรากฏตัว ท่านเฒ่าเต่าลงมือสังหาร
บทที่ 26 ราชาหมาป่าปรากฏตัว ท่านเฒ่าเต่าลงมือสังหาร
บทที่ 26 ราชาหมาป่าปรากฏตัว ท่านเฒ่าเต่าลงมือสังหาร
บทที่ 26 ราชาหมาป่าปรากฏตัว ท่านเฒ่าเต่าลงมือสังหาร
นานมาแล้ว ท้องฟ้ามักจะส่งมือยักษ์ลงมายังพื้นดิน คว้าจับเหล่าสรรพชีวิตไปโดยไร้เหตุผล
สรรพชีวิตจึงพากันต่อต้านอย่างสุดชีวิต แต่ก็ไร้ผลเสมอมา
จนกระทั่งวันหนึ่ง มีผู้ค้นพบพลังลึกลับชนิดหนึ่ง
ที่มาของพลังนี้ไม่มีบันทึกในภาพวาด แต่สิ่งที่บอกไว้ก็คือ สรรพชีวิตทั้งหลายใช้พลังนี้เพื่อต่อกรกับมือยักษ์จากฟ้าและในที่สุดก็ได้รับชัยชนะ
แรกเริ่ม ทุกเผ่าพันธุ์ต่างเข้าใจว่าพลังนี้เป็นของขวัญจากสวรรค์
แต่ต่อมา พวกเขากลับพบว่าพลังนี้น่ากลัวยิ่งกว่ามือยักษ์ที่เคยคุกคามพวกเขาเสียอีก
ถึงตรงนี้ ภาพวาดก็ตัดจบลง
เมื่อเห็นภาพจบลงเช่นนี้ หลินหูก็ร้อนรนทันที “เจ้ามีลวดลายส่วนอื่นอีกไหม?”
“เอามาให้หมดสิ หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
เฉินฉางเซิงยกมือสองข้างขึ้นพลางตอบ “ข้าเอามาหมดแล้ว”
“ภาพทั้งหมดที่เรารวมกันได้ตอนนี้ก็แค่หนึ่งในสิบเท่านั้น ถ้าอยากเห็นเรื่องราวทั้งหมด เราต้องรวบรวมลวดลายจากวิหารสำริดให้ครบทั้งสิบแปดแห่ง”
เมื่อได้ยินคำนี้ หลินหูก็หันไปมองส่วนสุดท้ายของภาพที่ลอยอยู่กลางอากาศ
แม้ทั้งภาพจะมีจุดขาดแหว่งและช่องว่างมากมาย แต่ช่วงท้ายของภาพกลับชัดเจนกว่าใครเพื่อน
พลังอันน่ากลัวนั้นถูกผนึกไว้และตรึงไว้ใต้วิหารสำริดทั้งสิบแปดแห่ง
วิหารทั้งสิบแปดถูกมอบให้เผ่าพันธุ์ต่างๆ เฝ้าดูแล โดยมีสองเผ่าที่ปรากฏชื่อแน่ชัด มนุษย์และเผ่ามาร
ส่วนชื่อของอีกสิบหกเผ่าที่เหลือ ได้เลือนหายไปตามกาลเวลา
หลังจากเข้าใจเบื้องหลังทั้งหมด หูจั้นและหลินหูก็ลอบผนึกทางหนีของเฉินฉางเซิงไว้เงียบๆ
เฉินฉางเซิงเห็นแล้วก็ยักไหล่ก่อนพูด
“เห็นแก่ที่ข้าไขปริศนาให้พวกเจ้าได้ รอให้ข้าพูดจบก่อนไม่ได้หรือไง?”
หูจั้นหัวเราะ “ความเข้าใจของเจ้าทำให้พวกเราหวั่นใจจริงๆ!”
“พรสวรรค์เช่นเจ้า ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ถือเป็นสมบัติ”
“แต่สิ่งที่ข้าไม่เข้าใจก็คือ เหตุใดเจ้าถึงต้องเข้าร่วมงานประชันเขยของแคว้นเย่วเยวี่ยด้วย”
“ตอนนี้เจ้าอย่าบอกข้านะ ว่าเจ้าหลงใหลในองค์หญิงหว่านเอี๋ยนอะไรนั่น”
เฉินฉางเซิงยิ้ม “ข้ามาแคว้นเย่วเยวี่ยก็เพื่อจุดประสงค์บางอย่างอยู่แล้ว ไม่งั้นข้าจะถ่อมาทำไม?”
“แต่ก่อนจะพูดถึงจุดประสงค์ ข้าอยากเล่าเรื่องที่ข้ารู้ให้ฟังก่อน”
“แคว้นเย่วเยวี่ยสามารถตีราชวงศ์ต้าชวี่แตกพ่ายในชั่วข้ามคืน ผู้ฝึกตนเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เรื่องนี้แปลกมากจนข้าคิดเท่าไรก็คิดไม่ออก”
“พอมาถึงที่นี่ ข้าก็พบว่าแคว้นเย่วเยวี่ยเพิ่งผ่านการกวาดล้างครั้งใหญ่ไป”
“ซึ่งนั่นก็ทำให้ข้าสงสัยยิ่งขึ้น เพราะโดยปกติ หลังการกวาดล้าง พลังของอาณาจักรควรจะอ่อนแอลง...แต่กลับกัน แคว้นของเจ้ากลับแข็งแกร่งขึ้น”
“ยิ่งไปกว่านั้น ข้ายังพบเงื่อนงำว่าราชวงศ์ต้าชวี่อาจมีผู้ทรยศ”
“เส้นทางทั้งหมดดูเหมือนจะเกี่ยวโยงกัน ทว่ากลับยังขาดชิ้นส่วนสำคัญบางอย่าง”
“จนกระทั่งตอนนี้ ข้าก็ได้พบมันแล้ว”
เฉินฉางเซิงเดินกลับไปยืนหน้าวิหารสำริดอีกครั้ง
“ภาพวาดจากวิหารสำริดทั้งสิบแปดแห่ง ล้วนบอกเล่าเรื่องเดียวกัน เพียงแต่กาลเวลาทำให้ภาพถูกทำลาย”
“แค่ใช้ข้อมูลจากวิหารเดียวไม่พอจะต่อเรื่องราวให้ครบได้”
“ดังนั้นข้าจึงมีเหตุผลให้สงสัยว่า ผู้ทรยศจากราชวงศ์ต้าชวี่ได้นำความลับนี้มาแลกกับบางสิ่งจากแคว้นเย่วเยวี่ย”
“และพวกเจ้าสังเกตไหม วิหารสำริดที่นี่...มีบางส่วนถูกทำลายโดยเจตนา”
“โดยเฉพาะส่วนที่พูดถึงพลังอัปมงคลที่สรรพชีวิตเคยหยิบยืมมาใช้ต่อสู้กับมือจากฟ้า...ถูกลบหายไปทั้งหมด”
คำพูดนั้นทำให้ในใจของหูจั้นเริ่มมีลางร้ายบางอย่างผุดขึ้น
“แล้วเจ้ากำลังจะบอกอะไรกันแน่?”
เฉินฉางเซิงทิ้งตัวนั่งลงอย่างสบายใจเฉิบ “ข้าจะบอกว่า พวกเจ้าไม่ต้องคิดฆ่าข้าให้เปลืองแรงหรอกเพราะถึงฆ่า ข้าก็ไม่ใช่คนที่เจ้าฆ่าได้อยู่ดี”
“จากที่ข้าดู พวกเจ้าก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับความลับที่แคว้นเย่วเยวี่ยซ่อนไว้เลยใช่ไหมล่ะ?”
“หากข้าเดาไม่ผิด พวกเจ้าก็เข้ามาเพราะต้องการค้นหาความลับนั้นเช่นกัน”
“ในเมื่อพวกเจ้าก็รู้อะไรบางอย่างเข้าแล้วล่ะก็...เจ้าคิดว่าคนที่ทำลายวิหารสำริดจะปล่อยพวกเจ้าไว้ไหม?”
“ดี!”
“เด็กหนุ่มผู้เฉลียวฉลาดเช่นนี้ ช่างหายากนักในใต้หล้า ข้าชักจะชื่นชมเจ้าขึ้นมาแล้วสิ!”
ยังไม่ทันที่เฉินฉางเซิงจะพูดจบ ราชาหมาป่าก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับท่านเฒ่าเต่าจากด้านหลัง
เมื่อเห็นราชาหมาป่ามาด้วยตัวเอง หูจั้นและหลินหูก็ถึงกับหน้าถอดสี
หูจั้นรีบคุกเข่าคารวะ “กราบทูลฝ่าบาท มนุษย์ผู้นี้เป็นสายลับของศัตรู พวกเรากำลังจะจับกุมตัวมาถวายพระองค์พอดี!”
ราชาหมาป่าแค่นหัวเราะ “พวกจิ้งจอกเจ้ามักจะเล่นแผนลวงอยู่ร่ำไป”
“เมื่อก่อนพวกเจ้าปลุกปั่นให้เผ่าเสือตามจีบเยวี่ยเอ๋อร์ ก็แค่ต้องการให้ใช้หลานสาวข้าเป็นสะพานเพื่อรู้ความลับของข้าเท่านั้น!”
“ตอนนี้ความลับหลุดถึงพวกเจ้าจริงๆ แล้ว ยังจะบอกว่าบริสุทธิ์อีกหรือ?”
คำพูดนี้ทำให้เหงื่อเย็นไหลอาบหน้าหูจั้นทันที
ราชาหมาป่ายังไม่จบเท่านั้น “เผ่าจิ้งจอกกับเผ่าเสือของพวกเจ้า ส่งผู้อาวุโสระดับแปรเทพมาร่วมมือ หวังจะบีบให้ข้ายอมเปิดเผยความลับงั้นหรือ?”
“คิดง่ายเกินไปแล้ว!”
พูดพลาง ราชาหมาป่าก็สะบัดมือโยนหัวเลือดสาดสองหัวลงตรงหน้าทั้งสอง
หูจั้นกับหลินหูถึงกับตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
เพราะไม่คิดเลยว่าราชาหมาป่าจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ จนสังหารผู้แข็งแกร่งระดับแปรเทพได้ในพริบตา
“พวกเจ้าคืออนาคตของเผ่ามาร หากตอนนี้ยอมศิโรราบ ข้าจะไม่ฆ่า แล้วยังมอบโอกาสให้เจ้าอีกด้วย”
คำเชิญของราชาหมาป่าทำให้ทั้งสองไม่มีทางเลือกอื่น จึงก้มหัวยอมจำนนทันที
เมื่อจัดการหูจั้นและหลินหูเสร็จ ราชาหมาป่าก็หันมาทางเฉินฉางเซิง
“เฉินฉางเซิง ข้าชื่นชมสติปัญญาของเจ้า บอกข้ามา ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังเจ้า ถ้ายอมสวามิภักดิ์ ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า!”
เฉินฉางเซิงยิ้มบาง “ท่านคงต้องผิดหวัง เพราะคนที่อยู่เบื้องหลังข้า...ท่านไม่มีวันคาดถึงแน่”
“อีกอย่าง เท่าที่ข้ารู้ ถ้าจะใช้พลังนั้นให้สำเร็จ จำเป็นต้องประกอบพิธีบูชาด้วยเลือดไม่ใช่หรือ?”
“ตอนนี้ท่านยังไม่ฆ่าข้า เพราะเสียดาย...ใช่ไหมล่ะ?”
ดวงตาราชาหมาป่าหรี่ลงทันที “เจ้ารู้มากกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก”
“ในเมื่อเจ้ารู้เยอะขนาดนี้ ข้าก็จะให้เจ้าสมใจ!”
พูดพลาง ราชาหมาป่าก็สะบัดแขนพาเฉินฉางเซิงหายวับไปในพริบตา
...
เบื้องหน้าของเฉินฉางเซิงปรากฏเป็นสระเลือดขนาดมหึมา รอบข้างเต็มไปด้วยเศษกระดูกขาวโพลน
ตุบ
ศพของสองผู้อาวุโสระดับแปรเทพจากเผ่าจิ้งจอกและเสือ ถูกโยนลงสระ
สระเลือดพลันเดือดพล่านและในไม่กี่อึดใจ ก็รวมตัวกลั่นออกมาเป็นเม็ดยาดำสนิทเม็ดหนึ่ง
ราชาหมาป่ากลืนเม็ดยานั้นลงไปในคราเดียว แล้วขมวดคิ้ว
“ไร้โลหิตของเยวี่ยเอ๋อร์เป็นสื่อกลาง สระเลือดนี่ก็ยังไม่พอจะช่วยข้าทะลวงถึงแปรเทพได้สินะ!”
“ท่านเฒ่าเต่า...ท่านบอกว่าท่านยังมีวิธีอื่นอีกใช่ไหม?”
ได้ยินเช่นนั้น ท่านเฒ่าเต่าเดินเข้ามาใกล้ ยิ้มแล้วกล่าว
“กราบทูลฝ่าบาท...ข้ายังมีวิธีอยู่อีกหนึ่ง”
“วิธีใด?”
ผัวะ!
ในพริบตา มือหนึ่งของท่านเฒ่าเต่าก็พุ่งทะลุอกของราชาหมาป่า
อักษรสีดำคลานจากฝ่ามือของเขาไหลเข้าสู่ร่างของอีกฝ่ายราวกับปลิงปีศาจ
“หากข้ากินเจ้าซะเอง...ข้าก็จะได้ทะลวงถึงระดับแปรเทพเสียที!”
ราชาหมาป่าจ้องหน้าท่านเฒ่าเต่าด้วยดวงตาเบิกโพลงเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ