เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 50 สี่ภูตไท่ซาน

ตอนที่ 50 สี่ภูตไท่ซาน

ตอนที่ 50 สี่ภูตไท่ซาน


ตอนที่ 50 สี่ภูตไท่ซาน

โซนนี้อัดแน่นไปด้วยพวกลิ่วล้อค่ายพยัคฆ์ ซึ่งเป็นหน่วยรบระยะประชิดล้วน ๆ ฝีมือดีกว่าพวกโจรภูเขาทั่วไป และมักจับกลุ่มกันสามถึงห้าคน ทำให้ที่นี่กลายเป็นเวทีโชว์เดี่ยวของเจ้าเป่ยเฟิงอีกครั้ง

เพลงดาบวายุคลั่งของเจ้าเป่ยเฟิงดูจะเกิดมาเพื่อกวาดล้างศัตรูจำนวนมาก บวกกับวิชาตัวเบาห่านป่าทองคำที่ช่วยเพิ่มความว่องไว ทำให้เขาหลบหลีกคมดาบได้คล่องแคล่วท่ามกลางวงล้อมศัตรู แม้จะโดนฟันบ้าง แต่ในฐานะตัวละคร NPC บาดแผลเล็กน้อยแค่นี้ไม่ระคายผิว กินยาสมานแผลขวดเดียวก็กลับมาฟิตปั๋ง เขาจึงไล่ฟันศัตรูเหมือนเครื่องจักรสังหาร

ส่วนฉู่เกอที่มีเพลงกระบี่เมฆาคล้อยแค่เลเวลสอง ยังไม่กล้าซ่าเหมือนเจ้าเป่ยเฟิง ทำได้แค่ค่อย ๆ ล่อลิ่วล้อออกมาจัดการทีละตัวเพื่อฝึกฝีมือ แม้ของดรอปจะน้อยไปหน่อย แต่ก็ได้ค่าประสบการณ์วิชามาพอสมควร

เหรียญทองแดง 17 เหรียญ เศษเหล็ก (ขยะ)

เหรียญทองแดง 15 เหรียญ หินตั๊กแตน 1 ก้อน (ขยะ) บ้าเอ๊ย นึกว่าอาวุธลับ ที่แท้ก็แค่ก้อนหินธรรมดา

เหรียญทองแดง 16 เหรียญ รอบนี้ขยะยังไม่ให้เลยเหรอ

เหรียญทองแดง 21 เหรียญ ลูกเต๋า อ๋อ ที่แท้ลูกเต๋าก็ดรอปจากมอนสเตอร์นี่เอง

เหรียญทองแดง 12 เหรียญ ซาลาเปาไส้เนื้อ 1 ลูก เอาเถอะ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ขยะ

สรุปแล้ว ดวงของฉู่เกอคงหมดไปตั้งแต่รอบแรก ฆ่าลิ่วล้อไปหกเจ็ดตัว ไม่ได้ของดีเลยสักชิ้น อย่าว่าแต่อุปกรณ์พิเศษอย่างผ้าปิดหน้าเลย แม้แต่อุปกรณ์ขาวธรรมดายังไม่มี

ในที่สุด มอนสเตอร์ลูกกระจ๊อกบนไหล่เขาก็ถูกกวาดเรียบ เหลือเพียงกลุ่มสี่ภูตไท่ซานที่นั่งคุยโวโอ้อวดกันอยู่ โดยไม่รู้เลยว่าลูกน้องตายเกลี้ยงแล้ว

เจ้าเป่ยเฟิงนั่งเดินลมปราณเพื่อฟื้นฟูพลัง ฉู่เกอก็ดื่มน้ำแร่ฟื้นมานาและกินซาลาเปาเติมพละกำลัง ต้องยอมรับว่าซาลาเปาดันเจี้ยนอร่อยกว่าในโลกจริงเยอะ

เมื่อทั้งคู่พร้อม ฉู่เกอก็เสนอตัว “พี่เจ้า รอบนี้ให้ผมเปิดก่อนนะ”

จะให้เจ้าเป่ยเฟิงแย่งซีนตลอดก็กระไรอยู่ แม้การเป็นตัวถ่วงจะสบาย แต่ตอนแบ่งของมันตะขิดตะขวงใจชอบกล

เขาหยิบถังแก๊สปิกนิกออกมาจากกระเป๋า กะว่าจะใช้มุกเดิมเหมือนตอนจัดการโครงกระดูก

แต่ยังไม่ทันได้เข้าไปใกล้ สี่ภูตไท่ซานก็รู้ตัวเสียก่อน

“ใครบังอาจมารบกวนความสำราญของสี่เซียนไท่ซาน!” ทั้งสี่คนตะโกนลั่น ลุกพรึบขึ้นพร้อมกัน ฉู่เกอมองถังแก๊สในมือสลับกับสี่คนที่ตั้งท่าพร้อมรบ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งสุดท้ายก็เก็บถังแก๊สลงกระเป๋า

พวกนี้คงไม่โง่ยืนรอให้เขาโยนระเบิดใส่เหมือนพวกโครงกระดูกแน่ ขืนโยนไปพวกมันคงพุ่งสวนเข้ามา แล้วถังแก๊สใบเล็กแค่นี้ในที่โล่งแจ้ง อานุภาพคงไม่เท่าไหร่

“สี่เซียนไท่ซาน? ไม่ใช่สี่ภูตไท่ซานหรือไง” ฉู่เกอทักท้วง

หัวหน้ากลุ่มที่ชื่อจางอาต้าตวาดกลับ “อย่ามาพูดพล่อย ๆ พวกเราคือสี่เซียนไท่ซานผู้ยิ่งใหญ่! พี่น้อง สั่งสอนให้ไอ้พวกบ้านนอกนี่ได้เปิดหูเปิดตาหน่อยซิ!”

พูดจบเขาก็เก๊กท่าพยัคฆ์ลงเขา “ข้าคือผู้มีปราณดุจพยัคฆ์ ร่างแกร่งดุจมังกร ฉายา มังกรเหินฟ้า จางอาต้า!”

ชายร่างท้วมผิวดำข้าง ๆ ก็แอ่นอกเบ่งกล้าม “ข้าคือผู้ฟันแทงไม่เข้า น้ำไฟไม่ระคาย ฉายา วัชระไม่ล้ม หวังเป่าผิง!”

ชายหน้ายาวผอมแห้งก็กางแขนทำท่านกกระเรียน “ข้าคือผู้ท่องทั่วหล้าไร้ผู้ต้าน เท้าเหยียบแม่น้ำเหลือง ฉายา จอมยุทธ์เหินเวหา หลี่เหล่าเหยา!”

คนสุดท้ายชายร่างสันทัดที่ดูปกติที่สุดแสยะยิ้ม หันหลังให้ศัตรูแล้วหันหน้ามามองข้ามไหล่เหมือนตัวละครในเกมต่อสู้ “ข้าคือผู้สยบประมุขพรรคมาร เหยียบเจ้าอาวาสเส้าหลิน ฉายา หมัดเท้าคู่เอกอุ จ้าวชิง!”

ท่าทางของสี่ภูตไท่ซานทำเอาฉู่เกอถึงกับกุมขมับ บ้าบอที่สุด ไอ้พวกนี้ขี้โม้ชิบหาย ฉายาแต่ละคนฟังดูเทพซ่า ยิ่งกว่าปรมาจารย์ยุทธภพ ถ้าไม่รู้ตื้นลึกหนาบางคงโดนหลอกจนหัวหด

พวกแกสี่คนรวมกันค่าหัวเท่าบอสตัวเดียวนะเว้ย สำเหนียกตัวเองบ้างสิ แต่เดี๋ยวนะ บอสพวกนี้คงไม่รู้ความจริงข้อนี้ งั้นหลอกใช้จุดนี้ได้ไหมนะ

ฉู่เกอหันไปมองเจ้าเป่ยเฟิงแล้วปิ๊งไอเดีย “ในเมื่อพวกแกเก่งขนาดนั้น งั้นมาประลองกันตัวต่อตัวไหม ใครกล้ามาเดี่ยวกับพี่ชายแซ่เจ้าของข้าบ้าง”

ถ้าพวกมันบ้าจี้ออกมาเดี่ยว ฝั่งเขาก็หวานหมู เก็บไปทีละตัวสองตัว ที่เหลือก็สบาย

สี่ภูตไท่ซานมองหน้ากัน หวังเป่าผิงพูดขึ้น “อย่าได้ดูแคลนวีรบุรุษ ให้ข้าวัชระไม่ล้มจัดการสั่งสอนมันเอง!”

หลี่เหล่าเหยาขัดขึ้น “พี่รองใจเย็น ปลาซิวปลาสร้อยแค่นี้ ให้ข้าจัดการเถอะ”

จ้าวชิงพูดแทรก “จะเดี่ยวให้เสียเวลาทำไม สองคนรุมไปเลย ข้าไม่มีเวลามาเล่นกับพวกมัน”

ไอ้พวกนี้แย่งกันจะโชว์เดี่ยว มีแต่จางอาต้าที่ดูฉลาดหน่อย

“เจ้าพวกโง่ จะไปดวลตัวต่อตัวทำบ้าอะไร กับพวกมารนอกรีตไม่ต้องพูดถึงคุณธรรมยุทธภพ รุมมันเลยพี่น้อง!”

สิ้นเสียงจางอาต้า สี่ภูตไท่ซานก็กรูกันเข้ามา

ฉู่เกอคิดในใจว่า กะแล้วเชียว อีกอย่างพวกแกนั่นแหละมารนอกรีต!

“ข้าจะรับมือสามคนแรกเอง เจ้าจัดการเจ้าคนที่สี่ รีบเก็บมันซะ แล้วมาช่วยข้า” เจ้าเป่ยเฟิงสั่งพร้อมกวัดแกว่งดาบรับมือจางอาต้า หวังเป่าผิง และหลี่เหล่าเหยาไว้คนเดียว

ฉู่เกอไม่ฝืน ชี้กระบี่จันทราเหมันต์ไปที่จ้าวชิง หมัดเท้าคู่เอกอุ

ไอ้หมอนี่ไม่มีอาวุธ น่าจะเคี้ยวง่ายสุดแล้ว ฉู่เกอไม่ใช้โล่ แทงกระบี่ออกไปตรง ๆ

จ้าวชิงแม้จะไม่เก่งเวอร์เหมือนฉายาที่ตั้งเอง แต่ฝีมือก็ไม่ธรรมดา มันเอนตัวไปด้านหลังหลบกระบี่ได้อย่างสวยงาม

หืม ไวใช้ได้แฮะ

จ้าวชิงเคลื่อนไหวคล่องแคล่วราวลิงลม ฉู่เกอแทงซ้ำอีกสองดาบ แต่ก็วืดหมด

“มีน้ำยาแค่นี้ บังอาจมาสู้กับข้า! กินเท้านี่ซะ!” จู่ ๆ จ้าวชิงก็กระโดดลอยตัวถีบเข้ากลางอกฉู่เกอ แรงกระแทกหนักหน่วงทำเอาฉู่เกอจุกจนต้องถอยหลังไปหลายก้าว

ฉู่เกอตกตะลึง ลูกถีบเมื่อกี้หนักเอาเรื่อง ถ้าไม่ได้ใส่ชุดปราบจลาจลคงซี่โครงหักไปแล้ว

“อะช้า! ย้าก! ฮึบ!” จ้าวชิงปล่อยหมัดเท้าใส่ฉู่เกอรัว ๆ พร้อมส่งเสียงร้องแปลก ๆ เหมือนหลุดมาจากหนังกังฟู ฉู่เกอพยายามใช้เพลงกระบี่เมฆาคล้อยตอบโต้ แต่เลเวลน้อยเกินไป แม่นยำไม่พอ ฟันไม่โดนสักที กลับกันจ้าวชิงที่ใช้วิชาหมัดมวยพื้นฐานกลับมีความชำนาญสูง น่าจะเลเวลเจ็ดแปดเข้าไปแล้ว ผ่านไปไม่กี่นาที ฉู่เกอโดนอัดไปหลายดอก

แถมการโจมตีด้วยหมัดเท้าของจ้าวชิงถือเป็นดาเมจทุบตี ต่อให้ใส่เกราะก็ยังสะเทือนถึงเนื้อใน เลือดฉู่เกอลดไปหนึ่งในสามแล้ว เขารู้สึกปวดระบมไปทั้งตัว หน้าอกแน่นจนหายใจไม่ออก ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปไม่รอดแน่

ฉู่เกอเริ่มตกที่นั่งลำบาก เขาเหลือบมองเจ้าเป่ยเฟิง ฝั่งนั้นก็ตึงมือไม่แพ้กัน การรับมือบอสสามตัวพร้อมกันทำให้นักผจญภัยหนุ่มเริ่มออกอาการเป๋

“เฮ้ย น้องฉู่ ยังไม่เสร็จอีกเรอะ ลมปราณข้าจะหมดแล้วนะ!”

ฉู่เกอตัดสินใจงัดไม้ตายออกมา “เดี๋ยวก่อน! ข้ามีเรื่องจะคุยด้วย!”

(จบตอน)

จบบทที่ ตอนที่ 50 สี่ภูตไท่ซาน

คัดลอกลิงก์แล้ว