เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 49 ลองเพลงกระบี่

ตอนที่ 49 ลองเพลงกระบี่

ตอนที่ 49 ลองเพลงกระบี่


ตอนที่ 49 ลองเพลงกระบี่

แม้จะเป็นแค่วรยุทธ์ระดับยุทธภพขั้นต่ำ แต่จากคำอธิบาย ฉู่เกอกลับรู้สึกว่าเพลงกระบี่เมฆาคล้อยนี้ร้ายกาจไม่เบา โดยเฉพาะท่าไม้ตาย เมฆาพันแปร ที่สามารถหลบหลีกการโจมตีทางกายภาพได้ทุกชนิดนานถึงสามวินาที นั่นหมายความว่าแม้แต่กระสุนปืนก็หลบได้ใช่ไหม แม้จะกันพวกระเบิดหรือการโจมตีวงกว้างไม่ได้ แต่แค่นี้ก็นับว่าสุดยอดแล้ว

แต่ความสงสัยก็ผุดขึ้นมาในใจ

ตอนสู้กันเมื่อกี้ ทำไมหวังซวี่ถึงไม่ใช้ท่าเมฆาพันแปรล่ะ

“เรื่องง่าย ๆ หมอนั่นคงฝึกไม่ถึงขั้นสูงสุด หรือไม่ก็ลมปราณไม่พอ ท่าไม้ตายแม้จะรุนแรง แต่กินลมปราณมหาศาล ถ้าไม่จนตรอกจริง ๆ ไม่มีใครกล้าใช้ส่งเดชหรอก ขืนใช้แล้วลมปราณหมดก็เหมือนรอความตาย”

เจ้าเป่ยเฟิงอธิบายด้วยท่าทีสบาย ๆ แล้วยิ้มอย่างมั่นใจ “อีกอย่าง ต่อให้มันใช้ท่าไม้ตายจริง ๆ ข้าก็มีวิธีรับมือ”

เห็นความมั่นใจของเจ้าเป่ยเฟิงแล้ว ฉู่เกอก็อดสงสัยไม่ได้ว่าหมอนี่เก่งจริงหรือแค่ราคาคุย

แต่ช่างเถอะ ตอนนี้สิ่งที่เขาอยากทำที่สุดคือทดสอบอานุภาพเพลงกระบี่ใหม่

“พี่เจ้า พักก่อนเถอะครับ ขอผมลองวิชาหน่อย”

เจ้าเป่ยเฟิงพยักหน้า “เรื่องเล็กน้อย เชิญน้องฉู่ตามสบาย ข้าจะขอนั่งเดินลมปราณสักครู่” ว่าแล้วก็นั่งขัดสมาธิลงกับพื้น

ฉู่เกอกวาดตามองรอบ ๆ เห็นมอนสเตอร์ตัวหนึ่งที่หลงหูหลงตาไป เป็นโจรภูเขาถือมีดใบหลิว ศัตรูแบบนี้เขาเคยสู้มาแล้ว ฝีมือพอ ๆ กับผู้ชายตัวโต ๆ ในโลกความจริง แต่เพราะเป็นมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนที่ไม่กลัวตาย เลยรับมือยากกว่านิดหน่อย ก่อนหน้านี้เขาใช้โล่ตั้งรับแล้วสวนกลับ จัดการไปได้สองตัว

คราวนี้เพื่อลองวิชากระบี่ เขาจำต้องเก็บโล่และดาบถังเตา แล้วชักกระบี่จันทราเหมันต์ออกมา ค่อย ๆ สืบเท้าเข้าไปหาโจรภูเขา พอเข้าระยะ โจรก็รู้ตัว ควงมีดวิ่งเข้าใส่ทันที

มาแล้ว! ฉู่เกอข่มสัญชาตญาณที่อยากจะยกโล่กัน แล้วแทงกระบี่ออกไป

โจรฟันมีดสวนมา จังหวะที่คมอาวุธเฉียดกัน ฉู่เกอพลิกข้อมือเบา ๆ อย่างรู้ใจ ปลายกระบี่เขี่ยมีดศัตรูเบี่ยงออกไปอย่างง่ายดาย พร้อมตวัดกระบี่กลับหลังเฉือนข้อมืออีกฝ่าย

โจรโดนฟันไปหนึ่งแผล แต่ไม่ใช่จุดตาย เลือดลดไปแค่สิบเปอร์เซ็นต์ แต่ฉู่เกอชิงความได้เปรียบมาได้แล้ว เขาตวัดกระบี่ฟันขวาง โจรพยายามยกมีดรับ แต่กระบี่ของฉู่เกอพลิ้วไหวราวอสรพิษ ลอดผ่านช่องว่างของมีด เสียบเข้ากลางอก ฉึก เลือดลดฮวบไปสามสิบเปอร์เซ็นต์

โจรคำรามลั่น ฟันสวนกลับมาอย่างบ้าคลั่งไม่คิดชีวิต

ฉู่เกอหมุนตัวหลบ เปลี่ยนกระบี่มาถือมือซ้าย แทงเข้าที่ชายโครง

นี่สินะอานุภาพของเพลงกระบี่! ฉู่เกอดึงกระบี่ออก มองร่างโจรค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้น สุดยอดจริง ๆ เพลงกระบี่เมฆาคล้อยอาจไม่ได้มีท่าไม้ตายพิสดารอะไร ดูไปก็คล้ายวิชาดาบในโลกความจริง แต่ความเจ๋งอยู่ที่ตอนต่อสู้ เขาสามารถออกกระบวนท่าโต้ตอบศัตรูได้อย่างเป็นธรรมชาติราวกับสัญชาตญาณ แม้จะใช้กับยอดฝีมือไม่ได้ผล แต่กับโจรไร้สมองที่ฟันมั่วซั่วแบบนี้ รับรองว่ากินนิ่มทุกดอก

น่าเสียดายที่เลเวลสกิลเพิ่งจะเลเวลหนึ่ง และไม่มีลมปราณเสริม เลยใช้วิชาตัวเบาขั้นสูงไม่ได้ ทำได้แค่ใช้ท่าพื้นฐาน แต่แค่นี้ก็เพียงพอจะเก็บกวาดลูกกระจ๊อกแบบหนึ่งต่อหนึ่งได้สบาย

ข้อเสียก็มีเหมือนกัน อย่างแรกคือพลังโจมตีเบาไปหน่อย ฉู่เกอพบว่าเพลงกระบี่เมฆาคล้อยเน้นการเปลี่ยนกระบวนท่าตลอดเวลา ทำให้ใส่แรงได้ไม่เต็มที่ ต้องแทงต้องฟันหลายทีกว่าจะล้มศัตรูได้ ทั้งที่อาวุธในมือดาเมจสูงลิ่ว

ฉู่เกอลองวิชากับมอนสเตอร์อีกสองตัว สรุปได้ว่าใช้เพลงกระบี่เคลียร์มอนสเตอร์ไวกว่าใช้ดาบโล่เยอะ ข้อเสียอีกอย่างคือไม่มีโล่ป้องกัน และมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนไม่เหมือนคนจริง โดนแทงสองสามแผลก็ยังสู้ต่อได้ ทำให้ฉู่เกอโดนสวนกลับบ้างเป็นบางครั้ง ดีที่ชุดปราบจลาจลกันได้หมด แต่เขาก็รู้สึกได้ว่า ความคล่องตัวของเพลงกระบี่ขัดกับความเทอะทะของชุดเกราะ แม้จะมีแหวนช่วยแบกน้ำหนักจนรู้สึกเบา แต่ความหนาของชุดก็ยังเกะกะการเคลื่อนไหวอยู่ดี ดูท่าต่อไปคงต้องเลือกแล้วว่าจะเดินสายกระบี่พริ้วไหว หรือสายถึกทนทายาด

จัดการลูกกระจ๊อกไปห้าตัวรวด ฉู่เกอรู้สึกว่ากระบี่ในมือเริ่มคล่องขึ้น ทันใดนั้นเสียงระบบก็ดังขึ้นในหัว

ระบบแจ้งเตือน เพลงกระบี่เมฆาคล้อย ของท่านเลื่อนระดับเป็น เลเวล 2

เฮ้ย อัปไวขนาดนี้เลยเหรอ ฉู่เกอตื่นเต้น หันไปบอกเพื่อนร่วมทีม “พี่เจ้า เพลงกระบี่ผมเลื่อนขั้นแล้ว!”

เจ้าเป่ยเฟิงดูไม่แปลกใจเท่าไหร่ “ไม่ต้องตื่นเต้นไป ช่วงแรก ๆ ก็ขึ้นไวแบบนี้แหละ แต่ยิ่งสูงยิ่งยาก ช่วงหลัง ๆ ไม่ใช่แค่วันสองวันจะขึ้นได้หรอกนะ อย่างเพลงดาบวายุคลั่งของข้า กว่าจะขึ้นเลเวลห้าใช้เวลาไม่ถึงเจ็ดวัน แต่กว่าจะแตะเลเวลสิบ ข้าต้องฝึกหนักถึงสามเดือน”

ฉู่เกอได้ยินแล้วก็ตาโต “แสดงว่าพี่เจ้าใช้ท่า วายุคลั่งกวาดเมฆา ได้แล้วสิครับ”

เจ้าเป่ยเฟิงพยักหน้า “แต่ลมปราณข้าไม่ค่อยพอ ใช้ทีเดียวลมปราณแทบเกลี้ยง ถ้าไม่จำเป็นข้าไม่ใช้หรอก หวังว่ารอบนี้จะดรอปคัมภีร์ลมปราณดี ๆ สักเล่มนะ จะได้มีลมปราณใช้เยอะ ๆ หน่อย เอาล่ะ ลมปราณข้าฟื้นแล้ว ไปกันต่อเถอะ”

ทั้งคู่เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง

ผ่านโซนที่พักด้านล่าง ขึ้นสู่ทางเดินเขา คราวนี้เจอกับศัตรูใหม่ หน่วยลาดตระเวนค่ายพยัคฆ์

พวกนี้มาเป็นคู่ หนึ่งคนหนึ่งหมา ถือธนูจูงหมาล่าเนื้อ แม้ฝีมือจะไม่เท่าไหร่ แต่น่ารำคาญสุด ๆ

นอกจากจะปล่อยหมากัดแล้ว ยังยิงธนูตอดระยะไกล สร้างปัญหาให้เจ้าเป่ยเฟิงที่ใส่แค่ชุดผ้าไม่น้อย แม้จะมีวิชาตัวเบาหลบหลีกได้ แต่ถ้าโดนหมาพันแข้งพันขา ก็เสียจังหวะโดนยิงได้เหมือนกัน เจ้าเป่ยเฟิงพลาดโดนยิงไปดอกหนึ่ง

“บัดซบ! ไอ้หมาเวรพวกนี้น่ารำคาญชะมัด!” เจ้าเป่ยเฟิงสบถ ฟันหมาตัวหนึ่งขาดสองท่อน แล้วก้มหลบลูกธนูที่พุ่งมา

“พี่เจ้า ให้ผมจัดการพวกหน่วยลาดตระเวนเอง พี่ช่วยกันหมาให้ผมก็พอ”

ฉู่เกอถนัดรับมือศัตรูระยะไกลอยู่แล้ว เขาหยิบธนูทดกำลังออกมาดวลกับพวกหน่วยลาดตระเวน

ชุดปราบจลาจลของเขากันลูกธนูไม้ก๊อกแก๊กของพวกโจรได้สบาย แต่เกราะหนังของพวกโจรกันลูกธนูหัวเหล็กสามแฉกจากธนูทดกำลังของเขาไม่ได้เลย โดนเจาะเข้าเนื้อเน้น ๆ

พูดถึงเรื่องยืนยิงแลกกัน เขาไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น จัดการหน่วยลาดตระเวนไปสามคู่รวด ฉู่เกอได้ของดรอปมาชดเชยที่เสียไปตอนแรก

น่าเสียดายที่ไม่มีของดีเท่าไหร่ ที่พอมีค่าหน่อยก็ซาลาเปาไส้เนื้อสามลูก กับยาสมานแผลขวดเล็ก ดูเหมือนพวกหน่วยลาดตระเวนจะพกซาลาเปาติดตัวตลอด สงสัยเอาไว้เลี้ยงหมา

แม้ซาลาเปาจะไม่เพิ่มเลือด แต่ช่วยฟื้นฟูพละกำลังได้ดีทีเดียว

เดินพ้นทางเดินเขา ไม่นานทั้งคู่ก็มาถึงกลุ่มสิ่งปลูกสร้างชั้นที่สองตรงกลางเขา

(จบตอน)

จบบทที่ ตอนที่ 49 ลองเพลงกระบี่

คัดลอกลิงก์แล้ว