- หน้าแรก
- ตื่นมาก็เวลอัพ ชีวิตสโลว์ไลฟ์ในห้องเช่าที่มีดันเจี้ยน
- ตอนที่ 33 วิเคราะห์แผนปราบบอส
ตอนที่ 33 วิเคราะห์แผนปราบบอส
ตอนที่ 33 วิเคราะห์แผนปราบบอส
ตอนที่ 33 วิเคราะห์แผนปราบบอส
น่าเสียดายที่ไม่มีปืน ถ้ามีปืนลูกซองสักกระบอก ยิงอัดเข้าหัวคงสะใจน่าดู
ฉู่เกอถอนหายใจกับความคิดแปลก ๆ ของตัวเอง ถ้ามีโอกาสคงต้องหามาไว้สักกระบอกสองกระบอกแล้ว
แต่ถึงไม่มีปืนก็ไม่กลัว แค่ซอมบี้กระจอก ๆ ไม่คณามือฉู่เกอหรอก
ที่น่าเสียดายคือ นอกจากฝีมือจะกระจอกแล้ว ของที่ดรอปก็กระจอกพอกัน
เหรียญทองแดง 5 เหรียญ เนื้อเน่า (ขยะ)
เหรียญทองแดง 7 เหรียญ เศษผ้าลินินขาด ๆ (ขยะ)
เหรียญทองแดง 9 เหรียญ
เหรียญทองแดง 11 เหรียญ ฟันซอมบี้ (ขยะ)
เฮ้ย จะอนาถไปถึงไหนเนี่ย อย่างน้อยก็ขอของที่ใช้ได้บ้างสิวะ
ยิ่งล้วงยิ่งช้ำใจ ของดรอปจากลูกกระจ๊อกดันเจี้ยนนี้สู้ดันเจี้ยนก่อนไม่ได้เลย โคโบลด์ยังดรอปทองก้อนบ้าง แต่พวกโครงกระดูกกับซอมบี้นี่จนกรอบ หรือเพราะเป็นคนตายเลยไม่มีสมบัติ? ช่วยไว้หน้ากันหน่อยเถอะ
ไม่รู้ว่าเทพเจ้าองค์ไหนผ่านมาได้ยินคำอธิษฐานของฉู่เกอ พอเขาล้วงศพซอมบี้ตัวสุดท้าย ปาฏิหาริย์ก็บังเกิด
เหรียญทองแดง 8 เหรียญ มอสแสงจันทร์ (เสบียง)
มอสแสงจันทร์ (เสบียง)
การใช้งาน ทำให้ฟื้นฟูพลังชีวิต 30 หน่วย ภายใน 10 วินาที หากใช้เวลา 8 วินาทีในการกิน จะเพิ่มค่าจิตใจ 3 แต้ม เป็นเวลา 60 นาที
คำอธิบาย พืชหายากชนิดหนึ่งที่เมื่อกินเข้าไปจะเกิดผลลัพธ์น่าอัศจรรย์ แต่นักเก็บสมุนไพรมักไม่ยอมเปิดเผยที่มาของมัน
ของดีนี่หว่า ฉู่เกออ่านคำอธิบายด้วยความตื่นเต้น ค่าจิตใจ 3 แต้ม ปกติอาจไม่มีค่าอะไร แต่ถ้าตอนเรียนรู้เวทมนตร์ มันจะมีค่ามหาศาล
เก็บมอสแสงจันทร์เข้ากระเป๋าอย่างดี ฉู่เกอเดินหน้าต่อ ในที่สุดก็มาถึงสุดทางของสุสาน หน้าประตูหินบานใหญ่
ประตูหินบานนี้ต่างจากประตูบานอื่นที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง นอกจากจะสูงใหญ่แล้ว ยังมีภาพนูนต่ำสลักเป็นรูปอัศวินสวมเกราะเต็มยศยืนคู่กับหมี
น่าจะเป็นห้องโถงหลักของสุสานแล้วล่ะ
ผลักประตูหินเข้าไป ฉู่เกอชะโงกหน้ามอง ก็พบว่าเป็นห้องบอสใหญ่จริง ๆ
ภายในเป็นห้องโถงขนาดใหญ่พอ ๆ กับห้องของอัศวินโครงกระดูก แต่กลางห้องมีแท่นยกพื้นสูง มีบันไดทอดขึ้นไป ด้านหน้าบันไดมีโครงกระดูกสี่ตัวยืนเฝ้าอยู่
โครงกระดูกสี่ตัวนี้ต่างจากพวกกระจอกที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด ชื่อระบุว่าเป็น นักรบโครงกระดูก โครงร่างสมบูรณ์แข็งแรง สวมเกราะเหล็กหยาบ ๆ สองตัวถือหอกยาว อีกสองตัวถือดาบโล่ ผิวหนังไม่ได้เปื่อยยุ่ยเหมือนพวกก่อนหน้า แต่เป็นพังผืดสีน้ำตาลเข้มหุ้มกระดูกไว้แน่น ดูแข็งแกร่งกว่าพวกโครงกระดูกเปราะบางเยอะ
เนื่องจากแท่นไม่สูงมาก ฉู่เกอมองเห็นบอสที่อยู่ด้านบนได้ แต่ไม่ชัดนัก
เขาหยิบกล้องส่องทางไกลออกมาส่อง ห้องโถงนี้คือสุสานหลักของตระกูล บริเวณที่ควรจะเป็นโลงศพถูกเปลี่ยนเป็นโต๊ะทดลอง ข้างโต๊ะมีเก้าอี้ตัวหนึ่ง ชายหนุ่มสวมชุดคลุมสีดำนั่งอยู่บนนั้น
รอบโต๊ะทดลองเต็มไปด้วยศพ บางศพแห้งกรังจนเหลือแต่กระดูก บางศพยังดูสมบูรณ์ ชายชุดดำนั่งทำการทดลองอยู่ท่ามกลางกองศพเหล่านั้น เขาดูอายุไม่เกินยี่สิบปลาย ๆ หรือสามสิบ รูปร่างผอมโซ ใบหน้าซีดเซียวและดูเจ้าเล่ห์ ผมสีดำบางตา เป็นคนผิวขาว มือข้างหนึ่งหยิบจับอุปกรณ์บนโต๊ะ อีกมือถือไม้เท้าที่แสดงสถานะของตน
ออกัส (นักเรียนเนโครแมนเซอร์) สัญลักษณ์หัวกะโหลกหลังชื่อยืนยันสถานะ บอสใหญ่แห่งสุสานคนตาย
ถ้าดูแค่ภายนอก เขาดูไม่มีพิษสงเลยเมื่อเทียบกับหมีซอมบี้หรืออัศวินโครงกระดูก แต่ฉู่เกอขมวดคิ้ว คนที่เล่นเกมมาเยอะจะรู้ดีว่า ขนาดตัวบอสไม่ได้แปรผันตรงกับความเก่งกาจ พวกบอสตัวเล็ก ๆ นี่แหละตัวดี
ฉู่เกอไม่ประมาท อีกฝ่ายเป็นถึงเนโครแมนเซอร์เชียวนะ
ยืนกอดอกอยู่หน้าดันเจี้ยน ฉู่เกอเริ่มวางแผนการรบ
ชัดเจนว่านี่คือศึกหนักที่สุดเท่าที่เคยเจอมา อย่างแรกคือนักรบโครงกระดูกสี่ตัว แม้จะไม่เก่งเท่าอัศวินโครงกระดูก แต่ก็เก่งกว่าโครงกระดูกทั่วไปแน่ ๆ แถมมากันตั้งสี่ตัว ขืนบวกตรง ๆ คงรอดยาก
จะใช้กับดักสัตว์ก็ได้ แต่ปัญหาคือมีบอสคอยคุมอยู่ จากที่สู้กับกริมเม้าท์ทำให้รู้ว่า มอนสเตอร์มนุษย์มีสติปัญญาพอตัว ถ้าออกัสสั่งให้ลูกน้องหลบกับดัก เขาคงงานเข้าแน่
ดังนั้นต้องจัดการสี่ตัวนี้ให้เร็วที่สุด
แต่ต่อให้จัดการองครักษ์ได้ ก็ยังต้องเจอกับเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดอีก
ฉู่เกอลิสต์รายการเวทมนตร์ของออกัสออกมา แล้วคิดหาวิธีรับมือทีละอย่าง
ศรพลังลบ น่าจะเป็นเวทโจมตีเดี่ยวระดับเดียวกับกระสุนเพลิง โดนสักทีสองทีน่าจะยังไหว แต่ถ้าโดนรัว ๆ คงแย่ เขาไม่มีค่าต้านทานเวทด้วย ถ้าดื่มยาเพิ่มเลือดอาจช่วยยื้อได้อีกสักหน่อย แต่คงรับได้ไม่เกินห้าที เพื่อความปลอดภัย ต้องจัดการบอสให้ได้ภายในสามดอก
โล่คุ้มกาย การโจมตีระยะประชิดน่าจะเจาะเข้า เพราะอีกฝ่ายเป็นแค่เด็กฝึกงาน ไม่น่าจะมีโล่เทพ ๆ คงกันได้แค่สองสามที ถ้าใช้สกิลรวมพลังจู่โจมอาจจะเจาะได้ในทีเดียว แล้วค่อยเข้าไปฟันเนื้อ ๆ บอสสายเวทเลือดน้อย แถมเป็นคนไม่ใช่ซอมบี้ ถ้าเจาะเกราะได้ สองสามดาบก็น่าจะร่วง
อัญเชิญโครงกระดูก และ ปลุกชีพศพ สองสกิลนี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ทั้งการอัญเชิญและปลุกชีพต้องใช้เวลาร่ายเวท แถมซอมบี้กับโครงกระดูกก็ไม่ได้เก่งมาก กว่าจะเดินมาถึงตัวเขาก็คงใช้เวลาพอสมควร ถ้าเขาเร็วกว่า ก็น่าจะฆ่าบอสได้ก่อนที่ลูกสมุนจะมารุม
สรุปคือ ต้องเร็ว ต้องขัดจังหวะการร่ายเวทให้ได้มากที่สุด
ปัญหาใหญ่ที่สุดคือสกิลที่ห้า คำสาปตาบอด แม้จะไม่มีดาเมจ แต่ทำให้มองไม่เห็นชั่วขณะ ถ้าโดนเข้าไป บอสคงเรียกสมุนมารุมยำ หรือถอยไปยิงศรพลังลบใส่เขายับแน่
ถ้ามีเพื่อนร่วมทีมก็คงดี แต่นี่ลุยเดี่ยว ไม่มีสัตว์เลี้ยงช่วยแทงก์ด้วย... เอ๊ะ เดี๋ยวนะ ใครบอกว่าไม่มีสัตว์เลี้ยง
ฉู่เกอปิ๊งไอเดียขึ้นมา แม้จะไม่มีสกิลเรียกสัตว์อสูร แต่ใช้เงินแก้ปัญหาได้นี่นา เขารีบออกจากดันเจี้ยน เปิดเว็บค้นหา ฟาร์มขายสุนัขพันธุ์ใหญ่
ไม่นานก็เจอสิ่งที่ต้องการ ฟาร์มเพาะพันธุ์สุนัขแห่งหนึ่ง
ดูรูปในเว็บ มีหมาให้เลือกเพียบ ส่วนใหญ่เป็นหมาบ้านน่ารัก ๆ
เขาทักแชตไปหาคนขาย “สวัสดีครับ ผมอยากซื้อหมาไว้เฝ้าบ้าน ขอพันธุ์ดุ ๆ ยิ่งดุยิ่งดี มีแนะนำไหมครับ”
“มีครับมี เรามีครบทุกสายพันธุ์ ถ้าจะเฝ้าบ้านก็มีพิตบูล โดเบอร์แมน อัลเซเชียน หรือถ้างบน้อยหน่อยก็มีหมาไทยพันธุ์ผสมที่เราเพาะเอง คุณลูกค้าสนใจแบบไหนครับ” พูดจบก็ส่งรูปมารัว ๆ
(จบตอน)