เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 22 ถูกจับตามอง

ตอนที่ 22 ถูกจับตามอง

ตอนที่ 22 ถูกจับตามอง


ตอนที่ 22 ถูกจับตามอง

ไม่นานเขาก็มาถึงร้านทองร้านเดิม พนักงานร้านจำเขาได้ทันทีที่เดินเข้ามา

“สวัสดีครับคุณฉู่ วันนี้มีอะไรให้รับใช้ครับ”

“เหมือนเดิม ผมมีของมาขาย รบกวนตามผู้จัดการให้หน่อยครับ”

พนักงานพยักหน้าแล้วรีบโทรศัพท์ ไม่นาน จินฟู่กุ้ยก็เดินลงมาจากห้องทำงานชั้นบน

พอเห็นฉู่เกอ ใบหน้าของจินฟู่กุ้ยก็ฉายแววต้อนรับขับสู้ “อ้าว คุณฉู่นั่นเอง วันนี้มีของดีมาปล่อยอีกแล้วหรือครับ”

“ครับ ครั้งนี้ล็อตใหญ่หน่อย” ฉู่เกอตอบ “ว่าแต่ ทางร้านมีลิมิตรับซื้อไหมครับ”

“ลิมิตน่ะมีครับ” จินฟู่กุ้ยตอบพร้อมรอยยิ้ม “แต่โดยทั่วไป การซื้อขายทองคำปกติไม่น่าจะถึงเพดานหรอกครับ”

“งั้นก็ดีครับ” ฉู่เกอหยิบถุงใส่ทองออกมา เขาไม่ได้เอามาหมด เอามาแค่ห้าก้อนเท่านั้น

“นี่คือทองก้อนธรรมชาติที่ผมจะขายวันนี้ครับ”

ผู้จัดการร้านถึงกับชะงัก สีหน้าบ่งบอกความคาดไม่ถึง

เขาตรวจสอบทองก้อนทีละก้อนด้วยความตกตะลึง ไม่นานก็ยืนยันได้ว่าเป็นของแท้ทุกก้อน

ฉู่เกอแอบแปลกใจ เมื่อกี้ยังทำท่าป๋าอยู่เลย ไหงตอนนี้ทำหน้าเหวอขนาดนั้น ทองพวกนี้รวมกันราคาก็แค่ไม่กี่แสน ไม่น่าจะตกใจขนาดนั้นมั้ง

จินฟู่กุ้ยรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ “ครั้งนี้จะขายแบบเดิมไหมครับ”

ฉู่เกอพยักหน้า สำหรับเขาตอนนี้ เงินไม่ใช่เรื่องใหญ่ ขอแค่มีพอใช้จ่ายซื้อของจำเป็นก็พอ สิ่งที่เขาแคร์จริง ๆ คือของในดันเจี้ยนต่างหาก ช่วงเจ็ดวันนี้เขาตั้งใจจะฝึกฝนและพักผ่อนเต็มที่ ไม่อยากเสียเวลามานั่งต่อรองราคาขายทอง ถ้าเอาเวลาไปลงดันเจี้ยน ฆ่ามอนสเตอร์สักสองสามตัว ก็ได้ของคุ้มกว่าเยอะแล้ว

เอาที่ง่ายและเร็วที่สุดดีกว่า

“ขายตามราคาทองปกติเลยครับ”

ผู้จัดการพยักหน้า สั่งให้พนักงานเริ่มตรวจสอบ ครั้งนี้ใช้เวลานานกว่าครั้งก่อน เพราะจำนวนทองเยอะกว่า ผ่านไปกว่าสี่สิบนาที ผลการตรวจสอบก็ออกมา

จินฟู่กุ้ยถือใบผลการตรวจสอบแล้วเริ่มอ่านให้ฟัง

“น้ำหนักรวม 537 กรัม ความบริสุทธิ์ต่ำสุดร้อยละ 63 สูงสุดร้อยละ 95 คำนวณออกมาแล้ว มูลค่ารวมอยู่ที่ 147,954 หยวนครับ ลองตรวจสอบดูนะครับว่ามีปัญหาตรงไหนไหม” เขาพูดพลางยื่นใบรายการให้

ฉู่เกอรับมาดูผ่าน ๆ สายตาโฟกัสไปที่ตัวเลขบรรทัดสุดท้าย

เกือบแสนห้า ก็ไม่น้อยนะ

เมื่อคำนวณจากทองที่เหลืออยู่ น่าจะขายได้อีกราว ๆ สองแสน ยังไม่รวมไพลินกับมงกุฎทองคำอีก แต่เขาไม่คิดจะขายรวดเดียว เหตุผลแรกคือไม่จำเป็นต้องรีบใช้เงินขนาดนั้น เหตุผลที่สองคือกลัวจะเป็นที่สนใจเกินไป

“ตกลงตามนี้ครับ” เขายื่นใบรายการคืนให้ ไม่นานเงินก็ถูกโอนเข้าบัญชี

มองยอดเงินที่เพิ่มขึ้นมาแสนห้า ฉู่เกอไม่ได้ตื่นเต้นเหมือนคราวแรก เพียงแค่พยักหน้าเบา ๆ แล้วบอกลา “ไว้มีของอีกจะมาใหม่นะครับ” ก่อนจะเดินออกจากร้านไป

จินฟู่กุ้ยมองตามหลังฉู่เกอไปด้วยสายตาที่มีความหมายแฝง ทั้งลังเล สงสัย และ... โลภ

จู่ ๆ เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดโทรออกอย่างรวดเร็ว

“ฮัลโหล พี่อวี่หรือครับ รบกวนมาหาผมที่ร้านหน่อยได้ไหมครับ ผมมีของดีอยากให้พี่ดู”

ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถบีเอ็มดับเบิลยูสีดำคันงามก็มาจอดเทียบหน้าร้านทอง ชายชุดดำที่นั่งเบาะข้างคนขับรีบลงมาเปิดประตูหลัง ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีดำก้าวลงจากรถด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง

ชายคนนี้อายุราวสี่สิบเศษ ใบหน้าดุดัน แม้จะสวมสูทแต่ไม่ผูกเนกไท แถมยังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตโชว์แผงอกที่มีขนดกดำและสร้อยทองเส้นเท่าโซ่ ดูเป็นเสี่ยนักเลงเต็มขั้น

“พี่อวี่ มาแล้วหรือครับ เชิญครับ เชิญข้างใน”

จินฟู่กุ้ยรีบพาชายคนนั้นขึ้นไปที่ห้องทำงานของตัวเองด้วยท่าทางกระตือรือร้น

“ว่ามา มีเรื่องอะไรถึงเรียกฉันมาด่วนขนาดนี้” เหอเจิ้นอวี่นั่งลงบนเก้าอี้อย่างถือวิสาสะ ถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย

จินฟู่กุ้ยรีบเปิดกล่องบนโต๊ะ เลื่อนไปตรงหน้าอีกฝ่าย

เหอเจิ้นอวี่หยิบทองก้อนหนึ่งขึ้นมาดู สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความฉงน “นี่มันอะไร ทองคำหรือ”

“ทองก้อนธรรมชาติครับ” จินฟู่กุ้ยรีบอธิบาย “ทองที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติครับ”

เหอเจิ้นอวี่ชะงัก “ทองก้อนธรรมชาติ ทั้งหมดนี่เลยหรือ”

“ใช่ครับ”

“แกไปเอามาจากไหนเยอะแยะ” เหอเจิ้นอวี่เดาะทองในมือเล่นอย่างสนใจ ก่อนจะโยนกลับลงกล่อง

แม้ทองจำนวนนี้จะไม่ใช่น้อย แต่สำหรับคนระดับเหอเจิ้นอวี่ ก็ไม่ได้ถือว่ามากมายอะไรนัก

“วันนี้มีคนเอามาขายให้ผมครับ เขาขายในราคาทองปกติ ดูท่าทางเขาแล้ว เหมือนจะไม่สนส่วนต่างราคาเลยสักนิด แถมผมยังรู้สึกสังหรณ์ใจว่า ในมือเขาน่าจะมีทองแบบนี้อีกเยอะ เผลอ ๆ อาจจะเป็นทองก้อนธรรมชาติทั้งหมดเลยด้วยซ้ำ”

เหอเจิ้นอวี่หัวเราะ “ก็นึกว่าเรื่องอะไร แค่ทองก้อนไม่กี่ก้อนทำเป็นตื่นเต้นไปได้ เดี๋ยวนี้เราไม่ได้เดินสายนักเลงแล้วนะเว้ย เห็นใครรวยก็อย่าไปอิจฉาตาร้อน ลืมคำสั่งพี่ใหญ่แล้วหรือไง”

จินฟู่กุ้ยรีบแย้ง “พี่อวี่ครับ ถ้าแค่ทองก้อนก้อนสองก้อนผมคงไม่ตื่นเต้นหรอก แต่นี่มันมาทีเดียวเป็นกองพะเนิน มันแปลกนะครับ ปกติคนเจอทองก้อนธรรมชาติก็เหมือนถูกหวย ต้องอยากขายให้ได้ราคาดีที่สุดเพราะของแบบนี้ไม่ได้หากันง่าย ๆ แต่นี่ไอ้หมอนั่นขายทิ้งขว้างเหมือนทองธรรมดา มันผิดปกตินะครับ”

“พี่ลองคิดดูสิ ถ้าเจอแค่ก้อนสองก้อนอาจจะฟลุ๊ก แต่ถ้าเจอทีเดียวเยอะขนาดนี้ มันหมายความว่ายังไง”

เหอเจิ้นอวี่ไม่ใช่คนโง่ เขาเข้าใจความหมายทันที ปกติทองก้อนธรรมชาติจำนวนมากมักจะพบใกล้กับเหมืองทองคำแบบเปิด

“แกหมายความว่า ไอ้หนุ่มนั่นไปเจอเหมืองทองธรรมชาติเกรดดีเข้าให้แล้วงั้นสิ”

จินฟู่กุ้ยพยักหน้า “ใช่ครับ มีแค่เหมืองทองเท่านั้นที่จะสร้างทองก้อนธรรมชาติได้เยอะขนาดนี้ แถมต้องเป็นเหมืองเปิดด้วย ไม่อย่างนั้นคงไม่เก็บได้ง่าย ๆ แบบนี้ แน่นอนว่าอาจจะเป็นมรดกตกทอดหรือได้มาด้วยวิธีอื่น แต่ดูทรงแล้ว ผมว่าเจอเหมืองทองมีโอกาสสูงที่สุด ถ้าผมเดาถูก หมอนั่นคงปิดเงียบ แล้วค่อย ๆ ทยอยเอาทองออกมาขาย ถ้ามีเหมืองทองจริง ๆ แล้วเรายึดมาได้...”

จินฟู่กุ้ยละไว้ในฐานที่เข้าใจ ถ้าแค่ทองหลักแสนคงไม่คุ้มเสี่ยง แต่ถ้าเป็นเหมืองทอง นั่นหมายถึงความมั่งคั่งมหาศาลที่อาจพลิกชะตาตระกูลหรือสร้างอิทธิพลได้เลย

ดวงตาของเหอเจิ้นอวี่วาวโรจน์ด้วยความโลภ แต่แล้วก็ฉายแววลังเล “แต่ว่าพี่ใหญ่...” เขาพูดไม่ออก สีหน้าแสดงความลำบากใจ

คนที่ไต่เต้ามาถึงระดับเขาได้ ย่อมไม่ใช่พ่อพระ แม้จะลังเลเพียงครู่เดียว เหอเจิ้นอวี่ก็ตัดสินใจเด็ดขาด “ได้ ในเมื่อมีความเป็นไปได้ ก็ปล่อยผ่านไม่ได้ ฉันจะให้คนไปสืบเรื่องไอ้หนุ่มนั่นดู ถ้าไม่มีเหมืองทองก็แล้วไป แต่ถ้ามีจริง...” แววตาของเหอเจิ้นอวี่เปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียม “ฉันคงต้องกลับไปใช้วิธีเดิม ๆ อีกสักครั้ง”

(จบตอน)

จบบทที่ ตอนที่ 22 ถูกจับตามอง

คัดลอกลิงก์แล้ว