เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 : ความกลัวคือเชื้อเพลิงชั้นดี

บทที่ 3 : ความกลัวคือเชื้อเพลิงชั้นดี

บทที่ 3 : ความกลัวคือเชื้อเพลิงชั้นดี


ชาจูถูกหามออกไปแล้ว

ร่างของเขาพาดอยู่บนรถเข็นพื้นราบ เลือดสดๆ หยดเป็นทางยาวตลอดทางที่ผ่าน ราวกับเครื่องเซ่นสังเวยในพิธีกรรมอัปมงคล

เรือนสี่ประสานตกอยู่ในความเงียบสงัดวังเวงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ปกติเวลานี้ บรรยากาศต้องคึกคักจอแจ ทุกบ้านเริ่มหุงหาอาหาร จับกลุ่มนินทาเพื่อนบ้าน หรือเดินไปมาหาสู่กัน

แต่วันนี้... ทุกบ้านปิดประตูเงียบกริบ

แม้แต่ยายเฒ่าเจี่ยที่ชอบเอาเปรียบชาวบ้านที่สุด ยังขดตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง

ผู้อำนวยการหวังตายโหงกลางถนน

ชาจูขาหักจนพิการ

สองเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเวลาห่างกันไม่ถึงชั่วโมง และทั้งสองเรื่องล้วนเกี่ยวพันกับหลินเฟิงผู้ "ฟื้นคืนชีพ"

แม้ตำรวจจะสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุ และทุกคนก็เห็นกับตาว่าเป็นอุบัติเหตุ...

...แต่ความหนาวเหน็บที่แล่นขึ้นมาจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณนั้น กลับไม่ยอมจางหายไป

หลินเฟิง... ดูลึกลับและน่าสะพรึงกลัวเกินไป

ภายในห้องปีกตะวันออก

หลินเฟิงใช้เศษถ่านก้อนสุดท้ายจุดเตาผิง

ร่างกายเริ่มอุ่นขึ้นบ้าง แต่ความหิวโหยยังคงรุนแรง เขาค้นทั่วห้อง เจอเพียงหมั่นโถวข้าวโพดขึ้นราครึ่งก้อนตกอยู่ข้างรูหนู

"นี่สินะที่เรียกว่า 'เพื่อนบ้านช่วยเหลือเกื้อกูล'"

หลินเฟิงแสยะยิ้ม โยนหมั่นโถวนั้นเข้ากองไฟ

เขาไม่จำเป็นต้องกินของพรรค์นั้น

เขากำลังรอ... บรรณาการจากผู้แพ้สงคราม

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูดังขึ้น

เบาหวิวและลังเล เผยให้เห็นความหวาดกลัวของผู้เคาะอย่างชัดเจน

"เข้ามา"

หลินเฟิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ขาหัก ในมือหมุนเล่นเศษกระเบื้องเปื้อนเลือดชิ้นนั้น

ประตูถูกผลักแง้มออก

คนที่เข้ามาคือป้าใหญ่

ใบหน้าที่เคยดูใจดีของนางตอนนี้ซีดเผือด ในมือประคองชามใบใหญ่ที่มีหมั่นโถวแป้งขาวสองลูกกับเนื้อรมควันมันย่องอีกหลายชิ้น

"หลิน... หลินเฟิง"

เสียงของป้าใหญ่สั่นเครือ นางไม่กล้าสบตาหลินเฟิงแม้แต่น้อย "ลุงใหญ่เขาให้ป้าเอามาให้... เขาบอกว่า... เห็นหลานร่างกายไม่ค่อยดี เลยอยากให้บำรุงหน่อย"

หลินเฟิงไม่ขยับตัว

เขาเพียงแค่นั่งมองป้าใหญ่อย่างเงียบงัน

【เป้าหมาย : ป้าใหญ่ (ภรรยาอี้จงไห่)】

【สภาวะทางจิต : หวาดกลัวสุดขีด, รู้สึกผิด (สัดส่วน ๑๐%)】

【จุดประสงค์ : หยั่งเชิง, ประนีประนอม】

อี้จงไห่สมกับเป็นจิ้งจอกเฒ่า

ทันทีที่ชาจูถูกส่งโรงพยาบาล เขาก็รู้ทันทีว่าสถานการณ์ไม่ปกติ

เขากลัว

กลัวว่าหลินเฟิงจะรู้อะไรเข้าจริงๆ หรือกลัวว่า "ความซวย" ของหลินเฟิงจะลามมาติดเขาที่เป็นคนไม่มีลูกสืบสกุล

ดังนั้น อาหารมื้อนี้คือเงินค่าไถ่ชีวิต และค่าปิดปาก

"ลุงใหญ่มีน้ำใจเกินไปแล้วครับ"

หลินเฟิงรับชามมา กลิ่นหอมทำเอากระเพาะเขากระตุก แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉย "ว่าแต่... ของของบ้านผมล่ะครับ?"

ร่างของป้าใหญ่แข็งทื่อ

"ข... ของอะไรเหรอ?"

"จักรเย็บผ้า วิทยุ แล้วก็นาฬิกาข้อมือยี่ห้อเซี่ยงไฮ้ที่พ่อแม่ผมทิ้งไว้ให้"

ทุกรายการที่หลินเฟิงเอ่ยออกมา หน้าของป้าใหญ่ยิ่งซีดลงเรื่อยๆ

ของพวกนี้ไปอยู่ที่บ้านอี้จงไห่กับบ้านเจี่ยหมดแล้ว

ที่พวกเขาแบ่งสมบัติกัน เพราะคิดว่าหลินเฟิงตายแน่ๆ

"อยู่จ้ะ! อยู่ครบเลย!"

ป้าใหญ่รีบพยักหน้า รัวคำพูดเพราะกลัวจะช้าไปแม้แต่วินาทีเดียว "ลุงใหญ่เขา... เขากลัวขโมยขึ้น เลยเก็บรักษาไว้ให้! ป้าจะรีบไปเอามาให้เดี๋ยวนี้แหละ!"

ป้าใหญ่แทบจะวิ่งหนีออกจากห้อง

ไม่ถึงห้านาที

ฉินหวายหรู ภรรยาของเจี่ยตงซวี่ (ที่ยังไม่ตายแต่เป็นอัมพาตติดเตียงเพราะอุบัติเหตุงาน) ก็ช่วยป้าใหญ่ขนของหอบใหญ่หอบเล็กกลับมาคืน

ฉินหวายหรูที่ท้องแก่ใกล้คลอด มองหลินเฟิงด้วยสายตาที่ซับซ้อนยิ่งนัก

มีทั้งความกลัว การประจบสอพลอ และแฝงแววยั่วยวนอย่างน่าประหลาด

นางเป็นผู้หญิงฉลาด

นางมองออกว่าท้องฟ้าเหนือเรือนสี่ประสานแห่งนี้กำลังจะเปลี่ยนสี

ชาจูหมดสภาพ อี้จงไห่หวาดผวา

หลินเฟิงคนที่เคยถูกพวกเขาเหยียบย่ำ ตอนนี้กลายเป็นหมาป่ากินคนไปเสียแล้ว

"น้องหลินเฟิง... เรื่องก่อนหน้านี้เข้าใจผิดกันนะ..."

ฉินหวายหรูวางวิทยุที่ถูกเช็ดจนเงาวับลงบนโต๊ะ น้ำเสียงอ่อนหวานหยดย้อย "วันหน้าถ้ามีเสื้อผ้าต้องซัก ให้พี่สาวช่วยจัดการให้ได้นะจ๊ะ"

หลินเฟิงไม่แม้แต่จะปรายตามอง

เขาไม่มีความสนใจในตัวผู้หญิงที่เอาชีวิตรอดด้วยการสูบเลือดสูบเนื้อคนอื่น

"วางไว้ แล้วไสหัวไป"

สั้นๆ ห้วนๆ ไร้เยื่อใย

รอยยิ้มของฉินหวายหรูค้างอยู่บนใบหน้า ความอับอายและความโกรธฉายวาบในแววตา แต่ส่วนใหญ่คือความหวาดหวั่น

นางไม่กล้าพูดอะไรอีก รีบลากป้าใหญ่ที่ยังตัวสั่นงันงกออกไปทันที

เมื่อมองดูข้าวของที่ทวงคืนมาได้เต็มห้อง หลินเฟิงกลับไม่รู้สึกถึงความสำเร็จใดๆ

นี่ก็แค่การเอาของที่เป็นของเขาคืนมาเท่านั้น

เขาหยิบเนื้อรมควันขึ้นมากัดคำหนึ่ง

เติมพลังงาน

สมองเริ่มประมวลผลด้วยความเร็วสูง

"ขั้นที่หนึ่ง : เอาชีวิตรอด... สำเร็จ"

"ขั้นที่สอง : สร้างบารมี... สำเร็จ"

"ขั้นที่สาม..."

หลินเฟิงหยิบรูปถ่ายน้องสาวออกมาจากกระเป๋าเสื้อ

ด้านหลังรูปมีตัวหนังสือเลือนรางเขียนอยู่ไม่กี่ตัว

มันเป็นมุมกระดาษที่เขาฉีกมาจากตัวแก๊งค้ามนุษย์ที่ลักพาตัวน้องสาวเขาไป ก่อนที่เขาจะถูกซ้อมและโยนออกจากเรือน

มีคำแค่สองคำ : 【พิราบ】

ตลาดพิราบ

ตลาดมืดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง

และในเรือนสี่ประสานนี้ มีเพียงคนเดียวที่เข้าออก 'ตลาดพิราบ' เพื่อเก็งกำไรสินค้าเป็นประจำ

สวี่ต้าเม่า

หลินเฟิงเบนสายตาออกไปนอกหน้าต่าง มองไปยังเรือนหลัง

วันนี้สวี่ต้าเม่าออกไปฉายหนังที่ชนบท เลยรอดพ้นหายนะครั้งนี้ไปได้อย่างหวุดหวิด

แต่อีกเดี๋ยวเขาก็คงกลับมา

"ในเมื่อคนทั้งเรือนเจออุบัติเหตุตายกันโครมๆ แกจะรอดไปได้ยังไง?"

หลินเฟิงกินหมั่นโถวคำสุดท้าย รู้สึกได้ว่าพละกำลังฟื้นคืนมามากโข

เขาลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง

กระดาษบุหน้าต่างมีรูโหว่อยู่ ลมหนาวพัดกรูเกรียวเข้ามา

ผ่านรูนั้น เขาเห็นอี้จงไห่ยืนสูบบุหรี่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอยู่กลางลานเรือน

เขากำลังจ้องมองมาที่ห้องของหลินเฟิง

แสงไฟจากปลายบุหรี่วูบไหวในความมืด

อี้จงไห่กำลังคิดอะไรอยู่?

คิดหาวิธีฆ่าหลินเฟิง? หรือหาวิธีปิดข่าวเรื่องชาจู?

สิ่งที่เขาไม่รู้คือ ในขณะนี้ เหนือหัวของเขาขึ้นไป กิ่งไม้แห้งตายของต้นหวายแก่กำลังโอนเอนตามแรงลมหนาว

【เป้าหมาย : อี้จงไห่】

【ระยะห่าง : ๒๐ เมตร】

【วิเคราะห์สภาพแวดล้อม : ความเร็วลมเพิ่มขึ้นเป็นระดับ ๕, กิ่งต้นหวายแก่เสื่อมสภาพ ๙๐%】

【กำลังสร้างแบบจำลองอุบัติเหตุ...】

หลินเฟิงหรี่ตาลง

ถ้าเขาต้องการ เขาสามารถทำให้หัวของอี้จงไห่แบะออกได้เดี๋ยวนี้เลย

แต่เขายั้งมือไว้

การทำให้คนตายนั้นง่ายเกินไป

สิ่งที่ยากคือการทำให้พวกมันต้องใช้ชีวิตอยู่กับความหวาดกลัว เฝ้ามองดูทุกสิ่งที่คำนวณวางแผนมาอย่างดีพังทลายลง และเดินหน้าเข้าสู่ความพินาศทีละก้าวด้วยความสิ้นหวัง

นั่นคือบทลงโทษที่โหดร้ายยิ่งกว่าความตาย

"ฝากหัวสุนัขของแกไว้ก่อนเถอะ"

หลินเฟิงละสายตากลับมา

ภารกิจหลักตอนนี้คือ งัดเบาะแสเรื่อง "พิราบ" ออกมาจากปากสวี่ต้าเม่า

ส่วนอี้จงไห่... หลินเฟิงเหลือบมองวิทยุบนโต๊ะ

เขาแกะขดลวดทองแดงออกมาจากวิทยุ แล้วค้นเจอแม่เหล็กก้อนหนึ่งในลิ้นชัก

"ในเมื่อพวกแกชอบวางแผนซ้อนแผน ฉันก็จะเล่นเกมใหญ่กับพวกแกสักตา"

คืนนั้น ไม่มีใครในเรือนสี่ประสานข่มตานอนหลับได้

ทุกคนสัมผัสได้ว่า ในห้องปีกตะวันออกที่มืดมิดนั้น มีดวงตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องพวกเขาอยู่

ดวงตาของยมทูต

และนี่เป็นเพียงคืนแรก

ความสยองขวัญที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น

หลินเฟิงทิ้งตัวลงนอนบนเตียงแล้วหลับตา

ในห้วงความคิด เครือข่ายแห่งกรรมอันมหึมากำลังแผ่ขยายออกไปไม่หยุดยั้ง ครอบคลุมทั่วทั้งเรือนสี่ประสาน ลามไปจนถึงทั้งถนน

ในยุคที่ไร้กล้องวงจรปิด ไร้การตรวจดีเอ็นเอ...

...ตราบใดที่เข้าใจความน่าจะเป็นและสันดานมนุษย์...

...เขาก็คือพระเจ้า

ยมทูตที่เดินปะปนอยู่กับมนุษย์ ฆ่าคนโดยไม่หลั่งเลือด

"สวี่ต้าเม่า... เมื่อไหร่จะกลับมานะ?"

หลินเฟิงพึมพำกับตัวเอง มือบิดขดลวดทองแดงนั้นเป็นรูปทรงประหลาด

ดูคล้ายบ่วงแขวนคอ

และก็ดูคล้ายกับ... เครื่องหมายปรัศนี

จบบทที่ บทที่ 3 : ความกลัวคือเชื้อเพลิงชั้นดี

คัดลอกลิงก์แล้ว