เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 82 - หลุมอุกกาบาต

บทที่ 82 - หลุมอุกกาบาต

บทที่ 82 - หลุมอุกกาบาต


"ใครเป็นผู้รับผิดชอบจุดทรัพยากรแห่งนี้?"

ผู้ที่ยืนอยู่ท่ามกลางผู้ฝึกหัดพ่อมดกว่ายี่สิบคนในเหมืองแร่ชืออู คือหนึ่งในสิบยอดฝีมือที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากสถาบันพ่อมดแดนรัตติกาล

ลาฟีก้าวออกมาข้างหน้า "ฉันเอง ลาฟี จากสถาบันพ่อมดหอคอยทมิฬ"

ผู้ฝึกหัดจากแดนรัตติกาลมองลาฟีแวบหนึ่ง ความรู้สึกตื่นตะลึงในความงามพุ่งเข้าใส่เขาอย่างจัง ในสายตาเขาลาฟีราวกับราชินีผู้เย่อหยิ่งและเอาแต่ใจที่นั่งอยู่บนบัลลังก์สูงส่ง

ในเวลานี้ "ผิวหนังแห้งเหี่ยว" ของลาฟีได้รับการรักษาจนหายสนิทหลังจากผ่านไปหลายปี กลับมางดงามเจิดจรัสสมฉายาราชินีผู้เย่อหยิ่งอีกครั้ง พร้อมกันนั้น หลังจากผ่านการขัดเกลามาหลายปี นิสัยของเธอก็เริ่มสุขุมขึ้นเล็กน้อย

ยอดฝีมือจากแดนรัตติกาลกางแผนที่ออกมา พูดเสียงขรึม "ภายในห้าวัน เธอต้องพาคนไปสมทบที่จุดทรัพยากรตรงจุดนี้ ส่วนที่นี่ทิ้งกำลังป้องกันไว้แค่ไม่กี่คนก็พอ"

"จุดทรัพยากรศูนย์กลาง?" ลาฟีตกใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามเสียงเครียด "พวกพันธมิตรยี่สิบหยดโลหิตตกค้างอะไรนั่น แข็งแกร่งจนถึงขั้นจะตัดสินแพ้ชนะกับพวกเราได้แล้วเหรอ? จำได้ว่าเมื่อไม่กี่ปีก่อน ผู้ฝึกหัดทางฝั่งนั้นยังโง่เง่ากันอยู่เลย"

"ฮึ! ต่อให้โง่แค่ไหน หลังจากผ่านการฆ่าฟันมาหลายปีก็ต้องมีพัฒนากันทั้งนั้นแหละ ส่วนพวกที่อ่อนแอก็ถูกพวกเราคัดทิ้งไปเกือบหมดแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะความน่ากลัวของพวกผู้พิทักษ์ เขต 19 คงโดนพวกเราไล่ล่าไปทั่ว จนไม่เหลือจุดทรัพยากรไปนานแล้ว และสงครามนี้ก็คงไม่ยื้อเยื้อมาจนถึงตอนนี้" ผู้ฝึกหัดแดนรัตติกาลพูดอย่างดูแคลน

ลาฟีครุ่นคิด "โอ้? งั้นหมายความว่า เขต 12 เตรียมจะบุกโจมตีครั้งใหญ่แล้ว?"

"เปล่า ไม่ใช่พวกเราเตรียมบุกใหญ่ แต่เป็นฝั่งนั้นต่างหากที่เตรียมบุกใหญ่ พวกเรายึดครองจุดทรัพยากรไปร้อยแปดสิบแห่ง พอดีกับโควตาสถาบันละสามสิบแห่ง ถือว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว ไม่จำเป็นต้องเสียสละผู้ฝึกหัดจำนวนมากไปโจมตีจุดทรัพยากรยี่สิบแห่งนั้นอีก ส่วนสาเหตุที่ฝั่งนั้นบุกใหญ่ ตามรายงานจากสายลับ น่าจะเป็นการทุ่มสุดตัวครั้งสุดท้าย เพราะผู้ฝึกหัดฝั่งนั้นก็ไม่อยากแพ้สงครามเหมือนกัน..."

ทุกคนในเหมืองแร่ชืออูตกใจ

ดูเหมือนว่าพันธมิตรยี่สิบหยดโลหิตตกค้าง จะทำการรวมกลุ่มภายในจนเสร็จสมบูรณ์ กลายเป็นกลุ่มก้อนมหึมาที่สามารถต่อกรกับผู้ฝึกหัดเขต 12 ได้แล้ว

ในแง่นี้ ระบบการรวมพลของฝ่ายผู้ฝึกหัดเขต 12 ก็มีข้อบกพร่องใหญ่หลวงเช่นกัน ด้วยความที่ไม่มีผู้นำที่แท้จริง ทำให้พลาดโอกาสที่จะบดขยี้ผู้ฝึกหัดเขต 19 ให้ย่อยยับไปก่อนหน้านี้ ปล่อยให้พวกเขาก่อตั้งพันธมิตรยี่สิบหยดโลหิตตกค้างขึ้นมาได้

......

แซก แซก แซก...

ลาฟีพาทีมของเธอห้าคนและผู้ฝึกหัดที่กระจัดกระจายจากอีกสามสถาบันรวมแปดเก้าคน วิ่งไปบนทะเลทรายอันเวิ้งว้าง ทรายนุ่มๆ ถูกเหยียบจนเกิดเสียง "แซกๆ" กลายเป็นท่วงทำนองเดียวในทะเลทรายที่ไร้ผู้คนผืนนี้

"หยุด!"

ทันใดนั้น ลาฟียกมือขึ้นส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุด ทุกคนมองลาฟีอย่างไม่เข้าใจ แล้วมองตามสายตาของลาฟีขึ้นไปบนท้องฟ้า

บนท้องฟ้าที่สูงลิบ มีจุดดำเล็กๆ ซึ่งเป็นร่างของสัตว์ปีกบินวนอยู่ เพราะมันอยู่ไกลเกินไปจึงไม่มีใครสังเกตเห็น มีเพียงลาฟีที่มีนัยน์ตาอินทรีเท่านั้นที่สังเกตเห็น

"นกตัวนั้นผิดปกติ มันตามพวกเรามาเกือบหนึ่งนาฬิกาทรายแล้ว ฉันสงสัยว่าพวกเราถูกผู้ฝึกหัดเขต 19 จับตาดูอยู่ เส้นทางแถวนี้ไม่มีจุดทรัพยากรของเขต 12 เลย เป็นจุดที่เหมาะมากที่พวกเขต 19 จะมาดักซุ่มโจมตี" ลาฟีพูดช้าๆ

ผู้ฝึกหัดจากสถาบันนาฬิกาทรายกาลเวลาตกใจ "ไม่จริงน่า? ผู้ฝึกหัดเขต 19 รู้จักดักซุ่มโจมตีแล้วเหรอ?"

โรบินขี่อยู่บนหลังหมูป่าขนเหล็ก ดื่มน้ำจากถุงน้ำที่เอว แล้วเทให้เจ้าหมูป่ากินบ้าง พูดแทรกขึ้นมา "ก็บอกแล้วไง ว่าจะใช้สายตาเมื่อไม่กี่ปีก่อนมามองพวกเขต 19 ไม่ได้แล้ว ฝั่งนั้นก็เป็นผู้ฝึกหัดมนุษย์นะ ไม่ใช่สัตว์ป่า ที่ก่อนหน้านี้ดูโง่ก็เพราะระบบของสถาบันเท่านั้นเอง"

ยอร์คริสถาม "ลูกพี่ลาฟี แล้วเราจะทำยังไงดี?"

ลาฟีคิดครู่หนึ่งแล้วสั่ง "พวกนายเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ ก่อน แต่ระวังอย่าเดินเข้าไปในกับดักของฝ่ายตรงข้ามเด็ดขาด ฉันจะไปฆ่านกน่ารำคาญตัวนั้นก่อน แล้วจะรีบตามไป อ้อ บินแฮนสัน นายรีบไปขอกำลังเสริมจากจุดทรัพยากรใกล้เคียง ด้วยความเร็วสูงสุดของนาย สามนาฬิกาทรายน่าจะพาคนมาช่วยทัน"

บินแฮนสันหยิบแผนที่ออกมาดูแล้วทำหน้าลำบากใจ "สามนาฬิกาทรายเหรอ ฉันจะพยายาม! เมียจ๋า ติดต่อผ่านลูกแก้วเอาไว้ตลอดด้วยนะ..." พูดจบบินแฮนสันก็ค่อยๆ หายลับไปในระยะไกล

ปีกใบไม้สีเขียวขนาดยักษ์คู่หนึ่งกางออกที่ด้านหลังลาฟี เธอหยิบคันธนูออกมา ร่างกายเหยียดตรง "ฟึ่บ" พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า มุ่งหน้าไปทางนกที่บินสะกดรอยตามอยู่ไกลๆ นกตัวนั้นดูเหมือนจะรู้ตัวว่าถูกจับได้แล้ว จึงรีบบินหนีไปในทิศตรงข้าม

จุดดำสองจุดหายลับไปที่ขอบฟ้าอย่างรวดเร็ว

ทางด้านขบวนเดินทางบนพื้น ผู้ฝึกหัดจากสถาบันปราสาทงาช้างคนหนึ่งหยิบไม้กายสิทธิ์ขนาดเล็กออกมา โยนขึ้นไปบนฟ้าอย่างลวกๆ แล้วปล่อยให้ตกลงพื้น พูดเสียงต่ำ "เอาเป็นว่าพวกเราเดินไปตามทิศที่หัวไม้กายสิทธิ์ชี้ก็แล้วกัน ทิศทางคงไม่เพี้ยนมาก เราจะเดินแบบสุ่มทิศทางทุกๆ หนึ่งในสิบนาฬิกาทราย ดูซิว่าฝ่ายตรงข้ามจะดักซุ่มเรายังไง!"

ส่วนกริมม์ก็กำลังจมดิ่งอยู่กับการวิจัยการดับสูญที่เกิดจากการถักทอของน้ำและไฟ

ตอนนี้กริมม์รู้สึกทึ่งกับความรู้ธาตุอันซับซ้อนนี้อย่างมาก

ที่แท้ สิ่งที่เรียกว่าเวทมนตร์ระเบิดเพลิง คือการใช้คุณสมบัติการดับสูญของน้ำและไฟ ซึ่งเป็นเพียงการประยุกต์ใช้ในระดับต่ำสุดเท่านั้น เพราะแบบนั้นมันจึงถูกเรียกว่าเวทมนตร์ระเบิดเพลิง ไม่ได้เรียกว่าเวทมนตร์ดับสูญอะไรสักอย่าง พูดง่ายๆ ก็คือ เวทมนตร์ระเบิดเพลิงนี้อาศัยการแทรกเวทมนตร์ธาตุน้ำที่มีความเสถียรมากกว่าลงไปในเวทมนตร์ธาตุไฟที่มีความเสถียรเบาบางกว่าหนึ่งระดับ แล้วใช้แรงผสมจากการระเบิดฉับพลันระหว่างความต่างของธาตุเพื่อให้เกิดพลังแห่งการดับสูญขึ้นมาเพียงเล็กน้อย

วิธีการใช้พลังงานที่หยาบโลนแบบนี้ คล้ายกับตอนที่พ่อมดสาวเลียนอีจุดระเบิดหินเวทมนตร์ตรงๆ ในคาบแรกที่พวกเขาเริ่มเรียนที่สถาบัน ซึ่งถือเป็นวิธีการที่ดูถูกพ่อมดที่ขึ้นชื่อเรื่องการควบคุมคานงัดพลังงานอย่างละเอียดอ่อนมาก

แต่ทว่า การใช้พลังแห่งการดับสูญที่เรียบง่ายและหลาบโลนแบบนี้ กลับเป็นขีดสุดของการวิจัยพลังแห่งการดับสูญของพ่อมดในยุคโบราณแล้ว ซึ่งเหตุผลก็เป็นเพราะคุณสมบัติพิเศษของพลังแห่งการดับสูญ ทำให้พ่อมดในยุคโบราณไม่สามารถรวบรวมหรือศึกษามันได้ด้วยวิธีการทางฟิสิกส์หรือพลังงานใดๆ ดังนั้นจึงไม่ต้องพูดถึงการใช้งานในระดับที่ลึกซึ้งมากกว่านี้เลย

แม้จะเป็นการใช้พลังแห่งการดับสูญที่เรียบง่ายแบบนี้ แต่พลังในการงัดกฎเกณฑ์ของมัน มีค่ามากถึงสามสิบเท่าเป็นอย่างน้อย! และยิ่งถ้าพ่อมดสามารถสร้างสภาวะแวดล้อมของธาตุน้ำและไฟที่เสถียรยิ่งขึ้นได้ พลังแห่งการดับสูญที่เกิดขึ้นในพริบตาเดียวก็จะยิ่งทวีคูณพลังคานงัดกฎเกณฑ์ได้มากขึ้นไปอีก แถมยังมีศักยภาพในการพัฒนาที่สูงมาก...

กริมม์รู้สึกโชคดีเหลือเกินที่ได้รับอักขระหายากธาตุไฟอมตะมา

เพราะในอักขระนี้ มีคุณสมบัติความเสถียรของธาตุไฟแฝงอยู่! ซึ่งนั้นไม่ต่างจากการมอบรากฐานที่สมบูรณ์แบบให้กริมม์ในการวิจัยเวทมนตร์ระเบิดเพลิงเลย

กริมม์จมอยู่ในความปิติยินดีทางจิตวิญญาณ ใบหน้าถูกซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากสีซีด ก้มหน้าเดินตามขบวนไปเรื่อยๆ ราวกับหุ่นยนต์ หลายปีมานี้ กริมม์มักจะอยู่ในสภาพนี้เสมอ ทำให้ภายในทีม นอกจากพวกลาฟีไม่กี่คนที่สนิทกันแล้ว ผู้ฝึกหัดคนอื่นๆ ไม่เคยมีใครคุยกับกริมม์เลย พวกเขารู้แค่ว่าหมอนี่ใส่หน้ากากสีขาวและเป็นแฟนของลาฟีเท่านั้น จึงไม่ได้สนใจอะไรมากนัก

ผ่านไปเกือบครึ่งนาฬิกาทราย ลาฟีที่ดูเหนื่อยล้าก็ร่อนลงมาจากท้องฟ้า พูดเสียงขรึม "นกอินทรีตัวนั้นหนีไปได้"

แซก แซก แซก...

หลังจากวิ่งมานานถึงสามนาฬิกาทรายครึ่ง ทุกคนที่มองเห็นกำลังเสริมที่บินแฮนสันพามาแต่ไกล ก็รู้สึกโล่งใจ ท้ายที่สุดพันธมิตรยี่สิบหยดโลหิตตกค้างนี้ ก็ไม่ใช่ผู้ฝึกหัดเขต 19 เมื่อหลายปีก่อนอีกแล้ว แม้จะยังไม่ได้เผชิญหน้ากัน แต่ทุกคนก็เริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่าง

หลังจากขอบคุณและพูดคุยกัน ลาฟีก็นำทุกคนวิ่งไปยังจุดรวมพลศูนย์กลางของสงคราม

หนึ่งวันต่อมา

"ข้ามเทือกเขาเตี้ยๆ นี้ไป เราก็จะถึงหุบเขาศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ศูนย์กลางของแอ่งกระทะร่องรอยศักดิ์สิทธิ์แล้ว แม้ข้างในจะมีจุดทรัพยากรแค่สิบห้าแห่ง แต่ปริมาณทรัพยากรกลับกินสัดส่วนถึงครึ่งหนึ่งของแอ่งกระทะทั้งหมด! แน่นอนว่าสงครามครั้งนี้เราไม่ได้วัดกันที่ปริมาณทรัพยากร" ลาฟีพูดปลุกใจทุกคนที่ดูเหนื่อยล้า

สองนาฬิกาทรายต่อมา ทุกคนที่ยืนอยู่บนยอดเทือกเขาเตี้ยๆ ต่างนั่งพักผ่อน กินเสบียงแห้งเตรียมตัวลงเขา ทว่าในตอนนั้นเอง เมื่อทุกคนมองไปที่อีกด้านของภูเขา พวกเขาก็ต้องตกตะลึง

ด้านนอกของภูเขาที่พวกเขาเดินขึ้นมา เป็นเพียงเนินเขาธรรมดาๆ ที่ไม่มีอะไรโดดเด่น สูงจากพื้นราบด้านนอกประมาณสี่ห้าร้อยเมตร แต่ฝั่งด้านในที่ลาดลงไปถึงก้นหุบเขาที่พวกเขากำลังจะเดินลงไป กลับมีความลึกมากกว่าพันเมตร! ลาดเอียงประมาณสี่สิบห้าองศา พื้นผิวลาดเขานั้นเรียบเนียนคล้ายกับแผ่นกระจก ไม่มีพืชพรรณหรือหินนูนออกมาเลย เป็นแผ่นเรียบลากยาวลงไปจนถึงก้นหุบเขา...

เทือกเขาเตี้ยๆ นี้โอบล้อมเป็นวงกลม มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณสิบกว่ากิโลเมตร ก่อตัวเป็นโครงสร้างวงแหวนขนาดใหญ่ซ้อนวงแหวนเล็กคู่กับเทือกเขาต้าฉีเผิงที่อยู่ไกลลิบ ทิ้งรอยแผลที่ไม่มีวันลบเลือนไว้บนทวีปพ่อมดอันกว้างใหญ่ไพศาล

กริมม์ใจเต้นแรง นี่มันเทือกเขาที่ไหนกัน นี่มันหลุมอุกกาบาตขนาดยักษ์ชัดๆ!

นี่คือพื้นที่ศูนย์กลางจุดที่พ่อมดตราศักดิ์สิทธิ์ในยุคโบราณร่วงหล่นลงมางั้นเหรอ?

(Salty : สำหรับคนที่นึกไม่ออกนะครับ ลักษณะของพื้นที่คือ หลุมอุกกาบาตรัศมี 10 กิโลเมตรที่ถูกล้อมด้วยแนวเทือกเขาเป็นวงกลมอีกที พื้นที่ศูนย์กลางที่พวกกริมม์กำลังจะไป คือจุดกึ่งกลางหลุมตรงที่ร่างของพ่อมดตราศักดิ์สิทธิ์หล่นไปชนกับพื้น :D)

การร่วงหล่นของพ่อมดตราศักดิ์สิทธิ์เพียงคนเดียว ถึงกับทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาจนกลายเป็นแอ่งกระทะร่องรอยศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ และพื้นที่ศูนย์กลางก็คือจุดรวมทรัพยากรเทือกเขาชั้นใน หรือหุบเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้นี่เอง

ช่างน่าตื่นตะลึง กริมม์เริ่มมีภาพร่างคร่าวๆ ของพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ระดับนั้นแล้ว แน่นอนว่า พ่อมดตราศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถสร้างผลกระทบได้ขนาดนี้ กริมม์คาดว่าน่าจะเป็นพ่อมดตราศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงสุด...

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 82 - หลุมอุกกาบาต

คัดลอกลิงก์แล้ว