- หน้าแรก
- ใครว่าป้ายเกรดต่ำ จะสำรวจดินแดนลึกลับไม่ได้
- บทที่ 8: ธุรกิจโอสถและการถอย "ศาสตราตกปลา"
บทที่ 8: ธุรกิจโอสถและการถอย "ศาสตราตกปลา"
บทที่ 8: ธุรกิจโอสถและการถอย "ศาสตราตกปลา"
"ที่แท้ก็สหายเต๋า... ปี้สือซาน" หนิงเกอพลันรู้สึกว่าชื่อของตนนี่ช่างวิจิตรบรรจงผ่านการกลั่นกรองจากบิดามารดามาอย่างดี ส่วนสหายเต๋าตรงหน้านี้... น่าจะเป็นอุบัติเหตุทางวิถีเซียนกระมัง
ปี้สือซาน (สิบสาม)... จะเรียกสหายเต๋าปี้ หรือสหายเต๋าสิบสาม ก็ฟังดูทะแม่งๆ ชอบกล
ตอนเอ่ยชื่อ หนิงเกอแทบจะหลุดขำพรืดออกมา
"สหายเต๋าหนิงเกอ ที่นี่มียาบำเพ็ญเพียรขายจริงๆ หรือ?"
ปี้สือซานเอ่ยถามย้ำเพื่อความแน่ใจ หากเป็นจริง เขาจะได้ไม่ต้องถ่อสังขารไปถึงตลาดฟางซื่อ ประหยัดค่าเข้าได้อีกหนึ่งหินวิญญาณ... เก็บเล็กผสมน้อยก็เป็นเงินเป็นทองทั้งนั้น
เมื่อก่อนเขาต้องเทียวไปเทียวมาตลาดฟางซื่ออยู่เนืองๆ เพื่อเอาปลาไปขาย แล้วก็ซื้อเสบียงกรังกับยาบำเพ็ญเพียรกลับมา แม้จะติดคอขวด แต่การฝึกฝนก็ไม่อาจละเลยได้
ถ้าหาซื้อได้จากที่นี่เลย ย่อมประเสริฐที่สุด
"แน่นอน ขอแค่ท่านเอ่ยชื่อยาในระดับขอบเขตกลั่นลมปราณมา ข้ามีหมด"
หนิงเกอไม่ได้โม้ เพราะเขาสามารถหาสินค้าทุกอย่างได้จากห้างสรรพสินค้าเจ้าดินแดนจริงๆ
เขาตรวจสอบมาแล้ว ยาสำคัญๆ บางตัวที่ช่วยเพิ่มระดับพลังโดยตรงมักจะมีการจำกัดจำนวนซื้อ ยาพวกนี้ไร้ผลข้างเคียง ไร้พิษตกค้าง ซึ่งชัดเจนว่าเตรียมไว้ให้เหล่าเจ้าดินแดนโดยเฉพาะ
แต่สำหรับยาพื้นฐานทั่วไปที่หาได้ดาษดื่นในโลกบำเพ็ญเพียร กลับไม่มีการจำกัดจำนวนการซื้อ
ยาพวกนี้ไม่ใช่เจ้าดินแดนเป็นคนปรุงเอง แต่เป็นการนำเข้ามาจากโลกที่พวกเขาอาศัยอยู่
คิดดูแล้ว เจ้าดินแดนหลายคนก็เป็นแค่ "พ่อค้าคนกลาง" หน้าเลือด นั่งนับเงินเพลินๆ แต่ปากกลับบอกเจ้าดินแดนหน้าใหม่ว่าอย่าทำตาม... ช่างน่ารังเกียจจริงๆ!
ราคาสินค้าในแต่ละโลกย่อมแตกต่างกัน ย่อมมีช่องโหว่ให้ทำกำไรจากส่วนต่างราคาได้เสมอ ขึ้นอยู่กับว่าจะหาเจอหรือไม่
หนิงเกอไม่มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อยที่จะเป็นพ่อค้าคนกลาง แน่นอนว่าพูดง่ายแต่ทำยาก ถ้ายาตัวไหนไม่ทำกำไร เขาก็ไม่คิดจะขายให้ขาดทุน
"มียาทะลวงด่านระดับหนึ่งขั้นต่ำไหม?" ปี้สือซานติดแหง็กอยู่ที่จุดสูงสุดของขั้นสามมานานโข ตอนนี้กำลังเก็บหอมรอมริบกะว่าจะซื้อยาทะลวงด่านเพื่อก้าวข้ามไปสู่ขั้นสี่ ซึ่งเป็นช่วงกลางของขอบเขตกลั่นลมปราณ
ทว่าราคายาทะลวงด่านนั้นแพงหูฉี่ อย่างต่ำก็ปาเข้าไปแปดร้อยหินวิญญาณ แถมเม็ดเดียวยังไม่รับประกันผล ด้วยรากวิญญาณอย่างเขา ถ้าโชคดีก็คงผ่าน แต่ถ้าโชคร้ายอาจต้องใช้หลายเม็ด
หนิงเกอค้นหาราคายาทะลวงด่านตัวอื่นที่ไม่ใช่ของเจ้าดินแดนเซียนโอสถ พบว่าราคาอยู่ที่ประมาณเจ็ดร้อยถึงเก้าร้อยหินวิญญาณ ถูกที่สุดคือคุณภาพทั่วไปราคาเจ็ดร้อยยี่สิบหินวิญญาณ ถ้าคุณภาพสูงขึ้นราคาก็ขยับตาม
"มีสิ ท่านอยากได้สักเม็ดไหม?"
"ราคาเท่าไหร่?" ปี้สือซานถามไปอย่างนั้นเอง ตอนนี้เขาไม่มีปัญญาจ่ายหรอก แต่อยากรู้ราคาที่นายน้อยคนนี้จะเสนอ
ถ้าแพงเกินไป เขาคงต้องกัดฟันไปซื้อที่ตลาดฟางซื่อเมื่อเก็บเงินครบ
แต่ด้วยตบะเพียงแค่นี้ การพกเงินแปดร้อยหินวิญญาณเดินเข้าตลาดฟางซื่อเพื่อซื้อยา ก็เสี่ยงต่อการตกเป็นเป้าของพวกมิจฉาชีพ
ในตลาดฟางซื่อ มักจะมีพวกเหลือบไรคอยดักซุ่มอยู่แถวหน้าร้านขายยาเสมอ
"แล้วที่ตลาดฟางซื่อแถวนี้ขายกันเท่าไหร่ล่ะ?" หนิงเกอไม่ตอบ แต่ย้อนถามกลับ
แทนที่จะตั้งราคามั่วๆ สู้ถามราคาตลาดก่อนดีกว่า ปี้สือซานคงไม่โกหกเรื่องพรรค์นี้หรอก หรือต่อให้โกหก ก็แค่ไม่ขาย จบ
"เม็ดละแปดร้อย นั่นคือราคาเมื่อครึ่งปีก่อนนะ ตอนนี้ไม่รู้ขยับไปเท่าไหร่แล้ว"
หนิงเกอพยักหน้ารับรู้ราคานั้น หักลบกลบหนี้แล้วได้กำไรราวแปดสิบหินวิญญาณ ถือว่าไม่เลว เขาไม่คิดจะโก่งราคา เพราะไม่ใช่เจ้าเดียวในตลาด ขืนบวกเพิ่มมากไป ลูกค้าคงหนีหมด
"ข้าก็ขายแปดร้อยหินวิญญาณเท่ากัน ท่านจะรับเลยไหม?"
"ไม่ๆๆ ข้ายังเก็บเงินไม่ครบ ไว้คราวหน้าค่อยคุยกัน"
ใจจริงปี้สือซานอยากได้จนตัวสั่น แต่อติดที่กระเป๋าแบนแฟนทิ้งนี่สิ
"ได้ ไว้เงินครบเมื่อไหร่ค่อยมาหาข้า" หนิงเกอไม่ได้คาดหวังว่าหมอนี่จะควักเงินแปดร้อยหินวิญญาณออกมาได้เดี๋ยวนั้น ถ้ามีเงินขนาดนั้นจะมานั่งตากแดดตกปลาทำไม?
เทียบให้เห็นภาพ สมัยเขาเป็นเกษตรกรวิญญาณบนดาวเหยียนหวง ทำงานหลังขดหลังแข็งทั้งปี ยังเก็บได้แค่สี่ร้อยหินวิญญาณ
สถานการณ์ของปี้สือซานคงไม่ต่างจากเขานัก
ไม่ว่าจะโลกไหน ชีวิตชนชั้นล่างในโลกบำเพ็ญเพียรไม่เคยง่ายดาย
การกดขี่ขูดรีดเป็นเรื่องปกติในโลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก
ขนาดบนดาวเหยียนหวง ถ้าไม่มีเส้นสาย ก็ยากจะลืมตาอ้าปาก หากไม่ได้เพื่อนสมัยมัธยมช่วยไว้ หนิงเกอคงเก็บเงินสี่ร้อยหินวิญญาณไม่ได้ภายในหนึ่งปี
และไม่รู้ต้องใช้อีกกี่ปีถึงจะซื้อตราเจ้าดินแดนได้
เลิกคิดดีกว่า ยิ่งคิดยิ่งเหนื่อย
ในระยะสั้น หนิงเกอจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับทรัพยากรระดับสร้างรากฐาน แค่ประคองธุรกิจระดับกลั่นลมปราณให้รอดก็เก่งแล้ว
ก้าวแรกคือต้องยืนหยัดในโลกนี้ให้ได้อย่างมั่นคง ไม่ผลีผลาม ยอมรวยช้าหน่อยดีกว่าเอาชีวิตไปทิ้งในสถานการณ์เสี่ยงตาย
เป้าหมายเร่งด่วนคือเก็บเงินซื้อยาจากเจ้าดินแดนเซียนโอสถมาอัปเกรดตัวเอง แค่ยาทะลวงด่านระดับหนึ่งขั้นต่ำเม็ดเดียวก็ปาเข้าไปสามพันหินวิญญาณ แม้จะการันตีผลร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ราคาก็โหดร้ายทารุณ... แพงกว่ายาทั่วไปถึงสี่เท่า
ปี้สือซานคว้าเหยื่อวิญญาณกลับไปนั่งตกปลาต่อแล้ว
เมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินจากไป หนิงเกอก็นำปลาคาร์ปไผ่เขียววางขายในห้างสรรพสินค้าเจ้าดินแดนทันที ตั้งราคาที่ห้าสิบหินวิญญาณระดับต่ำ
พริบตาเดียวก็ขายออก เงินถูกโอนเข้าบัญชีทันที
เขาจัดการโอนหินวิญญาณจากถุงสมบัติเข้าสู่ระบบห้างสรรพสินค้า ตอนนี้ยอดรวมอยู่ที่ 117 หินวิญญาณ ทะลุหลักร้อยไปเรียบร้อย
ยังไม่พอ ตกปลาต่อ!
จนกระทั่งพลบค่ำ ยอดหินวิญญาณของหนิงเกอก็พุ่งทะยานไปกว่าหนึ่งพันห้าร้อยก้อน! ทั้งเขาและปี้สือซานต่างตกปลาได้เป็นกอบเป็นกำ แต่พอปลาตัวใหญ่ขึ้น อัตราการกินเบ็ดก็ช้าลงตามลำดับ
ต้องยอมรับว่าทะเลสาบแห่งนี้มี "ปลามังกร" อาศัยอยู่จริง ปี้สือซานคนเดียวตกปลามังกรระดับหนึ่งขั้นต่ำได้ถึงสามตัว ส่วนหนิงเกอตามมาติดๆ ที่สองตัว
รวมกันสองคน ตกปลาวิญญาณขนาดต่างๆ ได้เกือบร้อยตัว
แน่นอนว่าปี้สือซานเองก็ฟันกำไรไปหลายร้อยหินวิญญาณ
จากความตื่นเต้นในช่วงแรก ทั้งคู่เริ่มเข้าสู่สภาวะ "ด้านชา"
ปลาวิญญาณในทะเลสาบนี้ช่างไร้เดียงสา ทนแรงยั่วยวนของเหยื่อวิญญาณไม่ไหว พาเหรดกันมากินเบ็ดไม่ขาดสาย
แม้การหาเงินวิธีนี้จะฟินสุดๆ แต่หนิงเกอคิดว่าถึงเวลาต้องงัด "ศาสตราตกปลา" ออกมาใช้เสียที
ในห้างสรรพสินค้าเจ้าดินแดน ศาสตราตกปลารุ่น "หยาบ" ที่ถูกที่สุดราคาหนึ่งพันหินวิญญาณระดับต่ำ ตอนนี้เขามีเงินพอจ่ายแล้ว
ศาสตราตกปลาคืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับจับปลาวิญญาณในโลกบำเพ็ญเพียร มันไม่ใช่สมบัติวิเศษเสียทีเดียว แต่เป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและวิชาเซียน
หน้าที่ของมันมีอย่างเดียวคือ "จับปลา" เป็นกรงสี่เหลี่ยมทำจากวัสดุแข็งแกร่งทนทานที่ปลาวิญญาณระดับหนึ่งขั้นต่ำหรือกลางไม่มีทางทำลายได้
จุดเด่นที่สุดคือมันสามารถล่อปลาวิญญาณในรัศมีทำการให้ว่ายเข้ามาในกรงเอง สมกับที่ได้ชื่อว่า "ศาสตราตกปลา"
แถมปลาที่เข้ามาแล้วจะสงบเสงี่ยมเจียมตัว เมื่อกรงเต็มระบบจะหยุดรับปลาเพิ่ม
ศาสตราตกปลารุ่นหยาบมีความจุสูงสุดสิบตัว
แน่นอนว่ามีรุ่นที่สูงกว่านี้ แต่ราคาเกินเอื้อมสำหรับหนิงเกอในตอนนี้
นับตั้งแต่เจ้าสิ่งนี้ถือกำเนิดขึ้น ราคาปลาวิญญาณเคยตกต่ำจนเหลือแค่ไม่กี่หินวิญญาณอยู่ช่วงหนึ่ง น่าเสียดายที่หนิงเกอเกิดไม่ทันยุคนั้น
กว่าราคาจะดีดกลับมา ก็ตอนที่จำนวนปลาวิญญาณเริ่มลดน้อยลงนั่นแหละ
ศาสตราตกปลาใช้งานง่ายมาก แค่โยนลงน้ำ จบ แน่นอนว่าต้องมีตัวควบคุมเพื่อเรียกเก็บ กดปุ่มปุ๊บ มันก็จะบินกลับเข้าฝั่งเอง แต่ฟังก์ชันนี้ต้องใช้หินวิญญาณขับเคลื่อน
ถ้าขี้เกียจเปลืองพลังงาน ก็ใช้เชือกลากเอา... เป็นมิตรต่อผู้ใช้งานสุดๆ
ได้ยินมาว่ารุ่นท็อปๆ นี่ทำงานอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ตกเองเก็บเอง เราแค่นั่งรอรับตังค์
แต่ราคาเริ่มต้นที่หนึ่งหมื่นหินวิญญาณ... หนิงเกอได้แค่มองตาปริบๆ
หลังจากกดซื้อ หนิงเกอก็โยนตูมลงไปในทะเลสาบอย่างไม่ลังเล ต่อไปนี้เขาไม่ต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งตกเองแล้ว แค่นั่งรอกรงดักทำงาน
ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ขนาดนี้ รับรองว่าได้ผลผลิตเป็นกอบเป็นกำแน่
หลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน หนิงเกอเริ่มหิว เขาจึงย่างปลาวิญญาณและเอ่ยชวนปี้สือซานมากินด้วยกัน
ปี้สือซานกลืนน้ำลายเอื้อก ไม่ปฏิเสธคำชวน เห็นหนิงเกอย่างปลาวิญญาณกลิ่นหอมฉุยขนาดนั้น แถมเจ้าภาพก็ชวนอย่างจริงใจ ขืนปฏิเสธคงเสียมารยาท โดยเฉพาะกับนายน้อยแบบนี้... ปากบอกไม่เป็นไร แต่ในใจอาจจดบัญชีหนังหมาไว้ก็ได้ (ล้อเล่นน่า) ประเด็นหลักคือปลามันหอมยั่วน้ำลาย และเขาเบื่อที่จะกิน "ยาอิ่มทิพย์" รสชาติจืดชืดเต็มทน
อันที่จริง หนิงเกอก็ไม่ค่อยได้กินปลาวิญญาณบ่อยนักหรอก มื้อนี้ถือเป็นการฉลองการเป็นเจ้าดินแดน และฉลองยอดขายทะลุเป้ากว่าพันหินวิญญาณตั้งแต่วันแรก
แน่นอนว่าเขาคิดในใจ ไม่ได้ป่าวประกาศออกไป