- หน้าแรก
- พลิกชะตาคุณยายซูเปอร์มาร์เก็ต ร่ำรวยได้ไม่ต้องขายหลาน
- บทที่ 1 ลืมตาตื่นมาก็จะขายหลานสาวเสียแล้ว
บทที่ 1 ลืมตาตื่นมาก็จะขายหลานสาวเสียแล้ว
บทที่ 1 ลืมตาตื่นมาก็จะขายหลานสาวเสียแล้ว
บทที่ 1 ลืมตาตื่นมาก็จะขายหลานสาวเสียแล้ว
'เมิ่งหลาน' เจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตกำลังหลับสนิทอยู่บนเก้าอี้โยกภายในร้าน จู่ๆ เสียงอึกทึกวุ่นวายก็ดังเข้าหู ตามมาด้วยแรงฉุดกระชากที่ต้นแขนอย่างรุนแรง
เมิ่งหลานพยายามฝืนความง่วงงุนลืมตาขึ้น นางต้องการจะดูว่าเกิดอะไรขึ้น หรือนางจะเผลอหลับไปโดยลืมปิดทีวี?
ทว่าภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับเป็นฉากที่ไม่คุ้นเคยโดยสิ้นเชิง
นางพบว่าตนเองนั่งอยู่ในลานบ้าน รายล้อมด้วยกระท่อมมุงจากสภาพผุพัง เบื้องหน้ามีหญิงร่างผอมบาง ผมเผ้าแห้งกรัง ใบหน้าซีดเหลืองอมโรค กำลังเกาะแขนหล่อนร้องไห้น้ำตาอาบแก้ม พลางอ้อนวอนเสียงสั่นเครือ
"ท่านแม่ ไม่ว่าอย่างไรได้โปรดอย่าขาย 'เจาตี้' เลยนะเจ้าคะ"
ยังไม่ทันที่เมิ่งหลานจะตั้งสติได้ หญิงอีกคนที่มีดวงตาเรียวรีก็พุ่งเข้ามา กระชากร่างหญิงผอมแห้งออกห่างจากเมิ่งหลาน
"พี่สะใภ้ ลูกสาวเลี้ยงไปก็ต้องแต่งออกเรือนอยู่ดี รีบหาบ้านดีๆ ให้เจาตี้เสียแต่เนิ่นๆ ถือเป็นเรื่องมงคลนะ" หญิงตาชั้นเดียวจีบปากจีบคอพูดด้วยสีหน้าลำพองใจ ก่อนจะหันไปพล่ามใส่หญิงผอมแห้งต่อ
"ตระกูลหยางน่ะเป็นตระกูลดี เจาตี้ไปอยู่ที่นั่นจะได้เสวยสุขไปชั่วชีวิต ส่วนพี่ก็ควรจะขยันให้มากขึ้น พยายามมีหลานชายให้ตระกูลเหอของเราสักคนเถอะ"
ท่ามกลางเสียงทะเลาะเบาะแว้ง ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเมิ่งหลานก็หลั่งไหลเข้ามาในสมอง
นางได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของหญิงชราตัวร้ายที่มีชื่อเดียวกันในนิยายเสียแล้ว และหลานสาวคนโต 'เหอเจาตี้' ที่กำลังจะถูกขาย คือตัวประกอบหญิงผู้แสนอาภัพ ดูเหมือนว่าทั้งคู่ย่าหลานนี้จะเป็นศูนย์รวมความโชคร้ายโดยแท้
เหอเจาตี้เป็นตัวเปรียบเทียบกับ 'หูเซียนเซียน' เด็กสาวข้างบ้าน และตระกูลเหอก็เป็นตัวเปรียบเทียบกับตระกูลหูเช่นกัน
หากหูเซียนเซียนคือดาวนำโชคที่ทุกคนรุมรัก เหอเจาตี้ก็คือตัวประกอบหญิงที่น่าเวทนาหาใดเปรียบ การมีอยู่ของนางมีไว้เพียงเพื่อขับเน้นความสุขของหูเซียนเซียนผ่านความทุกข์ระทมของตนเองเท่านั้น
และเมิ่งหลาน หญิงชราใจยักษ์ผู้นี้แหละคือต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด
ในนิยายต้นฉบับ เมิ่งหลานเป็นคนรักลูกชายยิ่งชีพแต่เกลียดลูกสาวเข้าไส้ มองเด็กผู้หญิงเป็นเพียงสินค้าขาดทุน แม้แต่ลูกสาวในไส้ของตัวเองก็ไม่เว้น!
เมิ่งหลานเจ้าของร่างเดิมปีนี้อายุสี่สิบปี เป็นหญิงชาวนาธรรมดาที่มีลูกสาวสามคนและลูกชายสามคน หลังจากสามีตายจากไปก่อนวัยอันควร นางก็กัดฟันเลี้ยงลูกมาเพียงลำพัง
ลูกสาวคนโต 'เหอต้าฮวา' นางจับแต่งงานกับคนขายเนื้อในเมือง
ลูกสาวคนรอง 'เหอเอ้อร์ฮวา' นางจับแต่งกับบัณฑิตซิ่วไฉในเมือง
และลูกสาวคนเล็ก 'เหอซานฮวา' นางส่งไปแต่งงานกับเศรษฐีที่ดินในเมือง
มองผ่านๆ ดูเหมือนลูกสาวทั้งสามได้ดิบได้ดีแต่งเข้าเมืองกันหมด แต่ความจริงกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ทั้งสามบ้านไม่ใช่คนดีและมีตำหนิกันทั้งสิ้น สิ่งเดียวที่เหมือนกันคือพวกเขายอมจ่ายค่าสินสอดก้อนโตให้เมิ่งหลาน
ลูกเขยคนโตเป็นพวกลูกแหง่ เชื่อฟังแม่ทุกอย่าง ครอบครัวนั้นดูถูกเหอต้าฮวาราวกับทาสที่ซื้อมา แม้แต่ลูกชายของนางก็ไร้หัวใจ ในนิยายระบุว่าเมื่อเหอต้าฮวาแก่เฒ่าทำงานไม่ไหว ก็ถูกลูกชายขับไล่ออกมาตากลมหนาวตายกลางหิมะ
ลูกเขยคนรองฉากหน้าดูภูมิฐานเป็นปัญญาชน แต่เบื้องหลังชอบใช้ความรุนแรง ซ้อมเมียจนซี่โครงหัก จุดจบของเหอเอ้อร์ฮวาคือถูกสามีซ้อมจนตายทั้งกลม นับเป็นโศกนาฏกรรมซ้อนโศกนาฏกรรม
ส่วนลูกเขยคนเล็ก... จะเรียกว่าลูกเขยก็กระดากปาก เพราะรุ่นราวคราวเดียวกับเมิ่งหลานผู้เป็นแม่ยาย เหอซานฮวาที่เป็นเพียงอนุภรรยาถูกเมียหลวงและอนุคนอื่นกลั่นแกล้งสารพัดจนร่างกายบอบช้ำ มีลูกไม่ได้ สุดท้ายตรอมใจตายอย่างโดดเดี่ยวในคฤหาสน์ จบชีวิตอันแสนสั้นและรันทด
จากชะตากรรมของลูกสาวทั้งสาม กล่าวได้ว่าเมิ่งหลานคือต้นเหตุแห่งหายนะอย่างแท้จริง
ในฐานะครอบครัวตัวร้าย คนตระกูลเหอทุกคนถูกกำหนดให้มีจุดจบที่ไม่สวยงาม ลูกสาวทั้งสามว่าแย่แล้ว ลูกชายทั้งสามก็หนีไม่พ้นเช่นกัน
ลูกชายคนโตและสะใภ้ใหญ่เป็นคนซื่อสัตย์กตัญญู เชื่อฟังแม่หม้ายอย่างเมิ่งหลานทุกคำ แต่เพราะบ้านใหญ่มีลูกสาวสองคนคือ 'เหอเจาตี้' และ 'เหอพ่านตี้' จึงถูกแม่สามีรังเกียจเดียดฉันท์เพราะค่านิยมเห็นชายดีกว่าหญิง
เหอเจาตี้ถูกเมิ่งหลานขายไปเป็นเจ้าสาวเด็กให้ตระกูลหยาง ชีวิตหลังจากนั้นมีแต่ความทุกข์ระทมเพื่อพยายามมีลูกชาย สุดท้ายตายอย่างทรมานจากการผ่าคลอดเพราะคลอดยาก
เหอพ่านตี้เห็นพี่สาวตายก็กลัวชะตากรรมของตน ด้วยความสิ้นหวังจึงหนีออกจากบ้าน แต่กลับโชคร้ายถูกหลอกไปขายซ่อง จนป่วยตายในที่สุด
คู่สามีภรรยาบ้านใหญ่ทนรับความสะเทือนใจจากการเสียลูกสาวทั้งสองไม่ไหว ตัดสินใจผูกคอตายตามลูกไป
สะใภ้รองมีนิสัยหัวแข็ง นางมีลูกสาวเพียงคนเดียว เมื่อเห็นชะตากรรมของเพื่อนมนุษย์และกลัวครอบครัวตนจะเป็นเหมือนบ้านใหญ่ จึงยุยงให้สามีหนีออกจากบ้านไปตายเอาดาบหน้า นับแต่นั้นครอบครัวบ้านรองก็หายสาบสูญไปจากวงจรชีวิตเดิม กลายเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่มีจุดจบที่ดี จนเมิ่งหลานโกรธจัดตัดแม่ตัดลูก
ส่วนลูกชายคนเล็กที่เมิ่งหลานประคบประหงมมาแต่ตีนเท่าฝาหอย ผลาญเงินส่งเสียให้ร่ำเรียนทุกวันแต่ไม่เคยได้เรื่องได้ราว สะใภ้เล็กก็อาศัยบารมีที่ตนคลอดหลานชายคนเดียวของตระกูล วางก้ามใหญ่โตคับฟ้า
ในภายหลัง ลูกชายคนเล็กติดการพนันงอมแงม ขโมยเงินเก็บสำหรับทำศพของเมิ่งหลานจนหมดเกลี้ยง แล้วหนีไปทิ้งลูกเมียไว้ลำบาก หลังจากทนทุกข์อยู่พักหนึ่ง สะใภ้เล็กก็ทิ้งลูกชายหนีตามชายชู้ไป
เมิ่งหลานต้องเลี้ยงดูหลานชายคนโตเพียงลำพัง สุดท้ายอดตายในคืนพายุฝนอันหนาวเหน็บ นี่คือบทสรุปของเมิ่งหลานและตระกูลเหอในนิยาย
เมิ่งหลานชั่วร้ายถึงเพียงนี้ ตระกูลเหอก็น่าเวทนาถึงเพียงนั้น แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเครื่องมือของผู้เขียนที่ต้องการเชิดชูตระกูลหูข้างบ้าน เพื่อสื่อสารว่าการลำเอียงรักลูกไม่เท่ากันนั้นฆ่าคนได้ และไม่ว่าลูกหญิงหรือลูกชายต่างก็เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ
ตระกูลหูข้างบ้านรักใคร่กลมเกลียวทั้งลูกหญิงลูกชาย จึงอยู่เย็นเป็นสุข เป็นตัวอย่างฝ่ายดี ตรงข้ามกับตระกูลเหอที่ภายใต้ความลำเอียงสุดโต่งของเมิ่งหลาน ต้องเดินหน้าสู่ความพินาศ เป็นตัวอย่างฝ่ายร้าย
หลังจากประมวลเนื้อหาทั้งหมด เมิ่งหลานแทบอยากจะสบถออกมาดังๆ ทะลุมิติมาเป็นตัวร้ายก็ว่าแย่แล้ว ดันมาเป็นยายแก่ที่มีจุดจบอนาถอีก!
แม้ในหัวจะมีความคิดนับล้านแล่นพล่าน แต่ ณ เวลานี้ นางได้มาอยู่ในช่วงเวลาที่สะใภ้เล็กกำลังยุยงให้ขายหลานสาวคนโตพอดิบพอดี หากนางไม่รีบทำอะไรสักอย่าง บ้านใหญ่คงถึงคราวแตกหักกับนางแน่
นางไม่ใช่เจ้าของร่างเดิมที่จะรังแกคนซื่อสัตย์ได้ลงคอ
เจ้าของร่างเดิมติดค้างลูกสาวทั้งสาม รวมถึงครอบครัวลูกชายคนโตและคนรอง แต่สำหรับลูกชายคนเล็กที่นางทุ่มเทความรักให้มาตลอดชีวิต เมิ่งหลานผู้นี้ไม่ได้ติดค้างอะไรเขาเลย!
แค่คิดถึงลูกชายคนเล็กในนิยายที่เนรคุณ ผลาญเงินโลงศพแม่แล้วหนีหาย เมิ่งหลานก็เดือดดาลจนควันออกหู ไอ้ลูกทรพีพรรค์นี้มันเสียคนเพราะถูกตามใจจนเคยตัวชัดๆ!
เวลานี้ สะใภ้เล็กกำลังเกลี้ยกล่อมให้นางขายเหอเจาตี้ เพื่อหาเงินส่ง 'เหอเทียนซื่อ' ลูกชายคนเล็กไปร่วมงานชุมนุมบัณฑิตจอมปลอมนั่น
เมื่อคิดได้ดังนั้น เมิ่งหลานจึงตวาดใส่สะใภ้เล็กด้วยสายตาเกรี้ยวกราด
"สะใภ้เล็ก ปล่อยมือจากพี่สะใภ้เจ้าเดี๋ยวนี้!"
สะใภ้แซ่หยางงุนงงกับท่าทีดุดันนั้น แต่ในบ้านหลังนี้ อำนาจของเมิ่งหลานยังคงท่วมท้น ด้วยความที่เกรงกลัวบารมีแม่สามีมานาน พอถูกตวาดเข้า นางจึงสะดุ้งโหยงและเผลอปล่อยมือจากสะใภ้แซ่เถียนโดยสัญชาตญาณ