- หน้าแรก
- ท่านนายพลคนคลั่งรัก กับยัยตัวเล็กเจ้าคารม
- บทที่ 20 เมื่อคืนนี้หร่วนหร่วน 'กิน' ฉันจนเกลี้ยงเลย
บทที่ 20 เมื่อคืนนี้หร่วนหร่วน 'กิน' ฉันจนเกลี้ยงเลย
บทที่ 20 เมื่อคืนนี้หร่วนหร่วน 'กิน' ฉันจนเกลี้ยงเลย
ซูหร่วนทนไม่ไหวจนต้องลุกขึ้นนั่ง
หลู้สือเหนียนหัวเราะในลำคอเบาๆ ลุกตามขึ้นมาแล้วจุมพิตริมฝีปากเธออย่างแผ่วเบา
"ไม่พูดเรื่องหร่วนหร่วนแล้วก็ได้ ยังไงซะหร่วนหร่วนก็เก่งกาจมากอยู่แล้ว"
เขากระตุกยิ้มมุมปาก ราวกับแฝงนัยลึกซึ้งบางอย่าง
"เพราะเมื่อคืนหร่วนหร่วน 'กิน' ฉันเข้าไปทั้งตัวเลยนี่นา"
ซูหร่วน: ...
เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าหลู้สือเหนียนนั้นหน้าหนาอยู่สักหน่อย
"ฉันจะตื่นแล้วค่ะ" เธอรีบเปลี่ยนเรื่องทันควัน ใบหูขึ้นสีแดงระเรื่อ รีบลุกจากเตียงโดยไม่หันไปมองหลู้สือเหนียน คว้าเสื้อผ้าแถวนั้นมาห่อตัวแล้ววิ่งแจ้นเข้าห้องน้ำไป
หลู้สือเหนียนมองตามแผ่นหลังบางที่วิ่งหนีไป เสียงหัวเราะดูเหมือนจะดังขึ้นกว่าเดิม
ซูหร่วนที่รีบหนีเข้ามาในห้องน้ำถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
สุราพาซวย สุราพาซวย สุราพาซวยจริงๆ
หลังจากย้ำเตือนตัวเองในใจถึงสามจบ ซูหร่วนถึงค่อยเริ่มล้างหน้าแปรงฟันและจัดการธุระส่วนตัวตามปกติ
วันนี้หลู้สือเหนียนผิดวิสัยไม่ได้รีบออกไปแต่เช้า แต่กลับอยู่ทานมื้อเช้าพร้อมกับซูหร่วนก่อนค่อยออกไปทำงาน
ในฐานะผู้บัญชาการสูงสุดแห่งจักรวรรดิเฟเดอรัล ความเป็นอยู่ของหลู้สือเหนียนย่อมดีเลิศที่สุด แม้แต่มื้อเช้ายังทำจากพืชผักธรรมชาติที่หายากและล้ำค่า
พลอยทำให้เธอได้รับอานิสงส์สัมผัสชีวิตหรูหราของชนชั้นสูงไปด้วย
หลังจากหลู้สือเหนียนออกจากบ้านไปแล้ว ซูหร่วนก็เตรียมตัวที่จะขจัดหมอกทมิฬออกจากหินพลังงานระดับหนึ่งที่ซื้อมาเมื่อวาน
ก่อนจะลงมือ เธอตั้งใจจะหยิบหินพลังงานก้อนที่ขจัดหมอกทมิฬออกไปแล้วเมื่อวานมาเปรียบเทียบดู ทว่าเมื่อดึงลิ้นชักออกมา กลับพบว่าหินพลังงานระดับหนึ่งที่เคยวางอยู่ตรงนั้นได้หายไปแล้ว!
รูม่านตาของซูหร่วนหดเกร็งเล็กน้อย
ไม่มีคนนอกที่ไหนเข้ามาในห้องนี้นอกจากหลู้สือเหนียน ดังนั้นคนที่หยิบหินพลังงานก้อนนั้นไปต้องเป็นหลู้สือเหนียนอย่างแน่นอน
เขาจะล่วงรู้อะไรเข้าแล้วหรือเปล่า?
— — — — — —
ดาวนครหลวง ศูนย์การแพทย์ทหารชั้นสูง
แพทย์ทหารระดับสูง หลินเทียนเซียน อ่านรายงานผลการตรวจร่างกายของหลู้สือเหนียนแล้วถอนหายใจ "ท่านผู้บัญชาการหลู้ ความเสียหายของพลังจิตของคุณรุนแรงเกินไปครับ"
"เว้นแต่จะหาหินพลังงานที่มีความบริสุทธิ์ 100% มาสกัดเป็นสารอาหารสังเคราะห์สูตรพิเศษให้คุณได้ ไม่อย่างนั้น พลังจิตของคุณ..."
หลินเทียนเซียนไม่ได้เอ่ยประโยคที่เหลือต่อ
สีหน้าของหลู้สือเหนียนยังคงราบเรียบ ราวกับว่าคนที่หลินเทียนเซียนกำลังพูดถึงเป็นคนอื่นไม่ใช่ตัวเขา
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาถึงเอ่ยขึ้นว่า "ฉันเกิดภาวะคืนสู่สามัญแล้ว"
"นี่เป็นผลลัพธ์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ครับ" หลินเทียนเซียนกล่าว "พลังจิตของคุณไวต่อสิ่งกระตุ้นอยู่แล้ว ยิ่งมาบาดเจ็บแบบนี้ การกระทบกระเทือนเพียงเล็กน้อยก็อาจนำไปสู่การล่มสลายของพลังจิตได้ง่ายดาย และเมื่อพลังจิตล่มสลาย ภาวะคืนสู่สามัญก็เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้"
"ความถี่ล่ะ?" หลู้สือเหนียนหลุบตามองต่ำ นัยน์ตาสีนิลมืดมิดไร้ประกาย
หลินเทียนเซียนส่ายหน้า "เรื่องนี้เราก็ระบุแน่ชัดไม่ได้เช่นกันครับ"
"สิ่งเดียวที่ยืนยันได้คือ ท่านผู้บัญชาการ ทางที่ดีคุณพยายามอย่าให้อารมณ์ผันผวนรุนแรงนัก"
"มาทำการขจัดสิ่งเจือปนที่นี่สัปดาห์ละครั้ง และทางที่ดีควรทานผักผลไม้ธรรมชาติให้มาก ลดการดื่มสารอาหารสังเคราะห์ลงครับ"
หลู้สือเหนียนส่งเสียง "อืม" ในลำคอเบาๆ ไม่ได้กล่าวอะไรอีก แล้วหันหลังเดินออกไป
หลินเทียนเซียนดูจากปฏิกิริยาก็รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้เก็บคำพูดเขามาใส่ใจนัก เขาถอนหายใจยาวอีกครั้ง คิ้วขมวดมุ่นด้วยความกังวล
หลู้สือเหนียนรีบกลับมายังค่ายทหารและตรงดิ่งไปยังห้องทำงาน
เขาถอดเสื้อคลุมเครื่องแบบตัวนอกออก เสียง "กริก" ดังขึ้นเมื่อมีบางสิ่งร่วงหล่นลงพื้น
หลู้สือเหนียนขมวดคิ้วเล็กน้อย ก้มลงมองเห็นหินพลังงานระดับหนึ่งขนาดเท่าหัวแม่มือกลิ้งอยู่บนพื้น
นัยน์ตาของเขาวูบไหว เขาจำได้ว่าหินพลังงานก้อนนี้เหมือนจะติดมือมาจากที่บ้าน
เขาหยิบมันขึ้นมา แล้ววางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานอย่างไม่ใส่ใจนัก