เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 ก็แค่อุบัติเหตุ

บทที่ 7 ก็แค่อุบัติเหตุ

บทที่ 7 ก็แค่อุบัติเหตุ


หลู้สือเหนียนไม่เปิดโอกาสให้เธอได้เอื้อนเอ่ย เขาระดมจูบเธอ ตีตราประทับกลิ่นอายของเขาลงบนทุกตารางนิ้วของเรือนร่าง

เพื่อให้เธอตกเป็นของเขาโดยสมบูรณ์

สภาพห้องทำงานเละเทะไม่มีชิ้นดี

ในภวังค์อันเลือนราง ซูหร่วนได้ยินเสียงครางแผ่วเบาเจือความน้อยใจของหลู้สือเหนียนดังอยู่ข้างหู

"หร่วนหร่วนเป็นของฉัน"

"เธอเป็นของฉันได้แค่คนเดียว"

— — — —

เมื่อซูหร่วนตื่นขึ้นมาอีกครั้ง รัตติกาลก็มาเยือนเสียแล้ว

หลู้สือเหนียนหายตัวไป ห้องนอนว่างเปล่าเหลือเพียงเธอลำพัง

ซูหร่วนฝืนสังขารที่ปวดร้าวลุกขึ้นนั่ง สูดยอมหายใจเข้าลึกๆ

หลู้สือเหนียน... ไอ้คนสารเลว! ต่อให้เกิดภาวะคืนสู่สามัญ เขาก็ยังหื่นกระหายราวกับสัตว์ป่า!

เขาไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจเอาเสียเลย

ซูหร่วนยกมือขึ้นนวดเอว กำลังจะหยิบออปติคอลคอมพิวเตอร์มาเช็คข้อความ ประตูก็ถูกเปิดออกเสียก่อน

หลู้สือเหนียนเปลี่ยนมาอยู่ในชุดลำลอง ยืนถือชามข้าวต้มอยู่ที่หน้าประตู

เขาเดินดุ่มๆ เข้ามาหาเธอราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ซูหร่วนถลึงตาใส่เขา พึมพำด่า "คนสารเลว"

มือของหลู้สือเหนียนชะงักไปครู่หนึ่ง เขานั่งลงข้างขอบเตียง ยกชามข้าวต้มขึ้นมาแล้วมองสบตาเธอพลางเอ่ยหน้าตาย "ฉันยังเลวได้มากกว่านี้อีกนะ"

ซูหร่วน: ...

"ฉันกินเองได้ค่ะ" ซูหร่วนเอื้อมมือจะไปรับชามข้าวต้มจากมือหลู้สือเหนียน แต่เขากลับเบี่ยงหลบ

"หร่วนหร่วนยังมีแรงเหลืออีกหรือ?" หลู้สือเหนียนเอ่ยอย่างมีนัย "ดูท่าฉันคงยังพยายามไม่มากพอสินะ"

ซูหร่วนลดมือลง เอ่ยอย่างห่อเหี่ยว "งั้นคุณก็ป้อนฉันสิ"

"อืม" หลู้สือเหนียนขานรับเสียงนุ่ม ตักข้าวต้มขึ้นมา เป่าให้คลายร้อน แล้วจ่อที่ริมฝีปากของซูหร่วน

ซูหร่วนอ้าปากรับข้าวต้มอย่างว่าง่าย พลางเอ่ยถาม "ภาวะคืนสู่สามัญของคุณ..."

มือของหลู้สือเหนียนชะงัก ก้มหน้าลงต่ำเอ่ยเสียงขรึม "มันก็แค่อุบัติเหตุน่ะ"

ซูหร่วนขมวดคิ้วเล็กน้อย "เป็นเพราะสิ่งเจือปนในสารอาหารสังเคราะห์หรือเปล่าคะ?"

ตามหลักเหตุผลแล้ว ด้วยสถานะและอำนาจระดับหลู้สือเหนียน เขาต้องได้รับการบำบัดขจัดสิ่งเจือปนที่ศูนย์การแพทย์ทหารทุกๆ ครึ่งปี ไม่น่าจะเกิดอาการคืนสู่สามัญแบบนี้ได้

"อืม" หลู้สือเหนียนตอบรับสั้นๆ ไม่ได้ขยายความต่อ

ซูหร่วนพยักหน้าอย่างครุ่นคิด

พลังจิตของเธออยู่แค่ระดับ E สิ่งเจือปนในสารอาหารจึงไม่มีผลกระทบกับเธอเลยสักนิด

แต่เธอเคยได้ยินมาว่า ยิ่งพลังจิตสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งไวต่อสิ่งเจือปนในสารอาหารมากเท่านั้น และปฏิกิริยาตอบสนองก็จะยิ่งรุนแรงตามไปด้วย เธอจึงไม่แน่ใจว่าคนที่มีพลังจิตระดับ 3S อย่างหลู้สือเหนียนจะไวต่อสิ่งเจือปนมากน้อยเพียงใด

แต่เธอก็ยังกำชับว่า "ฉันได้ยินว่ากองทัพมีบริการบำบัดขจัดสิ่งเจือปน คุณต้องอย่าลืมไปทำนะคะ"

หลู้สือเหนียนเลิกคิ้ว มองซูหร่วนด้วยความแปลกใจ

"หร่วนหร่วนรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?"

บริการนี้ของศูนย์การแพทย์ทหารเป็นความลับมาโดยตลอด เพราะวัตถุดิบที่ใช้ในการบำบัดนั้นหายากและเข้มงวดมาก จึงปิดเป็นความลับไม่ให้คนภายนอกล่วงรู้ หากไม่ใช่ระดับสูงจริงๆ คนธรรมดาย่อมไม่มีทางเข้าถึงข้อมูลนี้

เมื่อถูกถามจี้ ซูหร่วนจึงตอบเลี่ยงๆ ว่า "ฉันได้ยินพี่ใหญ่พูดถึงน่ะค่ะ"

หลู้สือเหนียนป้อนข้าวต้มให้เธออีกคำ เอ่ยถามลองเชิง "พี่ชายใหญ่ที่หายสาบสูญไปของเธอน่ะเหรอ?"

"อื้อ" ซูหร่วนพยักหน้าหงึกหงัก รีบเปลี่ยนเรื่องทันที "ยังไงซะคุณก็ต้องดูแลร่างกายให้ดีนะคะ"

"ได้สิ" ริมฝีปากของหลู้สือเหนียนยกยิ้ม เขาก้มลงจุมพิตริมฝีปากเธอเบาๆ "ฉันจะดูแลร่างกายให้ดี เพราะนั่นเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้หร่วนหร่วน... พอใจได้นี่นา จริงไหม?"

ใบหน้าของซูหร่วนแดงซ่านขึ้นทันที

เธอสะบัดหน้าหนี สวนกลับไปว่า "ฉันแค่คิดเผื่อคนอื่นต่างหากล่ะคะ"

"ขืนทุกคนรู้ว่าคุณเกิดภาวะคืนสู่สามัญ พวกเขาต้องคิดว่าเป็นเพราะฉันหนีงานแต่งจนทำให้คุณโมโหแน่ๆ"

"ถึงตอนนั้นฉันคงโดนก่นด่าจนหูชาแหงๆ"

จบบทที่ บทที่ 7 ก็แค่อุบัติเหตุ

คัดลอกลิงก์แล้ว