- หน้าแรก
- ท่านนายพลคนคลั่งรัก กับยัยตัวเล็กเจ้าคารม
- บทที่ 7 ก็แค่อุบัติเหตุ
บทที่ 7 ก็แค่อุบัติเหตุ
บทที่ 7 ก็แค่อุบัติเหตุ
หลู้สือเหนียนไม่เปิดโอกาสให้เธอได้เอื้อนเอ่ย เขาระดมจูบเธอ ตีตราประทับกลิ่นอายของเขาลงบนทุกตารางนิ้วของเรือนร่าง
เพื่อให้เธอตกเป็นของเขาโดยสมบูรณ์
สภาพห้องทำงานเละเทะไม่มีชิ้นดี
ในภวังค์อันเลือนราง ซูหร่วนได้ยินเสียงครางแผ่วเบาเจือความน้อยใจของหลู้สือเหนียนดังอยู่ข้างหู
"หร่วนหร่วนเป็นของฉัน"
"เธอเป็นของฉันได้แค่คนเดียว"
— — — —
เมื่อซูหร่วนตื่นขึ้นมาอีกครั้ง รัตติกาลก็มาเยือนเสียแล้ว
หลู้สือเหนียนหายตัวไป ห้องนอนว่างเปล่าเหลือเพียงเธอลำพัง
ซูหร่วนฝืนสังขารที่ปวดร้าวลุกขึ้นนั่ง สูดยอมหายใจเข้าลึกๆ
หลู้สือเหนียน... ไอ้คนสารเลว! ต่อให้เกิดภาวะคืนสู่สามัญ เขาก็ยังหื่นกระหายราวกับสัตว์ป่า!
เขาไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจเอาเสียเลย
ซูหร่วนยกมือขึ้นนวดเอว กำลังจะหยิบออปติคอลคอมพิวเตอร์มาเช็คข้อความ ประตูก็ถูกเปิดออกเสียก่อน
หลู้สือเหนียนเปลี่ยนมาอยู่ในชุดลำลอง ยืนถือชามข้าวต้มอยู่ที่หน้าประตู
เขาเดินดุ่มๆ เข้ามาหาเธอราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ซูหร่วนถลึงตาใส่เขา พึมพำด่า "คนสารเลว"
มือของหลู้สือเหนียนชะงักไปครู่หนึ่ง เขานั่งลงข้างขอบเตียง ยกชามข้าวต้มขึ้นมาแล้วมองสบตาเธอพลางเอ่ยหน้าตาย "ฉันยังเลวได้มากกว่านี้อีกนะ"
ซูหร่วน: ...
"ฉันกินเองได้ค่ะ" ซูหร่วนเอื้อมมือจะไปรับชามข้าวต้มจากมือหลู้สือเหนียน แต่เขากลับเบี่ยงหลบ
"หร่วนหร่วนยังมีแรงเหลืออีกหรือ?" หลู้สือเหนียนเอ่ยอย่างมีนัย "ดูท่าฉันคงยังพยายามไม่มากพอสินะ"
ซูหร่วนลดมือลง เอ่ยอย่างห่อเหี่ยว "งั้นคุณก็ป้อนฉันสิ"
"อืม" หลู้สือเหนียนขานรับเสียงนุ่ม ตักข้าวต้มขึ้นมา เป่าให้คลายร้อน แล้วจ่อที่ริมฝีปากของซูหร่วน
ซูหร่วนอ้าปากรับข้าวต้มอย่างว่าง่าย พลางเอ่ยถาม "ภาวะคืนสู่สามัญของคุณ..."
มือของหลู้สือเหนียนชะงัก ก้มหน้าลงต่ำเอ่ยเสียงขรึม "มันก็แค่อุบัติเหตุน่ะ"
ซูหร่วนขมวดคิ้วเล็กน้อย "เป็นเพราะสิ่งเจือปนในสารอาหารสังเคราะห์หรือเปล่าคะ?"
ตามหลักเหตุผลแล้ว ด้วยสถานะและอำนาจระดับหลู้สือเหนียน เขาต้องได้รับการบำบัดขจัดสิ่งเจือปนที่ศูนย์การแพทย์ทหารทุกๆ ครึ่งปี ไม่น่าจะเกิดอาการคืนสู่สามัญแบบนี้ได้
"อืม" หลู้สือเหนียนตอบรับสั้นๆ ไม่ได้ขยายความต่อ
ซูหร่วนพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
พลังจิตของเธออยู่แค่ระดับ E สิ่งเจือปนในสารอาหารจึงไม่มีผลกระทบกับเธอเลยสักนิด
แต่เธอเคยได้ยินมาว่า ยิ่งพลังจิตสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งไวต่อสิ่งเจือปนในสารอาหารมากเท่านั้น และปฏิกิริยาตอบสนองก็จะยิ่งรุนแรงตามไปด้วย เธอจึงไม่แน่ใจว่าคนที่มีพลังจิตระดับ 3S อย่างหลู้สือเหนียนจะไวต่อสิ่งเจือปนมากน้อยเพียงใด
แต่เธอก็ยังกำชับว่า "ฉันได้ยินว่ากองทัพมีบริการบำบัดขจัดสิ่งเจือปน คุณต้องอย่าลืมไปทำนะคะ"
หลู้สือเหนียนเลิกคิ้ว มองซูหร่วนด้วยความแปลกใจ
"หร่วนหร่วนรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?"
บริการนี้ของศูนย์การแพทย์ทหารเป็นความลับมาโดยตลอด เพราะวัตถุดิบที่ใช้ในการบำบัดนั้นหายากและเข้มงวดมาก จึงปิดเป็นความลับไม่ให้คนภายนอกล่วงรู้ หากไม่ใช่ระดับสูงจริงๆ คนธรรมดาย่อมไม่มีทางเข้าถึงข้อมูลนี้
เมื่อถูกถามจี้ ซูหร่วนจึงตอบเลี่ยงๆ ว่า "ฉันได้ยินพี่ใหญ่พูดถึงน่ะค่ะ"
หลู้สือเหนียนป้อนข้าวต้มให้เธออีกคำ เอ่ยถามลองเชิง "พี่ชายใหญ่ที่หายสาบสูญไปของเธอน่ะเหรอ?"
"อื้อ" ซูหร่วนพยักหน้าหงึกหงัก รีบเปลี่ยนเรื่องทันที "ยังไงซะคุณก็ต้องดูแลร่างกายให้ดีนะคะ"
"ได้สิ" ริมฝีปากของหลู้สือเหนียนยกยิ้ม เขาก้มลงจุมพิตริมฝีปากเธอเบาๆ "ฉันจะดูแลร่างกายให้ดี เพราะนั่นเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้หร่วนหร่วน... พอใจได้นี่นา จริงไหม?"
ใบหน้าของซูหร่วนแดงซ่านขึ้นทันที
เธอสะบัดหน้าหนี สวนกลับไปว่า "ฉันแค่คิดเผื่อคนอื่นต่างหากล่ะคะ"
"ขืนทุกคนรู้ว่าคุณเกิดภาวะคืนสู่สามัญ พวกเขาต้องคิดว่าเป็นเพราะฉันหนีงานแต่งจนทำให้คุณโมโหแน่ๆ"
"ถึงตอนนั้นฉันคงโดนก่นด่าจนหูชาแหงๆ"