- หน้าแรก
- ทวีปโต่วหลัว วิญญาณนักรบ เถาวัลย์ทะลุเมฆ ผูกพันกับบีบีตง
- บทที่ 17 เผยคมเขี้ยว
บทที่ 17 เผยคมเขี้ยว
บทที่ 17 เผยคมเขี้ยว
บทที่ 17 เผยคมเขี้ยว
หูเลี่ยนะเชิดหน้าขึ้นพูดอย่างภูมิใจ
"ศิษย์น้องข้ายอดเยี่ยมถึงเพียงนี้ และพวกเรายังมีทักษะผสานวิญญาณยุทธ์ด้วยนะ!"
"ทักษะผสานวิญญาณยุทธ์!"
คราวนี้แม้แต่เซี่ยเยว่ก็นั่งไม่ติดแล้ว
ทักษะผสานวิญญาณยุทธ์เป็นความสามารถที่หาได้ยากยิ่ง ทั่วทั้งทวีปมีเพียงไม่กี่คู่เท่านั้นที่สามารถทำได้
ดวงตาของเหยียนเบิกกว้างยิ่งกว่าเดิม
"เจ้า... พวกเจ้ามีทักษะผสานวิญญาณยุทธ์งั้นรึ?"
หูเลี่ยนะพยักหน้าอย่างภาคภูมิ
"แน่นอน! ทักษะผสานวิญญาณยุทธ์ของพวกเรามีชื่อว่า เกราะรบจิ้งจอกมาร อานุภาพร้ายกาจอย่าบอกใครเชียว!"
เซี่ยเยว่และเหยียนหันมองหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างเห็นความตกตะลึงในแววตาของอีกฝ่าย
เด็กหกขวบไม่เพียงแต่ดูดซับวงแหวนวิญญาณแรกที่มีอายุมากกว่าห้าร้อยปีได้ แต่ยังสามารถสร้างทักษะผสานวิญญาณยุทธ์กับหูเลี่ยนะได้อีก
ความตื่นตระหนกนี้ทำให้ทั้งสองพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
เซี่ยเยว่เอ่ยขึ้นช้าๆ
"นานะ ถ้าเจ้ากับเขาสามารถใช้ทักษะผสานวิญญาณยุทธ์ได้ และเราสองคนก็มีทักษะผสานภูตมาร แล้วถ้าเป็นเราสามคนล่ะ?"
หูเลี่ยนะชะงักไปครู่หนึ่ง นางไม่เคยคิดถึงคำถามนี้มาก่อนจริงๆ
หลิงเฟิงลอบหัวเราะในใจ คำถามของเซี่ยเยว่น่าสนใจทีเดียว
ด้วยความพิเศษของวิญญาณยุทธ์ของเขา การที่ทั้งสามคนจะสร้างทักษะผสานวิญญาณยุทธ์ร่วมกันย่อมเป็นไปได้แน่นอน
ทว่า ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะเปิดเผยความสามารถนี้
"ท่านพี่ ข้าเองก็เคยคิดเรื่องนี้เหมือนกัน"
หูเลี่ยนะลูบคางพลางครุ่นคิด
"แต่พวกเราไปที่สนามประลองวิญญาณกันก่อนเถอะ การเดินทางครั้งนี้ข้าได้รับวงแหวนวิญญาณที่สามมาพอดี ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ทดสอบฝีมือ"
นางหันไปหาหลิงเฟิงและเหยียน "ให้ข้ากับเสี่ยวเฟิงสู้กับท่านพี่และเหยียน ดีหรือไม่?"
พอเหยียนได้ยินดังนั้นก็กระตือรือร้นขึ้นมาทันที
"ได้เลย! ข้าเองก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าทักษะผสานวิญญาณยุทธ์ของพวกเจ้าจะแน่สักแค่ไหน!"
เหยียนตบหน้าอกตัวเอง ผมสีแดงเพลิงของเขาส่องประกายล้อแสงแดด
"นานะ อย่าคิดนะว่ามีทักษะผสานวิญญาณยุทธ์แล้วจะเอาชนะพวกเราได้!"
เซี่ยเยว่ดูสุขุมกว่ามาก "นานะ แน่ใจหรือว่าจะสู้แบบสองต่อสอง? หลิงเฟิงเพิ่งจะระดับสิบเอ็ดเองนะ"
"ท่านพี่ อย่าดูแคลนศิษย์น้องเชียวนะ"
หูเลี่ยนะยังคงปกป้องคนของนาง "ทักษะผสานวิญญาณยุทธ์ของพวกเราทรงพลังมากนะจะบอกให้"
หลิงเฟิงพยักหน้าเห็นด้วย
"รุ่นพี่เซี่ยเยว่ ถึงระดับของผมจะไม่สูง แต่ถ้าประสานงานกับศิษย์พี่ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาครับ"
เหยียนถูมือไปมาด้วยความคันไม้คันมือ
"งั้นตกลงตามนี้! ข้าอยากเห็นนักเชียวว่าทักษะผสานวิญญาณยุทธ์ของพวกเจ้าจะแกร่งสักแค่ไหน!"
ขณะที่พวกเขากำลังหารือเรื่องการไปสนามประลอง เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นไม่ไกล
"อ้าว เสี่ยวเฟิงอยู่นี่เอง"
ทุกคนหันไปมอง เห็นเยว่กวนเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า เขายังคงรักษมาดอันสง่างาม พร้อมรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้า
"ท่านอาจารย์!"
"ผู้อาวุโสเยว่กวน!" ทั้งสี่คนทำความเคารพพร้อมกัน
เยว่กวนโบกมือ "ไม่ต้องมากพิธี ข้ากำลังตามหาเสี่ยวเฟิงอยู่พอดี ไม่คิดว่าจะมาเจอพวกเจ้าคุยกันอยู่ที่นี่"
หูเลี่ยนะรีบพูดด้วยความตื่นเต้น "ผู้อาวุโสเยว่กวน พวกเรากำลังจะไปประลองกันที่สนามประลองวิญญาณค่ะ! ข้ากับศิษย์น้องจะสู้กับท่านพี่และเหยียน!"
เยว่กวนเลิกคิ้วสูง "โอ้? มีเรื่องน่าสนุกแบบนี้ด้วยหรือ?"
เขามองทั้งสี่คนด้วยความสนใจ
"ถ้าเช่นนั้น ให้ข้าเป็นกรรมการตัดสินให้ดีไหม? ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ดูความสามารถในการต่อสู้จริงของเสี่ยวเฟิงด้วย"
"ดีเลยค่ะ!" หูเลี่ยนะปรบมืออย่างดีใจ "มีผู้อาวุโสเยว่กวนเป็นกรรมการ การประลองต้องสนุกขึ้นแน่ๆ!"
เหยียนเองก็ตื่นเต้นเช่นกัน "ผู้อาวุโสเยว่กวน จับตาดูให้ดีนะครับ ข้าจะเอาจริงแล้ว!"
เซี่ยเยว่พยักหน้า "งั้นต้องรบกวนผู้อาวุโสเยว่กวนแล้วครับ"
หลิงเฟิงคิดในใจ ดูท่าการประลองครั้งนี้คงหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว แต่ก็ดีเหมือนกัน เป็นโอกาสดีที่จะได้ทดสอบความสามารถในการต่อสู้จริง
"แล้วแต่ท่านอาจารย์จะเห็นสมควรครับ"
เยว่กวนหัวเราะเบาๆ "งั้นพวกเราไปที่สนามประลองวิญญาณแบบปิดกันเถอะ ที่นั่นเหมาะแก่การประลองมากกว่า"
ทั้งกลุ่มเดินตามเยว่กวนไปยังสนามประลองวิญญาณแบบปิดของโรงเรียนวิญญาณยุทธ์
สถานที่แห่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้นักเรียนใช้ฝึกซ้อมและแข่งขันโดยเฉพาะ มีค่ายกลป้องกันอยู่รอบด้าน ไม่ต้องกังวลว่าพลังจะรั่วไหลไปทำอันตรายผู้อื่น
สนามประลองเป็นรูปวงกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณห้าสิบเมตร พื้นปูด้วยหินชนิดพิเศษที่มีความแข็งแกร่งและช่วยลดแรงกระแทกได้บ้าง
ที่นั่งผู้ชมโดยรอบว่างเปล่า มีเพียงพวกเขาไม่กี่คนเท่านั้น
เยว่กวนยืนอยู่ที่ขอบสนาม เสียงของเขาก้องกังวานในพื้นที่โล่ง
"กติกาเรียบง่าย รู้ผลแพ้ชนะก็ให้หยุดมือ ใครยอมแพ้หรือหมดสภาพต่อสู้ถือว่าเป็นฝ่ายพ่ายแพ้"
หูเลี่ยนะและหลิงเฟิงยืนอยู่อีกด้านหนึ่งของสนาม ส่วนเซี่ยเยว่และเหยียนยืนอยู่อีกด้าน
"ศิษย์น้อง ตื่นเต้นไหม?" หูเลี่ยนะถามเสียงเบา
หลิงเฟิงส่ายหน้า "ผมไม่เป็นไรครับ แค่อยากทดสอบความเข้ากันได้ของเรามากกว่า"
ฝั่งตรงข้าม เหยียนเริ่มวอร์มร่างกายแล้ว "เซี่ยเยว่ เดี๋ยวอย่าออมมือนะ!"
เซี่ยเยว่พยักหน้าเรียบเฉย "ข้าจะเอาจริงแน่นอน"
เยว่กวนยกมือขึ้น "ถ้าอย่างนั้น เริ่มการประลองได้!"
สิ้นเสียงของเยว่กวน ทั้งสี่คนก็ปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์ออกมาพร้อมกัน
ผมยาวสีทองของหูเลี่ยนะเปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิงในพริบตา หางฟูนุ่มงอกออกมาจากด้านหลัง กลิ่นอายเย้ายวนแผ่กระจายไปทั่วร่าง วงแหวนวิญญาณสองเหลืองหนึ่งม่วงปรากฏขึ้นใต้เท้า
เถาวัลย์เมฆามายาของหลิงเฟิงปรากฏขึ้นเช่นกัน เถาวัลย์สีดำแดงกว่าสิบเส้นแหวกว่ายไปในอากาศ วงแหวนวิญญาณสีเหลืองหนึ่งวงลอยเด่นขึ้นใต้เท้า
ฝั่งตรงข้าม เปลวไฟปะทุออกจากร่างของเหยียน ลวดลายสีแดงเพลิงลามเลียไปทั่วตัว กลิ่นอายดุดันน่าเกรงขาม
เซี่ยเยว่เรียกใบมีดจันทร์เสี้ยวสีแดงเลือดสองเล่มออกมา คมมีดสะท้อนแสงแดดแวววาว
ทั้งสองคนมีวงแหวนวิญญาณสองเหลืองหนึ่งม่วงเช่นเดียวกัน
"เกราะรบจิ้งจอกมาร!"
หูเลี่ยนะและหลิงเฟิงตะโกนขึ้นพร้อมกัน แสงสีทองแดงห่อหุ้มร่างของทั้งคู่ไว้
เมื่อแสงจางลง หูเลี่ยนะก็สวมชุดเกราะรบสีดำแดงชุดนั้นเรียบร้อย กลิ่นอายทั่วร่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
"นี่น่ะรึทักษะผสานวิญญาณยุทธ์?" เหยียนเบิกตากว้าง "พิเศษจริงๆ ด้วยแฮะ"
เซี่ยเยว่ขมวดคิ้ว เขาสัมผัสได้ถึงพลังกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวหูเลี่ยนะในขณะนี้
เยว่กวนพยักหน้าจากข้างสนาม รู้สึกพอใจกับทักษะผสานวิญญาณยุทธ์นี้มาก
"เหยียน อย่ามัวแต่ยืนบื้อ!" เซี่ยเยว่เตือนสติ
เหยียนตั้งสติได้ เปลวไฟในกายลุกโชนยิ่งขึ้น "ทักษะวิญญาณที่หนึ่ง ลาวานรกพวยพุ่ง!"
พื้นดินแยกออกทันที เสาหินลาวาขนาดใหญ่พุ่งขึ้นจากใต้ดิน ตรงเข้าใส่หูเลี่ยนะอย่างรวดเร็ว
"ศิษย์พี่ ระวัง!" หลิงเฟิงเตือนผ่านจิต
ร่างของหูเลี่ยนะวูบไหว หลบการโจมตีนั้นได้อย่างง่ายดาย
ทักษะผสานวิญญาณยุทธ์ไม่เพียงเพิ่มพลังโจมตี แต่ยังเพิ่มความคล่องตัวให้อย่างมหาศาล
"ทักษะวิญญาณที่หนึ่ง บัญชาเพลิงจิ้งจอก!"
หูเลี่ยนะสวนกลับ ลูกไฟที่มีลวดลายสีดำแดงพุ่งเข้าใส่เหยียน
เมื่อเห็นดังนั้น เหยียนก็เปิดใช้งานทักษะวิญญาณที่สองทันที "เกราะศิลาแกร่ง!"
ผิวหนังทั่วร่างของเขาถูกปกคลุมด้วยชั้นหินแข็ง รับการโจมตีของหูเลี่ยนะไว้ตรงๆ
"อะไรกัน?" หูเลี่ยนะประหลาดใจเล็กน้อยที่บัญชาเพลิงจิ้งจอกในสภาวะทักษะผสานวิญญาณยุทธ์ถูกป้องกันได้อย่างสมบูรณ์
จังหวะนั้นเอง เซี่ยเยว่ก็เริ่มโจมตีบ้าง
"ทักษะวิญญาณที่สอง ไล่ล่า!"
ใบมีดจันทร์เสี้ยวสองเล่มหลุดจากมือ วาดโค้งเป็นวิถีงดงามกลางอากาศ ไล่ล่าตามติดร่างของหูเลี่ยนะ
หลังจากปะทะกันไม่กี่กระบวนท่า หลิงเฟิงก็พบจุดอ่อนสำคัญ นั่นคือทักษะการต่อสู้ระยะประชิดของหูเลี่ยนะนั้นค่อนข้างอ่อนด้อย ซึ่งก็สมเหตุสมผล เพราะหูเลี่ยนะเป็นวิญญาจารย์สายควบคุมจิตใจ ไม่ได้เน้นการปะทะด้วยกำลัง และปกติการควบคุมทักษะผสานภูตมารมักจะเป็นหน้าที่ของเซี่ยเยว่เสมอ
หลิงเฟิงรีบเสนอแนะผ่านจิตของหูเลี่ยนะ "ศิษย์พี่ ให้ผมควบคุมเองเถอะครับ!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หูเลี่ยนะซึ่งเชื่อใจหลิงเฟิงอย่างเต็มเปี่ยม ก็ยอมสละการควบคุมร่างกายทันที
หลังจากรับช่วงต่อ หลิงเฟิงอาศัยการสนับสนุนจากเถาวัลย์เมฆามายา บังคับชุดเกราะเกราะรบจิ้งจอกมารให้เคลื่อนไหวด้วยท่าทางยากๆ หลบหลีกการไล่ล่าของใบมีดจันทร์เสี้ยวได้อย่างเฉียดฉิว
"ศิษย์น้อง เจ้ายอดเยี่ยมมาก!" หูเลี่ยนะร้องอุทานในใจ