- หน้าแรก
- จุติเทพผมขาว จ้าวแห่งการเอาชีวิตรอดบนเกาะมรณะ
- ตอนที่ 37 : ล่อฆาตกรออกมา
ตอนที่ 37 : ล่อฆาตกรออกมา
ตอนที่ 37 : ล่อฆาตกรออกมา
ตอนที่ 37 : ล่อฆาตกรออกมา
หนึ่งวันผ่านไปโดยไม่มีเหตุการณ์ใดๆ
เย็นวันนั้น อันหลิงตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย เธอไม่รู้ว่าฉินเซียวเองก็ได้รับภารกิจลับเช่นกัน และเธอก็ยังคงครุ่นคิดหาวิธีเอาตับอ่อนอยู่
เธอชำเลืองดูเวลา ตอนนี้หกโมงเย็นกว่าๆ แล้ว
เธอลุกขึ้น ใส่เสื้อผ้าและรองเท้า รีบล้างหน้าล้างตา รวบผม แล้วมานั่งลงที่เก้าอี้
ขณะกินมื้อเย็น เธอก็เฝ้ารอเงียบๆ ให้คฤหาสน์ไฟดับ เพื่อหาโอกาสทำภารกิจลับให้สำเร็จ
ในที่สุดเธอก็กินบิสกิตอัดแท่งรสชาติแย่ห่อสุดท้ายจนหมด ตามด้วยแซนด์วิชอีกชิ้น ก่อนจะตบพุงอย่างพึงพอใจ
เธอกินแต่อาหารสำเร็จรูปมาหลายวันแล้ว แต่โชคดีที่ร่างกายยังไม่รู้สึกผิดปกติอะไร
"จู่ๆ ก็คิดถึงรสชาติบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขึ้นมาตะหงิดๆ แฮะ!"
การรอคอยเป็นสิ่งที่น่าเบื่อที่สุด อันหลิงเอาแต่ก้มมองจี้ที่หน้าอก ภาวนาให้เวลาผ่านไปเร็วๆ
ผ่านไปอีกสี่ชั่วโมง เวลาล่วงเลยมาถึงสี่ทุ่ม ซึ่งเป็นเวลาปิดไฟ
อันหลิงปิดไฟในห้อง และเฝ้ามองแสงไฟจากทางเดินที่ลอดผ่านช่องว่างใต้ประตูเข้ามา
ตึก ตึก!
เสียงฝีเท้าอีกแล้วเหรอ?
อันหลิงตัวแข็งทื่อ สายตาจับจ้องไปที่ประตู
ครู่ต่อมา เสียงฝีเท้าก็หายไป ไม่มีเงาคนใต้ประตู มันไม่ได้หยุดที่หน้าห้องเธอ อันหลิงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นกะทันหันในค่ำคืนอันเงียบสงัดทำให้หัวใจของเธอเต้นรัว เสียงดังมาจากด้านหนึ่ง มันกำลังเคาะประตูห้องของผู้เอาชีวิตรอดคนอื่น!
เสียงมาจากทางขวา ใกล้มาก ไม่ห้องของฉินเซียวก็ห้องของเฉินรุ่ย
แตกต่างจากครั้งก่อนๆ โดยสิ้นเชิง ครั้งนั้นเสียงที่แต่ละคนได้ยินไม่เหมือนกันราวกับภาพลวงตา
แต่ครั้งนี้ เสียงเคาะประตูที่น่าสยดสยองดังก้องไปทั่วทั้งทางเดิน
ผู้เอาชีวิตรอดทุกคนที่อยู่ที่นั่นได้ยินมันอย่างชัดเจน
ในห้องถัดไป ฉินเซียวนอนอยู่บนเตียง เมินเฉยต่อเสียงเคาะประตู
มือข้างหนึ่งของเขากำดาบถังแน่น สมองกำลังขบคิดว่าจะตะโกนชื่อนายทาสออกไปตอนนี้เลยดีไหม
เขามั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่าสัตว์ประหลาดหน้าประตูคือฆาตกรที่ฆ่านายทาส
อย่างไรก็ตาม ห้องที่คับแคบไม่เหมาะกับการต่อสู้ ถ้าเขาพลาดท่า เขาอาจจะตายคาที่ หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ฉินเซียวก็ล้มเลิกความคิดที่จะตะโกนชื่อนายทาส
อย่างน้อยที่โถงข้างล่าง ก็ยังมีอันหลิงคอยเป็นแบ็คอัพให้อยู่
ผ่านไปสักพัก เสียงเคาะประตูก็หยุดลง และเสียงฝีเท้าตึกตึกก็ดังขึ้นอีกครั้ง มันเปลี่ยนไปเคาะประตูห้องของผู้เอาชีวิตรอดคนอื่นแทน
ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมง พร้อมกับเสียงซี่... คฤหาสน์ก็ไฟดับลงอีกครั้ง
ผู้เอาชีวิตรอดทุกคนแสดงสีหน้าหวาดวิตก มีเพียงอันหลิงและฉินเซียวเท่านั้นที่ดูพอใจเล็กน้อย พวกเขารู้ว่าโอกาสในการหนีออกจากเกาะมาถึงแล้ว
ผู้เอาชีวิตรอดทยอยออกจากห้องและเริ่มมารวมตัวกันที่ล็อบบี้ชั้นหนึ่ง
อันหลิงเช็คเวลา เพิ่งผ่านไปครึ่งชั่วโมงหลังจากเสียงเคาะประตูหยุด ตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มครึ่ง
ยังเหลือเวลาอีกชั่วโมงครึ่งกว่าจะเข้าสู่วันที่ห้า เธอคาดว่าระดับความอันตรายน่าจะยังไม่เพิ่มขึ้น
นั่นหมายความว่าเธอต้องพยายามจัดการกับนายทาสให้ได้ภายในชั่วโมงครึ่งนี้
ขณะเดินออกจากห้อง อันหลิงสบตากับฉินเซียวแวบหนึ่ง ต่างฝ่ายต่างไม่พูดอะไร และเดินลงไปข้างล่างเงียบๆ
ล็อบบี้เต็มไปด้วยผู้คนอย่างรวดเร็ว ภายใต้แสงไฟฉุกเฉิน ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและสิ้นหวัง
ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้บั่นทอนจิตใจพวกเขาเหลือเกิน
ทุกคนเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้รอดชีวิตเหล่านั้นถึงได้กลายเป็นบ้า
อันหลิงไม่ได้พูดอะไร แค่เธอยืนอยู่ตรงนั้น ก็ทำให้ผู้เอาชีวิตรอดทุกคนไม่กล้าเข้าใกล้แล้ว ขณะที่เธอกำลังจะนับจำนวนคน จู่ๆ เธอก็สังเกตเห็นว่าฉินเซียวเองก็กำลังสังเกตการณ์รอบๆ อยู่เหมือนกัน
เขากำลังนับคนอยู่เหมือนกันเหรอ?
"ทุกคนลองมองดูรอบๆ สิครับ มีผู้เอาชีวิตรอดคนไหนยังไม่ลงมาบ้างไหม? คืนนี้เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกแล้ว ผู้เอาชีวิตรอดคนไหนที่ยังไม่ลงมาจนป่านนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นสัตว์ประหลาดตัวนั้นปลอมตัวมา!"
เสียงเย็นชาของฉินเซียวดังก้องไปทั่วโถง ผู้เอาชีวิตรอดเริ่มกระสับกระส่ายและหันไปมองคนรอบข้างทันที
แต่พวกเขาทุกคนล้วนเป็นคนแปลกหน้า ไม่คุ้นเคยกับคนรอบตัว ต่อให้มีผู้เอาชีวิตรอดที่เคยเจอกันแค่ผ่านๆ หายไปสักคนสองคน ก็ยากที่จะจำได้ในสถานการณ์ตึงเครียดแบบนี้
เมื่อเห็นว่าฝูงชนไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ ฉินเซียวจึงหันมามองอันหลิง "ช่วยผมหน่อยนะครับ ช่วยจับตาดูพวกเขาไว้ เดี๋ยวผมจะขึ้นไปดูว่ามีผู้เอาชีวิตรอดคนไหนยังซ่อนตัวอยู่หรือเปล่า"
อันหลิงพยักหน้าอย่างงุนงง ปฏิกิริยาของอีกฝ่ายวันนี้ดูผิดปกติมาก แต่เธอก็ไม่ได้ซักไซ้
แน่นอนว่าผู้เอาชีวิตรอดคนอื่นๆ ไม่กล้าวิ่งหนีสุ่มสี่สุ่มห้าในสถานการณ์แบบนี้หรอก
การอยู่คนเดียวในคฤหาสน์ที่ไฟดับเป็นเรื่องอันตรายมาก
ล็อบบี้ชั้นหนึ่งค่อนข้างวุ่นวาย ผู้เอาชีวิตรอดเกือบทุกคนจับกลุ่มคุยกันเสียงเบาเพื่อคลายความกลัว
อันหลิงเหมือนจะได้ยินเสียงตะโกนของฉินเซียวดังมาจากชั้นบน แต่จับใจความไม่ได้ว่าเขาพูดอะไร
ผ่านไปอีกไม่กี่นาที เธอก็ได้ยินชัดเจน : เขากำลังตะโกนอะไรบางอย่างเกี่ยวกับ "แมทธิวส์"
สามชั้น ห้าสิบห้อง เขาใช้เวลาตรวจสอบไม่ถึงสิบนาที แล้วก็กลับลงมาที่ชั้นหนึ่ง
อันหลิงทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ยั้งปากไว้ เธอรู้ว่าอีกฝ่ายอาจจะได้ข้อมูลอะไรมาบ้าง
ตอนที่เขาเดินผ่านเธอไป กล้ามเนื้อของฉินเซียวเกร็งแน่น เห็นได้ชัดว่าเปี่ยมไปด้วยพลังระเบิดที่น่าสะพรึงกลัว
"พวกคุณสองคนถอยไป ผมเจอวิธีออกจากเกาะแล้ว"เขากระซิบ
อันหลิงและเฉินรุ่ยรีบถอยห่างจากกลุ่มผู้เอาชีวิตรอดทันที
นอกจากพวกเขาสามคน ยังมีคนอยู่ที่นี่อีกเกือบสามสิบคน เขามีวิธีหาตัวนายทาสที่ซ่อนอยู่แล้วงั้นเหรอ?
อันหลิงเฝ้ามองฉากตรงหน้าเงียบๆ อยากรู้ว่าฉินเซียวจะใช้วิธีไหน
เธอเห็นเขาหยิบกระดาษสีเหลืองแผ่นหนึ่งออกมา หลังจากก้มมองมันแวบหนึ่ง เขาก็หันหน้าเข้าหาผู้เอาชีวิตรอดทุกคน
"จอห์น แมทธิวส์!"
จู่ๆ เขาก็ตะโกนลั่น เสียงดังก้องไปทั่วทั้งโถง วินาทีต่อมา กระดาษสีเหลืองในมือเขาก็เริ่มลุกไหม้ และกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา
อันหลิงตกใจ แน่นอนว่าเธอรู้ว่าสิ่งที่เขาถืออยู่ในมือคืออะไร—ภารกิจลับ!
ฉินเซียวเองก็มีภารกิจลับเหมือนกัน!
เธอตระหนักได้ในทันทีว่าภารกิจลับไม่ได้มีแค่อย่างเดียว
เมื่อเสียงตะโกนจางหายไป ผู้เอาชีวิตรอดทุกคนก็เริ่มมองหน้ากัน แล้วหันมามองฉินเซียวอย่างงุนงงว่าทำไมเขาถึงตะโกนชื่อนี้
แต่อันหลิงกลับจ้องเขม็งไปที่ผู้เอาชีวิตรอดในฝูงชน เธอเห็นว่าดวงตาของคนหลายคนเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท และพวกเขากำลังส่งยิ้มประหลาดออกมา
วินาทีถัดมา เช่นเดียวกับผู้สังเกตการณ์เมื่อวาน พวกมันทั้งหมดพุ่งเข้าใส่ฉินเซียว
"ที่แท้ฆาตกรก็ไม่ได้มีแค่คนเดียวสินะ" เขาก้าวเท้าสวนเข้าไปพร้อมดาบ เปิดฉากการต่อสู้กับพวกมัน
คนพวกนี้ต่างจากผู้สังเกตการณ์มาก พวกมันไม่มีความสามารถผิดมนุษย์ พละกำลังและความเร็วก็ยังอยู่ในขอบเขตของมนุษย์ปกติ
ฆาตกรสี่คน พูดตามตรง ก็ไม่ต่างอะไรกับคนธรรมดาสี่คน ข้อแตกต่างเดียวคือต้องตัดหัวพวกมันถึงจะฆ่าให้ตายสนิทได้
เห็นได้ชัดว่า ต่อให้ร่วมมือกัน สี่คนนี้ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉินเซียว ถ้าเป็นคนธรรมดา ต่อให้โชคดีเจอภารกิจลับ ก็คงมีแต่ตายกับตาย
ผู้เอาชีวิตรอดรอบๆ รีบถอยหนีจากสนามรบที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่นี้อย่างรวดเร็ว อันหลิงเองก็ถอยไปตั้งหลักไกลๆ ชักปืนพกออกมา เตรียมพร้อมลงมือทุกเมื่อ
เธอรู้แล้วว่าภารกิจลับของฉินเซียวกับของเธอเป็นคนละเรื่องกัน สัตว์ประหลาดสี่ตัวนี้ไม่ใช่นายทาสผู้ปกครองเกาะนี้อย่างแน่นอน
ไม่นาน ประกายดาบอันคมกริบก็ตวัดผ่านอากาศ แรงมหาศาลฟันฉับเข้าที่ลำคอ ฆาตกรคนหนึ่งหัวขาดกระเด็นทันที ร่างไร้วิญญาณล้มลงกองกับพื้น
การทำลายสมองเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่การตัดหัวสะดวกกว่าเยอะ
นี่ไม่ใช่พละกำลังที่คนธรรมดาจะมีได้ ฉินเซียวใช้การ์ดไอเทม
อันหลิงเองก็เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย ภารกิจลับของอีกฝ่ายไม่ขัดแย้งกับเธอ และตอนนี้ ตับอ่อนก็อยู่แค่เอื้อมแล้ว