เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 37 : ล่อฆาตกรออกมา

ตอนที่ 37 : ล่อฆาตกรออกมา

ตอนที่ 37 : ล่อฆาตกรออกมา


ตอนที่ 37 : ล่อฆาตกรออกมา

หนึ่งวันผ่านไปโดยไม่มีเหตุการณ์ใดๆ

เย็นวันนั้น อันหลิงตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย เธอไม่รู้ว่าฉินเซียวเองก็ได้รับภารกิจลับเช่นกัน และเธอก็ยังคงครุ่นคิดหาวิธีเอาตับอ่อนอยู่

เธอชำเลืองดูเวลา ตอนนี้หกโมงเย็นกว่าๆ แล้ว

เธอลุกขึ้น ใส่เสื้อผ้าและรองเท้า รีบล้างหน้าล้างตา รวบผม แล้วมานั่งลงที่เก้าอี้

ขณะกินมื้อเย็น เธอก็เฝ้ารอเงียบๆ ให้คฤหาสน์ไฟดับ เพื่อหาโอกาสทำภารกิจลับให้สำเร็จ

ในที่สุดเธอก็กินบิสกิตอัดแท่งรสชาติแย่ห่อสุดท้ายจนหมด ตามด้วยแซนด์วิชอีกชิ้น ก่อนจะตบพุงอย่างพึงพอใจ

เธอกินแต่อาหารสำเร็จรูปมาหลายวันแล้ว แต่โชคดีที่ร่างกายยังไม่รู้สึกผิดปกติอะไร

"จู่ๆ ก็คิดถึงรสชาติบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขึ้นมาตะหงิดๆ แฮะ!"

การรอคอยเป็นสิ่งที่น่าเบื่อที่สุด อันหลิงเอาแต่ก้มมองจี้ที่หน้าอก ภาวนาให้เวลาผ่านไปเร็วๆ

ผ่านไปอีกสี่ชั่วโมง เวลาล่วงเลยมาถึงสี่ทุ่ม ซึ่งเป็นเวลาปิดไฟ

อันหลิงปิดไฟในห้อง และเฝ้ามองแสงไฟจากทางเดินที่ลอดผ่านช่องว่างใต้ประตูเข้ามา

ตึก ตึก!

เสียงฝีเท้าอีกแล้วเหรอ?

อันหลิงตัวแข็งทื่อ สายตาจับจ้องไปที่ประตู

ครู่ต่อมา เสียงฝีเท้าก็หายไป ไม่มีเงาคนใต้ประตู มันไม่ได้หยุดที่หน้าห้องเธอ อันหลิงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นกะทันหันในค่ำคืนอันเงียบสงัดทำให้หัวใจของเธอเต้นรัว เสียงดังมาจากด้านหนึ่ง มันกำลังเคาะประตูห้องของผู้เอาชีวิตรอดคนอื่น!

เสียงมาจากทางขวา ใกล้มาก ไม่ห้องของฉินเซียวก็ห้องของเฉินรุ่ย

แตกต่างจากครั้งก่อนๆ โดยสิ้นเชิง ครั้งนั้นเสียงที่แต่ละคนได้ยินไม่เหมือนกันราวกับภาพลวงตา

แต่ครั้งนี้ เสียงเคาะประตูที่น่าสยดสยองดังก้องไปทั่วทั้งทางเดิน

ผู้เอาชีวิตรอดทุกคนที่อยู่ที่นั่นได้ยินมันอย่างชัดเจน

ในห้องถัดไป ฉินเซียวนอนอยู่บนเตียง เมินเฉยต่อเสียงเคาะประตู

มือข้างหนึ่งของเขากำดาบถังแน่น สมองกำลังขบคิดว่าจะตะโกนชื่อนายทาสออกไปตอนนี้เลยดีไหม

เขามั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่าสัตว์ประหลาดหน้าประตูคือฆาตกรที่ฆ่านายทาส

อย่างไรก็ตาม ห้องที่คับแคบไม่เหมาะกับการต่อสู้ ถ้าเขาพลาดท่า เขาอาจจะตายคาที่ หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ฉินเซียวก็ล้มเลิกความคิดที่จะตะโกนชื่อนายทาส

อย่างน้อยที่โถงข้างล่าง ก็ยังมีอันหลิงคอยเป็นแบ็คอัพให้อยู่

ผ่านไปสักพัก เสียงเคาะประตูก็หยุดลง และเสียงฝีเท้าตึกตึกก็ดังขึ้นอีกครั้ง มันเปลี่ยนไปเคาะประตูห้องของผู้เอาชีวิตรอดคนอื่นแทน

ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมง พร้อมกับเสียงซี่... คฤหาสน์ก็ไฟดับลงอีกครั้ง

ผู้เอาชีวิตรอดทุกคนแสดงสีหน้าหวาดวิตก มีเพียงอันหลิงและฉินเซียวเท่านั้นที่ดูพอใจเล็กน้อย พวกเขารู้ว่าโอกาสในการหนีออกจากเกาะมาถึงแล้ว

ผู้เอาชีวิตรอดทยอยออกจากห้องและเริ่มมารวมตัวกันที่ล็อบบี้ชั้นหนึ่ง

อันหลิงเช็คเวลา เพิ่งผ่านไปครึ่งชั่วโมงหลังจากเสียงเคาะประตูหยุด ตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มครึ่ง

ยังเหลือเวลาอีกชั่วโมงครึ่งกว่าจะเข้าสู่วันที่ห้า เธอคาดว่าระดับความอันตรายน่าจะยังไม่เพิ่มขึ้น

นั่นหมายความว่าเธอต้องพยายามจัดการกับนายทาสให้ได้ภายในชั่วโมงครึ่งนี้

ขณะเดินออกจากห้อง อันหลิงสบตากับฉินเซียวแวบหนึ่ง ต่างฝ่ายต่างไม่พูดอะไร และเดินลงไปข้างล่างเงียบๆ

ล็อบบี้เต็มไปด้วยผู้คนอย่างรวดเร็ว ภายใต้แสงไฟฉุกเฉิน ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและสิ้นหวัง

ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้บั่นทอนจิตใจพวกเขาเหลือเกิน

ทุกคนเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้รอดชีวิตเหล่านั้นถึงได้กลายเป็นบ้า

อันหลิงไม่ได้พูดอะไร แค่เธอยืนอยู่ตรงนั้น ก็ทำให้ผู้เอาชีวิตรอดทุกคนไม่กล้าเข้าใกล้แล้ว ขณะที่เธอกำลังจะนับจำนวนคน จู่ๆ เธอก็สังเกตเห็นว่าฉินเซียวเองก็กำลังสังเกตการณ์รอบๆ อยู่เหมือนกัน

เขากำลังนับคนอยู่เหมือนกันเหรอ?

"ทุกคนลองมองดูรอบๆ สิครับ มีผู้เอาชีวิตรอดคนไหนยังไม่ลงมาบ้างไหม? คืนนี้เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกแล้ว ผู้เอาชีวิตรอดคนไหนที่ยังไม่ลงมาจนป่านนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นสัตว์ประหลาดตัวนั้นปลอมตัวมา!"

เสียงเย็นชาของฉินเซียวดังก้องไปทั่วโถง ผู้เอาชีวิตรอดเริ่มกระสับกระส่ายและหันไปมองคนรอบข้างทันที

แต่พวกเขาทุกคนล้วนเป็นคนแปลกหน้า ไม่คุ้นเคยกับคนรอบตัว ต่อให้มีผู้เอาชีวิตรอดที่เคยเจอกันแค่ผ่านๆ หายไปสักคนสองคน ก็ยากที่จะจำได้ในสถานการณ์ตึงเครียดแบบนี้

เมื่อเห็นว่าฝูงชนไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ ฉินเซียวจึงหันมามองอันหลิง "ช่วยผมหน่อยนะครับ ช่วยจับตาดูพวกเขาไว้ เดี๋ยวผมจะขึ้นไปดูว่ามีผู้เอาชีวิตรอดคนไหนยังซ่อนตัวอยู่หรือเปล่า"

อันหลิงพยักหน้าอย่างงุนงง ปฏิกิริยาของอีกฝ่ายวันนี้ดูผิดปกติมาก แต่เธอก็ไม่ได้ซักไซ้

แน่นอนว่าผู้เอาชีวิตรอดคนอื่นๆ ไม่กล้าวิ่งหนีสุ่มสี่สุ่มห้าในสถานการณ์แบบนี้หรอก

การอยู่คนเดียวในคฤหาสน์ที่ไฟดับเป็นเรื่องอันตรายมาก

ล็อบบี้ชั้นหนึ่งค่อนข้างวุ่นวาย ผู้เอาชีวิตรอดเกือบทุกคนจับกลุ่มคุยกันเสียงเบาเพื่อคลายความกลัว

อันหลิงเหมือนจะได้ยินเสียงตะโกนของฉินเซียวดังมาจากชั้นบน แต่จับใจความไม่ได้ว่าเขาพูดอะไร

ผ่านไปอีกไม่กี่นาที เธอก็ได้ยินชัดเจน : เขากำลังตะโกนอะไรบางอย่างเกี่ยวกับ "แมทธิวส์"

สามชั้น ห้าสิบห้อง เขาใช้เวลาตรวจสอบไม่ถึงสิบนาที แล้วก็กลับลงมาที่ชั้นหนึ่ง

อันหลิงทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ยั้งปากไว้ เธอรู้ว่าอีกฝ่ายอาจจะได้ข้อมูลอะไรมาบ้าง

ตอนที่เขาเดินผ่านเธอไป กล้ามเนื้อของฉินเซียวเกร็งแน่น เห็นได้ชัดว่าเปี่ยมไปด้วยพลังระเบิดที่น่าสะพรึงกลัว

"พวกคุณสองคนถอยไป ผมเจอวิธีออกจากเกาะแล้ว"เขากระซิบ

อันหลิงและเฉินรุ่ยรีบถอยห่างจากกลุ่มผู้เอาชีวิตรอดทันที

นอกจากพวกเขาสามคน ยังมีคนอยู่ที่นี่อีกเกือบสามสิบคน เขามีวิธีหาตัวนายทาสที่ซ่อนอยู่แล้วงั้นเหรอ?

อันหลิงเฝ้ามองฉากตรงหน้าเงียบๆ อยากรู้ว่าฉินเซียวจะใช้วิธีไหน

เธอเห็นเขาหยิบกระดาษสีเหลืองแผ่นหนึ่งออกมา หลังจากก้มมองมันแวบหนึ่ง เขาก็หันหน้าเข้าหาผู้เอาชีวิตรอดทุกคน

"จอห์น แมทธิวส์!"

จู่ๆ เขาก็ตะโกนลั่น เสียงดังก้องไปทั่วทั้งโถง วินาทีต่อมา กระดาษสีเหลืองในมือเขาก็เริ่มลุกไหม้ และกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา

อันหลิงตกใจ แน่นอนว่าเธอรู้ว่าสิ่งที่เขาถืออยู่ในมือคืออะไร—ภารกิจลับ!

ฉินเซียวเองก็มีภารกิจลับเหมือนกัน!

เธอตระหนักได้ในทันทีว่าภารกิจลับไม่ได้มีแค่อย่างเดียว

เมื่อเสียงตะโกนจางหายไป ผู้เอาชีวิตรอดทุกคนก็เริ่มมองหน้ากัน แล้วหันมามองฉินเซียวอย่างงุนงงว่าทำไมเขาถึงตะโกนชื่อนี้

แต่อันหลิงกลับจ้องเขม็งไปที่ผู้เอาชีวิตรอดในฝูงชน เธอเห็นว่าดวงตาของคนหลายคนเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท และพวกเขากำลังส่งยิ้มประหลาดออกมา

วินาทีถัดมา เช่นเดียวกับผู้สังเกตการณ์เมื่อวาน พวกมันทั้งหมดพุ่งเข้าใส่ฉินเซียว

"ที่แท้ฆาตกรก็ไม่ได้มีแค่คนเดียวสินะ" เขาก้าวเท้าสวนเข้าไปพร้อมดาบ เปิดฉากการต่อสู้กับพวกมัน

คนพวกนี้ต่างจากผู้สังเกตการณ์มาก พวกมันไม่มีความสามารถผิดมนุษย์ พละกำลังและความเร็วก็ยังอยู่ในขอบเขตของมนุษย์ปกติ

ฆาตกรสี่คน พูดตามตรง ก็ไม่ต่างอะไรกับคนธรรมดาสี่คน ข้อแตกต่างเดียวคือต้องตัดหัวพวกมันถึงจะฆ่าให้ตายสนิทได้

เห็นได้ชัดว่า ต่อให้ร่วมมือกัน สี่คนนี้ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉินเซียว ถ้าเป็นคนธรรมดา ต่อให้โชคดีเจอภารกิจลับ ก็คงมีแต่ตายกับตาย

ผู้เอาชีวิตรอดรอบๆ รีบถอยหนีจากสนามรบที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่นี้อย่างรวดเร็ว อันหลิงเองก็ถอยไปตั้งหลักไกลๆ ชักปืนพกออกมา เตรียมพร้อมลงมือทุกเมื่อ

เธอรู้แล้วว่าภารกิจลับของฉินเซียวกับของเธอเป็นคนละเรื่องกัน สัตว์ประหลาดสี่ตัวนี้ไม่ใช่นายทาสผู้ปกครองเกาะนี้อย่างแน่นอน

ไม่นาน ประกายดาบอันคมกริบก็ตวัดผ่านอากาศ แรงมหาศาลฟันฉับเข้าที่ลำคอ ฆาตกรคนหนึ่งหัวขาดกระเด็นทันที ร่างไร้วิญญาณล้มลงกองกับพื้น

การทำลายสมองเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่การตัดหัวสะดวกกว่าเยอะ

นี่ไม่ใช่พละกำลังที่คนธรรมดาจะมีได้ ฉินเซียวใช้การ์ดไอเทม

อันหลิงเองก็เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย ภารกิจลับของอีกฝ่ายไม่ขัดแย้งกับเธอ และตอนนี้ ตับอ่อนก็อยู่แค่เอื้อมแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 37 : ล่อฆาตกรออกมา

คัดลอกลิงก์แล้ว