- หน้าแรก
- ตกงานตอนอายุสามสิบ แล้วไง ผมมีระบบฟรีแลนซ์สุดโกง
- บทที่ 27: งานเลี้ยงสังสรรค์สามสหาย และน้องสาวคนเล็กของสวี่กวางจง
บทที่ 27: งานเลี้ยงสังสรรค์สามสหาย และน้องสาวคนเล็กของสวี่กวางจง
บทที่ 27: งานเลี้ยงสังสรรค์สามสหาย และน้องสาวคนเล็กของสวี่กวางจง
บทที่ 27: งานเลี้ยงสังสรรค์สามสหาย และน้องสาวคนเล็กของสวี่กวางจง
เนื่องจากเป็นช่วงเวลาเลิกงานและการจราจรติดขัด ร้านหม้อไฟไห่เฟิงก็อยู่ไกลจากท่าเรือพอสมควร เฉินหยวนจึงใช้เวลาขับรถกว่าสี่สิบนาทีจึงจะไปถึง
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในร้าน เฉินหยวนก็มองเห็น สวี่กวางจง นั่งหน้าเครียด บ่นกระปอดกระแปดอะไรบางอย่างให้ ติงเลี่ยง ฟัง
ส่วนติงเลี่ยงกลับนั่งยิ้มแฉ่งจนปากจะฉีกถึงหู
ติงเลี่ยง สวี่กวางจง และเฉินหยวน ทั้งสามคนเป็นเพื่อนร่วมรุ่นสมัยมหาวิทยาลัย ติงเลี่ยงมาจากต่างเมืองเหมือนเฉินหยวน แต่พอเรียนจบก็ได้บรรจุเป็นข้าราชการที่ปินเฉิง
"ไง ติงเลี่ยง มีเรื่องอะไรดีๆ เหรอเพื่อน? เมียเพิ่มค่าขนมให้หรือไง?" เฉินหยวนร้องทักพลางหัวเราะร่าขณะเดินเข้าไปหา
เมื่อได้ยินเสียง สวี่กวางจงกับติงเลี่ยงก็เงยหน้ามองเฉินหยวน
ติงเลี่ยงไม่ได้พูดอะไร ยังคงยิงฟันยิ้มไม่หุบ ดูจากความดีใจระดับนี้ ค่าขนมคงเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสักสองร้อยหยวนเห็นจะได้
พอเห็นรอยยิ้มกวนๆ ของเฉินหยวน สวี่กวางจงก็ชี้หน้าเขาอย่างเหลืออดแล้วด่าสวนทันที "อะ-ไอ้... ไอ้เวรเอ๊ย บอกมาเดี๋ยวนี้นะ เอ็งแอบไปเจิมปากที่วัดจูซานมาใช่ไหม?!"
เฉินหยวนปรายตามอง "ไสหัวไปเลย! เมื่อกลางวันยังด่าว่าข้าเป็นตัวซวยอยู่เลยนี่ ตกลงมันเรื่องอะไรกันแน่?"
พูดจบ เฉินหยวนก็นั่งลงกวาดสายตาดูอาหารบนโต๊ะ
เยี่ยม!
เนื้อวัวสามจาน เนื้อแกะสามจาน ผ้าขี้ริ้ว กะปิ ชุดผักรวมเห็ด หอยเชลล์ แล้วก็... ซีฟู้ดที่หนีไม่พ้นหอยนางรมเจ้าเก่า
"โธ่โว้ย... บัดซบจริงๆ!"
สวี่กวางจงถอนหายใจเฮือกใหญ่ บ่นพึมพำกับตัวเอง แล้วกระดกเบียร์ลงคอไปหนึ่งแก้ว
เฉินหยวนสะดุ้งเล็กน้อย ดูจากสีหน้าของสวี่กวางจงแล้ว ท่าทางเรื่องจะใหญ่ไม่ใช่เล่น
เขาหันไปถามติงเลี่ยงที่ยังคงนั่งหัวเราะคิกคักอยู่ "เกิดอะไรขึ้นวะ?"
"ไอ้สวี่... ฮ่าๆๆ ไอ้สวี่มันได้น้องสาวว่ะ! ฮิๆๆ!" ติงเลี่ยงพยายามพูดแทรกเสียงหัวเราะ
"น้องสาว? เรื่องแค่นี้เป็นข่าวด้วยเหรอ? มันเปลี่ยน 'น้องสาว' บนเตียงไม่ซ้ำหน้าทุกอาทิตย์อยู่แล้วนี่หว่า" เฉินหยวนแซวกลับ
ติงเลี่ยงยิงฟันขาว "คนนี้ไม่เหมือนกันเว้ย... น้องสาวแท้ๆ สายเลือดเดียวกัน ลูกพ่อมันเอง แบบที่... แบบที่มาแย่งมรดกมันได้เลยนะเว้ย! ฮิๆ!"
เฉินหยวนชะงักกึก "หา?"
เขาหันกลับไปมองสวี่กวางจงอีกครั้ง หน้าเขียวปั้ดไปเรียบร้อยแล้ว
จากนั้นติงเลี่ยงก็สาธยายรายละเอียดให้เฉินหยวนฟังอย่างออกรส
เรื่องของเรื่องคือ พ่อหม้ายของสวี่กวางจงแอบคบหาดูใจกับผู้หญิงคนหนึ่งเมื่อสามปีก่อน
ปิดเงียบไม่ให้ใครรู้ แม้แต่สวี่กวางจงก็เพิ่งรู้เรื่องเมื่อวานนี้เอง
และพร้อมกับการเปิดตัว ก็มีข่าวที่ทำเอาสวี่กวางจงแทบช็อคตาตั้ง พ่อของเขากับผู้หญิงคนนั้นมีลูกด้วยกันแล้ว... ตอนนี้อายุสามขวบ อาศัยอยู่กับพ่อ
ตามที่สวี่เล่าให้ติงฟัง ตาเฒ่าสวี่กะว่าจะรอให้ความสัมพันธ์มั่นคงกว่านี้ก่อนค่อยเปิดตัว
แต่ตาแกดันประเมินน้ำยาตัวเองต่ำไปหน่อย ไม่นึกเลยว่าผู้หญิงที่อายุสี่สิบกว่าแล้วจะท้องป่องขึ้นมาได้
พอท้องขึ้นมาจริงๆ ทั้งตาเฒ่าสวี่และฝ่ายหญิงก็อยากเก็บเด็กไว้
คนหนึ่งอยากได้ลูกสาวตอนแก่ อีกคนอายุเยอะแล้วเพิ่งจะมีลูกคนแรก ต่างฝ่ายต่างก็ตัดใจทำแท้งไม่ลง
ทีนี้ตาเฒ่าสวี่ก็เลยงานเข้า... จะบอกลูกชายอายุสามสิบของตัวเองยังไงดี?
"เฮ้! ลูกพ่อ ยินดีด้วยนะ พ่อเสกน้องให้แกเพิ่มมาคนนึง! เซอร์ไพรส์ไหมล่ะ!"
แกพูดไม่ออกจริงๆ
ก็เลยผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นปิดบังความจริงมาจนถึงทุกวันนี้
ทว่าเมื่อเร็วๆ นี้ ฝ่ายหญิงดันตรวจพบว่าเป็นโรคร้ายระยะสุดท้ายและเหลือเวลาอีกไม่มาก จึงจำต้องฝากฝังลูกน้อยไว้กับตาเฒ่าสวี่ ความลับจึงแตกโพละออกมา
"เชี่ย... ปี 2023 จะหมดอยู่แล้ว ยังมีดราม่าใหญ่อลังการขนาดนี้อีกเหรอเนี่ย ลุงสวี่แม่งตำนานชัดๆ!"
หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมด เฉินหยวนก็อุทานออกมาด้วยความตกตะลึง
ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมสวี่กวางจงถึงด่าเขาว่าเป็นตัวซวยปากเสีย
เมื่อเช้าวานตอนโทรคุยกัน สวี่กวางจงบ่นกระปอดกระแปดใส่เขาว่า "ตกงานแล้วทำไมทำเสียงระรื่นยังกะพ่อเสกน้องชายให้งั้นแหละ?"
ต้องยอมรับเลยว่าคำด่าของสวี่กวางจงมีมูลความจริง... ตอนนี้ดวงตาของสวี่กวางจงเขียวปั้ดด้วยความโกรธ เขาถอนหายใจแล้วนั่งเงียบกริบ
"แล้วตกลง... เอ็งจะเอายังไงต่อ?"
น้ำซุปในหม้อเดือดปุดๆ เฉินหยวนคีบเนื้อวัวลงไปแกว่งสองสามทีแล้วถามขึ้น พยายามกลั้นขำสุดชีวิต
"คิด? คิดบ้าอะไรล่ะ! ถ้าเป็นเอ็งเจอแบบนี้ จะคิดอะไรออกไหม?" สวี่กวางจงบ่นอุบ หน้ามุ่ย
"พ่อข้าไม่มีทางทำเรื่องพิสดารแบบนี้หรอก... ในเมื่อเอ็งเรียกข้ากับติงเลี่ยงมาที่นี่ งั้นข้าขอพูดตรงๆ เลยนะ"
"ข้าว่าเอ็งไม่มีสิทธิ์ไปโกรธพ่อเอ็งหรอกนะ มันเป็นสิทธิ์ของเขา เอ็งเปลี่ยนผู้หญิงอาทิตย์ละสามคน แต่พ่อเอ็งจะคบผู้หญิงคนเดียวในรอบสามปีไม่ได้หรือไง?"
"จริงๆ ที่เอ็งโกรธเนี่ย เพราะกลัวว่า... น้องสาวคนนี้จะมาแย่งสมบัติใช่ไหมล่ะ?"
คบกันมากว่าสิบปี เฉินหยวนรู้ไส้รู้พุงเพื่อนดี จึงพูดแทงใจดำออกไปตรงๆ
เท่าที่เขารู้ แม้ตาเฒ่าสวี่จะไม่ใช่เศรษฐีระดับเจ้าสัว แต่ในเมืองใหญ่อย่างปินเฉิง แกมีอพาร์ทเมนท์ให้เช่าตั้งสามสี่แห่ง มีห้องแถวอีกสองห้อง และเงินเก็บในธนาคารอีกหลายล้าน
ถ้ามีพี่น้องมาตั้งแต่เด็ก สวี่กวางจงคงไม่เดือดร้อนเรื่องมรดกหรอก
แต่นี่อายุสามสิบสามแล้ว จู่ๆ ก็มีน้องสาวต่างแม่โผล่มาตอนอายุสามขวบ แถมแม่ของเด็กก็ไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อน
ดังนั้น เมื่อไม่มีความผูกพันทางสายเลือดมาค้ำจุน จึงเป็นเรื่องปกติที่ความคิดแรกจะพุ่งไปที่เรื่องการแบ่งมรดก
"ข้า..." สวี่กวางจงอยากจะเถียง แต่ก็หาคำพูดมาแก้ต่างไม่ได้
เฉินหยวนพูดจี้จุดที่เขากังวลใจที่สุดออกมาหมดเปลือก
นั่นแหละคือสิ่งที่เขากลัว... จะให้เป็นเรื่องอื่นไปได้ยังไง?
กลัวว่าเด็กสามขวบจะมาแย่งความรักของพ่อไปจากชายวัยสามสิบสามอย่างเขางั้นเหรอ?
ตอนแรกเขายังแอบหวังลึกๆ ว่าเด็กคนนั้นอาจจะไม่ใช่ลูกพ่อเขาจริงๆ ผู้หญิงคนนั้นอาจจะแค่หาแพะมารับเลี้ยงลูก
เมื่อวานเขาเลยคะยั้นคะยอให้พ่อพาเด็กไปตรวจดีเอ็นเอ
ผลเพิ่งออกวันนี้... ใช่ครับท่านผู้ชม ลูกพ่อเขาจริงๆ
"มองในแง่ดีน่าไอ้สวี่ ถึงเอ็งอาจจะเสียส่วนแบ่งมรดกไปบ้าง แต่เอ็งจะได้... เอ่อ ได้... เฉินหยวน เอ็งพูดต่อที!"
ติงเลี่ยงพยายามจะปลอบใจเพื่อน แต่ก็นึกหาข้อดีไม่ออกสักข้อ
สวี่กวางจงกระแทกแก้วลงบนโต๊ะดังปัง "ตอนนี้ข้ามีแต่ความโมโหโว้ย!" เขาหันไปหาเฉินหยวน "เออ ข้ากังวลเรื่องโดนแย่งสมบัติ แล้วไงวะ? มันก็เรื่องปกติไม่ใช่เหรอ? หืม?"
"อีกอย่าง ลองคิดดูนะ พ่อข้าปีนี้ห้าสิบหก ตอนนี้ยังแข็งแรงดี แต่ถ้าอีกไม่กี่ปีข้างหน้าล่ะ? เกิดอะไรขึ้นมา ภาระตกที่ใคร?"
"ถึงตอนนั้น แกคงนอนพะงาบๆ บนเตียง จับมือข้าแน่น น้ำหูน้ำตาไหล พลางสั่งเสียแกมบังคับให้ข้ารับเลี้ยงเด็กนั่น... จะชอบหรือไม่ชอบก็ต้องรับ!"
"แล้วข้าจะไหวเหรอวะ? ถ้าข้ามีความรับผิดชอบขนาดนั้น ป่านนี้แต่งงานมีลูกเป็นโหลไปนานแล้ว!"
ยิ่งพูดยิ่งน้อยใจ เขากระดกเบียร์เข้าปากอีกแก้ว
แต่งงานมีลูก?
ฝันไปเถอะ! ข้ายังสนุกไม่พอ
แต่งงานไปแล้วได้อะไร?
ชีวิตคู่ที่มีความสุข? เหอะ!
ดูเพื่อนสองคนตรงหน้านี่สิ ตัวอย่างชั้นดีของความล้มเหลว
คนหนึ่งทำงานงกๆ ทั้งวันทั้งคืนเพื่อหาเงินเลี้ยงปากท้อง
อีกคนจะกินข้าวเย็นนอกบ้านยังต้องขออนุญาตเมีย กลัวจนหัวหด
อยากมีลูกนักเหรอ?
เหอะ ตัวเขาเองยังรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กอยู่เลย
นั่นเป็นเหตุผลที่ตลอดหลายปีมานี้ เขาใช้ชีวิตสุดเหวี่ยง ไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานหรือมีลูกอยู่ในหัวสมองเลย
แล้วตอนนี้ล่ะ? พ่อตัวดีดันชิงตัดหน้ามีลูกไปก่อน... ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน?!
"เฮ้ย พวกเอ็งอย่าเอาแต่ยัดห่าสิวะ! ข้าเรียกพวกเอ็งมาช่วยคิดว่าจะเอายังไงต่อ จะมองหน้าพ่อยังไง จะเข้าหน้าเด็กนั่นยังไง?"
ติงเลี่ยงไม่มีคำตอบ เลยแกล้งทำหูทวนลม ก้มหน้าก้มตาเทอาหารลงหม้อต่อไป
"ข้าว่าเรื่องนี้เอ็งผิดเต็มประตู" เฉินหยวนเคี้ยวเนื้อตุ้ยๆ พูดขึ้นมา
สวี่กวางจงกระพริบตาปริบๆ "ข้าผิดตรงไหนวะ?"
"คิดดูดิ ถ้าเอ็งรีบแต่งงานปั๊มลูกออกมาให้พ่อเอ็งเลี้ยงสักโหลสองโหล แกจะมีเวลาว่างไปทำเรื่องแบบนี้ไหมล่ะ?"
"นี่มัน... ตรรกะวิบัติชัดๆ!"
เฉินหยวนยักไหล่ "วิบัติก็วิบัติ แต่มันเกิดขึ้นแล้ว ตอนนี้เอ็งมีทางเลือกแค่สองทาง ตัดพ่อตัดลูกทิ้งมรดกไปซะ หรือยอมรับความจริง กัดฟันสู้ ประจบเอาใจพ่อเอ็ง แล้วก็ทำดีกับน้องสาวเข้าไว้"
"ประจบ? ให้แกเสกน้องมาเพิ่มอีกคนหรือไง?!" สวี่กวางจงกลอกตามองบน
เฉินหยวนโบกมือ "ฟังนะ เมื่อก่อนไม่ว่าเอ็งจะทำตัวเหลวไหลแค่ไหน ไม่ยอมแต่งงานไม่มีลูก พ่อเอ็งก็จำใจต้องยกทุกอย่างให้เอ็ง เพราะเอ็งเป็นลูกคนเดียว แกไม่มีทางเลือก ต้องจำยอม"
"แต่ตอนนี้แกเปิดตัวละครใหม่แล้ว ลูกสาวสุดที่รักตอนแก่ แกต้องสปอยล์ยับแน่ๆ ก็ไอดีหลักมันกากเกลือนี่หว่า"
"ขืนเอ็งยังตั้งป้อมเป็นศัตรู ใครจะไปรู้... เอ้า คิดเอาเองแล้วกัน ข้าไม่พูดเยอะเจ็บคอ"
พูดจบ เฉินหยวนก็เทเนื้อวัวสองจานสุดท้ายลงหม้อรวดเดียว
กินหม้อไฟมันต้องกินแบบนี้สิวะ ถึงจะสะใจ!
ติงเลี่ยงรีบเสริมทันควัน:
"ใช่เลย! พูดได้คมมากเฉินหยวน! ข้าพูดตรงๆ นะไอ้สวี่ ถ้าข้าเป็นพ่อเอ็ง ข้าคงคิดแบบนี้... ข้ามีบ้านเช่า มีเงินเก็บเป็นล้าน แถมยังแข็งแรงดี ทำไมข้าต้องมาแคร์ด้วยว่าลูกอย่างเอ็งจะพอใจหรือไม่พอใจ?!"
"ไอ้ที่เอ็งไม่ยอมแต่งงานมีลูก มันก็หักหาญน้ำใจคนเป็นพ่อมากพอแล้ว ทีนี้พอข้าเริ่มต้นใหม่มีลูกอีกคน เอ็งกล้ามาทำท่าไม่พอใจใส่ข้าเรอะ? ไสหัวไปเลย ข้าตัดหางปล่อยวัดเอ็งซะยังดีกว่า!"
"ฮึ่ม! ไอ้แก่นั่นทำข้าประสาทจะกิน!"
การวิเคราะห์ของติงเลี่ยงนั้นแม่นยำราวจับวาง
เขาสวมบทบาทเป็นพ่อของสวี่กวางจงได้อย่างแนบเนียน
หลังจากฟังเฉินหยวนและติงเลี่ยงพูดจบ สวี่กวางจงก็ก้มหน้านิ่งคิด
"เออๆ กินข้าวกันเถอะ... เฮ้อ..."
เฉินหยวนและติงเลี่ยงสบตากันยิ้มๆ แล้วลงมือจัดการเนื้อในหม้ออย่างเอร็ดอร่อย!
"ไม่เลวเลยนะเฉินหยวน ลูกพี่ลูกน้องข้าบอกว่าเอ็งไปทำงานที่นั่นได้แค่สองวัน ก็ปั่นหัวพวกคนแก่ซะอยู่หมัดเลยเหรอ? เห็นว่ามีบางคนยอมจ่ายเงินจ้างเอ็งให้อยู่ต่อด้วยนี่?" หลังจากตัดสินใจได้แล้วว่าจะทำอย่างไร สวี่กวางจงก็หันมายิ้มกว้างให้เฉินหยวน