- หน้าแรก
- ตกงานตอนอายุสามสิบ แล้วไง ผมมีระบบฟรีแลนซ์สุดโกง
- บทที่ 22: ตะลึงกันทั้งบาง
บทที่ 22: ตะลึงกันทั้งบาง
บทที่ 22: ตะลึงกันทั้งบาง
บทที่ 22: ตะลึงกันทั้งบาง
หลังจากลงเรือพร้อมกับลุงเถียน ทั้งสองก็รีบมุ่งหน้าไปยังเขตเพาะเลี้ยงทันที
เนื่องจากวันนี้ทะเลแทบไม่มีคลื่นลมและอุณหภูมิสูงกว่าเมื่อวานเล็กน้อย เฉินหยวนจึงรู้สึกว่าสภาพอากาศในวันนี้สบายกว่าเมื่อวานมาก
และเมื่อเข้าสู่วันที่สองของการทำงาน ประสิทธิภาพของเฉินหยวนก็สูงขึ้นกว่าเดิม
นี่คือข้อได้เปรียบของความหนุ่มแน่น เรียนรู้ไว และยังมีศักยภาพที่รอการพัฒนาอีกมาก
ส่วนลุงเถียนที่อายุอานามปาเข้าไปห้าสิบกว่า จะให้ไปเค้นศักยภาพอะไรออกมาอีกก็คงเป็นไปไม่ได้แล้ว
และเป็นเพราะประสิทธิภาพการทำงานของเฉินหยวนที่ดีขึ้นในวันนี้
จึงทำให้เกิดสถานการณ์ที่ค่อนข้างกระอักกระอ่วนขึ้น
นั่นก็คือ เมื่อพวกเขาเก็บหอยเที่ยวที่สองเสร็จและขนถ่ายสินค้าลงที่ท่าเรือเรียบร้อย เวลาก็เพิ่งจะประมาณ 11 โมงเช้า ซึ่งเร็วกว่าเมื่อวานถึงครึ่งชั่วโมง
ในขณะที่เรือลำอื่นเพิ่งจะเก็บกรงใส่เรือเที่ยวที่สองได้แค่ครึ่งลำ และยังไม่ได้เริ่มเดินทางกลับเข้าฝั่งด้วยซ้ำ
เวลาพักเที่ยงคือเที่ยงตรง เท่ากับว่ายังเหลือเวลาอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาอาหารกลางวัน
ตามความคิดของเฉินหยวน เขาอยากจะกลับไปที่เขตเพาะเลี้ยงเพื่อเก็บเพิ่มอีกสักเที่ยวแน่นอน
จะให้เขานั่งรอเวลากินข้าวนานตั้งชั่วโมงได้ยังไง? แบบนั้นมันเสียเวลาเปล่าเกินไป
แต่ถ้าออกไปเก็บอีกเที่ยว กว่าจะกลับมาถึงท่าเรือก็คงอย่างน้อยเที่ยงครึ่ง
เฉินหยวนไม่ติดขัดอะไร เขาไม่ได้เป็นโรคเบาหวาน ถึงจะหิวช้าไปหน่อยก็ทนได้
แต่ลุงเถียนนี่สิอายุปาเข้าไปเกือบ 60 แล้ว เฉินหยวนกลัวว่าแกจะทนไม่ไหว
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เฉินหยวนก็ยิ้มแล้วเอ่ยถามลุงเถียน "ลุงเถียนครับ เราพัก..."
"เรากลับไปเก็บกันอีกสักเที่ยวดีไหม?!"
แทบจะในจังหวะเดียวกัน ลุงเถียนก็โพล่งออกมาบอกเฉินหยวนด้วยสีหน้าตื่นเต้น
ทั้งสองคนชะงักไปพร้อมกัน
วินาทีต่อมา ทั้งคนแก่และคนหนุ่มต่างก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
"ลุงเถียน ลุงไหวแน่นะ? ผมกลัวลุงจะหิวจนเป็นลมไปซะก่อน ฮ่าๆ!" เฉินหยวนพูดติดตลก
"เฮ้ย! อย่ามาดูถูกลุงเถียนของเอ็งนะเว้ย ตอนเด็กๆ ข้าอดมื้อกินมื้อมาตั้งกี่หน? งานการก็ยังทำได้ไม่ขาดตกบกพร่อง ไปกันเถอะ! ออกเรือ!"
พูดจบ ลุงเถียนก็สตาร์ทเครื่องยนต์ทันที
"จัดไปครับ! งั้นเราไปลุยกันอีกสักเที่ยว!" เฉินหยวนตอบรับอย่างร่าเริง
และแล้ว ในขณะที่เรือเที่ยวที่สองของคนอื่นยังไม่กลับเข้าฝั่ง ทั้งสองคนก็ออกเรือไปเก็บเที่ยวที่สามกันแล้ว...
...
"เอ๊ะ~ ลุงเถียนกับเสี่ยวเฉินไปไหนกันนะ? ทำไมยังไม่มากินข้าวอีก? วันนี้เป็นอะไรไป ทำไมทำงานช้าจัง?"
"สงสัยเมื่อวานเสี่ยวเฉินโหมงานหนักเกินไปจนล้า วันนี้เลยตามไม่ทันแล้วมั้ง ฮ่าๆ!"
"เฮ้อ ก็เป็นไปได้ คนหนุ่มสาวทำงานไม่รู้จักประมาณตน ใช้แต่แรงเข้าว่า ฝืนร่างกายไปก็ไม่คุ้มหรอก"
"โธ่เอ๊ย เมื่อเช้าพวกเรายังแย่งตัวเขาไปลงเรือด้วยอยู่เลย ไม่นึกว่าจะแผ่วปลายซะงั้น? นี่มันโชคดีจริงๆ ที่..."
ช่วงประมาณเที่ยง คนงานสิบกว่าคนจากเรือลำอื่นๆ ต่างทยอยกันเข้ามาในบ้านพักชั่วคราวเพื่อทานมื้อเที่ยงหลังจากลงของเที่ยวที่สองเสร็จ
เมื่อเห็นว่าลุงเถียนกับเฉินหยวนยังไม่มา ทุกคนก็เริ่มคาดเดาไปต่างๆ นานา
หลายคนคิดว่าเฉินหยวนน่าจะเกิดปัญหาอะไรสักอย่าง
ในตอนนั้นเอง เฒ่าจ้าวที่นั่งเงียบมาตลอด พอเห็นทุกคนแสดงความคิดเห็นกันหมดแล้ว เขาก็จิบน้ำตาม กลืนหมั่นโถวคำโตลงคอ แล้วถอนหายใจพลางกล่าวว่า:
"เหอะ ก็อย่างว่าแหละ คนหนุ่มทำงานไม่ค่อยนิ่ง ถึงคนรุ่นเราจะทำไม่เร็วเท่า แต่เรื่องความชัวร์นี่ไว้ใจได้มากกว่า"
พูดจบ เขาก็ยิ้มแล้วกัดหมั่นโถวคำใหญ่เข้าปากอีกคำ
"แอ๊ด~"
ทันใดนั้น ประตูบ้านพักก็ถูกผลักออก
ลุงเถียนเดินหัวเราะร่าเข้ามาในห้อง ตามหลังมาด้วยเฉินหยวน
"อ้าว! กำลังกินกันอยู่เหรอ?"
ทันทีที่เข้ามา ลุงเถียนก็ทักทายทุกคนด้วยรอยยิ้ม ส่วนเฉินหยวนก็พยักหน้ายิ้มทักทายพวกลุงๆ เช่นกัน
จากนั้นโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ทั้งสองคนก็เริ่มถอดชุดเอี๊ยมกันน้ำออก
ทุกคนในห้องมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ด้วยความงุนงงอย่างหนัก
ลุงเถียนน่าจะเดินหน้าบูดเข้ามาเพราะเสี่ยวเฉินเป็นตัวถ่วงงานในวันนี้ไม่ใช่เหรอ?
แต่ลุงเถียนนอกจากจะไม่หน้าบูดแล้ว ยังยิ้มกว้างจนปากแทบจะฉีกไปถึงหู!
"ลุงเถียน พวกเอ็งทำอะไรกันน่ะ? ถ้าไม่รีบกิน เดี๋ยวหมั่นโถวก็เย็นชืดหมดหรอก แล้วทำไมต้องถอดชุดเอี๊ยมก่อนกินด้วย เดี๋ยวนี้เจ้าระเบียบขนาดนี้เชียว?" ลุงหวงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
ลุงเถียนไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น ยังคงก้มหน้าก้มตาถอดชุดเอี๊ยมต่อไป แล้วตอบกลับอย่างอารมณ์ดีว่า:
"อ๋อ! มื้อเที่ยงนี้ลุงกับเสี่ยวเฉินไม่กินหมั่นโถวที่นี่หรอกนะ เมื่อเช้านี้เราจัดไปสามเที่ยวแล้ว ลุงว่าจะเลี้ยงซุปเนื้อแพะเสี่ยวเฉินสักหน่อย มื้อนี้ลุงเจ้ามือเอง!"
ชั่วพริบตา ทั้งบ้านพักชั่วคราวก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด
เงียบจนได้ยินเสียงเข็มตก!
ทุกคนต่างตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
แม้แต่การเคี้ยวหมั่นโถวก็ชะงักค้างกลางคัน
เฒ่าจ้าวที่เมื่อครู่ยังนึกว่าหมั่นโถวในมือหอมอร่อยเป็นพิเศษ จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนกำลังเคี้ยวขี้ผึ้งจืดชืดอย่างไรอย่างนั้น
ระหว่างที่พูดคุย ลุงเถียนกับเฉินหยวนก็ถอดชุดเอี๊ยมเสร็จพอดี
"เชิญพวกลุงทานกันต่อเลยครับ! ฝากทานส่วนของพวกผมด้วย ผมกับลุงเถียนขอตัวก่อนนะครับ"
ก่อนไป เฉินหยวนกล่าวลาทุกคนในห้องอย่างสุภาพ
จากนั้น เขากับลุงเถียนก็เดินออกจากห้องไปทีละคน
คนในห้องได้แต่มองตามหลังพวกเขาไปอย่างโง่งม
สามวินาทีต่อมา ภายในห้องก็ระเบิดเสียงฮือฮาขึ้นอย่างโกลาหล...