- หน้าแรก
- ตกงานตอนอายุสามสิบ แล้วไง ผมมีระบบฟรีแลนซ์สุดโกง
- บทที่ 21: เฉินหยวน หนุ่มเนื้อหอม
บทที่ 21: เฉินหยวน หนุ่มเนื้อหอม
บทที่ 21: เฉินหยวน หนุ่มเนื้อหอม
บทที่ 21: เฉินหยวน หนุ่มเนื้อหอม
ไม่นานนัก คุณลุงทั้งสามก็วิ่งเหยาะๆ เข้ามาหาเฉินหยวน
เฉินหยวนมองทั้งสามคนด้วยความงุนงง ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากถาม ลุงหวงก็ชิงพูดขึ้นก่อน "เสี่ยวเฉิน มาแล้วรึ? ยังไม่ได้กินข้าวเช้ามาล่ะสิ? เอ้านี่ ลุงเอาซาลาเปามาฝาก ป้าที่บ้านทำเองกับมือ ไส้หมูหัวไชเท้า ลองชิมดูสิ!"
พูดจบ เขาก็ล้วงซาลาเปาลูกใหญ่สองลูกออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ยื่นส่งให้เฉินหยวน
การกระทำของลุงหวงทำเอาเฉินหยวนไปไม่เป็นเล็กน้อย "เอ่อ เดี๋ยวก่อนครับลุงหวง นี่มัน..."
"โว้ย ตาแก่หวง! ปกติมื้อเที่ยงพวกเราก็ยัดซาลาเปากันจนเอียนแล้ว เอ็งยังจะเอามาให้พ่อหนุ่มนี่กินอีกเหรอ? ชาตินี้เอ็งจะกินแต่แป้งรึไง!"
คนที่พูดแทรกขึ้นมาคือลุงหลี่ หลังจากแขวะลุงหวงเสร็จ เขาก็หยิบปาท่องโก๋สองตัวกับน้ำเต้าหู้ร้อนๆ แก้วหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วส่งยิ้มหวานยื่นให้เฉินหยวน "มาๆ เสี่ยวเฉิน กินนี่ดีกว่า!"
เฉินหยวนขมวดคิ้ว เริ่มทำตัวไม่ถูก "พวกลุงทำอะไรกันครับเนี่ย?"
"พอๆ! เก็บไปให้หมดทั้งคู่เลย! มัวแต่เล่นขายของกันอยู่ได้! แน่จริงมันต้องทุ่มไม่อั้นสิวะ!" จังหวะนั้นเอง ลุงจ้าวก็พูดแทรกขึ้นมาด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ หักหน้าทั้งลุงหวงและลุงหลี่
จากนั้นเขาก็หันมาฉีกยิ้มให้เฉินหยวน "เสี่ยวเฉิน ลุงต้องขอโทษเอ็งก่อนเลย! เมื่อวานลุงมันตาถั่วเอง... ที่มองข้ามเอ็งไป เพื่อเป็นการไถ่โทษ วันนี้มาลงเรือลุงเป็นไง? ไม่ต้องห่วง ลุงไม่ให้เอ็งมาช่วยฟรีๆ หรอก เดี๋ยวเลิกงานแบ่งเงินกัน ลุงให้พิเศษเพิ่มอีกร้อยนึงเลยเอ้า!"
"ข้าก็ให้เพิ่มได้ร้อยนึง... ไม่สิ! ข้าให้ร้อยยี่สิบ!"
"ใครทำไม่ได้บ้างวะ? ข้าก็แบ่งให้ได้! เสี่ยวเฉิน มากับลุง วันนี้ลุงให้เพิ่มร้อยห้าสิบ!"
พอลุงหวงกับลุงหลี่ได้ยินดังนั้น ก็รีบตะโกนเกทับเสนอราคาแข่งกันทันที
ถึงขั้นยอมควักเนื้อจ่ายมากกว่าที่ลุงจ้าวเสนอเสียอีก
อ๋อ... เรื่องมันเป็นอย่างนี้นี่เอง
ตอนนี้เฉินหยวนเข้าใจสถานการณ์แจ่มแจ้งแล้ว
สรุปว่าตาแก่สามคนนี้กำลังพยายามจะ "ซื้อตัว" เขานั่นเอง
แต่เดี๋ยวนะ มันแปลกๆ พวกเขายินดีควักเงินส่วนตัวเพิ่มให้เขา 100 หรือถึงขั้น 150 หยวนตอนแบ่งเงินเลยเหรอ?
นี่มันบ้าไปแล้ว เพราะเมื่อวานเขากับลุงเถียนทำยอดได้มากกว่าพวกนี้แค่ร้อยกว่าหยวนเอง
การที่ยอมจ่ายเงินสด 100 หยวนเพื่อดึงตัวเขาไป มันจะไม่ขาดทุนหรือไง?
จังหวะนี้ เฉินหยวนเหลือบไปเห็นลุงเถียนยืนนิ่งอยู่ไกลๆ มองมาทางพวกเขา
เดิมทีลุงเถียนมีสีหน้าเรียบเฉย แต่พอเห็นเฉินหยวนหันไปมอง แกก็ยิ้มและพยักหน้าให้เบาๆ
"เสี่ยวเฉิน ว่าไง? ในพวกเราสามคน เอ็งอยากไปลงเรือกับใคร? เลือกมาสักคนสิ" ลุงจ้าวเร่งเร้า
เมื่อได้ยินดังนั้น เฉินหยวนก็ยิ้มเจื่อนๆ ให้ชายสูงวัยทั้งสามตรงหน้า "ลุงทั้งสามครับ ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอก ผมทำงานกับลุงเถียนก็มีความสุขดีอยู่แล้ว ดังนั้นผมขออยู่กับลุงเถียนต่อดีกว่าครับ ขอบคุณในความหวังดีของทุกคนนะ เอาเป็นว่าแยกย้ายกันแค่นี้เถอะครับ รีบไปทำงานกันดีกว่า!"
พูดจบ เขาก็รีบชิ่งหนีเดินดุ่มๆ ไปทางฝั่งท่าน้ำทันที
"เฮ้ยๆๆ! เดี๋ยวสิวะเสี่ยวเฉิน! ยังคุยกันไม่จบเลย! ไม่ใช่แค่รอบนี้นะ อีกไม่กี่วัน..."
เฉินหยวนเดินหนีไปไกลแล้วโดยไม่รอฟังให้จบ
ในมุมมองของเฉินหยวน ไม่ว่าสามคนนั้นจะมีเหตุผลอะไรในการแย่งตัวเขา
แต่แค่พิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่า เมื่อวานลุงเถียนเป็นคนเดียวที่ยอมให้โอกาสเขาทำงาน แถมยังใจป้ำควักเงินส่วนตัวให้เขาเพิ่มอีก 50 หยวน เขาก็ไม่มีวันทิ้งลุงเถียนไปหาคนอื่นเด็ดขาด
ไม่อย่างนั้นเขาจะกลายเป็นคนประเภทไหนกัน?
จะไม่กลายเป็น "เฉินซื่อเหม่ย" คนเนรคุณหรอกหรือ?
อืม... ถึงแม้การเปรียบเทียบนี้อาจจะไม่ตรงบริบทเป๊ะๆ แต่มันก็ใกล้เคียงกับความรู้สึกของเขานั่นแหละ
เมื่อเห็นว่าเฉินหยวนไม่ได้เลือกไปกับใครเลย ลุงเถียนก็เผยรอยยิ้มโล่งใจออกมาทันที
สาเหตุที่แกไม่ได้เข้าไปร่วมวงแย่งตัวเฉินหยวนด้วย ก็เพราะแกไม่อยากขัดขวางหนทางรวยของเด็กหนุ่ม
ทำไมถึงพูดแบบนั้นน่ะเหรอ?
เหตุผลที่สามคนนั้นอยากได้ตัวเฉินหยวนไปร่วมงาน เพราะหลังจากหมดช่วงรับงานของจ้าวฮุยแล้ว พวกเขาก็จะย้ายไปรับจ้างเก็บหอยนางรมให้กับเจ้าของฟาร์มรายอื่นต่อทันที
หอยนางรมของฟาร์มอื่นเหล่านั้นจะถูกส่งขายในท้องถิ่น และมียอดเก็บเกี่ยวที่แน่นอนทุกวัน
ดังนั้น งานเก็บหอยจึงมีให้ทำยาวไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ระยะเวลาเก็บเกี่ยวค่อนข้างยาวนาน
ถ้าเฉินหยวนยอมไปลงเรือกับกลุ่มลุงจ้าวเพื่อไปเก็บหอยที่นั่น พวกเขาก็จะทำเงินเพิ่มได้อีกวันละเป็นร้อยหยวน
ดังนั้น การที่คนพวกนี้ยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อตัวเขาในตอนนี้ จึงถือเป็นการลงทุนล่วงหน้านั่นเอง
ส่วนเหตุผลหลักที่ลุงเถียนไม่รั้งตัวเฉินหยวนไว้ เพราะแกไม่มีเรือเป็นของตัวเอง จึงไม่สามารถพาเฉินหยวนไปรับงานต่อที่ฟาร์มอื่นได้
ลุงเถียนเล่าเรื่องนี้ให้เฉินหยวนฟังอย่างตรงไปตรงมา
เฉินหยวนคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าพวกลุงๆ จะมีหัวการค้าและการลงทุนที่เฉียบแหลมขนาดนี้... เขี้ยวลากดินกันทุกคน!
ตามหลักเหตุผล การได้มีโอกาสตามสามคนนั้นไปรับจ้างเก็บหอยที่อื่นต่อก็นับเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเฉินหยวน
ทว่า เขาก็ยังตัดสินใจที่จะไม่ไปทำงานกับพวกเขาอยู่ดี
เพราะการไปเก็บหอยที่ฟาร์มอื่นนั้น ต้องออกเรือกลางดึกและเลิกงานตอนหกหรือเจ็ดโมงเช้า
เฉินหยวนไม่อยากรับงานที่ตารางเวลาเป็นแบบนั้น
พักเรื่องที่ว่าการอดหลับอดนอนทำลายสุขภาพไว้ก่อน ประเด็นสำคัญที่สุดคือ... เสิ่นเสี่ยวจิงภรรยาของเขาไม่มีทางยอมแน่ๆ
หลังจากนั้น เฉินหยวนและลุงเถียนก็เริ่มภารกิจเก็บหอยนางรมประจำวันของพวกเขาต่อไป