เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17: วันนี้วันอะไร?

บทที่ 17: วันนี้วันอะไร?

บทที่ 17: วันนี้วันอะไร?


บทที่ 17: วันนี้วันอะไร?

ลุงเถียนนำพาลาภลอยก้อนโตมาให้เฉินหยวนอย่างคาดไม่ถึงจริงๆ

เขาไม่นึกเลยว่าส่วนนี้จะถูกนับรวมเป็นรายได้ของวันนี้ด้วย

ติดอยู่เพียงเรื่องเดียวคือ เงินรายได้ 50 หยวนนี้ถูกระบบนำไปหารเฉลี่ยกับเวลาทำงานทั้งวัน ทำให้ค่าแรงต่อชั่วโมงออกมาต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ซึ่งส่งผลให้รางวัลตอบแทนจากระบบน้อยตามไปด้วย

ในชั่วขณะนั้น ความคิดบ้าบิ่นอย่างหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวของเฉินหยวน

หากเขานั่งๆ นอนๆ อยู่เฉยๆ ทั้งวัน แล้วให้คนอื่นคอยโอนเงินเข้าบัญชีรัวๆ เขาจะสามารถนอนกินแรงอยู่ที่บ้านได้เลยหรือเปล่า?

แน่นอนว่าหลังจากสอบถามกับระบบ เขาก็รู้ตัวว่าฝันเฟื่องไปเอง

เพราะยอดโอนจากลุงเถียนนั้นมีพื้นฐานมาจากการทำงานเก็บหอยนางรมในวันนี้ ระบบจึงมอบรางวัลให้

ช่องโหว่ประเภทที่แค่หาหน้าม้ามาโอนเงินแล้วจะรวยทางลัดนั้น ไม่มีทางเกิดขึ้นในระบบนี้แน่นอน

เอาเถอะ ช่างมันปะไร

ในที่สุดภารกิจเก็บหอยนางรมของวันนี้ก็สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์เสียที

ในแง่ของตัวเงิน หากไม่นับรายได้เล็กน้อยจากการขับรถรับจ้างเมื่อเช้า การเก็บหอยทำเงินได้ 1,550 บวกกับอีก 100 รวมแล้ววันนี้เขาหาเงินได้กว่า 1,600 หยวน

ส่วนค่าคะแนนสมรรถภาพกายและค่าปัญญา ได้รับมาอย่างละ 202 แต้ม

แม้อายุร่างกายจะไม่ได้ลดลงมากนัก แต่นี่ก็เพิ่งเป็นวันแรก ไม่ต้องรีบร้อน ค่อยเป็นค่อยไปดีกว่า

โดยภาพรวมแล้วถือว่าเก็บเกี่ยวได้คุ้มค่า!

กลับบ้านดีกว่า! กลับไปหาภรรยากับลูกๆ!

"ก๊อก ก๊อก!"

ทันใดนั้น เสียงเคาะกระจกก็ดังขึ้นทำเอาเขาสะดุ้งโหยง

พอหันไปมองก็พบว่าเป็นจ้าวฮุย

เขาจึงรีบลดกระจกลงและเอ่ยทักด้วยรอยยิ้ม "พี่จ้าว"

จ้าวฮุยชูถุงตาข่ายใบใหญ่ที่บรรจุหอยนางรมขึ้นมา "ฉันคัดหอยสวยๆ มาให้ถุงหนึ่ง เอาไปกินที่บ้านสิ! ให้ฉันเอาไปใส่ไว้ท้ายรถเลยไหม?"

เฉินหยวนชำเลืองมองแล้วรีบตอบปฏิเสธตามมารยาท "โอ้โห! พี่จ้าว นี่มัน... ผมจะรับไว้ได้ยังไงครับเนี่ย?"

หอยนางรมในถุงตาข่ายนั้นหนักไม่ต่ำกว่า 20 ชั่ง แถมแต่ละตัวยังอวบอ้วนไซส์บิ๊กเบิ้ม คำนวณตามราคาตลาดชั่งละ 8 หยวน ถุงนี้ก็ปาเข้าไปร้อยกว่าหยวนแล้ว

จ้าวฮุยโบกมือปัด "คนกันเองทั้งนั้น ไม่ต้องเกรงใจหรอก รีบเปิดฝากระโปรงท้ายเถอะ เดี๋ยวฉันยกใส่ให้"

เฉินหยวนรู้ว่าคงปฏิเสธน้ำใจไม่ได้ จึงรีบลงจากรถไปเปิดกระโปรงหลัง แล้วช่วยยกหอยนางรมใส่เข้าไป

"งั้นก็ขอบคุณมากนะครับพี่จ้าว!"

จ้าวฮุยตอบกลับ "ขอบคุณอะไรกัน ไม่ใช่ของมีค่าอะไรหรอก พรุ่งนี้เอ็งจะมาอีกใช่มั้ย?"

เฉินหยวนพยักหน้าหนักแน่น "มาครับ!"

แน่นอนอยู่แล้ว!

หลังจากคุยสัพเพเหระกับจ้าวฮุยครู่หนึ่ง เฉินหยวนก็กลับขึ้นรถ

เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ของฝากติดไม้ติดมือกลับมาก่อนกลับ

หอยนางรมคือของโปรดของเขา ถ้าไม่ติดว่าเขาไม่ชอบกินดิบๆ ป่านนี้คงแกะชิมบนเรือไปแล้ว!

พอสตาร์ทรถ เฉินหยวนก็มุ่งหน้าตรงกลับบ้านทันทีโดยขี้เกียจจะรับผู้โดยสารต่อแล้ว

ทันทีที่ขับมาถึงเขตที่พัก นาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้ก็ดังเตือนขึ้น

เขาถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าต้องซื้อเชอร์รี่ให้เสิ่นเสี่ยวจิง

เขารีบจอดรถ ลงไปที่ร้านผลไม้หน้าหมู่บ้าน เลือกซื้อเชอร์รี่ลูกใหญ่ที่สุดมาสองชั่ง สนนราคาชั่งละ 70 หยวน

เฉินหยวนนึกสงสัย ไหนข่าวเพิ่งออกว่าปีนี้ราคาเชอร์รี่ตกลงเยอะไม่ใช่เหรอ?

ทำไมยังแพงระยับแบบนี้อยู่อีก?

ขึ้นทีละสิบ ลงทีละสลึงหรือไง?

ทำไมฟังดูเหมือนสไตล์การตั้งราคาของบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่บางเจ้าจังนะ?

หลังจากนำรถลงจอดในชั้นใต้ดิน เฉินหยวนเปลี่ยนเสื้อเป็นชุดแจ็คเก็ตขนเป็ด ส่องกระจกมองหลังจัดทรงผมที่ลีบแบนจากการสวมหมวกให้เข้าที่

จากนั้นก็หอบหิ้วทั้งเชอร์รี่และหอยนางรมเดินขึ้นตึกไป

พอเปิดประตูห้อง เฉินหยวนก็เห็นเจ้าตัวแสบทั้งสองกำลังนั่งดูการ์ตูนอยู่ในห้องนั่งเล่น

ฟังจากเสียงแล้ว น่าจะดู 'เจ้าป่าผจญภัย' อยู่แน่ๆ

"พ่อ! กลับมาแล้วเหรอ! หนูหิวจะแย่อยู่แล้ว!"

"ปะป๊า~"

พอเห็นเฉินหยวนกลับมา เด็กทั้งสองก็ร้องเรียกพร้อมกันแล้ววิ่งถลากันเข้ามาหา

ซวงซวงวิ่งเข้ามากอดขาเฉินหยวน เงยหน้าเล็กๆ ขึ้นถามเสียงหวาน "ปะป๊า วันนี้เหนื่อยไหมคะ?"

เฉินหยวนยิ้ม ก้มลงตอบอย่างอ่อนโยน "ปะป๊าเหนื่อยนิดหน่อยครับ แต่พอเห็นหน้าหนู ปะป๊าก็หายเหนื่อยเลย"

ซวงซวงหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ

ส่วนตงตงนั้นวิ่งจู๊ดตรงไปยังถุงที่เฉินหยวนหิ้วมาด้วยความตื่นเต้น

แต่พอเห็นว่าพ่อซื้อหอยนางรมกับเชอร์รี่มา เจ้าลูกชายก็หมดความสนใจทันที

นึกว่าเป็นของเล่นหรือขนมอย่างอื่นเสียอีก ของพวกนี้ไม่ใช่ของโปรดเขาสักอย่าง...

เขาทำหน้าผิดหวังเล็กน้อย ก่อนจะหันไปกอดขาอีกข้างของเฉินหยวนเลียนแบบซวงซวง แล้วถามตามราวกับนกแก้ว "ปะป๊า วันนี้เหนื่อยไหมครับ?"

ซวงซวง: "..."

เฉินหยวน: "..."

"เหนื่อย! เหนื่อยมาก! เพราะงั้นกินข้าวเสร็จแล้ว ลูกต้องมานวดขา นวดไหล่ ทุบหลัง ล้างเท้าให้พ่อ แล้วก็..."

ตงตงทำปากยื่น "อ้าว? ปะป๊า... เมื่อกี้ปะป๊าเพิ่งบอกว่าไม่เหนื่อยไม่ใช่เหรอ?"

เฉินหยวนหรี่ตามอง "ฮึ พอเห็นหน้าแก พ่อก็กลับมาเหนื่อยอีกรอบแล้วเนี่ย"

"แหะๆ! ฮ่าๆ!" ตงตงหัวเราะกลบเกลื่อนความเก้อเขิน เขารู้ว่าพ่อแค่แกล้งเล่น

จังหวะนั้นเอง เสิ่นเสี่ยวจิงก็เดินออกมาจากห้องครัว ตรงเข้ามาหาเฉินหยวนด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข

เธอก้มลงวางรองเท้าสลิปเปอร์ไว้ที่เท้าของเขา "เหนื่อยไหม? ไปล้างมือแล้วมากินข้าวเถอะ"

มีลูกเกาะขาคนละข้าง มีภรรยาคอยเอาใจใส่ ภาพความอบอุ่นนี้ทำให้เฉินหยวนที่เดิมทีอ่อนล้า รู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงฟื้นคืนมาเต็มเปี่ยมในทันที

ช่างเป็นยาวิเศษที่เห็นผลชะงัดยิ่งกว่าคะแนนสมรรถภาพกายเสียอีก!

"หืม? ทำไมซื้อหอยมาเยอะแยะขนาดนี้ล่ะ? เอ๊ะ แล้วนี่ซื้อเชอร์รี่มาทำไม มันแพงจะตาย"

เพราะเมื่อกี้โดนเด็กสองคนบังอยู่ เสิ่นเสี่ยวจิงเลยเพิ่งเห็นของในมือเฉินหยวน เธอยื่นมือมารับของไป

แม้ปากจะบ่นเรื่องราคาเชอร์รี่ แต่ความอบอุ่นสายหนึ่งกลับไหลวาบผ่านหัวใจ

ในบ้านนี้มีแค่เธอคนเดียวที่ชอบกินเชอร์รี่ แสดงว่าเขาตั้งใจซื้อมาฝากเธอโดยเฉพาะ

"แพงไม่แพงก็ช่างเถอะ ปีนี้คุณยังไม่ได้กินเลยนี่นา" เฉินหยวนตอบพลางเปลี่ยนรองเท้า

เสิ่นเสี่ยวจิงฟังแล้วก็เม้มปากกลั้นยิ้มบางๆ ก่อนจะหิ้วหอยและเชอร์รี่เดินหายเข้าไปในครัว

ตอนนั้นเอง เฉินหยวนสังเกตเห็นซวงซวงกวักนิ้วเรียกเขาด้วยท่าทีลับๆ ล่อๆ เป็นสัญญาณให้เขาก้มลงไปหา

แถมยังคอยชำเลืองมองไปทางห้องครัวเหมือนกลัวเสิ่นเสี่ยวจิงจะเห็น

เฉินหยวนงงเล็กน้อยแต่ก็ยอมก้มลงไปเอาหูแนบปากซวงซวงอย่างว่าง่าย

ตงตงเห็นเข้าก็รีบยื่นหูเข้ามาร่วมวงด้วย

"ไปไกลๆ เลยนะ!" ซวงซวงหันไปตวาดใส่พี่ชาย

"เชอะ~ ไม่เห็นอยากฟังเลยสักนิด!" ตงตงบ่นอุบอิบแก้เก้อแล้วเดินหน้ามุ่ยกลับไปนั่งดูการ์ตูนพี่โล้นซ่าที่โซฟาตามเดิม

พอทางสะดวก ซวงซวงก็ป้องปากกระซิบข้างหูเฉินหยวนเสียงเบา "ปะป๊า วันนี้หม่าม้าซื้อกับข้าวมาเยอะแยะตาแป๊ะไก่เลย แถมยังมีไวน์ด้วย! วันนี้ต้องเป็นวันสำคัญอะไรสักอย่างแน่ๆ! ปะป๊าลองคิดดูดีๆ สิคะ!"

ปะป๊าขี้ลืมจะตาย วันเกิดตัวเองยังจำไม่ได้ แถมวันนี้กลับบ้านดึกป่านนี้ ต้องลืมแน่ๆ ว่าวันนี้วันอะไร

แต่หม่าม้าจำได้และเตรียมกับข้าวไว้เยอะขนาดนี้ เธอต้องเตือนปะป๊าหน่อย ไม่งั้นหม่าม้าเสียใจแย่

สรุป: บ้านนี้ถ้าขาดเธอไปสักคนล่ะก็ แย่แน่!

"อ๋อ? อ้อ..." เฉินหยวนทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้

แต่ในหัวกลับว่างเปล่า นึกไม่ออกเลยว่าวันนี้เป็นวันพิเศษอะไร

ฉลองตกงานเหรอ? เอ่อ... เป็นไปไม่ได้

หรือจะเป็นวันเกิดใครในบ้าน? ก็ไม่ใช่อีก

วาเลนไทน์? คริสต์มาส? ปกติเสิ่นเสี่ยวจิงไม่อินกับเทศกาลพวกนี้นี่นา

ให้ตายสิ! หรือว่าเธอจะท้องอีกรอบ?!

เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด! เขาป้องกันตลอดนี่นา!

แล้วมันวันอะไรกันล่ะเนี่ย?

เฉินหยวนเกาหัวแกรกๆ จมอยู่ในห้วงความคิดอย่างหนัก

จบบทที่ บทที่ 17: วันนี้วันอะไร?

คัดลอกลิงก์แล้ว