เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 - ท่านอาหญิงหลี่เหมย

บทที่ 6 - ท่านอาหญิงหลี่เหมย

บทที่ 6 - ท่านอาหญิงหลี่เหมย


เมื่อกลุ่มคนที่มามุงดูเรื่องสนุกแยกย้ายกันไปแล้ว เฉินเย่าฮุยก็เดินเข้ามาหาหลี่อวี๋ ยื่นเงินและหนังสือหมั้นเทียบชะตาให้นาง พลางกำชับว่า "เสี่ยวอวี๋ เจ้าเก็บเงินทองเหล่านี้ไว้ให้ดี อาจะกลับไปเอาจอบที่บ้านมาสักสองด้าม บ้านเจ้าต้องซ่อมแซมเสียหน่อยถึงจะพออยู่อาศัยได้"

หลี่อวี๋รับเงินและเทียบชะตามา นางฉีกหนังสือหมั้นทิ้งทันที จากนั้นจูงมือหลี่ชิงย่อกายคารวะ "ขอบคุณท่านอาเฉิน ท่านน้าหลี่มากเจ้าค่ะ"

หลี่เหมยเดินเข้ามาหาสามีภรรยาเฉินเย่าฮุย ย่อกายคารวะเช่นกัน "น้องเย่าฮุย น้องสะใภ้ ขอบใจพวกเจ้ามากที่ส่งข่าวไปบอกข้า"

เฉินเย่าฮุยโบกมือ หัวเราะอย่างเปิดเผย "ขอบใจอะไรกัน! ก็แค่ส่งข่าวเอง!"

"พี่สาว โชคดีที่ท่านมาทันเวลา พี่น้องสกุลจางนั่นไม่ใช่คนดีจริงๆ" เฉินหลี่ซื่อมองหลี่เหมยแล้วยิ้มกล่าว

หลี่เหมยมองพี่น้องหลี่อวี๋ แล้วหันไปยิ้มให้กับสามีภรรยาเฉินเย่าฮุย "ต้องขอบคุณพวกเจ้าที่ยื่นมือเข้าช่วยด้วยความมีน้ำใจ ไม่อย่างนั้นของพวกนั้นคงโดนจางเต๋อฟาอมไปหมดแล้ว พวกเจ้าดูสิ วันนี้คนที่มามุงดูตั้งมากตั้งมาย ก็มีไม่น้อยที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากอาซาน แต่มีแค่พวกเจ้าผัวเมียที่กล้าออกหน้าช่วย พี่สาวขอขอบใจแทนอาซานด้วย"

'หลิวฉางหมิน' สามีของหลี่เหมยเดินเข้ามาพูดกับภรรยาว่า "อาเหมย พวกเราช่วยซ่อมบ้านให้อวี๋เอ๋อร์กับน้องชายก่อนเถอะ ไม่อย่างนั้นฟ้ามืดแล้วจะไปนอนที่ไหน"

"ใช่แล้ว พวกข้าก็จะกลับไปเอาเครื่องไม้เครื่องมือมาช่วยเหมือนกัน" เฉินเย่าฮุยพาเฉินหลี่ซื่อเดินกลับบ้าน

ระหว่างทางเฉินหลี่ซื่อมองเฉินเย่าฮุยด้วยความเป็นห่วง "อาฮุย เดี๋ยวกลับไปท่านพ่อจะด่าเราไหม?"

"ช่างท่านปะไร บ้านจางทำกับคนอื่นขนาดนี้ท่านพ่อยังช่วยพูดให้เขา ก็แค่เห็นว่าจางกุ้ยเซิงสอบติดซิ่วไฉ กลัวว่าวันหน้าได้ดีแล้วจะกลับมาเล่นงานเรา แต่คนเราจะเป็นคนต้องรู้จักผิดชอบชั่วดี หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลนัก!"

"ข้าว่านะ เป็นเพราะแม่เลี้ยงของเจ้าคอยยุแยงตะหาก ข้าก็ไม่เข้าใจเลย นางมีแต่ลูกสาวสองคน หรือวันข้างหน้าไม่คิดจะให้พวกเราเลี้ยงดูยามแก่เฒ่าหรืออย่างไร"

สองสามีภรรยาพูดคุยปรับทุกข์พลางเดินกลับไปที่บ้านสกุลเฉินกลางหมู่บ้าน

หลี่เหมยมองพี่น้องหลี่อวี๋ แล้วหันไปมองลานบ้านที่ทรุดโทรม ขอบตาก็พลันร้อนผ่าว น้องชาย น้องสะใภ้ยามมีชีวิตอยู่ ดูแลบ้านช่องไว้น่าอยู่เพียงไร เพียงไม่กี่ปีก็ผุพังเสียหายถึงเพียงนี้

หลี่เหมยเช็ดน้ำตาที่หางตา ถามหลี่อวี๋ว่า "อวี๋เอ๋อร์ อาชิง หรือว่าพวกเจ้าจะกลับไปพักที่บ้านอาก่อน อยู่สักพักรอซ่อมบ้านเสร็จแล้วค่อยกลับมาอยู่ ดีหรือไม่?"

หลิวฉางหมินได้ยินก็ร้อนรน "อาเหมย พวกเรากลับไปปรึกษาท่านแม่ก่อนแล้วค่อยมารับอาชิงดีไหม?"

หลี่เหมยนึกถึงแม่สามีที่ไร้เหตุผล แล้วหันไปมองหลานชายหลานสาวที่ผอมแห้งเหลือแต่กระดูก ความโกรธก็พุ่งปรี๊ด ชี้หน้าด่าหลิวฉางหมิน "ก็โทษเจ้านั่นแหละ ที่อ่อนแอไร้ความสามารถ อะไรๆ ก็ฟังแต่แม่เจ้า ไม่อย่างนั้นอาซานจะฝากลูกไว้กับจางเต๋อฟาไอ้ชาติชั่วนั่นรึ?"

"อาเหมย แต่ท่านแม่นาง... เฮ้อ! ข้าก็จนปัญญาจริงๆ!" หลิวฉางหมินกระทืบเท้าด้วยความอัดอั้น แล้วหันหลังเดินเข้าลานบ้านไปลงมือทำงาน

หลี่อวี๋เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมบิดาถึงฝากนางและน้องชายไว้กับจางเต๋อฟา ที่แท้ท่านอาหญิงก็มีแม่สามีใจร้ายนี่เอง

หลี่อวี๋บอกกับหลี่เหมยว่า "ท่านอาหญิง พวกเราจะอยู่ที่บ้านนี้แหละเจ้าค่ะไม่ไปไหน ข้ากะว่าจะจ้างคนมาซ่อมแซมบ้าน ให้พอซุกหัวนอนได้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน"

หลี่เหมยปวดใจแทนพี่น้องหลี่อวี๋ น้ำตาไหลพราก "เมื่อก่อนอาบอกให้เจ้ามาอยู่บ้านอาอย่าไปอยู่บ้านจาง ก็เพราะกลัวพวกเจ้าจะเสียเปรียบ ตอนนี้พวกเจ้าคิดได้ก็ยังไม่สาย ตอนนี้ได้เงินกลับมาแล้ว หาซื้อของเข้าบ้านเสียหน่อย พวกเจ้าก็คงใช้ชีวิตได้ดีขึ้น"

หลี่อวี๋ยิ้มปลอบหลี่เหมย "อื้ม ท่านอาหญิงวางใจเถอะ พวกเราจะอยู่กันให้ดี ท่านกับท่านลุงเขยกลับไปแล้วก็อย่าทะเลาะกันเลยนะเจ้าคะ"

หลี่เหมยมองหลิวฉางหมินที่ง่วนอยู่กับการทำงานในลานบ้านด้วยสายตาผิดหวัง "ไม่ต้องไปสนใจเขา ให้เขากลับไปคนเดียว อาจะอยู่ช่วยพวกเจ้าที่นี่สักสองสามวัน" หลี่เหมยหยิบขนมโก๋ถั่วแดงห่อหนึ่งออกมาจากตะกร้าสะพายหลัง ยื่นให้สองพี่น้อง "กินนี่รองท้องก่อน"

หลี่ชิงรับขนมโก๋ถั่วแดงมา หยิบชิ้นหนึ่งยื่นให้หลี่เหมยและหลี่อวี๋ "ท่านอาหญิง ท่านพี่ กินด้วยกันสิขอรับ"

หลี่อวี๋มองโคลนที่เปื้อนมือตัวเองและมือหลี่ชิง "อาชิง เราไปล้างมือกันก่อนค่อยกิน"

หลี่เหมยยัดขนมโก๋ใส่ปากหลี่อวี๋ "กลัวอะไร? โบราณว่าไม่สะอาดไม่เกิดโรค"

หลี่อวี๋ชะงักไป หลี่ชิงปิดปากมองพี่สาวแล้วหัวเราะคิกคัก หันไปถามหลี่เหมย "ท่านอาหญิง งั้นต่อไปทำกับข้าว ข้ากับผักก็ไม่ต้องล้าง ต้มกินได้เลยหรือขอรับ?"

"เจ้าเด็กปากมาก รีบกินแล้วพักสักหน่อย อาจะไปช่วยลุงเขยเจ้าทำงาน" หลี่เหมยพูดจบก็เดินลิ่วๆ เข้าไปในลานบ้าน กวาดหญ้ารกเหล่านั้นไปกองไว้นอกกำแพงแผ่ตากแดด

หลี่อวี๋กลืนขนมโก๋ฝืดคอลงไป นึกขึ้นได้ว่าโฉนดที่ดิน โฉนดบ้าน และทะเบียนราษฎร์ของบ้านสกุลหลี่ยังซ่อนอยู่ในห้องเก็บฟืน

หลี่อวี๋เดินเข้าไปในห้องเก็บฟืน เห็นหลังคามีรูรั่วหลายแห่ง นางเดินตามความทรงจำไปที่มุมกำแพงด้านซ้าย ขุดดินออกก็พบโพรงใต้กำแพง ในโพรงมีไหดินเผาใบเล็กวางอยู่

หลี่อวี๋ล้วงมือเข้าไปหยิบห่อผ้าที่ห่อด้วยผ้ากันน้ำมันออกมา เปิดดูเห็นโฉนดที่ดินที่เฉินเจาตี้อยากได้นักหนา พวงกุญแจ จี้หยกรูปน้ำเต้าอันหนึ่ง ทะเบียนราษฎร์ และโฉนดบ้านของสกุลหลี่

หลี่อวี๋เห็นโฉนดที่ดินระบุว่ามีนาดีสองไร่ โฉนดบ้านระบุตำแหน่งที่ตั้งบ้าน บนที่ดินปลูกบ้านขนาดสองไร่ ทะเบียนราษฎร์เหลือเพียงชื่อหลี่อวี๋และหลี่ชิง โดยมีหลี่ชิงเป็นหัวหน้าครอบครัว

หลี่อวี๋เก็บจี้หยก โฉนด และทะเบียนราษฎร์ห่อกลับตามเดิม นำไปใส่ไว้ในตะกร้าสะพายหลังรวมกับเงินในลานบ้าน

เมื่อซ่อนของเสร็จ ก็ถือกุญแจเดินออกไปนอกบ้าน หลี่อวี๋เปิดประตูใหญ่ เดินกลับมาหยิบเศษเงินก้อนหนึ่งยัดใส่มือหลี่เหมย "ท่านอาหญิง ข้าจะไปทำความสะอาดห้องครัว ท่านช่วยไปหาคนรู้จักซื้อข้าวสารกับข้าวเปลือกกลับมาให้หน่อยได้ไหมเจ้าคะ"

หลี่เหมยมองเงินในมือ นึกถึงกระเป๋าเงินที่ว่างเปล่าของตนเอง ในใจก็นึกโทษตัวเองที่ไร้ความสามารถ ไม่มีเงินซื้ออาหารให้หลาน หลี่เหมยกำเงินพยักหน้าให้หลี่อวี๋ แล้วหันหลังเดินเข้าไปในหมู่บ้าน

หลี่อวี๋หิ้วตะกร้าสะพายหลังเดินไปที่หน้าประตูเรือนหลัก เปิดประตูเข้าไปเห็นแต่ความว่างเปล่า ไม่มีอะไรเหลือสักอย่าง

หลี่อวี๋เดินเข้าไปในเรือนหลัก เปิดประตูห้องนอนทั้งสองฝั่ง ยืนมองเข้าไปข้างใน เห็นเพียงเตียงโครงไม้ว่างเปล่าและหยากไย่เต็มห้อง บวกกับกระดาษกรุหน้าต่างที่ขาดวิ่น ดูเหมือนฉากในหนังผีไม่มีผิด

หลี่อวี๋วางตะกร้าไว้ในห้องนอน ออกมาล็อกประตู แล้วเดินไปที่ห้องครัว พอถึงห้องครัวก็ต้องยืนอึ้ง บนเตาไฟเหลือเพียงรูเตาสองรู กระทะหายไป ในครัวเหลือเพียงโอ่งน้ำหนึ่งใบ โต๊ะไม้เตี้ย และม้านั่งไม้ไผ่เก่าๆ ไม่กี่ตัว

หลี่อวี๋คิดในใจ: คงต้องไปซื้อกระทะเหล็กสักสองใบ กับพวกผ้าห่มและของใช้ที่ในเมืองกลับมา

หลี่อวี๋กลับไปหยิบเงินออกมาจากห้องนอน ไปที่ลานบ้านมอบกุญแจให้หลี่ชิง กำชับเสียงเบา "อาชิง พี่จะไปซื้อหม้อไหจานชามแล้วก็น้ำมันที่ในเมือง เจ้าเฝ้าบ้านให้ดี พี่เอาเงินไว้ในห้องแล้ว"

"ทราบแล้วท่านพี่ ท่านระวังตัวด้วยนะ"

"รู้แล้วจ้ะ!" หลี่อวี๋ทักทายหลิวฉางหมิน แล้วรีบเดินจ้ำอ้าวไปทางตัวเมือง

เฉินเย่าฮุยและภรรยากลับถึงบ้าน หยิบจอบสองด้ามกับตะกร้าหาบของเตรียมจะไปช่วยงานที่บ้านหลี่ ผู้ใหญ่บ้าน 'เฉินฉางจง' เรียกเขาไว้ "พวกแกไม่ทำงานทำการจะวิ่งไปไหนกัน? ไอ้พวกไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง"

เฉินเย่าฮุยตอบอย่างไม่ยี่หระ "พวกข้าก็จะไปทำงานนั่นแหละ ท่านพ่อยังจะไม่พอใจอะไรอีก?" พูดจบก็หาบตะกร้าเดินจากไป

เฉินฉางจงมองแผ่นหลังของสองสามีภรรยา ถอนหายใจแล้วไพล่มือเดินกลับเข้าห้อง

หลี่อวี๋เดินมาถึงทางโค้งก็เจอสามีภรรยาเฉินเย่าฮุยพอดี หลี่ซื่อมองหลี่อวี๋แล้วยิ้มทัก "เสี่ยวอวี๋ เจ้ารีบร้อนจะไปไหนรึ?"

"ท่านน้า บนเตาไฟบ้านข้าไม่มีกระทะสักใบ ข้าจะไปซื้อกระทะที่ในเมือง แล้วก็จะซื้อพวกซีอิ๊วน้ำส้มสายชูด้วยเจ้าค่ะ"

"อ้อ งั้นเจ้าระวังตัวด้วย รีบไปรีบกลับล่ะ"

หลี่อวี๋นึกถึงหลังคาที่รั่ว จึงหยุดเดินหันไปเรียกเฉินเย่าฮุย "ท่านอา ในหมู่บ้านมีช่างซ่อมบ้านไหมเจ้าคะ?"

"มี เดี๋ยวอาไปเรียกให้สักสองสามคน ถือโอกาสตอนที่ยังไม่มืดค่ำซ่อมห้องครัวกับกำแพงห้องเก็บฟืนเสียเลย"

"ดีเจ้าค่ะ งั้นรบกวนท่านอาด้วย ท่านช่วยบอกพวกเขาหน่อยว่าบ้านข้าไม่มีอาหารเลี้ยง ส่วนค่าแรงท่านช่วยดูให้ตามความเหมาะสมเลยนะเจ้าคะ"

"ได้ เจ้าเรีบไปเถอะ เดี๋ยวตลาดจะวายเสียก่อน"

(หมายเหตุผู้แปล: เพื่อความสะดวกในการคำนวณ ในที่นี้จะกำหนดให้หนึ่งจินเท่ากับสิบตำลึง และหนึ่งต้าน (หาบ) เท่ากับหนึ่งร้อยจิน)

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 6 - ท่านอาหญิงหลี่เหมย

คัดลอกลิงก์แล้ว