เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12 : ข้าต้องได้เป็นพระชายา (อ่านฟรี)

ตอนที่ 12 : ข้าต้องได้เป็นพระชายา (อ่านฟรี)

ตอนที่ 12 : ข้าต้องได้เป็นพระชายา (อ่านฟรี)


หลังจากเฉียวจินเหนียงทานอาหารเสร็จ เจ้าหญิงฟู่ลู่ก็ขอให้เธอไปเดินเล่นด้วยกัน

เนื่องจากพระราชวังได้รับการคุ้มกันอย่างแน่นหนา ดังนั้นต่อให้เป็นตอนกลางคืนก็ไม่มีอันตรายใดๆ

เจ้าหญิงฟู่ลู่เตะก้อนกรวดบนถนนขณะเดินและตรัสว่า “ที่จริง วันนี้ที่ข้าไม่ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงก็เพราะกลัวว่าฮองเฮาจะเลือกพระชายาให้กับเสด็จพี่รัชทายาทของข้า

“วันนี้น้องสาวของเจ้าลงมาจากรถม้าของเสด็จพี่รัชทายาทด้วย

“ข้าเกรงว่าอีกไม่นานนางคงจะได้เป็นพระชายาแน่ๆ”

เฉียวจินเหนียงแทบไม่เคยเห็นด้านที่จริงจังขนาดนี้ขององค์หญิงฟู่ลู่มาก่อน

องค์หญิงฟู่ลู่กล่าวต่อว่า “ข้ารู้มาตั้งแต่เด็กแล้วว่าลูกพี่ลูกน้องของข้าเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากขนาดไหน

“เขาอยู่เหนือผู้ชายคนอื่นๆ เป็นดังเช่นแสงสว่างของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ดังนั้นข้าคิดว่าถ้าข้าได้เป็นพระชายาของเสด็จพี่ ทุกคนจะต้องอิจฉาข้าเป็นแน่

“อันที่จริง ข้าไม่ได้เสียใจที่เสด็จพี่รัชทายาทไม่ชอบข้า ข้าแค่ไม่ต้องการให้ฉินเมี่ยวเหมี่ยวและพรรคพวกของนางหัวเราะเยาะข้าก็เท่านั้นเอง

“แต่ข้าไม่ปรารถนาให้เฉียวหรูฉีเป็นพระชายาเลยแม้แต่น้อยเพราะนางไม่ชอบต้วนเอ๋อร์

“เมื่อใดที่นางมีลูกเป็นของตัวเอง ประกอบกับการที่นางมีหวังอันหยวนอยู่ข้างหลัง จะเกิดอะไรขึ้นกับต้วนเอ๋อร์กัน? แม้ว่าต้วนเอ๋อร์จะไม่ได้เกิดจากพระชายา แต่เขาก็ยังเป็นพระโอรสคนโตของเสด็จพี่รัชทายาทดังนั้นสำหรับเฉียวหรูฉีเขาก็ไม่ต่างอะไรกับหนามยอกอก

“ที่ข้าพูดสิ่งเหล่านี้กับเจ้าเพราะข้าคิดว่าเจ้านั้นแตกต่างจากนาง”

เฉียวจินเหนียงถือตะเกียงและพูดว่า “องค์หญิง ข้ารู้ว่าพระองค์เป็นห่วงองค์ชายน้อย แต่ถึงยังไงองค์ชายน้อยก็ยังเป็นหลานชายของฮ่องเต้และเป็นที่รักยิ่งขององค์รัชทายาท ดังนั้นแม้ว่าเฉียวหรูฉีจะอภิเษกสมรสกับพระราชวังตะวันออก แต่นั่นก็จะไม่เป็นการกระทบต่อสถานะขององค์ชายน้อยได้หรอกเพคะ”

เฉียวจินเหนียงอดคิดไม่ได้ว่าหมอนั่นจะหาแม่เลี้ยงให้ต้วนเอ๋อร์เช่นกันหรือไม่ หลังจากที่เขาหย่ากับเธอ

เขาจะรักต้วนเอ๋อร์เหมือนที่องค์รัชทายาทรักพระโอรสไหม?

หลังจากส่งองค์หญิงกลับวังแล้ว เฉียวจินเหนียงก็กำลังจะกลับไปที่คฤหาสน์

จากระยะไกล เธอได้ยินเสียงบ่าวหญิงกลุ่มหนึ่งตะโกนว่า “องค์ชายน้อย ได้โปรดอย่าวิ่งเร็วนักสิเพคะ”

เฉียวจินเหนียงหันกลับมามองอย่างรวดเร็วและเห็นเด็กชายตัวจ้ำม่ำอายุประมาณสองขวบ ต้วนเอ๋อร์ของเธอก็เป็นเด็กจ้ำม่ำเช่นกัน แต่เขาดูแตกต่างจากหลานชายตัวน้อยของฮ่องเต้พระองค์นี้อย่างสิ้นเชิง

แน่นอนว่าคงเป็นเธอที่คิดมากไปเอง

หลังจากที่เฉียวจินเหนียงถือตะเกียงเดินออกไปแล้ว องค์หญิงฉี (พระชายาขององค์ชายฉี) ก็รีบเข้าไปกอดเป่าเอ๋อร์ลูกชายของเธอ “ที่นี่คือคอกม้า เจ้าอย่าได้วิ่งซุกซนไปทั่วเช่นนี้อีก ถ้าเสด็จปู่ของเจ้ารู้เรื่องนี้พระองค์ต้องดุเจ้าเป็นแน่!”

“เจ้าไม่ได้เป็นที่โปรดปรานของเสด็จปู่เช่นต้วนเอ๋อร์นั่น”

เมื่อเฉียวจินเหนียงกลับมาที่จวน ท่านหญิงและเฉียวหรูฉีก็กลับมาแล้วเช่นกัน

ที่ประตูจวน เฉียวจินเหนียงเห็นชายสองสามคนในเครื่องแบบของวังหลวง ด้วยเสียงที่แตกต่างจากผู้ชายทั่วไป ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็นขันที

เมื่อเฉียวจินเหนียงเดินเข้ามา เธอได้ยินสาวใช้บางคนในจวนพูดคุยอย่างมีความสุขว่า

“ฝ่าบาททรงพระราชทานเครื่องประดับศีรษะโมราให้กับคุณหนูสี่ด้วย เจ้ารู้ไหมว่ามันมีค่ามากขนาดไหน!”

“ดูเหมือนว่าอีกไม่นานคุณหนูสี่ก็คงจะได้เป็นพระชายาขององค์รัชทายาท”

สาวใช้และแม่นมหลายคนกำลังคุยกันอย่างมีสนุกสนาน

“แต่หญิงที่มาจากชนบทคนนั้นกลับกล้าสั่งขังภรรยาของเฉียนกุ้ย! ทั้งๆที่แม่สามีของเธอเป็นแม่นมของคุณหนูสี่!

เฉียวหรูฉีได้รับความสนใจอย่างมากจากงานเลี้ยงของราชวงศ์ในวันนี้

เมื่องานเลี้ยงสิ้นสุดลง ฮองเฮาได้ประทานรางวัลแก่เธอด้วยเครื่องเพชรมากมาย

เฉียวหรูฉีพอใจมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เมื่อเธอกลับมาถึงที่จวน แม่นมของเธอก็เข้ามาและพูดว่า “คุณหนูได้โปรดช่วยลูกสะใภ้ของบ่าวด้วยเจ้าค่ะ! นางถูกคุณหนูรองจับตัวไปเจ้าค่ะ”

เฉียวหรูฉีตะโกนด้วยความโกรธ “นังแพศยาจากชนบทนั่น! ข้าต้องถูกหัวเราะเยาะก็เพราะนาง แล้วตอนนี้นางยังจะกล้าแตะต้องสาวใช้ของข้าอีกงั้นหรือ?”

ฮูหยินใหญ่รีบมาหาเฉียวจินเหนียงทันทีที่เธอกลับมา แต่ที่นั่นมีเพียงแค่ลู่เหอเท่านั้น

“จินเหนียงเป็นยังไงบ้าง? นางยังป่วยอยู่ไม่ใช่หรือ แล้วทำไมนางถึงไม่อยู่ในห้องล่ะ”

ฮูหยินใหญ่ดูกังวลมาก

เฉียวจินเหนียงเดินเข้ามาจากด้านนอกและทำความเคารพ “ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงเจ้าค่ะท่านแม่ ลูกออกไปเดินเล่นกับองค์หญิงหลังจากรับอาหารเย็นเจ้าค่ะ แล้วตอนนี้ลูกก็หายดีแล้วเจ้าค่ะ”

ฮูหยินใหญ่ตบมือของเธอ “ยอดมาก แล้วองค์หญิงที่เจ้ากำลังพูดถึงใช่องค์หญิงฟู่ลู่หรือไม่”

เฉียวจินเหนียงยิ้ม “ใช่เจ้าค่ะ องค์หญิงฟู่ลู่แตกต่างจากผู้หญิงคนอื่นที่ลูกเคยเจอมา”

ฮูหยินใหญ่ยิ้มและพูดว่า “องค์หญิงฟู่ลู่ทรงเป็นคนร่าเริงและตรงไปตรงมา แม้ว่าพระองค์จะไม่ถูกกับคุณหนูฉินแต่ทั้งคู่ก็เป็นผู้หญิงที่ดี เจ้าอายุไล่เลี่ยกับพวกนาง ในภายภาคหน้าก็ควรออกไปเที่ยวกับพวกนางให้บ่อยขึ้น”

เฉียวหรูฉีเข้ามาในที่พักของเฉียวจินเหนียงอย่างรีบร้อนและตะโกนว่า “เฉียวจินเหนียง เจ้ากล้าดียังไง! เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน”

“กล้าดียังไง ถึงมาสั่งขังลูกสะใภ้ของแม่นมข้า”

เฉียวจินเหนียงจับมือดัชเชสและพูดว่า “ท่านแม่ ลูกกำลังจะรายงานท่านแม่เกี่ยวกับเรื่องนี้พอดีเลยเจ้าค่ะแม่ครัวในจวนกล่าวว่าลูกไม่คู่ควรที่จะกินอาหารที่พวกนางทำ ซ้ำพวกนางยังต้องการให้ลูกขายหน้าด้วยการกล่าวหาว่าลูกเป็นเด็กที่ถูกทาสเลี้ยงดูมาเจ้าค่ะ...

“ลูกไม่ได้สนใจในสิ่งที่พวกนางกล่าว แต่ถ้าหากคำพูดเหล่านี้แพร่กระจายไปยังจวนหวังฉิน พี่หรูหยุนจะต้องเผชิญกับอะไรบ้างล่ะเจ้าคะ”

ฮูหยินใหญ่โกรธจัดเมื่อได้ยินสิ่งที่เฉียวจินเหนียงบอก “ถ้าเจ้าไม่คู่ควร? แล้วใครกันที่คู่ควร? บ่าวพวกนี้ชักจะอุกอาจมากขึ้นเรื่อยๆ!”

ฮูหยินใหญ่รับสั่งให้จับแม่ครัวพวกนั้นทันที

เฉียวจินเหนียงเรียกให้นั่วหมี่นำคนเหล่านั้นออกมา “ท่านแม่ พวกนี้คือคนที่ดูถูกลูกก่อนหน้านี้ ลูกจับพวกมันไว้แล้วเจ้าค่ะ”

เฉียวหรูฉี “บ่าวคนนั้นเป็นลูกสะใภ้ของแม่นมของข้า เฉียวจินเหนียง เจ้าทำอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร”

เฉียวจินเหนียงไม่รู้มาก่อนว่าผู้หญิงคนนี้มีความสัมพันธ์กับเฉียวหรูฉี ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมนางถึงหยิ่งผยองและกล้าดูถูกเธอแบบนี้

ฮูหยินใหญ่จ้องไปที่เฉียวหรูฉี “เรามาพูดถึงความผิดของเจ้ากันก่อน แม่สั่งกักตัวเจ้าไว้ที่จวน แต่เจ้าก็ยังกล้าที่จะแอบออกมาและจงใจปรากฏตัวต่อหน้าองค์ชายน้อย

“เฉียวหรูฉี เจ้าเป็นถึงบุตรสาวของหวังอันหยวน ลองดูการกระทำของเจ้าในตอนนี้สิ เจ้าต่างอะไรโสเภณีพวกนั้น?”

เฉียวหรูฉีขึ้นเสียงและพูดอย่างไม่พอใจว่า “ถ้าไม่ใช่เพราะท่านแม่ไม่ยุติธรรม ข้าก็คงไม่ต้องทำแบบนี้หรอกเจ้าค่ะ!

“บัดนี้องค์รัชทายาททรงชอบข้า พระโอรสของพระองค์ก็เช่นกัน!

“วันนี้ฮ่องเต้ยังทรงพระราชทานปิ่นปักผมรูปหงส์ให้ข้าอีก!

“ท่านแม่ เชิญหลงใหลในตัวลูกสาวสุดที่รักจากชนบทคนนี้ของท่านต่อไปเถิด!

“เมื่อใดที่ข้าได้เป็นพระชายา มาดูกันว่าใครจะเป็นคนทำให้ท่านได้รับเกียรติที่มากกว่า!”

ฮูหยินใหญ่กุมหัวใจของเธอ “ข้าสั่งสอนลูกสาวอย่างไร นางจึงกลายเป็นคนเช่นนี้ไปได้!  เจ้า เจ้า…”

เฉียวจินเหนียงรีบยื่นถ้วยชาให้ฮูหยินใหญ่ “ท่านแม่ ใจเย็นๆ อย่าโมโหไปเลยนะเจ้าคะ”

เฉียวหรูฉีกล่าวว่า “ท่านแม่ ท่านได้สั่งสอนข้าให้เป็นพระชายา ผู้คนนับไม่ถ้วนในฉางอันต่างต้องอิจฉาท่าน!”

ฮูหยินใหญ่พูดด้วยความโกรธ “เจ้าพูดอะไรออกมา? คำพวกนี้เป็นคำที่หญิงสาวผู้สูงศักดิ์ในฉางอันควรจะพูดหรือ? เจ้าคิดว่ามันง่ายขนาดนั้นเลยหรอที่จะได้เป็นพระชายา?”

เฉียวหรูฉีพูดอย่างไม่เห็นด้วย “บิดาของข้าเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ และพี่สาวของข้าจะได้เป็นฮูหยินฉินคนต่อไป

“ถ้าไม่ใช่เพราะเฉียวจินเหนียง นังทาสนี่ ที่เป็นคนทำลายชื่อเสียงของข้า นั่นไม่ใช่เรื่องแน่นอนหรอกหรือที่ข้าจะได้เป็นพระชายาขององค์รัชทายาท?”

ฮูหยินใหญ่เกือบจะเป็นลมไปด้วยความโกรธ แต่เธอก็ยังจำได้ว่าเธอต้องปลอบเฉียวจินเหนียง “จินเหนียงอย่าเก็บคำพูดของนางมาใส่ใจเลยนะ…”

เฉียวจินเหนียงตบหลังฮูหยินใหญ่เบาๆและพูดว่า “ท่านแม่ ลูกไม่ใส่ใจหรอกเจ้าค่ะ”

เฉียวจินเหนียงกล่าวกับเฉียวหรูฉีว่า “ก็จริง ที่ท่านพ่อเป็นแม่ทัพใหญ่ แต่ถ้าเปรียบเทียบเจ้ากับองค์หญิงล่ะ

“หรือจะเป็นโหวเฉิงอันซึ่งเป็นญาติของไทเฮา

“ไม่ต้องพูดถึงว่า มีบุตรสาวของตระกูลมหาอำนาจมากมายที่ต้องการจะเป็นพระชายาเช่นกัน

“น้องสาว เจ้าคิดว่าภูมิหลังของตระกูลเจ้าดีกว่าพวกนางงั้นหรือ?

“ถ้าเจ้าจะโทษว่าเป็นเพราะข้าที่ทำให้เจ้าไม่สามารถเป็นพระชายาได้ นั่นถือเป็นการกล่าวหาข้าแล้ว

“เจ้าไม่ถือว่าข้าเป็นพี่สาวของเจ้าก็ไม่เป็นไร แต่ข้าจะไม่ยอมทนกับการกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรมนี่เด็ดขาด”

เฉียวหรูฉีไม่สามารถหักล้างสิ่งที่เฉียวจินเหนียงกล่าวได้ แต่การที่ต้องมาถูกเฉียวจินเหนียงต่อว่าแบบนี้ทำให้เธอรู้สึกอารมณ์เสียอย่างถึงที่สุด “หยุดดูหมิ่นข้าเดี๋ยวนี้ ถึงอย่างไรข้าก็ต้องเป็นพระชายาให้ได้!”

ในเวลานั้นเธอจะแสดงให้ท่านแม่เห็นเองว่าลูกสาวคนไหนที่ดีกว่ากัน

“ถ้าวันนี้เจ้ายังกล้าที่จะแตะต้องภรรยาของเฉียนกุ้ย เราจะได้เห็นดีกันแน่!”

จบบทที่ ตอนที่ 12 : ข้าต้องได้เป็นพระชายา (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว