เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11 : จินเหนียงทำอาหาร (อ่านฟรี)

ตอนที่ 11 : จินเหนียงทำอาหาร (อ่านฟรี)

ตอนที่ 11 : จินเหนียงทำอาหาร (อ่านฟรี)


องค์หญิงฟู่ลู่แม้จะไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากคืนองค์ชายน้อยให้บ่าวที่ดูแลและไปหาเฉียวจินเหนียงเพียงลำพัง

ในระหว่างการล่าฤดูใบไม้ผลิ สมาชิกในจวนหวังจะมาร่วมรับประทานอาหารเย็นด้วยกันที่พระราชวัง

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากวันนี้เฉียวจินเหนียงอยู่ในที่พักเพียงลำพัง และแม่ครัวก็ไม่ทำอาหารให้เธอ

พวกเขาทำแม้กระทั่งปิดเตาเลยด้วยซ้ำ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่ต้องการทำอาหารให้เฉียวจินเหนียง

อิ๋งเถาพูดด้วยความโกรธ “สาวใช้และบ่าวพวกนี้ช่างเหิมเกริมนัก! พวกนางคงได้ยินมาว่าคุณหนูมาจากชนบท ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ยินยอมที่จะทำอาหารให้พวกเรา พี่หงหลิง พวกเราควรจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ”

หงหลิงก็ไม่พอใจเช่นกัน “คนเหล่านี้ช่างขาดระเบียบวินัยจริงๆ แต่ข้ามันคงจะสายเกินไปหากพวกเรารอให้นายหญิงกลับมาจัดการ ตอนนี้คุณหนูคงจะหิวแล้ว!”

“เราไปที่งานเลี้ยงเพื่อรายงานเรื่องนี้กับนายหญิงเลยดีไหมเจ้าคะ? นายหญิงดีกับคุณหนูมาก ท่านต้องกลับมาทวงความยุติธรรมให้คุณหนูอย่างแน่นอน”

เมื่อได้ยินสิ่งที่พวกนางพูดด้านนอกจินเหนียงก็กล่าวว่า "ไม่ต้องทำให้เรื่องมันยุ่งยากขนาดนั้นหรอก พวกเจ้าก็ยังไม่ได้กินอะไรเหมือนกันนี่ใช่ไหม ขอข้าไปดูที่ครัวก่อนว่ามีวัตถุดิบอะไรบ้าง แล้วเดี๋ยวข้าจะทำอาหารให้พวกเจ้ากินกัน”

นัวหมี่เบิกตากว้างขณะที่เธอพูดอย่างร่าเริงว่า “ดียิ่งเจ้าค่ะ บ่าวไม่ได้ทานอาหารฝีมือคุณหนูนานแล้วเจ้าค่ะ”

ในทางกลับกัน สาวใช้คนอื่นพยายามหยุดเฉียวจินเหนียง แต่พวกเขาก็ทำไม่สำเร็จ

เฉียวจินเหนียงเข้าไปในครัวและขอให้นั่วหมี่จุดไฟให้

แม้ว่าที่นี่จะเป็นเพียงแค่ที่พักชั่วคราว แต่ก็ยังคงที่พักของจวนหวัง มีการปลูกผักตามฤดูกาลมากมาย รวมถึงมีการเลี้ยงไก่และเป็ดที่นี่ด้วย

เฉียวจินเหนียงขอให้นั่วหมี่เชือดไก่ ตอนที่นั่วหมี่กำลังจะสับไก่ สาวใช้คนอื่นๆมีท่าทีหวาดกลัว หงหลิงและสาวใช้คนอื่นๆเติบโตในจวนหวัง พวกเขาจะไปเคยเห็นฉากแบบนี้ได้ที่ไหนกัน?

เมื่อองค์หญิงฟู่ลู่เดินทางมาถึง นางก็ตกใจเช่นกันเมื่อเห็นสาวใช้ของเฉียวจินเหนียงกำลังเชือดไก่

“นี่ นี่ นี่…”

เมื่อเฉียวจินเหนียงเห็นว่าองค์หญิงฟู่ลู่มาถึง นางจึงถามว่า “องค์หญิง งานเลี้ยงของราชวงศ์กำลังจะเริ่มขึ้นไม่ใช่หรือเพคะ? ทำไมท่านถึงมาที่นี่ได้ล่ะเพคะ”

องค์หญิงฟู่ลู่กล่าวว่า “การล่ายังไม่ได้เริ่มขึ้นเลย ดังนั้นอาหารเย็นวันนี้คงจะไม่อร่อยแน่นอน เดิมทีเมื่อพวกเขาจับเหยื่อได้ในวันพรุ่งนี้ พวกเราก็จะได้กินเนื้อกวางย่าง ซึ่งรสชาติมันดีมาก”

“แล้วเจ้าล่ะ? ทำไมถึงต้องลงมือเข้าครัวเอง? เจ้าโดนคนในจวนหวังเกลียดเร็วขนาดนั้นเลยเหรอ?”

เฉียวจินเหนียงยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ “องค์หญิง ท่านอยากมาร่วมทานอาหารเย็นกับพวกหม่อมฉันไหมเพคะ? ถ้าพระองค์ต้องการ หม่อมฉันจะทำไก่ขอทานห่อใบบัวที่มีชื่อเสียงให้พระองค์ได้ลองชิมเพคะ”

“ไก่ขอทาน?” องค์หญิงฟู่ลู่ตกตะลึง

นั่วหมี่เกือบน้ำลายไหล “ไก่ขอทานที่คุณหนูทำเป็นอะไรที่ห้ามพลาดเลยนะเพคะ!”

องค์หญิงฟู่ลู่พูดขึ้น “ข้าเป็นนักชิมที่มีชื่อเสียงในฉางอัน ข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะมีอาหารจานใดที่ข้ายังไม่เคยลิ้มลอง”

เฉียวจินเหนียงกล่าวว่า “วิธีที่ทางใต้ใช้ในการทำไก่ขอทานนั้นแตกต่างจากที่อื่น เราไม่รีดเลือดหรือถอนขนไก่ออก ท่านพ่อท่านแม่บุญธรรมของหม่อมฉันได้ปรับปรุงสูตรอาหารเล็กน้อย พวกท่านจะแช่ไก่ในไวน์ข้าว แล้วทาด้วยน้ำผึ้ง หลังจากนั้นนำมาห่อด้วยใบบัว 2-3 ชั้น แล้วคลุมด้วยโคลนแดงและเกลือ ก่อนนำไก่ไปวางในหลุมดินแล้วจุดไฟบนพื้นด้านบน”

เฉียวจินเหนียงกล่าวในขณะที่ห่อไก่ด้วยใบบัว

เมื่อเห็นเฉียวจินเหนียงทาโคลนลงบนตัวไก่ องค์หญิงฟู่ลู่ก็อ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ “มันจะยังกินได้อยู่หรือ”

เฉียวจินเหนียงยิ้ม "ได้สิเจ้าคะ"

เฉียวจินเหนียงนวดแป้งและคลึงเส้นบะหมี่ให้มีขนาดเท่ากัน

จากนั้นเธอก็ใส่ไก่อีกตัวลงในหม้อตุ๋นและต้มน้ำซุปไก่ หลังจากนั้นเธอก็เทน้ำจำนวนมากลงในหม้อและใส่บะหมี่ลงไปเมื่อน้ำเดือด

องค์หญิงฟู่ลู่รออยู่ด้านนอก และเมื่อฟืนไหม้ได้ประมาณ1เค่อ นางก็ได้กลิ่นหอมรุนแรงลอยออกมา

กลิ่นนี่ช่างชวนให้น้ำลายสอจริงๆ

เฉียวจินเหนียงหยิบเส้นบะหมี่ออกมา แจกจ่ายให้เท่ากันใส่ชามหกชาม จากนั้นเทน้ำซุปไก่ลงในชาม และโรยหน้าด้วยต้นหอมซอย

“เฉียวจินเหนียง เจ้าแค่ทำบะหมี่ธรรมดาๆชามเดียวให้ข้าชิมงั้นหรือ?”

องค์หญิงฟู่ลู่ไม่เคยกินบะหมี่ธรรมดาๆแบบนี้มาก่อน

เฉียวจินเหนียงกล่าวว่า “องค์หญิง ทำไมท่านไม่ลองชิมดูก่อนล่ะเพคะ? ไก่ขอทานก็เสร็จแล้วเช่นกันประเดี๋ยวหม่อมฉันจะลองนำมันออกมาให้พระองค์ได้ลองชิมนะเพคะ”

เมื่อเห็นว่าโคลนจับตัวกลายเป็นก้อน องค์หญิงฟู่ลู่ก็รู้สึกคลื่นไส้

“ต่อให้วันนี้ข้าจะต้องกระโดดลงสระบัว ข้าก็จะไม่ขอกินไก่ขอทานของเจ้าอย่างแน่นอน!”

“ดูสิ มันถูกหุ้มด้วยโคลนแบบนั้น เจ้าคิดว่ามันจะสกปรกแค่ไหนกัน!”

เฉียวจินเหนียงเพียงแค่ยิ้ม “ถ้าพระองค์ไม่ชอบงั้นก็ลืมมันไปซะเถอะเพคะ”

เฉียวจินเหนียงกวักมือเรียกสาวใช้ให้มานั่งทานอาหารร่วมกัน แต่หงหลิงไม่กล้านั่งทานอาหารร่วมกับเธอเฉียวจินเหนียงกล่าวว่า "ที่หลินอัน เราไม่ได้มีกฎมากมายนักระหว่างนายกับบ่าว นั่วหมี่เองก็กินอาหารโต๊ะเดียวกับข้ามาตลอด

“นอกจากนี้ ข้าอยากให้พวกเจ้าช่วยลองชิมฝีมือการทำอาหารของข้าด้วย เพราะข้าไม่ได้เข้าครัวทำอาหารมานานแล้ว”

องค์หญิงฟู่ลู่ตรัสว่า “ข้า องค์หญิง ยังไม่รังเกียจที่จะนั่งกับพวกเจ้า แล้วทำไมพวกเจ้าถึงยังไม่นั่งลงอีกล่ะ? พวกเจ้ากำลังดูถูกข้างั้นเหรอ!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หงหลิงและสาวใช้คนอื่นก็ได้แต่นั่งลง

หลังจากที่เฉียวจินเหนียงเปิดเปลือกโคลนออก กลิ่นหอมก็ตลบอบอวล นางล้างมือ ลอกใบบัวออก แล้วใช้มีดเฉือนไก่ที่มีกลิ่นหอมของใบบัวออกมา

กลิ่นหอมของใบบัวได้ซึมลึกเข้าไปในเนื้อไก่

องค์หญิงฟู่ลู่ชิมบะหมี่แล้วอุทานว่า “โอ้ บะหมี่นี่อร่อยและชุ่มฉ่ำจริงๆ เจ้าทำมันได้อย่างไร? บะหมี่ธรรมดาๆ แบบนี้จะอร่อยขนาดนี้ได้ยังไง”

เฉียวจินเหนียงกล่าวว่า “แค่ใส่ไข่ลงไปตอนนวดแป้ง องค์หญิง ท่านอยากลองชิมน่องไก่ไหมเพคะ?”

ต่อให้ไก่จะมีกลิ่นหอมมาก แต่เมื่อพิจารณาว่าก่อนหน้านี้มันถูกปกคลุมไปด้วยโคลน องค์หญิงฟู่ลู่ก็อยากจะกล่าวปฏิเสธ

แต่แล้วเธอก็หันไปเห็นนั่วหมี่มองไปที่น่องไก่อย่างกระตือรือร้น เห็นได้ชัดว่านางอยากจะทานมันจริงๆ

เฉียวจินเหนียงหั่นน่องไก่เป็นชิ้นเล็กๆให้องค์หญิงฟู่ลู่

ในฐานะองค์หญิง นางยังคงทานมันด้วยความสง่างาม หลังจากทานเสร็จ เธอก็เม้มปากเบาๆ แล้วพูดว่า

“หนังก็กรอบ เนื้อไก่ก็นุ่มชุ่มฉ่ำ ซ้ำยังมีกลิ่นหอมของใบบัวในตัวไก่ เจ้าไก่นี่อร่อยมากจริงๆ แตกต่างจากไก่ที่ข้าเคยได้ทานมาอย่างสิ้นเชิง ไก่พวกนั้นเนื้อของมันเหนียวมาก!”

เฉียวจินเหนียงมอบน่องไก่ทั้งชิ้นให้องค์หญิงฟู่ลู่ “ยังมีอีกเยอะเพคะ ถ้าพระองค์ทรงชอบ”

“ฮ่าฮ่า ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขาบอกว่านางถูกทาสเลี้ยงดูมา นางแม้กระทั่งทำอาหารให้สาวใช้กินด้วยหรือนี่ ช่างต้อยต่ำอะไรเช่นนี้!”

เสียงแหบพร่าของผู้หญิงคนนึงที่พูดจาเสียดสีเฉียวจินเหนียงก็ดังขึ้น

สาวใช้ของเฉียวจินเหนียงต่างรู้สึกโกรธ

เฉียวจินเหนียงถามนั่วหมี่ว่า “เจ้าอิ่มแล้วหรือยัง”

นั่วหมี่พยักหน้า

“งั้นก็ไปจับผู้หญิงที่นินทาข้าคนนั้นกับพวกคนครัวและบ่าวรับใช้ที่ไม่ยอมทำอาหารให้พวกเรามา จากนั้นส่งพวกนางไปให้ท่านแม่หลังจากที่ท่านกลับมา”

เฉียวจินเหนียงไม่เคยเป็นฝ่ายที่ต้องกล้ำกลืนคำสบประมาท

องค์หญิงฟู่ลู่ตบไหล่เฉียวจินเหนียงและพูดว่า “ข้ารู้สึกเสียใจแทนเจ้าจริงๆ เจ้าเป็นถึงลูกสาวของท่นาหวังแต่เจ้ากลับต้องมีชีวิตที่ยากลำบากถึงสิบแปดปี หนำซ้ำเมื่อเจ้ากลับมา เจ้าก็ยังต้องมาถูกเหล่าคนรับใช้รังแกอีก

“ถ้าเจ้าทนชีวิตในจวนหวังไม่ได้ เจ้าสามารถไปหาข้าที่วังได้นะ ข้าสามารถรับเจ้าไปอยู่ด้วยกันได้!”

“ขอบพระทัยเพคะองค์หญิง” เฉียวจินเหนียงยิ้ม "สำหรับความกรุณาที่มีให้หม่อมฉัน"

องค์หญิงฟู่ลู่กล่าวว่า “แน่นอน ข้าเป็นองค์หญิงที่ดีที่สุดในราชวงศ์ถังแล้ว เพื่อตอบแทนมื้อค่ำที่เจ้าทำให้ข้าในวันนี้ พรุ่งนี้ข้าจะล่ากระต่ายมาให้เจ้า!”

“หม่อมฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะเพคะ” เฉียวจินเหนียงยิ้ม “หม่อมฉันเลยวัยที่จะชอบกระต่ายไปแล้วเพคะ”

องค์หญิงฟู่ลู่ประหลาดใจ “เจ้าไม่รู้หรือว่ากระต่ายย่างเป็นอาหารอันโอชะ”

เฉียวจินเหนียง: “…”

องค์หญิงฟู่ลู่กล่าวว่า “เสด็จพี่รัชทายาททำกระต่ายย่างเก่งมาก พรุ่งนี้ข้าจะขอให้พระองค์ย่างกระต่ายให้เจ้า”

เฉียวจินเหนียง: “…”

เฉียวจินเหนียงพลันนึกขึ้นได้ว่าตอนที่เธอออกไปเที่ยวกับหมอนั่นในเทศกาลเชงเม้งเมื่อปีที่แล้ว พวกเขาต้องติดอยู่บนภูเขาด้วยกันเพราะฝนตกหนัก

ตาโง่นั่นบอกว่าการจับปลาในตอนนั้นอันตรายเกินไป ดังนั้นเขาจึงตั้งใจจะจับกระต่ายมาเพื่อย่างให้เธอกินแทน

แต่เมื่อเขารู้ว่าเธอเกิดปีกระต่าย เขาจึงปล่อยกระต่ายนั่นและหันมา "กิน" เธอในถ้ำแทน...

เมื่อเฉียวจินเหนียงนึกสิ่งนี้ได้ ใบหน้าของเธอก็แดงระเรื่อ

จบบทที่ ตอนที่ 11 : จินเหนียงทำอาหาร (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว