- หน้าแรก
- อุบัติการณ์วันสิ้นโลก ดันเกิดใหม่เป็นโลลิให้ยัยคลั่งรักนอนกอด
- บทที่ 14: กลิ่นตัวเธอมันหอมมากเลยนะ
บทที่ 14: กลิ่นตัวเธอมันหอมมากเลยนะ
บทที่ 14: กลิ่นตัวเธอมันหอมมากเลยนะ
บทที่ 14: กลิ่นตัวเธอมันหอมมากเลยนะ
เธอต้องทำให้เจียงหลีล้มเลิกความคิดที่จะไล่เธอไปให้ได้ และต้องทำให้อีกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของเธอ... ต่อให้มันจะเป็นคำโกหก หรือเป็นการโอ้อวดอย่างหน้าไม่อายก็ตาม!
ในขณะเดียวกัน เธอก็ต้องหลีกเลี่ยงการถูกควบคุมโดยสมบูรณ์ให้ได้
อย่างน้อยที่สุด เธอจะยอมให้เจียงหลีมาปั้นแต่งเธอตามใจชอบง่ายๆ ไม่ได้!
อวิ๋นเสี่ยวหนิงยอมรับการกดขี่และการกลั่นแกล้งจากเจียงหลีได้ เธอถึงขั้นยอมทิ้งศักดิ์ศรีหรือแม้แต่ร่างกายของตัวเองไปเลยก็ได้
นี่เป็นหนทางรอดเดียวของเธอในโลกยุคสิ้นวิกฤตนี้
เธอต้องเตรียมใจที่จะกลายเป็นคนคอยพึ่งพาผู้อื่น
แต่ทว่า!
เธอไม่ได้กะจะกลายเป็นหุ่นเชิดที่ไร้ความคิดเป็นของตัวเองไปซะทีเดียว... อวิ๋นเสี่ยวหนิงรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในสภาวะเยือกเย็นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ราวกับว่าเธอกำลังฮึดสู้เฮือกสุดท้ายหลังจากถูกต้อนจนมุม
แม้ว่าน้ำเสียงจะยังคงหวาดหวั่นและร่างกายยังคงสั่นเทา แต่สมองของเธอกำลังแล่นฉิวอย่างบ้าคลั่ง
"เธอช่วย... อย่าไล่ฉันไปได้ไหม?"
"โอ้?"
เจียงหลียังคงยิ้มระรื่น เธอแลดูพึงพอใจกับท่าทีของอวิ๋นเสี่ยวหนิงในตอนนี้ไม่น้อย
ทันใดนั้นเธอก็โน้มตัวเข้ามา บดเบียดระยะห่างให้ใกล้ชิดขึ้นทีละนิดๆ
เมื่อเจียงหลีขยับเข้ามาใกล้ อวิ๋นเสี่ยวหนิงก็ผงะและเอนตัวหลบไปด้านหลังตามสัญชาตญาณ แต่ข้อศอกของเธอกลับไปโดนปุ่มลดกระจกรถเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ
เสียงกลไกทำงานดังขึ้น กระจกรถค่อยๆ เลื่อนลง ทันใดนั้น สายลมหนาวเหน็บที่หอบเอากลิ่นคาวเลือดและกลิ่นเน่าเหม็นชวนสะอิดสะเอียนก็พัดกรรโชกเข้ามาในรถ
เรือนผมยาวสีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะของเธอปลิวไสว ค่อยๆ พันธนาการเข้ากับเส้นผมสีดำขลับของเจียงหลีจนแยกไม่ออก...
"แต่ฉันไม่ได้บอกไปแล้วเหรอ ว่าตัวถ่วงน่ะไม่มีเหตุผลให้อยู่รอดหรอกนะ?"
"อื้อ"
ความเจ็บแปลบเบาๆ จากการถูกหยิกแก้มขัดจังหวะความคิดของอวิ๋นเสี่ยวหนิงไปชั่วขณะ
เธอส่งเสียงครางแผ่วเบาราวกับลูกแมว ก่อนจะรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองด้วยความลุกลี้ลุกลน
อวิ๋นเสี่ยวหนิงรู้สึกได้ว่าหลังคอของเธอแนบชิดติดกับขอบหน้าต่างรถแล้ว หากถอยร่นไปมากกว่านี้ หัวของเธอคงโผล่ออกไปนอกหน้าต่างทั้งหัวแน่
เธอขู่ฉันจนกลัวขนาดนี้แล้ว ยังจะต้อนให้จนมุมอีกงั้นเหรอ?
ดูเหมือนเจียงหลีจะมั่นใจว่าอวิ๋นเสี่ยวหนิงจะต้องยอมก้มหัวอ้อนวอนขอให้เธอไว้ชีวิตอย่างแน่นอน
ซึ่งอันที่จริงนั่นก็เป็นสิ่งเดียวที่เธอทำได้ในตอนนี้
แต่ถ้าเกิดว่า... ตัวเธอเองก็มั่นใจเหมือนกันล่ะ ว่าเจียงหลีจะไม่มีทางปล่อยเธอไปหรือปล่อยให้เธอตายง่ายๆ?
ความคิดเหลือเชื่อผุดขึ้นมาในหัวของอวิ๋นเสี่ยวหนิงกะทันหัน
นี่มันค่อนข้างจะรนหาที่ตายชัดๆ
แต่อวิ๋นเสี่ยวหนิงรู้สึกว่ามันจำเป็นต้องลองเสี่ยงดูสักตั้ง
"ฉันรู้ ฉันเข้าใจที่เธอหมายถึงนะ เจียงหลี..."
"แต่ฉันจะต้องตายแน่ๆ"
"ฉันคงเอาชีวิตรอดตามลำพังในวันสิ้นโลกแบบนี้ไม่ได้หรอก"
"ฉันกลัวตายมากๆ และแน่นอนว่าฉันก็กลัวสิ่งที่มีน่ากลัวยิ่งกว่าความตายด้วย"
หากรอดชีวิตไปเพื่อกลายเป็นแค่ของเล่นของคนอื่น จุดจบแบบนั้นคงน่ากลัวยิ่งกว่าความตายเสียอีก
"โดยเฉพาะการติดเชื้อ กลายเป็นสัตว์ประหลาดพวกนั้น แล้วก็ตายแบบศพไม่สวย ฉันไม่อยากเป็นแบบนั้นที่สุด"
"หืม?"
"...เพราะงั้น"
จู่ๆ อวิ๋นเสี่ยวหนิงก็คว้ามือของเจียงหลีที่กำลังหยิกแก้มเธออยู่ แล้วเลื่อนมันมาวางไว้ที่ลำคอของตัวเองอย่างช้าๆ
"ถ้าเธอจะไล่ฉันไปให้ได้จริงๆ"
"งั้นก็ฆ่าฉันทิ้งซะเดี๋ยวนี้เลย"
ประกายความประหลาดใจพาดผ่านใบหน้าของเจียงหลี ทว่าแม้เพียงเสี้ยววินาที อวิ๋นเสี่ยวหนิงก็สังเกตเห็นได้อย่างเงียบๆ
เธอรู้ตัวแล้วว่าเธอเดิมพันถูก
คำตอบที่คาดไม่ถึงเลยล่ะสิ?
เหมือนกับตอนที่เธอพยายามจะขู่ฉันเมื่อกี้เป๊ะเลย!
"อย่างน้อยถ้าเธอเป็นคนฆ่าฉัน ฉันก็คงได้ตายอย่างรวดเร็วและหมดจด..."
เจียงหลีเริ่มขมวดคิ้ว อวิ๋นเสี่ยวหนิงเดาไม่ออกว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ แต่เธอกะว่าการแสดงฉากนี้ควรจะจบลงได้แล้ว
"ดูเหมือนว่ายัยตัวเล็กอย่างเธอ จะไม่ได้เป็นแค่ยัยโง่ซื่อบื้อซะทีเดียวนะ"
ถ้าคำนั้นถือเป็นคำชมเรื่องความฉลาดล่ะก็ ฉันก็จะขอน้อมรับไว้ด้วยความเต็มใจเลยแล้วกัน!
"แต่เธอก็ต้องเข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้ด้วยนะ อวิ๋นเสี่ยวหนิง?"
"เสบียงของเราไม่ได้มีล้นเหลือขนาดนั้น"
"คนเดียวกินน่ะอยู่ได้นาน แต่ถ้ากินสองคน..."
"ฉันกินน้อยมากๆ เลยนะ!" เมื่อเห็นว่าเจียงหลีเปลี่ยนน้ำเสียง อวิ๋นเสี่ยวหนิงก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
อย่างน้อยคนๆ นี้ก็ยอมบอกเงื่อนไขออกมาตรงๆ แทนที่จะเล่นสงครามประสาทกับเธอต่อไป
"ฉัน... ฉันเลี้ยงง่ายสุดๆ เลยนะ"
ราวกับได้คว้าฟางเส้นสุดท้ายไว้อีกครั้ง เด็กสาวผมขาวปัดปอยผมที่บดบังทัศนวิสัยออก แล้วช้อนตามองเจียงหลีด้วยความจริงใจขั้นสุด
"แถมจริงๆ แล้วพลังของฉันยังมีอีกอย่างด้วยนะ นอกจากวาดวงแหวนแล้ว ฉันยังเสกเสบียงได้ด้วย!"
"เสกเสบียงเหรอ?"
แน่นอนว่านี่คือคำโกหก การเสกเสบียงเป็นฝีมือของระบบ ไม่ได้เกี่ยวกับพลังพิเศษของเธอเลยสักนิด แต่ถ้าเธอยังต้องใช้ชีวิตอยู่กับเจียงหลีต่อไป ยังไงสักวันข้อมูลนี้ก็ต้องหลุดไปถึงหูอีกฝ่ายอยู่ดี
ดังนั้น สู้เผยมันออกมาตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อใช้เป็นข้อต่อรองเน้นย้ำความสำคัญของตัวเองไปเลยจะดีกว่า
"จริงนะ!"
"ถ้าเธอไม่เชื่อล่ะก็ พอเธอพาฉันกลับไปที่บ้านเมื่อไหร่ ฉันจะเสกให้ดูเลย!"
"โอ้?"
ถึงจะไม่รู้ว่าคำโกหกพกหลมของเธอใช้ตบตาเจียงหลีได้สำเร็จหรือไม่ แต่อวิ๋นเสี่ยวหนิงก็ตัดสินใจที่จะเพิ่มข้อเสนอเข้าไปอีก
"แล้วฉันก็รู้นะ ฉันดูออกเลยเจียงหลี ว่าจริงๆ แล้วตอนนี้เธอแค่พยายามจะขู่ฉันเท่านั้นเอง"
"แต่เธอไม่ต้องทำแบบนั้นหรอก"
"ฉันเป็นพวกขี้ตกใจง่าย เดี๋ยวจะพานตกใจจนสติแตกไปซะก่อน เพราะงั้นเลิกขู่ฉันแบบนี้ตลอดเวลาเถอะ... แต่ฉันเข้าใจนะว่าเธอหมายถึงอะไร"
"ต่อจากนี้ไปถ้าฉันตามเธอไป ฉันจะเชื่อฟังเธออย่างแน่นอน"
"ฉันเป็นคนจัดการง่าย ควบคุมก็ง่าย เธอไม่ต้องกังวลเลยว่าฉันจะมีแผนการร้ายอะไรแอบแฝง แค่ให้ข้าวฉันกินมื้อเดียว ฉันก็พร้อมจะมอบความจริงใจให้เธอจนหมดหน้าตักแล้ว!"
"ฉันจะไม่ทรยศ แล้วก็จะไม่ขัดขืนเธอด้วย เธอช่วยชีวิตฉันไว้ ถ้าไม่มีเธอ ฉันก็คงติดแหงกและตายอยู่ในห้องเรียนไปแล้ว เพราะงั้นนับจากนี้เป็นต้นไป ฉันก็ควรตกเป็นของเธออย่างสมบูรณ์..."
"ฉันกินน้อยมาก ต่อให้เธอตัดสินใจจะปล่อยให้ฉันอดทนหิว ฉันก็จะฟังเธอ พลังพิเศษของฉันก็จะรับฟังและพร้อมให้เธอเรียกใช้งานได้ตลอดเวลา"
"เพราะงั้น ได้โปรด ไว้ใจฉันเถอะนะ?"
"แล้วก็... พาฉันไปด้วยเถอะ"
"..."
อวิ๋นเสี่ยวหนิงสัมผัสได้ว่ามือของเจียงหลีหยิกแก้มเธออีกแล้ว
ดูเหมือนเธอจะชอบความรู้สึกตอนหยิกแก้มฉันเอามากๆ เลยนะ?
มันสนุกขนาดนั้นเลยเหรอ?
แต่คราวนี้ เจียงหลีไม่ได้ดันเธออย่างรุนแรงจนแทบจะทะลุออกไปนอกหน้าต่างรถเหมือนก่อนหน้านี้
เธอกลับดึงรั้งอย่างแรง กระชากร่างของอวิ๋นเสี่ยวหนิงเข้ามาประชิดตรงหน้า
ในระยะประชิดขนาดนี้ อวิ๋นเสี่ยวหนิงสัมผัสได้ถึงลมหายใจของเจียงหลีที่รินรดต้นคอได้อย่างชัดเจน
"ฉันจะเสนอเงื่อนไขห้าข้อ ถ้าเธอยอมรับได้ทั้งหมด ฉันก็จะยอมพาเธอไปด้วย~"
"ไม่ต้องพูดแล้ว ฉันตกลง!! ต่อให้เป็นสิบข้อ ฉันก็ตกลง!!"
"งั้นก็สิบข้อเลยแล้วกัน"
"หา?"
"ง-ง-งั้น... เอาแค่ห้าข้อเหมือนเดิมเถอะ เจียงหลี..."
"ข้อแรก"
"ถ้าในอนาคตเธอกล้าทรยศฉัน ฉันจะหั่นเธอเป็นชิ้นๆ แล้วเอาไปโยนให้พวกผู้ติดเชื้อกินซะ"
"ได้เลย ตกลงตามนี้ ถ้าฉันทรยศเธอ ขอให้ฉันตายอย่างศพไม่สวยไปเลย!"
อวิ๋นเสี่ยวหนิงพยักหน้าหงึกหงัก
ในเมื่อผูกติดกับระบบไปแล้ว การทรยศก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อยู่ดี ต่อให้ยัยผู้หญิงนิสัยเสียคนนี้จะเอาแต่วันๆ นั่งคิดหาวิธีรังแกฉัน ฉันก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีแหละ!
"ข้อสอง งานบ้านและงานจุกจิกภายในทั้งหมด เธอต้องเป็นคนทำ"
"ม-ไม่มีปัญหา..."
ก็แค่ทำงานบ้าน เงื่อนไขข้อนี้ไม่ได้ไร้เหตุผลเกินไปสักหน่อย!
"ข้อสาม เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธคำขอใดๆ จากฉันทั้งสิ้น"
"โอเค พูดง่ายจะตาย... ฉันจะทำตัวดีๆ ฉันจะเป็นเด็กดีแน่นอน อื้อ..."
อวิ๋นเสี่ยวหนิงพยักหน้ารัวๆ ทว่าคำพูดของเธอกลับเริ่มตะกุกตะกักและลังเล
"ข้อสี่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สรรพนามที่เธอใช้เรียกฉันจะต้องเปลี่ยนเป็นคำว่า 'นายท่าน'"
"หา?"
เอ๊ะ!?
อะไรนะ?
นายท่านเหรอ?
เดี๋ยวก่อนนะ... นี่มัน นี่มัน... ไม่ดูแปลกๆ ไปหน่อยเหรอ?
"ข้อห้า"
เมื่อพูดถึงข้อที่ห้า จู่ๆ เจียงหลีก็หยุดชะงักไป
อวิ๋นเสี่ยวหนิงเห็นเธอม้วนปอยผมสีขาวยาวสลวยของตัวเองขึ้นมาอย่างช้าๆ ก่อนจะนำปอยผมนั้นไปแตะปลายจมูกและสูดดมเบาๆ
"อวิ๋นเสี่ยวหนิง กลิ่นตัวเธอมันหอมมากเลยนะ"
"ห๊ะ?"
"ฉันชอบกลิ่นนี้มากเลย"
"เพราะงั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอมีหน้าที่ต้องมาอุ่นเตียงให้ฉันทุกวัน ไม่มีปัญหาใช่ไหม?"
"...?"
"หึๆ เมื่อกี้เธอเพิ่งพูดเองนะว่าตกลงหมดทุกอย่าง เพราะงั้นตอนนี้จะมาปฏิเสธไม่ได้แล้ว เข้าใจไหม?"
เจียงหลีหัวเราะอย่างผู้ชนะ แรงบีบที่มือกลับเพิ่มขึ้นแทนที่จะลดลง ทำให้แก้มของอวิ๋นเสี่ยวหนิงแดงระเรื่อขึ้นเรื่อยๆ
อวิ๋นเสี่ยวหนิงเลิกคิ้วขึ้น ทว่าจังหวะที่เธอกำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง
เสียง "ติ๊ง" ของระบบก็ดังทะลุขึ้นมาในหัวของเธออีกครั้ง
【ขอแสดงความยินดีโฮสต์ ค่าความประทับใจของผู้สนับสนุนหลักพุ่งแตะระดับ 60 (ความเชื่อใจ) แล้ว ภารกิจฉุกเฉินของคุณเสร็จสิ้นสมบูรณ์ และระบบได้จัดส่งรางวัลภารกิจไปยังกระเป๋ามิติของคุณแล้ว โปรดตรวจสอบ】
...หา?